หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 ตอน มือสังหาร

            ใต้เท้าซุยเสนาบดีกรมพิธีการเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์มาก

            บุคคลที่จะสืบทอดตำแหน่งอ๋องอวิ๋นเมิ่งเป็นศิษย์น้องร่วมอาจารย์ของอ๋องอวิ๋นเมิ่งคนก่อนเขาเป็นบุตรชายอดีตเสนาบดีและเป็นแม่ทัพที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นพิธีสถาปนาจึงเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้

            ส่วนใหญ่แล้วคนที่คลุกคลีอยู่ในกองทัพมักชื่นชอบความเรียบง่ายและไม่ชอบพิธีการยืดยาวอ๋องอวิ๋นเมิ่งคนก่อนก็เช่นกัน พวกเขามีพลังล้นเหลือและให้ความสำคัญกับหน้าที่มากที่สุดท้ายที่สุดอ๋องอวิ๋นเมิ่งคนใหม่ก็ไม่ได้แตกต่างจากอ๋องอวิ๋นเมิ่งคนก่อนมากนัก

            จนกระทั่งพิธีการเสร็จสิ้นก็ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆเกิดขึ้น ทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบ

            เมื่อเย่เช่อกำลังรับการถวายพระพรจากเหล่าขุนนางจู่ๆ เสียงหวีดของลมก็ดังขึ้น

            ก่อนที่ราชองครักษ์ของวังหลวงจะทันได้ตอบโต้เย่เช่อซึ่งสวมเครื่องราชอิสริยยศอย่างเต็มรูปแบบก็กระโจนขึ้นไปบนแท่นแล้ว 

            เสียงกระบี่ปะทะกันเกือบทำให้ลมหายใจของผู้คนหยุดชะงัก

            ในขณะนี้ผู้คนจากกรมพิธีการและทหารจากกองทัพกำลังร่วมมือกันอย่างแข็งขันเพื่อโจมตีผู้ลอบสังหาร

            ในเวลาไม่ถึงก้านธูปชายสวมหน้ากากสีดำที่ยืนอยู่บนแท่นก็ล้มลงจมกองเลือด เลือดที่มุมปากของเขาดูราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน

            เย่เช่อมองชายชุดดำด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะกล่าวเรียบๆว่า “ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า แต่ฝากทักทายน้องชายผู้แสนดีของข้าด้วย”

            หลังจากเย่เช่อพูดจบเขาก็สะบัดมือเบาๆ ทำให้ชายชุดดำกลิ้งตกลงมาจากแท่น

            ผู้คนจากกรมพิธีการและทหารจากกองทัพต่างคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวไม่มีใครทราบนิสัยของชายหนุ่มอายุน้อยแต่มีชื่อเสียงผู้นี้ หากมีการสืบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นบางทีพวกเขาอาจรักษาศีรษะของตนเองไว้ไม่ได้ 

            “เป็นความผิดของกระหม่อมท่านอ๋องโปรดประทานอภัย”ใต้เท้าซุยเสนาบดีกรมพิธีการคุกเข่าลงกับพื้นและกล่าวด้วยความเสียใจ 

            เย่เช่อส่ายหน้าและกล่าวว่า“ใต้เท้าซุยโปรดยืนขึ้นเถิด มีคนไม่น้อยที่ไม่ชอบหน้าข้า การเผชิญหน้ากับมือสังหารย่อมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วอย่าโทษตัวเองเลย”

            “กระหม่อมเกรงว่า…”

            เย่เช่อยิ้มเล็กน้อย“ก็บอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง ข้ายังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรือ? การจะเอาชีวิตข้าไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น”หลังจากพูดจบเขาก็เดินจากไปทันที 

            ตามธรรมเนียมแล้วเขาต้องเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้ 

            แต่เย่เช่อไม่สนใจธรรมเนียมนี้เขาตรงดิ่งไปที่จวนแม่ทัพเจิ้นหนานทันที

            ฮั่วฉีอวี่กำลังรอเขาอยู่ในห้องโถงใหญ่

            “เป็นเย่เหยียน”ฮั่วฉีอวี่กล่าว

            เย่เช่อกล่าวอย่างเฉยเมย“ข้ารู้ เขาก็เป็นเช่นนี้มาตลอด แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่ต้องการเห็นข้ามีความสุขอยู่แล้วเอาล่ะหมิงเจี๋ย ข้าจะเดินทางไปหยงโจว”

            ฮั่วฉีอวี่กำลังจะเอ่ยปากถามเย่เช่อว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไปแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

            …

            ณ ศาลาฉีอวิ๋น

            อวิ๋นจื่อมองไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆซึ่งแสร้งทำเป็นชวนนางคุย แต่อันที่จริงต้องการสอบถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของนางกับคุณชายซูเท่านั้น

            หงจินเข้ามารายงานด้วยเสียงแผ่วเบาว่ามีแขกเรียกหานาง

            ดวงตาของหญิงสาวผู้นั้นทอประกายวาบก่อนจะเอ่ยปากถามว่า“คุณชายซูมาที่นี่หรือ?”

            หงจินไม่ตอบ

            อวิ๋นจื่อกล่าวเบาๆ“แม่นางชิงเกอ ข้าขอเวลาส่วนตัวสักครู่”

            ชิงเกอหัวเราะเบาๆ“ข้ายังนั่งอยู่นี่แต่เจ้าก็คิดจะไล่ข้าแล้วหรือ?”

            อวิ๋นจื่อกล่าวด้วยท่าทีเฉยชา“เจ้าควรไปได้แล้ว”

            ชิงเกอเหยียดยิ้ม “ข้าไม่ไปใครจะทำอะไรข้าได้”

            อวิ๋นจื่อกล่าวอย่างเย็นชา“หงจิน ส่งแขก”

            ชิงเกอไม่ยอมแพ้ “ถ้าข้าไม่ไปเสียอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้ข้าอยู่ที่หอจุ้ยฮวนมาหลายปี ยังไม่เคยมีใครกล้าไล่ข้าสักคน”

            อวิ๋นจื่อมีสีหน้าเรียบเฉย“เจ้าต้องคิดให้รอบคอบ แม้แต่ม่านอู่ยังไม่กล้ายั่วยุข้า แล้วเจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร?”

            ชิงเกอเป็นคณิกาอันดับต้นๆของหอจุ้ยฮวน นางและม่านอู่ชิงดีชิงเด่นกันบ่อยครั้งและม่านอู่ก็มักนำหน้านางอยู่ก้าวหนึ่งเสมอม่านอู่เป็นคนก้าวร้าวและไม่ยอมแพ้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงแทบไม่มีใครกล้ายั่วยุม่านอู่

            ชิงเกอลังเลเล็กน้อย“เจ้า...เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร?”

            อวิ๋นจื่อไม่ตอบแต่กล่าวเพียงว่า“หงจิน เหตุใดเจ้ายังไม่พาแขกออกไป?”

            หงจินได้ยินเช่นนั้นก็ลากตัวชิงเกอออกจากห้องทันที 

            ชิงเกอไม่พอใจมากนางเป็นหนึ่งในคณิกาที่โดดเด่นที่สุดในหอจุ้ยฮวน นางพ่ายแพ้เพียงม่านอู่ที่มักขวางหูขวางตานางอยู่เสมอส่วนเรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้นย่อมเป็นไปตามที่นางต้องการ เมื่อเห็นผู้มาใหม่อย่างปี้เหยียนที่ไม่มีผู้หนุนหลังแต่กล้าปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ก็ทำให้นางไม่พอใจเป็นอย่างมาก

            อวิ๋นจื่อออกไปต้อนรับเย่เช่อและพาเขาเข้ามาในห้องส่วนตัว 

            เย่เช่อไม่ได้กล่าวอะไรเพียงกอดอวิ๋นจื่อด้วยความคิดถึงเท่านั้น

            อวิ๋นจื่อปลอบใจตนเองว่าถึงอย่างไรนางก็ยังเป็นอวิ๋นจื่อไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปจากตัวตนเดิมของนางเลย

            อวิ๋นจื่อรู้สึกถึงลมหายใจของชายหนุ่มอ้อมกอดนี้อบอุ่นและอ่อนโยนมาก มันทำให้หัวใจของนางดำดิ่งอยู่ในความสุข บางครั้งนางก็อดคิดไม่ได้ว่าหากนางปล่อยวางและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปเช่นนี้ชีวิตของนางคงมีความสุขไม่น้อย

            หรือถ้านางสามารถย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นองค์หญิงเหวินฮวาชีวิตของนางจะวิเศษเพียงใด?

            ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงอย่างน้อยนางก็ย่อมได้ในสิ่งที่ต้องการไม่เหมือนตอนนี้ที่ดูราวกับว่านางกำลังเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ นางต้องคาดเดาสิ่งต่างๆและพยายามเดินไปทีละก้าว

            ในไม่ช้านางก็โยนความเศร้าหมองทิ้งไป 

            เสด็จอาเคยกล่าวไว้ว่าการพยายามเดินไปทีละก้าวหมายความว่านางจะได้รับสิ่งดีๆ ทีละน้อย

            ด้วยวิธีนี้สิ่งที่นางได้รับย่อมล้ำค่ายิ่งขึ้น

            อย่างน้อยตัวนางเองก็จะได้สัมผัสกับสิ่งล้ำค่านั้น

            นี่ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง

            ในที่สุดเย่เช่อก็ปล่อยตัวหญิงสาวออกจากอ้อมอกอย่างนุ่มนวลและกระซิบเบาๆ“ปี้เหยียน ข้าเกือบจะไม่ได้พบเจ้าแล้ว”

            “เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?” อวิ๋นจื่อถามด้วยความเป็นห่วง

            เย่เช่อกระซิบ“ข้าได้พบกับมือสังหาร”

            ‘มือสังหารคนนั้นถูกส่งมาโดยน้องชายของเขา’

            แต่เย่เช่อไม่ได้เอ่ยประโยคนี้ออกมาหญิงงามเช่นนี้ไม่ควรต้องรับรู้เรื่องสกปรกในครอบครัวของเขา 

            “มือสังหารคนนั้นเก่งกาจไม่น้อยโชคดีที่ข้ารอดมาได้”

            อวิ๋นจื่อยิ้มและกล่าวว่า“ดีแล้วที่เจ้าไม่บาดเจ็บ”

            อวิ๋นจื่อเติบโตในวังหลวงตั้งแต่ยังเด็กแม้ว่านางจะไม่เคยเจอมือสังหาร แต่นางก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างไม่มากก็น้อยคนที่ส่งคนมาลอบสังหารเย่เช่อย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากน้องชายร่วมบิดาของเขา

            บุตรอนุผู้นั้นต้องการเอาชนะเย่เช่อให้ได้นี่หมายความว่าเย่เช่อต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้เสมอใช่หรือไม่?

            อวิ๋นจื่อจมอยู่กับความหวาดกลัวไปชั่วขณะ 

            นางรู้มาว่าบุตรอนุผู้นั้นมีนามว่าเย่เหยียนเขาเป็นคุณชายเจ้าสำราญที่ทุกคนในเมืองอวิ๋นเมิ่งรู้จักดี

            ก่อนที่นางจะทันได้สติ ริมฝีปากอันเร่าร้อนของเย่เช่อก็สัมผัสกับริมฝีปากของนางแล้ว

            หลังจากเผชิญกับเหตุการณ์น่าตกใจที่เกิดขึ้นในวันนี้เย่เช่อรู้สึกว่าเขาจำเป็นต้องได้รับการปลอบโยนอย่างเร่งด่วน

            จูบของเขาลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ 

            เขาไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่เขารู้แค่ว่าในเวลานี้เขาเป็นเพียงคนโลภมากเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577