เวลาที่ไหลผ่านไป เสียงคำรามของสัตว์อสูร เริ่มจะทำให้พวกเขา คุ้นชินไปบ้างระดับหนึ่ง แถมการประเมินใน่สองเดือนสุดท้าย ยิ่งดุเดือดเป็อย่างมาก จนพวกเขาไม่มีเวลาไปสนใจอย่างอื่น ทั้ง10กระโจมต่างเริ่มการแข่งขันกันเอง ถี่ขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่ผู้คุมการทดสอบ พวกเขายังต้องมาจับตาดู ใน่สองเดือนนี้เป็พิเศษ มองว่าศักยภาพของพวกเด็กใหม่ เหล่านี้เองก็ไม่เลวเช่นกัน
ด้านของหลางเทียน เขาเองยังต้องท้าสู้กับกระโจมหมายเลข5 ชายนามรั่วกั่ง ที่ว่ากันว่ากายาแข็งแกร่งที่สุด จากร่างกายบึกบึนชายหนุ่ม ส่งหมัดกำปั้น ยืนปักหลักแลกหมัดต่อสู้ กับหลางเทียนอย่างสูสี แม้แต่หลางเทียนเอง เขายังไม่คาดคิดว่า กายาเขาจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ สามารถต่อกรกับรั่วกั่ง ประสานปราณพลัง เข้าถักทอ กล้ามเนื้อจนกายาแข็งแกร่ง ได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ
ทว่าหลางเทียน เขาเป็คนไม่ชอบความเ็ป เมื่อได้ยินเสียงกระดูกนิ้วมือ เขาดังลั่นออกมาไม่หยุด เมื่อเข้าจังหวะที่ส่งกระบวนท่า หมัดแหวกอากาศ เฉียดหน้าอก รั่วกั่ง ออกไปในเสี้ยวพริบตา พร้อมฝีเท้า รั่วกั่ง จะก้าวถอยหลังออกไปอย่างต่อเนื่อง มีท่าทีกำลังเพลี่ยงพล้ำปรากฏออกมาให้เห็น
หลางเทียนจึงคิดจบการต่อสู้ ใช้กระบวนท่าเผด็จศึก ลูกเตะไข่สลับด้าน ทว่า จู่ๆ ฝีเท้า น้อยๆ หลางเทียน ก็ต้องหยุดลงในเสี้ยวขณะ
เมื่ออีกฝ่ายยิ้มกล่าว “ยอมแพ้” พร้อมบอกกล่าวหลางเทียนออกมาอีกคำพูด “ข้าไม่อยากหน้าเขียว นอนดิ้นทุรนทุราย ต้องอับอายผู้คน เ้าเข้าใจความหมายของข้าหรือไม่? น้องชาย”
หลางเทียนผ่อนฝีเท้าลงช้าๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มทอประกายให้อีกฝ่าย ด้วยใบหน้าอายเล็กๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายรู้ทันตัวเขาขึ้นมา ทว่าคนที่ไม่ชอบใจเป็อย่างยิ่ง จากการพูดคุยคราวนี้ เกรงว่าจะหนีไม่พ้นกงม่อซือ บัดนี้เขาครองตำแหน่ง กระโจมลำดับที่9 โดนหลางเทียนเตะโด่ง ให้ต้องอับอายไปถึงสามครั้งสามครา
หลางเทียนที่เตรียมจะกลับ กระโจมที่พักลำดับที่5 ของรั่วกั่ง ครั้นเห็น เด็กหนุ่มอายุมากกว่าเขา คนที่หลางเทียนเคยพูดคุยก่อนหน้านี้ มาดูชมอยู่ข้างกระโจมที่พัก ลำดับที่10 เขากล่าวทักทายเสี่ยวเฉา ออกมาทันที ด้วยสีหน้าแปลกใจ “หืม! เ้ามาอยู่ลำดับ10 เช่นนั้นหรือ?” แถมเหมือนว่าแววตาของเขา จะเปลี่ยนไปนิดหน่อยเสียด้วย
เสี่ยวเฉา กลั้วหัวเราะยิ้มน้อยๆ ให้หลางเทียน พร้อมบอกนามตนเองออกมา “ข้าเสี่ยวเฉา จะยอมแพ้เด็กใหม่อย่างเ้าได้อย่างไร น้องหลางเทียน เหมือนเ้าจะไปอยู่ขอบเขต เปิดชีพจร ระดับ4ดาวแล้วซินะ”
หลางเทียน พยักหน้าให้เสี่ยวเฉา ก่อนเขาจะกล่าวพูดประโยคหนึ่งออกมา ครั้นรับรู้ว่า่นี้ การต่อสู้ดุเดือดเป็อย่างมาก เนื่องด้วยผู้คุมมาดูการต่อสู้ ไม่เว้นแต่ละวัน พวกเขาต่างก็อยากโชว์ศักยภาพ ให้ผู้คุมได้เห็น ทุกๆ วันคงต้องเจอกับการต่อสู้ ไม่เว้นแต่ละวัน
“พี่เสี่ยวเฉา หวังว่าข้าจะได้เห็นท่าน ติด อยู่ภายใน10อันดับ จนจบการประเมินนะ”
เสี่ยวเฉาพยักหน้า เข้าใจความหมายของหลางเทียน มองแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม กำลังเดินจากไปช้าๆ เขาบอกกล่าวไล่หลัง หลางเทียนออกไปทันใด “ข้าอยู่ระดับ5ดาว ขอบเขตสุดท้ายของการเปิดชีพจรแล้ว เ้าเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ เ้าเด็กบ้า”
หลางเทียนโบกมือ ราวกับไม่เป็เื่ทุกข์ร้อน ก่อนเขาจะกลับเข้าไปภายในกระโจมที่พัก ปิดขั้นพลัง ดูดซับของเหลวบริสุทธิ์ที่ได้ จากการแจกจ่ายทรัพยากรอีกครั้ง
ด้านจุดสังเกตการณ์ค่ายฝึก เฉียนหาญ ชายร่างใหญ่ราวกับหมี กล่าวชมหลางเทียนออกมาทันที แม้วิธีการต่อสู้ของเขาจะติดเล่น เสียเป็ส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ต้องยอมรับหลางเทียน พอจะมีศักยภาพ ที่จะก้าวข้ามพวกเขาไปได้ พวกเขาเชื่อมั่นว่าอย่างนั้น “ข้าว่าเ้าเด็กนั้นไม่เลวเลยนะ เราเอาเื่นี้ไปรายงาน เ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ดีหรือไม่?”
ฮุ่ยโจส่ายหัว “เ้าก็น่าจะรู้ เ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ไม่มีเวลามายุ่งวุ่นวายกับเื่พวกนี้หรอก” ทว่าภายในใจของ ชายหนุ่มเขาเองก็มองว่า หลางเทียนน่าจะเดินไปได้ไกลกว่าพวกเขา
หลายวันผ่านไป… หลังจากไม่ได้ยินเสียงสัตว์อสูรร้องคำรามมานาน วันนี้มันก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ผู้คนภายในคฤหาสน์เซียงหยาง แตกตื่นกันไม่น้อย ทว่าพวกเขาไม่ได้สนใจเสียงภายนอก ที่เกิดความวุ่นวายเท่าใดนัก แม้แต่ตัวของหลางเทียงก็เช่นกัน
หลางเทียนเขาเริ่มฝึกวิชากระบวนท่าที่4 คลื่นสะบั้นปั่นป่วน ส่งให้กระโจมที่พักของเขา เกิดการสั่นไหวน้อยๆ ไม่หยุด ใน่หลายวันมานี้ ก่อนเสียงท้าสู้ ใสกังวานราวกับกระดิ่งเงินจะดังขึ้นมา ด้านหน้ากระโจมที่พักของหลางเทียนอีกครั้ง
หมู่ชนต่างก็หันปรายตามองชมเื่สนุกทันที เพียงแค่มองชมการต่อสู้ พวกเขาก็อาจ สามารถตระหนักรู้ การต่อสู้บางอย่างขึ้นมาได้ ใครเล่าจะทิ้งโชควาสนา เช่นนี้ไป
เมื่อเห็นร่างสตรีลำดับที่หนึ่ง อย่างแม่นางเจียงจือ ท้าหลางเทียนประลอง แม้นางจะยืนสงบนิ่ง เปลือกตาปิดสนิท คิ้วหนายาวราวกับเทือกเขา พร้อมปากสีแดงเชิด ใบหน้าเ็าเรียบนิ่ง
ทว่ารู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง จากสายเืเหมันต์ของนาง ปลดปล่อยออกมา ไม่ธรรมดาเป็อย่างยิ่ง ส่งให้ผู้คนต้องกลืนน้ำลายลงคอ ดังออกมาอึกใหญ่ เมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันที่นางปลดปล่อยออกมา
หลางเทียน ที่เดินแคะขี้มูก ออกมาจากกระโจมที่พัก เขาไม่กล้าเสียมารยาทเมื่อเห็นสายตานาง เปิดเปลือกตาขึ้นมา พร้อมใบหน้าเ็านาง เริ่มแข็งกร้าวเดือดดาล พร้อมปราณพลังแรงกดดัน สายเืที่แผ่ซ่านออกมา กดดันร่างหลางเทียน ให้เกิดการหายใจไม่ทั่วท้อง
ส่งให้รอบๆ เกิดความเย็นเยือก ขึ้นมากะทันหัน เมื่อนางกล่าวพูดออกมา ส่งตรงเข้าหาเด็กหนุ่ม “หลางเทียนเกรงว่าภายในซอกหลืบ คฤหาสน์แห่งนี้ เ้าจะกายาแข็งแกร่งที่สุด ให้ข้าลองวิชากับเ้าหน่อยแล้วกัน”
พร้อมหมู่ชน ที่เห็นกระบี่ที่นางชักออกมาจากฝัก ปักที่ดินทรายกับพื้น แฝงไว้ด้วยปราณพลัง อายเย็น จนเกิดเกล็ดน้ำแข็งทั่วใบกระบี่ พวกเขาต่างก็รับรู้ได้ทันทีว่า เจียงจือ นางไปสู่ขั้นพลังใหม่ ควบคุมปราณพลัง ลึกซึ้งไปอีกระดับแล้ว
เจียงหยาง ยิ้มเชิดขึ้นที่มุมปาก มั่นใจในตัวพี่สาวของเขา “พี่เจียงจือ ข้ามขั้นไปอยู่ ขั้นหลอมรวมลมปราณแล้ว ไอ้เด็กบ้าชอบเล่นนั้น จะทนการโจมตีพี่หญิงข้า ได้กี่กระบวนท่ากันเชียว”
ด้านหลางเทียนเขาเผยสีหน้าความร้อนรน พร้อมกล่าวสบถด่าออกมาทันที “ไหนข้ากลายเป็ ที่รองกระบี่ของเ้าไปเสียนี่… มารดาแม่เองเถอะ!”
แม้แต่ด้านจุดสังเกตการณ์ เฉียนหาญ ชายหนุ่มร่างใหญ่ราวกับหมี คิดจะเข้าไปห้ามปรามการต่อสู้ เมื่อเห็นว่าเด็กสาวไปสู่ขั้นพลังใหม่ รวดเร็วกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้ ทว่าฮุ่ยโจเขาสั่งให้ดูสถานการณ์ไปก่อน อยากจะรู้หลางเทียน จะรอดพ้น จากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร