จรดไว้ในทรวงว่า...

    ๗. คะนึงถึง...


    ค่ำคืนนี้นอกจาก ร.ท. ทัศน์ มนัสเนตรจะไม่ได้นอนแผ่ให้สบายสมใจแล้วกลับต้องพลิกไปพลิกมา  นึกถึงตอนตัวเองเดินตามเสียงดนตรีหวานโศกเข้ามาในบ้าน  สายตากระทบแผ่นหลังผู้หญิงซึ่งกำลังเล่นเปียโนเข้าเท่านั้นใจกระตุกวูบ  รูปทรงช่างประพิมพ์ประพายคล้ายแม่สาวที่ไล่ตามและเพิ่งผิดหวังกลับมาหมาดๆ เขาตรงดิ่งไปขอดูหน้า 

            ปรากฏเป็๲ยายบ๊องที่ไหนไม่รู้  เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอ  ผู้หญิงเห็นเขาครั้งแรกแล้วร้องทัก  

            ฝูงบิน 13 กองบิน 1 นักบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-5 เอ ! 

            คิดแล้วก็ขำตัวเอง  ถึงแวบแรกแลเห็นจากข้างหลังหล่อนจะดูคล้ายแม่สาวปริศนามากเพียงใดก็ตาม  แต่หน้ามืดขนาดคิดว่าบุพเพจะสันนิวาสให้มาพานพบถึงบ้านห่างแค่ตู้เปียโนคั่นได้อย่างไร...นายทัศน์เอ๊ยยย 

            เขาสะบัดตัวพรืดตะแคงข้าง  แม่ครูคนนี้ก็ยังไงกัน  เป็๞สาวเป็๞นางมาแหงนคอจ้องหน้าตาไม่กะพริบ  ให้ตายเถอะ !  แอบรู้สึกเสียเชิงชาย  ตอนโดนจ้องเอาจ้องเอาเสืออากาศอย่าง ร.ท. ทัศน์ดันเขินขึ้นมาจริงๆ  แต่ที่ก่อกวนใจยิ่งกว่าคือ  เพ่งเสร็จยายหน้าจืดยกมือไหว้ปุบเดียวแล้วเดินดุ่มออกประตูไม่ชายตาแลเขาสักแวบด้วยซ้ำ  นึกขัดใจขึ้นมาพลิกตัวแรงตามอารมณ์  หลับตานอนซะ...เลิกคิดถึงแม่หน้านวลคนนั้นได้แล้ว ไม่ทันขาดคำภาพสาวราชดำริลอยมา  เจอสองสาวคนละแบบเวลาไล่เลี่ยกัน  คนหนึ่งต้องตาคนหนึ่งติดตรึง  มิทันไรใจง่ายนักหนอเรา 

            ขณะตาปรือจะปิดลง  ดวงหน้านวลนั่งเล่นเปียโนลอยเด่น 

            ทำไมตอนมองเขา...เธอน้ำตาคลอ

     

    ภายใต้แสงไฟกลางคืนกระจกสะท้อนใบหน้าหญิงสาว  เธอฉายยิ้มพรายนิดๆ ขณะดึงรูปถ่ายคั่นในตำราออกมา  ภาพนายทหารอากาศสวมเครื่องแบบขาวถุงมือขาวคาดกระบี่ในวันพระราชทานกระบี่ว่าที่เรืออากาศตรีซึ่งจัดภายหลังพิธีประดับเครื่องหมายยศ  เธอยกรูปขึ้นทาบหน้าแล้วหันส่องกระจก คราวนี้ภาพที่ปรากฏคือชายหนุ่มผู้วางหน้าขรึมจริงจังในวันแห่งเกียรติยศ  เสียงเล็กดัดห้าวให้เข้มแข็งอย่างทหารหาญดังขึ้นปานว่าใบหน้าบนกระจกเป็๞ผู้พูด 

            “เรืออากาศโท หม่อมราชวงศ์ธเจตอักขระกานต์เปิดแน่บก่อน ครับผม” 

            จากนั้นเสียงเล็กใสตามมา  เธอพูดลอย ๆ ถึงคนในกระจก  “นัดไปฟังเพลงวันเสาร์  ป่านนี้นอนคิดหาทางหนีทีไล่หัว๹ะเ๢ิ๨แล้วมั้ง”  ลดภาพถ่ายลงเบ้ปากใส่ชายในรูป  “ดี  สมน้ำหน้า!  อยากทำท่าหนีซะยังกับใครจะลากไปเชือด” 

            รูปถ่ายถูกสอดเก็บในหนังสือดังเดิม  ก่อนงานราตรีสโมสรฉลองยศนายเรืออากาศตรีเพียงไม่กี่วัน  คุณหญิงสลิลทิชกำลังจะหมั้นกับคุณชายธพุฒิ  แต่เกิดเ๱ื่๵๹คุณหญิงผลักท่านย่าของคุณชายล้มเสียก่อน ฝ่ายชายยกเลิกพิธีการทั้งหมด  จบความเป็๲ไปได้ของคู่ที่สอง  ความคาดหวังจึงเทยังคู่เล็กสุดกะทันหัน  ผู้ใหญ่กำหนดให้เธอไปร่วมงานฉลองในฐานะซึ่งรู้กันกลายๆ ว่าเป็๲คู่ครองในอนาคต  แต่การมีเธอร่วมในโอกาสนั้นดูจะไม่น่าอภิรมย์ยินดีสำหรับเรืออากาศตรีหม่อมราชวงศ์ธเจตเอาเสียเลย  

            เมื่อโตขึ้นนึกย้อนไปเธอพอเข้าใจ  ‘โดนใบสั่ง’กระชั้นชิด  คุณชายหมอกไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยายคนเล็กวังวิมุขมาศก็สมควรจะหัวเสีย  งานสำคัญครั้งเดียวในชีวิตทั้งที  นายทหารหนุ่มไม่ได้ควงสาวสวยอย่างเพื่อนทั้งรุ่นเขาอวดกันหนำซ้ำโดนรุมล้อ เห็นใจอีกด้วยว่าคุณชายหมอกคงทำดีสุดเท่าที่จะจำใจทำได้แล้ว 

            ถึงอย่างไร...เวลานั้นเธอเองเป็๲แค่นักเรียนเพิ่งจบมัธยมปลาย  พี่ตาณมีพิธีแต่งงานเล็ก ๆ และย้ายออกไปสร้างครอบครัวกับคุณชนิดแล้ว  ท่านพ่อไม่ทรงปลาบปลื้มลูกเขย  ลูกสาวใหญ่เข้าหน้าไม่ใคร่ติดจึงกลับมาเยี่ยมวังนับครั้งได้  พี่น้ำหอมไม่ต้องพูดถึงทำเ๱ื่๵๹แล้วเตลิดไปไหนไม่รู้  หันซ้ายแลขวาไม่เห็นใครบวกกับฐานะง่อนแง่น  เธอคว้าชุดขาวงาช้างที่แม่เก็บอย่างทะนุถนอมมาใส่ไปตามไม่ประสีประสา  เด็กสาวพบว่าการกระทำอย่างจริงใจได้รับกลับมาคือมารยาทสุภาพเหินห่าง 

            ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด...เขากลายเป็๞เช่นนั้นกับเธอสืบเนื่องมา  ส่วนตัวเองจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่...เธอไม่เปิดเผยใจจริงกับเขาอีกเลย 

            คิดถึงแม่  หากแม่ยังอยู่คงช่วยลูกหญิงเตรียมตัวออกงานครั้งแรกได้ราบรื่นสวยงามเก็บไว้เป็๲ความทรงจำ  เธอสะบัดศีรษะ ช่างเถอะ !  ถึงกลับไปแก้ไขได้  หัวใจใครอาจใช่ว่าเปลี่ยน 

            หญิงสาวมองไปรอบตัว  บ้านที่ลูกหญิงคนโตของแม่สร้างชีวิตใหม่กับผู้ชายที่รักอย่างกล้าหาญ ภายในขอบรั้วเล็กแต่อบอุ่นมั่นคง  บ่อยครั้งเธอหอบตำรามาอ่านบ้านพี่ตาณแทนวังใหญ่โตแต่กลวงโหวง  ยิ่งใหญ่ยิ่งเวิ้งว้างประหนึ่งบ้านเก่าที่ทยอยย้ายของออกแต่ยังต้องอาศัยกลางซากร้าง 

            ร่างบางเอี้ยวมาส่องตนเองอีกครั้ง  ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสะท้อนบนกระจกเงาตอนนี้คือ...รัมภาเพียงพิศวิมุขมาศ