ย้อนเวลากลับไปใน่ที่เจนยังเป็เด็กน้อย5 เดือน เป็เช้าวันทำงานวันหนึ่งที่สดใสในสนามหญ้าหน้าบ้าน “แม่....แม่ได้เวลาต้องออกจากบ้านไปทำงานแล้ว ใกล้จะเสร็จยังแม่?”
เสียงวรวิทย์ะโเรียกจากนอกตัวบ้านในขณะที่วิไลพรอยู่กับมุกในวัยสาวใหญ่นั่งคุยกันด้านหน้าตู้เย็นเธอกำลังปั๊มน้ำนมตัวเองใส่ถุงพลาสติก โดยมีมุกยืนดูข้างๆ มีถุงนมปิดผนึกอย่างดี 5ถุง
มุกยืนดูวิไลพรตั้งใจปั้มน้ำนมใส่ถุงที่6 ด้วยความปลาบปลื้ม เป็ภาพที่ประทับใจสร้องรอยยิ้มอย่างมากความตั้งใจของวิไลพรที่ทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูลูกสาวคนนี้ให้ดีที่สุด
“วันนี้หนูปั๊มนมได้ 6ถุงเอง…คงเป็เพราะว่าหนูเครียดกับงานที่บริษัทน้ำนมไม่ค่อยจะมีเท่าไร”
“ถ้านายหญิงช่วยนายท่านเสร็จแล้วน้ำนมคงกลับมาเป็ปกติค่ะ นายหญิงยังสาวอยู่ มุกคิดว่าไม่น่ามีปัญหาเป็ภาวะชั่วคราวค่ะ”
วิไลพรหยิบถุงน้ำนมทั้ง6 ถุงส่งต่อให้กับมุก “วันนี้่สัก 10โมง...หนูขอฝากพี่มุกกับพี่หมูดูแลลูกหนูด้วยนะ พอดีว่าหนูต้องไปกับวรวิทย์”
“นายหญิงคะ...นายหญิงเพิ่งคลอดคุณหนูเจนอย่าเพิ่งทำงานหนักนะคะ มุกกลัวว่าจะเลี้ยงคุณหนู ไม่ดีอย่างที่นายหญิงหวังไว้”
“พอดี่นี้มีปัญหาที่บริษัทนิดหน่อยหนูต้องไปช่วยเคลียร์งานก่อน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด วันนี้ปัญหาคงจบแล้วล่ะแล้วหนูจะกลับมาช่วยแม่มุกเลี้ยงเจน ดีไหมจ๊ะ?” วิไลพรพูดแซวมุกไปพลางก็ยิ้มไปด้วย
“นายหญิงล้อมุกอีกแล้วนะคะ”
“ก็จริงนี่น่า...ถ้าจะพูดกันจริงๆแล้วอ่ะ มุกเลี้ยงเจนมากกว่าหนูอีกนะ” แม่เจนพูดไปก็แต่งตัวไปด้วย
มุกไม่ได้พูดตอบอะไร ได้แต่ยิ้มรับ
“โอเคหนูต้องไปละเดี๋ยวจะสาย ยังงัยฝากดูแลเจนแทนหนูด้วยนะ”
“ค่ะนายหญิง”
ในจังหวะนี้เองวรวิทย์เดินเข้ามาในตัวบ้านเรียกหาวิไลพรพากันออกจากบ้านเดินตรงไปที่รถโดยมีลุงหมูในวัยหนุ่มใหญ่ทำหน้าที่เป็คนขับรถส่วนมุกนำถุงน้ำนม 6 ถุงไปแช่ตู้เย็นไว้อย่างดีความไร้เดียงสาของเด็กน้อยเจนนอนดิ้นไป-มา ตาแป๋วแหว๋วมองมุกอยู่ไม่ห่างนัก
หลังจากวีตั้งข้อสงสัยว่ากำแพงหลังตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนเจนจิราอาจจะมีห้องลึกลับอยู่ระหว่างห้องนอนกับห้องกินข้าว
“คุณวีคุณมั่นใจนะว่าคุณคำนวณพื้นที่ไม่ผิด”ไพโรจน์ถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงซีเรียสมาก
“ผมมั่นใจครับคุณอาไพโรจน์ไม่มีช่องลำเลียงอยู่ระหว่างห้องนอนกับห้องอาหารแน่นอนครับ ส่วนรางระบบไฟฟ้าอยู่ใต้ทางเดินหน้าห้องระบบไฮดรอลิกอยู่ชั้นแรกครับ ช่องลำเลียงตู้อยู่บนคานส่วนกลไกควบคุมอยู่บนเพดานทั้งหมดครับ”
“แล้วทำไมคุณวีสงสัยว่ากำแพงฝั่งหลังตู้เสื้อผ้าคือทางเข้าห้องลึกลับนี้?”
“ผมคิดแบบนี้ครับคุณอาคุณเจนพยายามนั่งในห้องนอนและห้องทำอาหารเพื่อมองสระน้ำทั้งหมดให้ได้คุณเจนต้องนั่งชิดกำแพง ชิดหน้าต่างมากๆ จึงจะมองเห็นสระว่ายน้ำทั้งหมดแต่ลุงหมูยืนยันกับผมว่า คุณวรวิทย์กับคุณวิไลพรไม่เคยนั่งทานข้าวชิดกำแพงขนาดนี้แสดงว่ากำแพงฝั่งขวาของห้องนอนคุณเจนไม่ได้ติดกับกำแพงฝั่งซ้ายของห้องอาหารแน่นอนครับตรงนี้เป็พื้นที่ส่วนโค้งของตัวบ้านที่ถูกต่อเติมขึ้นมาใหม่ ทำให้เรามองไม่ออกว่าแบบแปลนผิดสัดส่วนทั้งหมดครับ”
ไพโรจน์จ้องมองแบบแปลนที่เต็มไปด้วยการตีเส้นวัดขนาดจนกระทั่งเห็นพื้นที่ที่หายไป“พื้นที่ชั้นลอยหายไปประมาณ 25-30ตารางเมตรจริงๆ...หมูจัดการได้เลย!!”
“ครับนายใหญ่”
ลุงหมูใช้ค้อนขนาดใหญ่พอสมควรทุบไปที่บริเวณกำแพงต้องสงสัยหลายครั้งกำแพงมีขนาดบางกว่าปกติ จนกระทั่งปูนบางส่วนเริ่มแตกตัวออกมา เป็ไปตามที่วีคาดไว้มีวงกบประตูไม้เก่าฝังอยู่ในกำแพงปูนจริงๆทำให้ทุกคนใกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าอย่างมาก
“หมู!...ฉันว่าทุบแผ่นปูนด้านในวงกบประตูดีกว่า กำแพงข้างๆน่าจะเป็กำแพงปกติ แต่แผ่นปูนในวงกบประตูน่าจะบางที่สุด”
“ได้ครับนายใหญ่”
ลุงหมูใช้ค้อนทุบไปที่บริเวณแผ่นปูนด้านในวงกบเพียงอย่างเดียวไม่นานนักแผ่นปูนก็ทะลุจนเห็นห้องมืดด้านใน กลิ่นอับห้องโชยออกมาจนทุกคนรับรู้กลิ่นโชยออกมาได้เป็อย่างดี
“มีห้องลับซ่อนอยู่ในชั้นลอยตามที่คุณวีพูดจริงๆด้วย!!!” ลุงหมูเอ่ยปากออกมาเป็คนแรก
“ห้องนี้ถูกปิดตายไว้ตั้งกี่ปีเนีย!!!” เจนพูดไปพลางก็เอามืออุดจมูกตามคนอื่นๆ
ลุงหมูค่อยๆทุบกำแพงปูนบริเวณด้านในวงกบจนมีช่องขนาดใหญ่มากพอที่จะให้แต่ละคนรอดเข้าไปในห้องลึกลับได้แล้วในจังหวะที่ไพโรจน์กำลังก้าวขาพร้อมๆ กับก้มตัวมุดรอดช่องที่ถูกทุบ จู่ๆ ก็เกิดแสงจ้าในมุมมืดด้านหนึ่งของห้องแสงที่เกิดขึ้น ค่อยๆ เริ่มจากจุดเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมีขนาดใหญ่ แสงที่รวมตัวกันค่อยๆ ยุบตัวลงกลายร่างเป็ผีสาว จองมองเข้ามาที่กลุ่มของเจนทันที ที่บริเวณดวงตาทั้ง 2 ข้างมีจุดสีแดงส่องแสงจ้าออกมา
ทุกคนหันไปเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นแทบจะพร้อมกัน ส้มกรีดร้องเสียงหลงด้วยความใและหวาดกลัวอย่างมากจนต้องโผเข้ากอดพลอยเจนขยับตัวยืนหลบอยู่ด้านหลังไพโรจน์ ทำได้แต่เพียงก้มหน้าไม่กล้ามองส่วนป้ามุกกับลุงหมูต่างยืนตกตะลึงในสิ่งที่ตัวเองเห็น ทั้ง 2 คนทำได้แต่เพียงกอดกันด้วยความหวาดกลัวในขณะที่วีเดินเข้าไปยืนเคียงข้างไพโรจน์
ไพโรจน์กับวียืนจังก้าจ้องมองแสงที่เกิดขึ้นแบบตาไม่กระพริบส่วนวีหันไปมองเห็นแววาตาของไพโรจน์ที่กำลังจ้องมองไปที่ผีสาวที่ปรากฎตัวขึ้นมาให้ทุกคนเห็นเป็ครั้งแรกทำให้วีรีบเดินเข้าไปยืนบังเจนอีกข้างหนึ่ง
“ไอ้ผีร้าย!!! แกหลบซ่อนอยู่ในนี้ใช่ไหม?” ไพโรจน์ะโตั้งลั่น
การปรากฎตัวของผีสาวครั้งนี้มาด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างถึงที่สุดทุกคนมองเห็นร่างผีสาวอย่างชัดเจน อยู่ๆก็มีลมพัดขึ้นมาภายในห้องจนทำให้เฟอร์นิเจอร์, ข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆตกหล่นไปทั่ว ลมเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ทุกคนเกิดอาการเซ เสียหลักจนยืนแทบไม่ได้
“คุณตาช่วยเจนด้วย!!!!...มันมาอีกแล้ว ไอ้ตัวนี้แหละที่มันหลอกเจน หนูจำมันได้เป็อย่างดี!!!...มันจะฆ่าเจน!!!! พวกมันมี 2 ตัว!!!”
“กรี้ดดดดด!!!!” ส้มร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “ไอ้ตัวนี้เหรอที่หลอกพี่เจนมาหลายปี!!!!!!”
“แกเป็ใคร!!!...แกใช่ไหม? ที่ติดตามหลานฉันอยู่...แก้าอะไรจากหลานฉัน!!!!!” คำพูดที่ออกมาจากปากไพโรจน์เต็มไปด้วยความดุดันแข็งแกร่งปะปนกับอารมณ์โกรธ ไม่มีท่าทีหวาดกลัวผีสาวตัวนี้แต่อย่างใด
คำพูดของไพโรจน์ทำให้ผีสาวยิ่งเกรี้ยวกราดมากขึ้นไปอีกลมภายในห้องหมุนรวมตัวโหมพัดจู่โจมเข้ามากระแทกที่ลำตัวไพโรจน์โดยตรงอย่างแรงจนทำให้ทุกคนเกิดอาการเสียหลักล้มไปคนละทาง
ความเกรี้ยวกราดของผีสาวตัวนี้รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ลอยตัวพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับลมยังพัดกระแทกจนทำให้ข้าวของในห้องนอนเจนล้มระเนระนาดไปด้วยกระจกที่หน้าต่างแตกกระจาย ไพโรจน์เห็นท่าไม่ดีรีบกางแขนทั้ง 2ข้างออกมาเพื่อปกป้องทุกคน
“แก้าอะไรจากหลานฉัน!!!!” คำพูดยังคงดุดันเช่นเดิม “แกเป็ใคร!!! แก้าอะไรจากหลานฉัน!!!”
คำพูดของไพโรจน์ยิ่งทำให้ผีสาวลอยตัวมุ่งตรงเข้ามาจนกระทั่งเกือบจะถึงตัวไพโรจน์แต่ละคนต่างหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนสติแตกกันหมดแล้วความรุนแรงของลมทำให้ไพโรจน์ล้มลงไปกระแทกกำแพงด้านหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็ล้มระเนระนาดตั้งตัวกันไม่ทัน
ทันใดนั้นเองผีสาวตัวนี้ค่อยๆกลายเป็แสงจนยุบตัวลงหายไปในพื้น เหตุการณ์ร้ายยุติลงอย่างรวดเร็ว แต่ละคนต่างช่วยกันประคองตัวขึ้นมา
“ไม่มีใครเป็อะไรใช่ไหม?...พวกเราช่วยกันดูแลคนข้างๆ ตัวเองด้วย!!!” ไพโรจน์ะโด้วยน้ำเสียงที่ดังมาก “มีใครได้รับาเ็อะไรไหม?”
ป้ามุกรีบลุกเข้ามาประคองลุงหมู, เจน,พลอยและส้มที่ล้มอยู่ใกล้ตัว ส่วนวีรีบวิ่งเข้าไปพยุงไพโรจน์ขึ้นมา “พวกเราไม่มีใครเป็อะไรเลยค่ะหัวเข่ากระแทกพื้นนิดหน่อยค่ะ”
“ไอ้ผีร้ายตัวนี้มันมีจริงๆด้วย หนูก็เพิ่งเจอครั้งแรกเต็มๆ เลย...”พลอยยังคงอยู่ในอาการหวาดผวา “คราวนี้มันมาแค่ตัวเดียวยังเหลือตัวผู้ชายอีกตัว!!!”
“นี่ขนาดหนูเจอครั้งแรกยังขนาดนี้แล้วพี่เจนเจอมาตั้งกี่ครั้ง!!!”น้ำเสียงของส้มยังคงตกอยู่ในอาการหวาดผวาเช่นกัน
ทุกคนเดินกลับเข้ามาในห้องนอนเจนด้วยความหวาดกลัวสีหน้ายังตื่นตระหนก ต่างคนต่างกอดปลอบใจกันเป็การใหญ่ พลอยกำลังประคองเจนและส้ม
ไพโรจน์กับวีเดินย้อนกลับเข้าไปมองห้องลึกลับนี้อีกครั้งเห็นสภาพห้องเต็มไปด้วยใยแมงมุมและฝุ่นที่สะสมมาหลายปีมีแสงเล็ดลอดส่องมาจากห้องนอนเจนทะลุผ่านเข้ามาเล็กน้อย ทำให้ทุกคนพอเห็นข้าวของต่างๆที่อยู่ในห้องนี้บ้าง จนกระทั่งเห็นโต๊ะตัวหนึ่งตั้งอยู่ข้างๆ กำแพง
“ไอ้เจน!! ดูสิ!!!!!”
เมื่อป้ามุกกับลุงหมูเห็นโต๊ะตัวนี้ต้องเอามือปิดปากตัวเองร้องไห้ออกมาจนทำให้ทุกคนแปลกใจกัน “โต๊ะตัวนั้น....โต๊ะ....โต๊ะตัวนั้นใช่ไหมพ่อ?”
ลุงหมูไม่ได้ตอบอะไรได้แต่พยักหน้าตอบรับ “โต๊ะทานข้าวของนายท่านกับนายหญิงอยู่ที่นี่เองตัวนี้แหละครับ ผมจำได้เป็อย่างดี ไม่ผิดแน่นอน”
“โต๊ะตัวนี้คืออะไรเหรอหมู?”
“นี่คือโต๊ะทานอาหารของนายท่านกับนายหญิงครับ...นายใหญ่” น้ำเสียงของลุงหมูสั่นเครือแต่ก็พอจับใจความได้“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมนึกว่านายท่านทิ้งโต๊ะตัวนี้ไปแล้ว”
“นายใหญ่คะ...โต๊ะตัวนี้ยังตั้งอยู่ที่เดิมเลยค่ะมุกจำได้...นี่คือโต๊ะทานข้าวของนายท่านกับนายหญิงแน่นอนค่ะ อยู่ตำแหน่งนี้เลยค่ะ”
คำตอบขอบมุกทำให้ไพโรจน์ต้องรีบเดินเข้าไปจ้องมองกำแพงที่บริเวณข้างๆโต๊ะ “หน้าต่างห้องอาหารเดิมถูกโบกปูนทับไปแล้วแต่โต๊ะยังอยู่ตำแหน่งเดิม...ช่วยกันหาหน่อยว่า สวิทซ์ไฟห้องนี้อยู่ที่ไหน?”
“เจอแล้วครับนายใหญ่!!!”
ตอนนี้ทุกคนยืนล้อมรอบโต๊ะกินข้าวตัวเก่ามีเอกสารและอัลบั้มรูปวางอยู่ไม่ห่างกันมากนัก เจนยื่นมือไปหยิบอัลบั้มรูปที่เต็มไปด้วยฝุ่นเกาะอย่างหนาแน่นรูปในอัลบั้มเต็มไปด้วยรูปตัวเองในวัยเยาว์ ถ่ายในสถานที่แตกต่างกันมากมายเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่พ่อกับแม่มอบให้กับเจนมีรูปถ่ายั้แ่ในห้องคลอด, สถานที่ต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณบ้าน
“คุณหนูรู้ไหมคะว่านายท่านรักคุณหนูมากนะคะ...นายท่านมีคุณหนูคนเดียว....”
“นายท่านรักคุณหนูไม่น้อยไปกว่านายหญิงเลยครับ....”
ใน่จังหวะนี้เองวีหันไปเห็นกล้องถ่ายรูปตัวหนึ่งวางอยู่บนชั้น“มีกล้องวางอยู่ตรงนั้นด้วยครับ”
“เก็บอยู่ที่นี่เองเหรอเนีย...หาตั้งนานฉันนึกว่าวรวิทย์ทิ้งกล้องตัวนี้ไปแล้ว...”ไพโรจน์พูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
คำพูดของไพโรจน์มีเพียงป้ามุกกับลุงหมูเท่านั้นที่ยิ้มออกมาทำให้คนอื่นๆ ค่อนข้างแปลกใจ
“คุณตา...กล้องตัวนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะ?” เจนตั้งคำถามด้วยความสงสัยเป็อย่างมาก
ย้อนกลับไปใน่เวลาที่เจนจิรายังคงเป็เด็กน้อยลุงหมูทำหน้าที่เป็คนขับรถให้กับวรวิทย์ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา หมูหักหลบรถมอเตอร์ไซด์ที่ออกมาจากซอยจนทำให้รถเสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างแรงส่วนมอเตอร์ไซด์คู่กรณีเสียหลักล้มลงข้างทางในบริเวณนั้น
แรงเหวียงทำให้รถยนต์พลิกคว่ำตกลงร่องข้างทางเสาไฟหักทับตัวรถจนยุบลง มีไฟลุกในบริเวณใต้ท้องรถ หมูยังคงติดอยู่ที่นั่งคนขับ ในขณะที่วรวิทย์กระเด็นออกมาจากตัวรถไม่ได้สติ
หมูยังพอจะมีสติอยู่บ้าง หันมองไปด้านหลังเห็นวิไลพรนอนสลบบริเวณเบาะหลัง“นายหญิงๆๆ...นายหญิงครับนายหญิงได้ยินผมไหมครับ!!! นายหญิง!!!!!!”
หมูเหลือบไปเห็นสาวน้อยเจนจิราตกอยู่บริเวณด้านหลังข้างๆประตูรถ สลบไม่ได้สติเช่นกัน บริเวณศีรษะมีเืไหลเป็ทางยาวลงมา...หมูพยายามเอื้อมมือไปดึงเจนจิราออกมาแต่ทำไม่สำเร็จเพราะว่าขาติดเบาะคนขับอัดกับคอนโซลรถ ไม่นานนักเจนได้สติรู้สึกตัวขึ้นมาร้องไห้เสียงดังลั่นด้วยความใกลัวสุดขีด
“แม่ๆๆๆๆ...แม่ๆๆๆแม่ช่วยหนูด้วย...ลุงหมูๆๆๆ หนูอยู่นี่ๆๆ ช่วยแม่หนูด้วยๆๆ”
ใน่จังหวะนี้เองวรวิทย์ได้สติกลับคืนมาเห็นรถของตัวเองพลิกคว่ำอยู่ในร่องข้างทาง รีบวิ่งตรงกลับมาที่รถแบบไม่คิดชีวิตพร้อมกับะโสุดแรงเกิด“วิไลพร!...เจนจิรา!!...วิไลพร!!...เจนจิราลูกพ่อพ่ออยู่นี่ๆๆๆๆ เดี๋ยวพ่อไปช่วยๆๆๆๆ”
เสียงะโของวรวิทย์ที่ดังมากจนทำให้วิไลพรได้สติขึ้นมาวรวิทย์าเ็ที่บริเวณขาทำให้การขยับตัวแต่ละครั้งสร้างความเ็ปเป็อย่างมาก เขาพยายามฝืนค่อยๆเคลื่อนร่างกายตัวเองอย่างช้าๆ ตรงเข้ามาที่ตัวรถ
“ลูกแม่ๆๆเจนๆๆ เจนลูกแม่...แม่อยู่นี่!!!ไม่ต้องร้องนะ เจนลูกแม่!!!” เธอร้องหาลูกเจนดังลั่นไม่ต่างอะไรกับคนเสียสติ
“คุณหนูเจนพอจะขยับตัวบ้างได้ไหมครับ? ระวังๆๆนะครับ!!”
เด็กน้อยเจนค่อยขยับตัวเองออกมาจากช่องเล็กๆระหว่างประตูกับเบาะที่นั่งมุดลอดช่องหน้าต่างออกมา วิไลพรใช้มือข้างหนึ่งช่วยดันตัวเจนอีกแรงหนึ่งจนหลุดออกมาจากเบาะ ลอดช่องหน้าต่างประตูรถออกมา วรวิทย์ใช้มือทั้ง2 ข้างของตัวเองช้อนตัวเจนแล้วดึงออกมาอย่างช้าๆๆ จนสำเร็จ
ในขณะที่หมูพยายามบิดตัวค่อยๆ ดันตัวเองออกมาจากบริเวณคอนโซลแต่ก็ติดพวงมาลัยที่หักงอบิดลงมากดทับจนต้องเอื้อมมือไปหยิบเกียร์มือที่หักอยู่ มางัดพวงมาลัยรถจนสามารถดึงตัวเองลอดออกมาทางช่องหน้าต่างคนขับด้านหน้า
“นายหญิง!!!เดี๋ยวผมกับนายท่านจะอ้อมไปงัดประตูหลังออกมาครับ”หมูก้มหน้าคุยลอดช่องหน้าต่างของประตูหน้าที่ยุบลง
ส่วนวรวิทย์ก้มมองวิไลพรลอดหน้าต่างของประตูด้านหลัง เอื้อมมือเข้าไปจับมือวิไลพร “ไม่เป็ไรนะแม่...พ่ออยู่นี่ไม่ต้องห่วงลูกปลอดภัยแล้ว...”
“พ่อช่วยแม่ด้วยนะ!!...ช่วยแม่ด้วย!!!!” สาวน้อยเจนจิราะโดังลั่น ร้องไห้จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์“พ่อต้องช่วยแม่ๆ ให้ได้นะ”
วรวิทย์พยายามดึงมือวิไลพรหาหนทางช่วย แต่วิไลพรกลับกุมมือแน่นกว่าเดิมสายตาของวิไลพรจ้องมองมาอย่างผิดปกติจนทำให้วรวิทย์รู้สึกได้ต้องหันไปมองหน้าเห็นวิไลพรส่ายหน้าไป-มา
“ไม่เอานะแม่!! อย่าเพิ่งหมดหวัง...เกิดอะไรขึ้นเหรอแม่?....เกิดอะไรขึ้นกับแม่?”วรวิทย์พูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นแ่เบาแทบขาดใจ
วิไลพรใช้ข้อศอกตัวเองกับแรงเฮือกใหญ่กดเบาะลงเห็นแท่งเหล็กอันหนึ่งเสียบด้านหลังทะลุออกมาบริเวณท้องน้อยจนเืไหลจำนวนมากแท่งเหล็กงัดอยู่กับแกนเหล็กรองเบาะหน้า ภาพที่ปรากฎขึ้นมาทำให้วรวิทย์ต้องใถึงขีดสุด
“พ่อ!...แม่ฝากดูแลลูกเจนด้วยแม่ไม่มีโอกาสดูแลลูกแล้ว แม่รักลูกนะเจน...แม่รักลูกที่สุดในชีวิตของแม่” เป็คำพูดสุดท้ายที่วิไลพรพูดเอาไว้ด้วยรอยยิ้มที่งดงาม
“พ่ออย่าทิ้งแม่!! อย่าทิ้งแม่ไว้แบบนี้...พ่ออย่าทิ้งแม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ..แม่ๆๆๆๆๆๆๆ...แม่จ๋าๆๆๆไม่นะ!!! ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”สาวน้อยเจนจิราะโลั่นผสมกับเสียงร้องไห้แทบขาดใจ
หมูสังเกตเห็นท่าไม่ดี“นายท่านครับ รถจะะเิแล้วครับ!!!! ขออภัยด้วยครับ!” หมูใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวเจนเอาไว้อย่างแน่นส่วนมืออีกข้างหนี่งกระชากคอเสื้ออย่างแรงดึงวรวิทย์ออกมาจากซากรถแต่แรงไม่พอจนทำให้วรวิทย์ต้องรีบหันไปใช้มือโอบตัวเจนจิราช่วยอีกแรงไว้ในอ้อมแขนตัวเองก่อนแล้วรีบดึงตัวออกมาจากซากรถ คล้อยหลังไม่นานนักเปลวไฟก็โหมกระพือขึ้นมาอย่างรวดเร็วทำให้เกิดะเิอย่างรุนแรงจนทำให้ไฟลุกท่วมตัวรถ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด วรวิทย์ต้องใช้ลำตัวบังเจนจิราเอาไว้เขานอนมอบลงมองดูเหตุการณ์ะเิที่เกิดขึ้นมา โดยที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลยแต่ในเวลาเดียวกันนี้เอง กล้องถ่ายรูปที่หลุดกระเด็นออกมาจากตัวรถ กำลังบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ทั้งหมดเช่นกัน
เหตุการณ์ในอดีตถูกนำกลับมาฉายซ้ำใหม่อีกครั้งหนึ่งผ่านหน้าจออันทันสมัยทำให้ทุกคนได้เห็นเหตุการณ์ที่ทำให้วิไลพรเสียชีวิต
“พ่อพยายามช่วยแม่อย่างถึงที่สุดแล้ว...หนูไม่เคยเข้าใจพ่อสักครั้งหนูรู้สึกผิดมากค่ะที่หนู...หนู”เจนพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา “หนูโทษพ่อมาโดยตลอด...หนูจำฝังใจมาตลอดว่าพ่อทิ้งแม่พ่อเป็คนทำให้แม่ตาย...”
พลอยรีบเดินเข้ามาบีบหัวไหล่ปลอบใจเจน“อย่าโทษตัวเองอีกเลย...”
“หลังจากเ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุเราพบว่ามีแท่งเหล็กขวางไม่ให้นายท่านดึงนายหญิงออกมาจากตัวรถครับ”ลุงหมูพูดเสริม “นายท่านทำดีที่สุดแล้วครับคุณหนู...”
“ฉันอยากให้หลานเจนยอมรับความจริงฉันสูญเสียลูกสาวคนเดียวไปในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็จริงแต่วรวิทย์ก็แสดงให้ฉันเห็นว่า...เขาทำดีที่สุดแล้วไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาหรอก”
“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้หนูอยากกลับไปขอโทษพ่อที่สุด หนูไม่เคยยอมรับความจริงสักครั้ง...”
ป้ามุกหันไปเห็นถุงพลาสติกอยู่ในสภาพเหลืองจนกรอบแตกหักไปบางส่วน6 ใบวางซ้อนกันข้างๆ แฟ้มเอกสาร“อยู่นี่เหมือนกัน”
“ถุงพลาสติก6 ใบนี้คืออะไรเหรอคะ? ความหมายของกล้องถ่ายรูปกับถุงพลาสติกเกี่ยวอะไรกับหนูใช่ไหมคะคุณตา ป้ามุก?”
“ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วล่ะที่หลานเจนจะต้องรับรู้เื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต”
คำพูดของไพโรจน์ทำให้เจนสนใจอย่างมากส่วนป้ามุกเดินเข้าไปโอบกอดจนทำให้เจนรู้สึกได้ว่าการกอดครั้งนี้ทำให้เธออบอุ่นหัวใจเหลือเกิน