“คนเอาการเอางานเช่นนี้เหตุใดคหบดีซูจึงไม่พอใจเล่า?” ตู้เหิงแสร้งทำเป็สงสัย
คหบดีซูไม่ทันตอบหลิงจือก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน “สามีนี่มันน่าแปลกตรงไหน? คหบดีซูก็บอกเองว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนมาสู่ขอไม่ใช่รึ? คุณชายที่มาสู่ขอก่อนหน้าคงเหนือกว่าไป๋เสี่ยวโหลวนั่นแหละ”
ตู้เหิงเอ่ยพลางยิ้ม “ก็จริง เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน พวกเราความรู้น้อยแค่มองว่ากิจการของเถ้าแก่จินใหญ่โต ก็คิดว่าคุณชายไป๋เป็เขยที่เหมาะสมเสียแล้วคหบดีซูย่อมต้องหาทางเลือกที่ดีกว่าให้กับบุตรสาวแน่นอน”
คหบดีซูได้ยินก็เอ่ยสีหน้าลำบากใจ “เฮ้อแต่ละคนต่างมีข้อดีของตัวเองละน่ะ…”
“ดูท่าคุณชายที่คหบดีซูถูกใจท่านนั้นคงจะมีชาติกำเนิดสถานะทางบ้านที่ดีมากแน่?”หลิงจือจงใจถาม
คหบดีซูไม่ทันจะได้ตอบซูหย่วนซานที่อยู่ข้างๆ กลับเอ่ย “ชาติกำเนิดถือว่าไม่เลวนับว่าเทียบเท่ากับตระกูลเรา…เพียงแต่...สถานะทางบ้านตอนนี้ไม่ได้ดีเท่าแต่ก่อนแล้ว”
“เป็เช่นนี้นี่เอง” หลิงจือเคลื่อนตาดำขลับเอ่ย “แสดงว่าคนหนึ่งสถานะทางบ้านดี แต่ชาติกำเนิดไม่ดีส่วนอีกคนเกิดในตระกูลบัณฑิต แต่ภายในกลับกลวง นี่น่าจะเลือกง่ายนะ?”
ได้ยินเช่นนี้คหบดีซูกับซูหย่วนซานก็หันหน้ามองกัน
ส่วนตู้เหิงที่รับหน้าที่เป็ “ลูกคู่” ก็เปิดปากเอ่ย “ภรรยา ข้างงไปหมดแล้ว แต่เ้ากลับบอกว่าเลือกง่าย ควรจะเลือกยังไงล่ะ?”
หลิงจือหัวเราะหึๆ เอ่ย “ก็ดูว่าพวกท่านขาดอะไรยังไงเล่า? ถ้าขาดชื่อเสียงก็เลือกคนที่มาสู่ขอนั่นถ้าขาดเงินทองก็เลือกไป๋เสี่ยวโหลวไง! ง่ายจะตายว่าไหม?”
“แต่...แต่ไป๋เสี่ยวโหลวเคยเป็นักแสดงงิ้วนะ…” คหบดีซูเอ่ยอย่างลำบากใจ
หลิงจือกลับอุทานอย่างตกตะลึง “โอ้ พูดเช่นนี้ แสดงว่าคหบดีซูขาดเงินน่ะสิ!”
คหบดีซูหน้าถอดสีไปทันที
ตู้เหิงรีบร้อนกระตุกชายเสื้อของหลิงจือเอ่ย “ภรรยา ห้ามเสียมารยาท!” จากนั้นจึงหันไปเอ่ยกับคหบดีซู “ภรรยาข้าปากไวพูดอะไรไม่คิด ขอท่านโปรดอภัยด้วย”
ยามนี้สีหน้าของคหบดีซูเริ่มดีขึ้นบ้างแล้วถอนหายใจเอ่ย “ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าคงไม่อาจปิดบังพวกท่านอีกความจริงพวกเราตระกูลซูก็เป็เหมือนตระกูลนั้น มีเพียงชื่อเสียงบารมีแต่ภายในกลับกลวง...ตอนนี้หวังเพียงแค่หย่วนซานจะสอบได้ความดีความชอบกลับมาจะได้ช่วยพยุงกันต่อไปได้ ส่วนบุตรสาวข้า...ข้ากับภรรยารักและเอาใจนางมากเกินไปจนไม่เคยรู้จักกับความลำบากในชีวิต ข้าหวังว่านางจะได้แต่งกับคนฐานะดีชีวิตนี้จะได้ไม่ต้องลำบาก”
หลิงจือเอ่ย “งั้นจะต้องกังวลอะไรอีกเล่า? แต่งกับไป๋เสี่ยวโหลว ก็เท่ากับได้แต่งเข้าร้านแลกเงิน ‘เหิงไท่’ ชีวิตนี้คุณหนูซูก็ไม่ต้องกังวลเื่ความเป็อยู่อีกต่อไปยิ่งไปกว่านั้น ไป๋เสี่ยวโหลวยังเป็ชายในดวงใจของคุณหนูซูอีกทำไมไม่ให้พวกเขาได้สมหวังกันเสียเลยล่ะ!”
“ที่ข้าไม่เห็นด้วยเื่นางกับไป๋เสี่ยวโหลวอย่างแรกเป็เพราะการแต่งงานเป็เื่ใหญ่ ต้องให้พ่อแม่เป็ผู้ตัดสินใจ นางจะตัดสินใจเองได้อย่างไร? หากเอ่ยออกไปจะไม่โดนหัวเราะเยาะหรือ? อย่างที่สอง...ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเดิมทีไป๋เสี่ยวโหลวแสดงงิ้วอยู่ที่หลีเซียงหยวน...เฮ้อ ชาติกำเนิดเช่นนี้…” คหบดีซูเอ่ยหน้านิ่วคิ้วขมวด
หลิงจือยิ้มบางเอ่ย “นับแต่โบราณ ชาติกำเนิดวีรบุรุษไม่ใช่เื่สำคัญฮ่องเต้หลายพระองค์ก็มาจากครอบครัวยากจน! ฮั่นเกาจู่หลิวปังก็เป็นักเลงชนบทมาก่อน เล่าปี่แห่งยุคสามก๊กก็เคยเป็คนขายรองเท้าฟางไหนจะยังมีิไท่จู่ จูหยวนจางตอนเด็กบ้านยากจนจนต้องไปบวชเป็พระที่วัด…”
หลิงจือพูดไม่ทันจบ กลับเห็นทั้งสามคนในห้องหนังสือมองเธออย่างงุนงงเป็สายตาเดียว
ตู้เหิงกระซิบถามเสียงเบา “ิไท่จู่คนนั้นคือใครหรือ?”
“หะ?” หลิงจือชะงัก ก่อนจะนึกได้ว่า่เวลาที่ทะลุมิติมานี้น่าจะอยู่แถว่ความวุ่นวายหลังราชวงศ์ถัง ยังไม่ถึงราชวงศ์ิ
“เอ่อ...เื่นี้ข้าพูดมั่วไปเอง...ไม่ต้องไปสนใจหรอก...ฮ่าๆ…” หลิงจือหัวเราะกลบเกลื่อน “ความหมายของข้าคือ ความสามารถคนไม่เกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดผู้ที่เกิดมายากจนก็ยังกลายเป็ฮ่องเต้ได้ นับประสาอะไรกับเป็เขยตระกูลซูเล่า? อีกอย่าง เดิมทีไป๋เสี่ยวโหลวเองก็เป็หลานชายของเถ้าแก่จินแต่เพราะบิดามารดาตายทั้งคู่ จึงต้องกลายมาเป็นักแสดงงิ้วบัดนี้เขาก็ได้กลับคืนสู่ตระกูลเดิมแล้ว เื่เป็นักแสดงงิ้วก็ถือว่าเป็อันตกไป”
“เื่นี้…” คหบดีซูก้มหน้าครุ่นคิด
หลิงจือเห็นคหบดีซูทำท่าจะคล้อยตาม จึงรีบเอ่ยกระตุ้นเสริมเต็มที่ “อย่างที่คหบดีซูกล่าวเมื่อครู่ ตระกูลซูมีแต่ชื่อเสียงภายนอกทว่าภายในว่างเปล่า หากว่าได้เชื่อมสัมพันธ์กับเถ้าแก่จินยังจะต้องกังวลเื่กินบุญเก่าหมดอีกหรือ? ให้คุณหนูซูแต่งกับไป๋เสี่ยวโหลว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้นางสมหวังรักษาโรคของนางได้ แต่ยังจะทำให้ตระกูลซูหมดกังวลอีก ได้ผลดีด้วยกันทั้งสองฝ่ายเหตุใดจึงไม่ทำเล่า?”
คหบดีซูจ้องหลิงจืออยู่นานก่อนถอนใจเอ่ย “ตู้ฮูหยินพูดจามีหลักการ แต่ว่า...แม้เหล่าฟูคิดจะส่งเสริมเื่นี้ก็ไม่อาจไปสู่ขอที่บ้านเถ้าแก่จินเองได้? เื่แบบนี้ บ้านผู้หญิงจะออกหน้าเองได้อย่างไร? อีกอย่าง...เราเองก็ไม่รู้ความในใจของไป๋เสี่ยวโหลวหากกระทำการบุ่มบ่าม แล้วเขาไม่เห็นด้วยขึ้นมา เราคงได้ขายหน้าแย่!”
“อย่างที่ข้าบอกไปเมื่อครู่ว่าเหลียนหลี่ถังของเรารักษาโรคทางใจได้ หากคหบดีซูไว้วางใจเราเื่นี้ปล่อยให้พวกเราจัดการเถิด” หลิงจือเอ่ยเสียงไม่ช้าไม่เร็วเธอรู้ว่าเื่นี้สำเร็จไปถึงเก้าในสิบส่วนแล้ว
คหบดีซูหันไปมองซูหย่วนซานทั้งคู่สื่อสารกันผ่านสายตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคหบดีซูจะเอ่ยกับหลิงจือ “เช่นนั้นคงต้องลำบากท่านหมอตู้กับตู้ฮูหยินแล้ว”
ตู้เหิงเป็คนจิตใจดีรีบเอ่ยยิ้มๆ “ไม่ลำบากเลย นี่เป็สิ่งเราควรกระทำอยู่แล้ว…”
แต่ตอนนี้หลิงจือราวกับเปลี่ยนไปเป็คนละคนเธอเชิดหน้าขึ้น มองคหบดีซูด้วยสายตาหยิ่งทะนง เอ่ย “ในเมื่อคหบดีซูเห็นคุณค่าของเรา เช่นนั้นเชิญจ่ายเงินค่ารักษาโรคทางใจมาก่อนเถิดแต่ไหนแต่ไรเราเก็บเงินก่อนเริ่มงานเสมอ และ...ค่ารักษาโรคทางใจของเราก็แพงมาก…”
หลิงจือจงใจเน้นคำว่า “แพง” ส่วนตู้เหิงกลับจ้องหลิงจือพร้อมกับอ้าปากค้างด้วยไม่รู้ว่านางคิดจะทำอะไรอีก
คหบดีซูนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มเอ่ย “ย่อมเป็เช่นนั้น...จะรักษาก็ควรต้องจ่ายเงิน…”
จากนั้นเขาก็ะโเรียกบ่าวรับใช้มาคนหนึ่ง พร้อมสั่งให้ไปเบิกเงิน 12 ตำลึงมาจากห้องบัญชี
หลิงจือกลับยิ้มเอ่ย “12 ตำลึงไม่พอ ต้อง 20 ตำลึง!”
ตู้เหิงเกือบนั่งไม่ติดที่ในใจนึก นี่จะเรียกร้องมากเกินไปแล้ว ในขณะเดียวกัน ในใจเขาก็รู้สึกไม่ชอบใจนัก...
คหบดีซูท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนคำ “เบิกมา 20 ตำลึง…”
หลังจากกลับออกมาจากจวนตระกูลซูตู้เหิงก็หยุดหลิงจือไว้ “ภรรยาเราเก็บเงินจากคุณหนูซูมาแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมเ้ายังต้องมาเก็บเพิ่มกับคหบดีซูด้วย? นี่...มันเข้าข่ายหลอกลวงนะ? เราต้องเก็บเงินไปเปิดโรงหมอในเมืองหลวงก็จริงแต่จะใช้วิธีการเช่นนี้ไม่ได้? นี่...นี่มันไม่ถูกต้อง…”
หลิงจือเห็นตู้เหิงสีหน้าขุ่นเคืองก็อดหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ยังจะยิ้มอีก?” ตู้เหิงแหวเสียงสูง “เ้าเป็ภรรยาข้าแม้ปกติข้าจะตามใจเ้าตลอด...แต่...แต่หากเ้าทำผิดสามีอย่างข้าก็ต้องตักเตือนกันบ้าง!”
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า