ค่ำคืนนี้นอกจาก ร.ท. ทัศน์ มนัสเนตรจะไม่ได้นอนแผ่ให้สบายสมใจแล้วกลับต้องพลิกไปพลิกมา นึกถึงตอนตัวเองเดินตามเสียงดนตรีหวานโศกเข้ามาในบ้าน สายตากระทบแผ่นหลังผู้หญิงซึ่งกำลังเล่นเปียโนเข้าเท่านั้นใจกระตุกวูบ รูปทรงช่างประพิมพ์ประพายคล้ายแม่สาวที่ไล่ตามและเพิ่งผิดหวังกลับมาหมาดๆ เขาตรงดิ่งไปขอดูหน้า
ปรากฏเป็ยายบ๊องที่ไหนไม่รู้ เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอ ผู้หญิงเห็นเขาครั้งแรกแล้วร้องทัก
ฝูงบิน 13 กองบิน 1 นักบินขับไล่ไอพ่น เอฟ-5 เอ !
คิดแล้วก็ขำตัวเอง ถึงแวบแรกแลเห็นจากข้างหลังหล่อนจะดูคล้ายแม่สาวปริศนามากเพียงใดก็ตาม แต่หน้ามืดขนาดคิดว่าบุพเพจะสันนิวาสให้มาพานพบถึงบ้านห่างแค่ตู้เปียโนคั่นได้อย่างไร...นายทัศน์เอ๊ยยย
เขาสะบัดตัวพรืดตะแคงข้าง แม่ครูคนนี้ก็ยังไงกัน เป็สาวเป็นางมาแหงนคอจ้องหน้าตาไม่กะพริบ ให้ตายเถอะ ! แอบรู้สึกเสียเชิงชาย ตอนโดนจ้องเอาจ้องเอาเสืออากาศอย่าง ร.ท. ทัศน์ดันเขินขึ้นมาจริงๆ แต่ที่ก่อกวนใจยิ่งกว่าคือ เพ่งเสร็จยายหน้าจืดยกมือไหว้ปุบเดียวแล้วเดินดุ่มออกประตูไม่ชายตาแลเขาสักแวบด้วยซ้ำ นึกขัดใจขึ้นมาพลิกตัวแรงตามอารมณ์ หลับตานอนซะ...เลิกคิดถึงแม่หน้านวลคนนั้นได้แล้ว ไม่ทันขาดคำภาพสาวราชดำริลอยมา เจอสองสาวคนละแบบเวลาไล่เลี่ยกัน คนหนึ่งต้องตาคนหนึ่งติดตรึง มิทันไรใจง่ายนักหนอเรา
ขณะตาปรือจะปิดลง ดวงหน้านวลนั่งเล่นเปียโนลอยเด่น
ทำไมตอนมองเขา...เธอน้ำตาคลอ
ภายใต้แสงไฟกลางคืนกระจกสะท้อนใบหน้าหญิงสาว เธอฉายยิ้มพรายนิดๆ ขณะดึงรูปถ่ายคั่นในตำราออกมา ภาพนายทหารอากาศสวมเครื่องแบบขาวถุงมือขาวคาดกระบี่ในวันพระราชทานกระบี่ว่าที่เรืออากาศตรีซึ่งจัดภายหลังพิธีประดับเครื่องหมายยศ เธอยกรูปขึ้นทาบหน้าแล้วหันส่องกระจก คราวนี้ภาพที่ปรากฏคือชายหนุ่มผู้วางหน้าขรึมจริงจังในวันแห่งเกียรติยศ เสียงเล็กดัดห้าวให้เข้มแข็งอย่างทหารหาญดังขึ้นปานว่าใบหน้าบนกระจกเป็ผู้พูด
“เรืออากาศโท หม่อมราชวงศ์ธเจตอักขระกานต์เปิดแน่บก่อน ครับผม”
จากนั้นเสียงเล็กใสตามมา เธอพูดลอย ๆ ถึงคนในกระจก “นัดไปฟังเพลงวันเสาร์ ป่านนี้นอนคิดหาทางหนีทีไล่หัวะเิแล้วมั้ง” ลดภาพถ่ายลงเบ้ปากใส่ชายในรูป “ดี สมน้ำหน้า! อยากทำท่าหนีซะยังกับใครจะลากไปเชือด”
รูปถ่ายถูกสอดเก็บในหนังสือดังเดิม ก่อนงานราตรีสโมสรฉลองยศนายเรืออากาศตรีเพียงไม่กี่วัน คุณหญิงสลิลทิชกำลังจะหมั้นกับคุณชายธพุฒิ แต่เกิดเื่คุณหญิงผลักท่านย่าของคุณชายล้มเสียก่อน ฝ่ายชายยกเลิกพิธีการทั้งหมด จบความเป็ไปได้ของคู่ที่สอง ความคาดหวังจึงเทยังคู่เล็กสุดกะทันหัน ผู้ใหญ่กำหนดให้เธอไปร่วมงานฉลองในฐานะซึ่งรู้กันกลายๆ ว่าเป็คู่ครองในอนาคต แต่การมีเธอร่วมในโอกาสนั้นดูจะไม่น่าอภิรมย์ยินดีสำหรับเรืออากาศตรีหม่อมราชวงศ์ธเจตเอาเสียเลย
เมื่อโตขึ้นนึกย้อนไปเธอพอเข้าใจ ‘โดนใบสั่ง’กระชั้นชิด คุณชายหมอกไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยายคนเล็กวังวิมุขมาศก็สมควรจะหัวเสีย งานสำคัญครั้งเดียวในชีวิตทั้งที นายทหารหนุ่มไม่ได้ควงสาวสวยอย่างเพื่อนทั้งรุ่นเขาอวดกันหนำซ้ำโดนรุมล้อ เห็นใจอีกด้วยว่าคุณชายหมอกคงทำดีสุดเท่าที่จะจำใจทำได้แล้ว
ถึงอย่างไร...เวลานั้นเธอเองเป็แค่นักเรียนเพิ่งจบมัธยมปลาย พี่ตาณมีพิธีแต่งงานเล็ก ๆ และย้ายออกไปสร้างครอบครัวกับคุณชนิดแล้ว ท่านพ่อไม่ทรงปลาบปลื้มลูกเขย ลูกสาวใหญ่เข้าหน้าไม่ใคร่ติดจึงกลับมาเยี่ยมวังนับครั้งได้ พี่น้ำหอมไม่ต้องพูดถึงทำเื่แล้วเตลิดไปไหนไม่รู้ หันซ้ายแลขวาไม่เห็นใครบวกกับฐานะง่อนแง่น เธอคว้าชุดขาวงาช้างที่แม่เก็บอย่างทะนุถนอมมาใส่ไปตามไม่ประสีประสา เด็กสาวพบว่าการกระทำอย่างจริงใจได้รับกลับมาคือมารยาทสุภาพเหินห่าง
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด...เขากลายเป็เช่นนั้นกับเธอสืบเนื่องมา ส่วนตัวเองจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่...เธอไม่เปิดเผยใจจริงกับเขาอีกเลย
คิดถึงแม่ หากแม่ยังอยู่คงช่วยลูกหญิงเตรียมตัวออกงานครั้งแรกได้ราบรื่นสวยงามเก็บไว้เป็ความทรงจำ เธอสะบัดศีรษะ ช่างเถอะ ! ถึงกลับไปแก้ไขได้ หัวใจใครอาจใช่ว่าเปลี่ยน
หญิงสาวมองไปรอบตัว บ้านที่ลูกหญิงคนโตของแม่สร้างชีวิตใหม่กับผู้ชายที่รักอย่างกล้าหาญ ภายในขอบรั้วเล็กแต่อบอุ่นมั่นคง บ่อยครั้งเธอหอบตำรามาอ่านบ้านพี่ตาณแทนวังใหญ่โตแต่กลวงโหวง ยิ่งใหญ่ยิ่งเวิ้งว้างประหนึ่งบ้านเก่าที่ทยอยย้ายของออกแต่ยังต้องอาศัยกลางซากร้าง
ร่างบางเอี้ยวมาส่องตนเองอีกครั้ง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสะท้อนบนกระจกเงาตอนนี้คือ...รัมภาเพียงพิศวิมุขมาศ