บทที่ 11 : สารจากเงาและผู้พิทักษ์แห่งความทรงจำ
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนนครแห่งเพลินจันทรา แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาต้องอาคารสูงตระหง่านที่ถูกทิ้งร้าง ทำให้เงามืดที่เคยปกคลุมเมื่อคืนก่อนเริ่มจางหายไป สิ่งมีชีวิตแห่งเงามืดที่หลงเหลืออยู่ต่างกรีดร้องและสลายไปเมื่อถูกแสงแดดแผดเผา ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและความเงียบงันที่น่าใจหาย
อัคคี เมษา และเอลิน่า ต่างหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับเนโครัสเมื่อคืนนี้ แต่ในแววตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น พวกเขารู้ว่าพลังลูกแก้วราศีระดับ 2 ของพวกเขานั้นแข็งแกร่งขึ้นมาก และการทำงานร่วมกันก็มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม
"เนโครัส... ผู้ส่งสารแห่งความมืด" อัคคีพึมพำกับตัวเอง "มันมีพลังแห่งการบิดเบือนที่น่ากลัวจริงๆ"
"ใช่ค่ะท่านอัคคี" เมษาตอบ "พลังของเขาแตกต่างจากเงามืดที่เราเคยเจอมา มันไม่ได้แค่ดูดกลืนพลัง แต่เป็การ 'บิดเบือน' แก่นแท้ของสิ่งต่างๆ รวมถึงจิตใจและพลังราศีด้วย"
เอลิน่าเดินไปสำรวจซากอาคารรอบๆ ดวงตาของเธอฉายแววกังวล "นครแห่งนี้ถูกทำลายอย่างหนักหน่วง พลังชีวิตแทบไม่เหลืออยู่เลย" เธอเอื้อมมือไปัักำแพงที่พังทลาย ออร่าสีเขียวเข้มของเธอเปล่งประกายจางๆ "ข้าััได้ถึงความเ็ปและความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ในทุกอณูของเมืองนี้"
"พวกเราคงต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับดวงแก้วปฐมธาตุ หรือเบาะแสเกี่ยวกับแผนการของเงามืดให้ได้จากที่นี่" เมษาเสนอ "นครแห่งเพลินจันทราเคยเป็แหล่งรวมตำราและข้อมูลสำคัญมากมาย"
พวกเขาใช้เวลาเดินสำรวจไปตามซากปรักหักพังของนครแห่งเพลินจันทราอย่างระมัดระวัง แม้จะไม่มีสิ่งมีชีวิตแห่งเงามืดปรากฏขึ้นในเวลากลางวัน แต่ก็ยังคงััได้ถึงพลังงานมืดที่หลงเหลืออยู่ อัคคีเดินนำหน้า คอยส่องแสงเพลิงเพื่อตรวจสอบเส้นทาง เมษาใช้พลังราศีกุมภ์ของเธอบิดเบือนสิ่งกีดขวาง และเอลิน่าคอยตรวจจับพลังชีวิตที่แ่เบาที่อาจจะซ่อนอยู่
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงอาคารขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็ห้องสมุดโบราณ แม้จะถูกทำลายไปบางส่วน แต่โครงสร้างหลักยังคงอยู่ ตำราจำนวนมากถูกทิ้งเกลื่อนกลาดพื้น บางเล่มถูกกัดกินจนเปื่อยยุ่ย บางเล่มยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์
"ดูเหมือนจะมีข้อมูลสำคัญที่นี่" เมษาเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ เธอรีบเดินเข้าไปในห้องสมุด และเริ่มสำรวจตำราที่อยู่บนชั้นวางที่ยังคงเหลืออยู่
อัคคีกับเอลิน่าช่วยกันคุ้มกันทางเข้า ในขณะที่เมษากำลังจดจ่อกับการค้นหาข้อมูล
เมษาใช้พลังราศีกุมภ์ของเธอเพื่อััถึง 'กระแสความรู้' ที่ไหลเวียนอยู่ในตำราโบราณเ่าั้ เธอสามารถรับรู้ถึงข้อมูลที่สำคัญได้อย่างรวดเร็ว
"ข้าเจอแล้วค่ะ!" เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ข้อมูลเกี่ยวกับ 'ผู้นำแห่งเงามืด' และ 'อดีตของดวงแก้วปฐมธาตุ'!"
เมษาเปิดตำราเก่าแก่เล่มหนึ่ง หน้ากระดาษเหลืองกรอบเผยให้เห็นอักขระโบราณและภาพวาดที่ซีดจาง
"ผู้นำแห่งเงามืดไม่ได้มีเพียงแค่เนโครัส" เมษาเริ่มอ่านด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ตำรานี้กล่าวถึง 'จ้าวแห่งเงามืด' ผู้ซึ่งเป็ต้นกำเนิดของเงามืดไร้ลักษณ์ทั้งหมด ผู้ที่อยู่เื้ัการบิดเบือนพลังของดวงแก้วปฐมธาตุ"
"จ้าวแห่งเงามืดงั้นหรือ!" อัคคีขมวดคิ้ว "มันคือใครกัน!"
"ตำราไม่ได้ระบุชื่อของเขาโดยตรงค่ะ" เมษาตอบ "แต่กล่าวถึงพลังที่มืดมิดและบิดเบี้ยวอย่างไร้ขีดจำกัด และยังกล่าวถึงผู้ที่ถูก 'ทรยศ' และ 'ความริษยา' ที่ทำให้พลังของเงามืดเกิดขึ้น"
"ความริษยาอย่างนั้นหรือ?" เอลิน่าพึมพำ
เมษาพลิกหน้าตำราต่อไป "และนี่คือข้อมูลเกี่ยวกับ 'อดีตของดวงแก้วปฐมธาตุ' ตำรากล่าวว่าดวงแก้วปฐมธาตุไม่ได้เป็เพียงแหล่งพลังงาน แต่เป็ 'หัวใจ' ของโลกเอเธเรียส และมันถูกสร้างขึ้นโดย 'ผู้พิทักษ์แห่งดวงดาว' ทั้งสิบสองคนเมื่อหลายพันปีก่อน ผู้พิทักษ์เ่าั้คือผู้ใช้พลังราศีในยุคแรกเริ่ม ที่รวมพลังกันเพื่อสร้างสมดุลให้กับโลก"
"นั่นหมายความว่า หากเรา้ากอบกู้ดวงแก้วปฐมธาตุ เราก็ต้องรวบรวมผู้ใช้พลังราศีให้ครบทั้งสิบสองคนอย่างนั้นรึ!" อัคคีถาม
"เป็ไปได้ค่ะ" เมษาตอบ "หรืออย่างน้อยก็ต้องรวบรวมพลังที่แตกต่างกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ในขณะที่เมษากำลังอ่านตำรา เสียงกระซิบแ่เบาก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงแห่งความทุกข์ทรมานของิญญาอีกต่อไป แต่เป็เสียงที่คุ้นเคย
“...ความรู้ที่เ้าค้นหา... อาจนำไปสู่ความเ็ปที่คาดไม่ถึง...”
เมษาหันขวับไป เธอเห็นเงาที่วูบไหวอยู่บนชั้นหนังสือสูง ดวงตาสีดำลึกของโซลอน ผู้ใช้พลังราศีั จ้องมองมาที่เธอจากเงามืด
"โซลอน!" อัคคีเอ่ยขึ้น
โซลอนไม่ได้ตอบคำ ออร่าสีดำอมม่วงของเขาส่องประกายจางๆ ในความมืด เขามองตำราที่เมษาถืออยู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ตำราเ่าั้... มีบางสิ่งที่ไม่ควรถูกเปิดเผย" โซลอนกล่าว "ความจริงบางอย่างนั้นอันตรายเกินกว่าที่จิตใจของพวกเ้าจะรับไหว"
"ความจริงคือหนทางเดียวที่จะต่อสู้กับเงามืดได้!" เมษาตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
โซลอนถอนหายใจแ่เบา "ระวังตัวไว้เถิด... ผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาว ความจริงบางอย่างนั้นมืดมิดยิ่งกว่าเงามืดเสียอีก"
จากนั้นโซลอนก็หายไปในเงามืดอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงคำเตือนที่ทำให้ทุกคนต้องครุ่นคิด
"เขาหมายความว่ายังไง?" เอลิน่าถาม
"ข้าก็ไม่แน่ใจค่ะ" เมษาตอบ แต่แววตาของเธอกลับฉายแววกังวลมากขึ้น คำเตือนของโซลอนทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
ขณะที่พวกเขากำลังปรึกษาหารือกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่แ่เบาก็ดังขึ้นจากด้านในสุดของห้องสมุด ปรากฏร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง เธอดูมีอายุค่อนข้างมาก ผมสีขาวปอยเกล้าเป็มวยเรียบร้อย ใบหน้าอ่อนโยนแต่ดวงตาคู่โตสีเทาฉายแววแห่งความเศร้าและปัญญา เธอสวมชุดคลุมเรียบง่ายสีขาวสะอาดตา ออร่าสีเทาอ่อนจากวันจันทร์ของเธอเปล่งประกายอย่างอบอุ่น บ่งบอกถึงนิสัยที่อ่อนโยนและอ่อนไหว
"ข้าขอโทษที่รบกวนการสนทนาของพวกท่าน" หญิงชราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่เปี่ยมด้วยความเมตตา "ข้าคือ 'มาเรีย' ผู้พิทักษ์แห่งความทรงจำของนครแห่งเพลินจันทรา"
"ท่านยังไม่ตายงั้นหรือ!" อัคคีเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"ข้าใช้พลังราศีกรกฎของข้าเพื่อซ่อนตัว และรักษาสภาพของตนเองไว้" มาเรียตอบ "ข้ารู้สึกถึงพลังแห่งแสงสว่างของพวกท่านที่มายังนครแห่งนี้ และข้าก็เห็นพวกท่านต่อสู้กับเนโครัสเมื่อคืนนี้"
"ท่านผู้พิทักษ์มาเรีย" เมษาเอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ "ท่านทราบเื่ราวของดวงแก้วปฐมธาตุและจ้าวแห่งเงามืดใช่ไหมคะ?"
มาเรียพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเธอฉายแววเ็ป "ใช่... ข้ารู้ทุกสิ่ง เพราะข้าคือผู้เก็บรักษาความทรงจำของโลกนี้"
"โซลอนบอกว่าความจริงบางอย่างไม่ควรถูกเปิดเผย ท่านหมายความว่าอย่างไรคะ?" เมษาถาม
มาเรียถอนหายใจแ่เบา "เงามืดไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดขึ้นจาก 'ความเ็ป' และ 'ความริษยา' ของผู้คนในอดีต และสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ... จ้าวแห่งเงามืดนั้นไม่ได้มาจากภายนอก" มาเรียเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เขาคือ... หนึ่งในผู้พิทักษ์แห่งดวงดาวทั้งสิบสองคน ที่เคยร่วมสร้างดวงแก้วปฐมธาตุเมื่อหลายพันปีก่อน"
คำพูดของมาเรียดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจของทุกคน อัคคี เมษา และเอลิน่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ไม่จริง! จะเป็ไปได้อย่างไร!" อัคคีอุทาน "หนึ่งในผู้พิทักษ์ที่ยิ่งใหญ่จะเป็จ้าวแห่งเงามืดได้ยังไง!"
"เขาถูกความเ็ปและความริษยาครอบงำ" มาเรียตอบ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า "เขาคือ 'ราศีเมถุน' ผู้ซึ่งมีปัญญาเป็เลิศ แต่ก็อ่อนไหวต่อความรู้สึกด้านลบ เขาถูกเพื่อนร่วมราศีที่เคยร่วมสร้างดวงแก้วปฐมธาตุ 'ทรยศ' และนั่นทำให้เขาก่อกำเนิดพลังแห่งความมืดมิดขึ้นมา เพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่เคยทำร้ายเขา"
"การทรยศอย่างนั้นหรือ!" เมษาพึมพำ เธอรู้สึกถึงความเ็ปที่แผ่ออกมาจากมาเรีย และััได้ถึงความจริงของคำพูดนั้น
"และตอนนี้ จ้าวแห่งเงามืดก็กำลังพยายามที่จะ 'ดึงพลัง' จากผู้ใช้พลังราศีแต่ละคน เพื่อฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์" มาเรียกล่าว "เนโครัสเป็เพียงผู้ส่งสาร และยังมีผู้ส่งสารคนอื่นๆ ที่มีพลังแห่งการบิดเบือนไม่แพ้กัน"
"แล้วเราจะทำอย่างไรกัน!" อัคคีถาม "หากจ้าวแห่งเงามืดคือผู้ที่เคยร่วมสร้างดวงแก้วปฐมธาตุ จะมีอะไรหยุดยั้งเขาได้!"
"หนทางเดียวคือ 'การเชื่อมโยง' พลังแห่งราศีทั้งสิบสองอีกครั้ง" มาเรียตอบ "แต่ไม่ใช่แค่การรวมพลังกาย แต่เป็การรวม 'หัวใจ' ที่เข้าใจซึ่งกันและกัน และ 'การให้อภัย' อดีตที่เ็ป"
มาเรียจ้องมองอัคคีและเมษา "พวกเ้าคือผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาว ผู้ที่นำพาความหวังเข้ามาสู่โลกนี้ ข้าขอร้องพวกเ้า... จงออกตามหาผู้ใช้พลังราศีที่เหลืออีก 8 คน จงรวบรวมพวกเขาเข้าด้วยกัน และจงเรียนรู้ที่จะ 'ให้อภัย' อดีตที่เ็ป เพื่อปลุกพลังที่แท้จริงของดวงแก้วปฐมธาตุ และนำความสมดุลที่แท้จริงกลับคืนมา"
อัคคี เมษา และเอลิน่ามองหน้ากัน ความจริงที่ถูกเปิดเผยนั้นน่าใและเ็ปกว่าที่คิดมาก แต่พวกเขาก็รู้แล้วว่านี่คือภารกิจที่แท้จริงของพวกเขา ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับเงามืด แต่เป็การกอบกู้จิตใจที่ถูกบิดเบือนในอดีต
"ข้าจะช่วยพวกท่าน" มาเรียกล่าว "ข้าจะใช้พลังราศีกรกฎของข้า ซึ่งคือ 'พลังแห่งการปกป้องและความทรงจำ' เพื่อนำทางพวกท่านไปยังสถานที่ที่ผู้ใช้พลังราศีคนอื่นๆ อาจจะซ่อนตัวอยู่ และข้าจะช่วยพวกท่านทำความเข้าใจในอดีตที่ซ่อนเร้น"
"ขอบใจท่านมากท่านผู้พิทักษ์มาเรีย" เมษาเอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ
อัคคีพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงภาระที่หนักอึ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความหวังที่สว่างไสวมากขึ้น
การเดินทางของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว จากการตามหาดวงแก้วปฐมธาตุ กลายเป็การตามหาผู้คน เพื่อรวบรวมพลังแห่งราศีทั้งสิบสอง และเพื่อปลดปล่อยโลกนี้จากรอยแผลของอดีต