เอ็มม่า ทัลบอท พยายามที่จะดัดไหล่ข้างที่ปวดร้าวอยู่กับพนักเก้าอี้ล้อเลื่อนที่บุไว้ด้วยแผ่นหนังแข็ง ๆ แต่ทว่า ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก ในที่สุดก็ต้องปล่อยให้หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นหลุดร่วงลงจากตัก เธอเชิดศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีเทาขึ้นจ้องมองดูสเตฟานี่ นางพยาบาลประจำตัว ผู้ซึ่งกำลังเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยแผ่นอิฐริมสนาม เช้าวันนี้ท่าทางขิงสเตฟานี่ดูไม่เหมือนกับผู้หญิงที่มีอาชีพเป็นนางพยาบาลเท่าไรนัก เพราะเธออยู่ในกางเกงขาสั้นกับเสื้อคอถ่วง และหยุดชื่นชมกับความงามของดอกแพนซีที่อยู่ในกระถางซึ่งตั้งไว้เป็นระยะ ๆสเตฟานี่หันกลับมา ปัดปอยผมสีน้ำตาลสลวยที่เคลียอยู่กับช่วงไหล่ ให้ลงไปอยู่ทางด้านหลัง“ตีดิฉันสิคะ มิสเอ็มม่า”ฝ่ามือเรียวเล็กของเอ็มม่าชูขึ้นเหนือเสื้อเนื้อเนียนนุ่มสีขาว ฟาดเผียะลง“บางทีนะ ฉันอยากจะเค้นคอฟิลลิปให้ตายไปเลย” เธอกล่าว “ใคร ๆ ก็รู้ว่า ฉันมีความสามารถที่จะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนี้ได้ ด้วยความช่วยเหลือของชาร์ลส์กับพวกคนรับใช้นั่น ฟิลลิปไม่จำเป็นจะต้องหาเมียใหม่เลย ไม่ว่าเขาจะกลับมาจากคลินิกหรือโรงพยาบาลฉันก็รอต้อนรับเขาอยู่ที่บ้านนี่แล้ว ฉันพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับคนไข้แต่ละคนของเขา เวลาที่เขาพูดอะไรตลก ๆ ฉันยังหัวเราะไปด้วยเลยนะ” เธอมองดูสเตฟานี่ซึ่งกำลังโน้มร่างลงเก็บหนังสือพิมพ์ขึ้นมาถือไว้ “เธอคงไม่รู้จักเซรีน่าใช่ไหมล่ะ เมียคนแรกของฟิลลิปเขาน่ะ”สเตฟานี่สั่นศีรษะ“ไม่หรอกค่ะ ดิฉันมาอยู่ทีหลัง”“แม่นั่นน่ะเป็นผู้หญิงที่ยุ่งวุ่นวายที่สุด ชอบทำท่าอย่างกับว่าบ้านหลังนี้เป็นของตัวอย่างนั้นแหละ ฉันน่ะไม่ได้เสียใจเลยแม้แต่นิดตอนที่เขาตาย”“ที่จริง คริสตี้เป็นผู้หญิงที่สวยมากนะคะ” สเตฟานี่พูดอย่างปลอบโยน“ก็แน่ละสิ เพิ่งจะอายุแค่ 22 เท่านั้นนี่” เอ็มม่าย่นจมูกใส่สเตฟานี่ซึ่งอายุ 23 ปี “อ่อนกว่าฟิลลิปตั้ง 16 ปี เห็นชัด ๆ ว่า แต่งเพราะเห็นแก่เงินของเขา”“แต่เขาก็เป็นคนดีมากคนหนึ่งนะคะ มิสเอ็มม่า”“ก็แกล้งทำเป็นดีไปอย่างนั้นนะสิ...เจ้าค่ะ มิสเอ็มม่า...ขอบคุณค่ะ มิสเอ็มม่า...ให้ดิฉันเอาเสื้อคลุมมาสวมให้ไหมคะ มิสเอ็มม่า วันนี้รู้สึกปวดไขข้อบ้างหรือเปล่าคะ มิสเอ็มม่า”เอ็มม่าพ่นลมออกมาทางจมูกอย่างดูหมิ่น แน่นอนไอ้โรคไขข้ออักเสบนี่มันต้องรบกวนเธอแน่ และมันก็ปวดของมันอย่างนี้เสมออยู่แล้ว และบางครั้งเธอก็รู้สึกมึนงงในสมองจนจำอะไรแทบไม่ได้ เธอรู้ว่าตัวเองแก่มากแล้ว และเมื่อคนเราแก่ตัวลง มันก็เป็นธรรมดาที่โรคภัยไข้เจ็บจะต้องติดตามมาเธอประจงลูบไล้ระบายตรงข้อมือ แต่จนถึงทุกวันนี้เอ็มม่าก็ยังภาคภูมิใจในบุคลิกลักษณะของตนเอง เธอต้องการให้ฟิลลิปมองเห็นว่าเธอสวยเสมอในทุกครั้งที่เขากลับมาถึงบ้าน เธออาจจะแก่แล้ว แต่เธอก็ยังไม่ตายนี้“ฉันไม่มีวันที่จะยอมตายง่าย ๆ หรอก” เธอกัดฟันพูด “ถ้าฟิลลิปแต่งงานกับคริสตี้จริง ๆ แม่นั่นก็จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่สองรองจากฉัน ถ้าเขาต้องการที่จะอยู่อย่างเป็นสุข ก็ควรจะต้องพอใจกับการอยู่ในตำแหน่งที่สองนั่น แต่ถ้าไม่พอใจ...”เธอสะอึกไป สเตฟานี่ก้มหน้าลงมองอย่างตกใจ“ดิฉันไปเอายามาให้ก่อนดีกว่านะคะ”ยาอีกแล้ว...เอ็มม่ารู้สึกโกรธตัวเองขึ้นมา เธอไม่สามารถจะพูดคุยสนทนาจนจบ โดยที่จะไม่มีใครสักคนคอยให้ยาเพื่อระงับอารมณ์ได้เลย จริง ๆ แล้ว เธอไม่ต้องการให้ใครมาคอยปรนนิบัติถึงขนาดนี้ อยากจะให้ตัวเองได้มีสมองที่ปลอดโปร่งแจ่มใส อยากจะคิดค้นหาหนทางที่จะยับยั้ง ไม่ให้ฟิลลิปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นให้ได้เอ็มม่ายื่นมือออกไปยังกระถางต้นไม้ด้วยความยากลำบาก ทั้งช่อแพนซีสีม่วงเข้มออกมาได้ช่อหนึ่ง และฉีกจะละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในตอนบ่ายของวันเดียวกันนั้น ภายในห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง มีบุคคลผู้หนึ่งซึ่งสนใจต่อข่าวการหมั้นหมายระหว่างฟิลลิป ทัลบอท กับคริสตี้ โจฮันเซ่น อย่างมาก กำลังพิจารณาดูรูปที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะตัดมันสอดลงในซองจดหมายคริสตี้ โจฮันเซ่น เป็นผู้หญิงสาวที่สวยบาดใจ ยังสาวมากเสียด้วย น่าเสียดายนักถ้าเธอจะต้องตายลง
คริสตี้อ่านข่าวการหมั้นของตัวเธอเองในค่ำวันนั้น ขณะที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ฝ้าใบบนดาดฟ้าเล็ก ๆ ของอพาร์ตเมนท์ในบีเวอรี่ ฮิลล์ ข้อความที่ประกาศหมั้นนั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันในความเป็นจริงทุกประการ และเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการด้วย และแล้วเธอก็ต้องถามตัวเองว่า มันจะเป็นการปลอดภัยต่อความรู้สึกของตัวเองหรือไม่ ถ้าเธอจะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือความเป็นจริงคริสตี้อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่า จะมีใครสักคนหรือไม่หนอ ที่สังเกตเห็นว่า ข่าวดังกล่าวนั้น เขียนถึงตัวเธอไว้สั้นมาก มีเพียงข้อความว่า “นางแบบระดับชาติผู้เป็นที่รู้จักกันดี” เท่านั้น ไม่มีอะไรที่มากไปกว่านี้ เรื่องราวทั้งหมดเน้นไปที่บุคคลในตระกูลทัลบอทเสียเป็นส่วนใหญ่ รายชื่อของสมาชิกทุกคนในครอบครัวถูกนำมากล่าวถึงไว้เริ่มต้นจากเจสัน ทัลบอท ผู้ซึ่งเป็นประธานก่อตั้งทัลบอท แบ๊งค์ขึ้นในลอสแองเจลิส เมื่อปี 1906 ซึ่งนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 30 ปีเท่านั้น และต่อมาได้ตั้งบริษัททัลบอท คอร์ปอเรชั่น เพื่อถือหุ้นในธนาคารและบริษัทธุรกิจอื่น ๆต่อมา เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เจสันก็ได้มอบอำนาจในการบริหารให้กับ เคนเนธ บุตรชายของเขา บริษัททัลบอท คอร์ปอเรชั่น นั้นมิได้เป็นแต่เพียงเจ้าของธนาคารทัลบอทสำนักงานใหญ่กับสาขาเท่านั้น แต่ยังมีบริษัทประกันภัยและบริษัทที่ดำเนินกิจการทางด้านไฟแนนซ์ บริษัทจัดสรรที่ดิน มีสาขาทั้งภายในและภายนอกประเทศ มากเกินกว่าที่ใครจะนึกถึงเมื่อมาถึงเวลานี้ ที่ทั้งเจสันและเคนเนธได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว ครอบครัวทัลบอทที่เหลืออยู่ประกอบด้วยภรรยาหม้ายของเคนเนธ ที่ชอบให้ใคร ๆ เรียกเธอว่า มิสเอ็มม่าต่อมาก็คือฟิลลิป บุตรชายคนโต เจมส์ บุตรชายคนที่ 2 ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานของบริษัททัลบอท คอร์ปอเรชั่นและลูกสาวคนเดียวคือ เวอร์จิเนีย ทัลบอท สแตรง ผู้ซึ่งเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารเจมส์ สมรสกับอดีต มิส แคลร์ เดนตัน แห่งฮิวสตัน เท็กซัส และเวอร์จิเนียรก็เป็นภรรยาของ ทอม สแตรง ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทเดินเรือ สแตรง และทอมก็เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารคนหนึ่งของบริษัททัลบอทด้วย ซึ่งทั้งนี้เนื่องมาจากตระกูล ทัลบอท มีความเชื่อถือในการที่จะต้องให้ตำแหน่งแก่บุคคลที่เข้ามาเกี่ยวดองเป็นญาติกับครอบครัวของตนอย่างรุนแรงในข่าวที่เขียนขึ้นดังกล่าวนั้น ยังได้กล่าวพาดพิงไปถึงอดีตภรรยาของฟิลลิปคือ เซรีน่า ผู้เป็นอดีตประธานของสภาสังคมสงเคราะห์อีกด้วย และได้เสียชีวิตลงเมื่อ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมาด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งช่วงท้ายของข่าวนี้ สร้างความรู้สึกให้คริสตี้ต้องคิดไปว่า มันออกจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกอยู่ ที่จะถูกนำมาผนวกไว้ในข่าวการประกาศหมั้นของผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อของคริสดี้ ราวกับจะถูกเขียนขึ้นไว้อย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก แต่กระนั้น การที่มิได้มีผู้รู้เรื่องราวอันเป็นความจริงเกี่ยวกับตัวเธอ มันก็มิใช่ความผิดของผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด เสน่ห์ของฟิลลิปอยู่ตรงที่ว่า เขาไม่เคยสนใจกับประวัติความเป็นมาของสตรีผู้จะมาเป็นเจ้าสาวของเขาเลย และนั่นก็เป็นสิ่งที่คริสตี้เองต้องการอยู่แล้ว ไม่มีใครจำเป็นที่จะต้องมารับรู้ว่าเธอคือใคร หรือว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเธอเคยเป็นอะไรมาก่อนเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ทำให้เธอนึกถึงบทความชิ้นหนึ่งที่เธอได้อ่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นั่งอยู่ในห้องเสริมสวยขึ้นมาได้ มันเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับเธอโดยตรง“คริสตี้ ดจฮันเซ่น คือตัวจริงของเทพธิดาหิมะในนิยายของ ฮันส คริสเตียน แอนเดอร์สัน” ผู้เขียนคอลัมน์นั้นซึ่งเป็นผู้ชายได้กล่าวถึงเธอต่อไปว่า “มันมิใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย ที่นางแบบผู้มีระดับผู้นี้จะมีผิวพรรณอันผ่องใส ปราศจากไฝฝ้าราคีใด ๆ ทั้งสิ้น จมูกของเธอโด่งงามเป็นสัน เรือนผมเหยียดตรง ด้วยฝีมืออันท้าทายของนักออกแบบทรงผมอันเลื่องชื่อ และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ราคาแพง ความเลิศหรูนั้นเห็นได้ชัดว่า เป็นสิทธิที่เธอพึงจะได้รับมาแต่กำเนิด”ตรงข้อความที่เขียนเกี่ยวกับ “จมูกที่โด่งเป็นสัน” ของเธอนั้น นับว่าเป็นข้อความที่เขียนขึ้นอย่างชาญฉลาด ซึ่งคริสตี้สรุปอยู่แต่ผู้เดียวในใจ เพียงแต่ว่าเธอมิได้นึกขันขึ้นมาจริง ๆ เท่านั้น เธอพบว่าตัวเองกำลังลูบไล้ปลายนิ้วอยู่ตรงจมูก คล้ายกับต้องการความมั่นใจว่ามันจะยังโด่งเป็นสันอยู่เช่นเดิมออกจะเป็นเรื่องน่าแปลกอีกเช่นกัน ที่เธออดจะคิดไปถึงจมูก “อันเดิม” ของตัวเองไม่ได้ มันเหมือนกับภูตผีปีศาจที่ติดตามหลอกหลอนใจอยู่เธอมองดูภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง ท่าทางของฟิลลิปบอกถึงความมั่นใจ และปลาบปลื้มในตนเองยิ่งนัก สำหรับตัวเธอเองนั้น แต่เธอก็มีความสุขอยู่ไม่น้อย...ชีวิตของเธอได้เปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่เธอปรารถนาและวางแผนไว้แล้ว จะมีใครสักกี่คนที่จะพูดเช่นนี้ได้ แน่นอน จะต้องมีผู้หญิงอีกมากมายที่จะยอมเสียสละทุกอย่าง เพื่อที่จะได้ขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งของเธอวันนี้ ฟิลลิปเป็นผู้ชายที่ทรงเสน่ห์อย่างที่สุด และเป็นคนที่แสนดีด้วย ประการที่สำคัญที่สุดก็คือ เขารักเธอ และบัดนี้แหวนมรกตล้อมเพชรวงงาม ที่ร้อยรัดอยู่ในนิ้วนางข้างซ้ายก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้ว