บทที่ 15 ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเถียงไม่ออก
เธอหยุดชะงักอีกครั้ง ก่อนที่จะกดปุ่มส่ง
ไม่… แค่ภาพในโรงพยาบาล ผู้หญิงคนนั้นต้องแก้ตัวได้แน่นอน เธอควรหาคนเปลี่ยนฉากหลังของภาพนี้ให้เหมือนโรงแรมก่อน
ต้องแบบนี้สิ ถึงจะเป็หลักฐานเด็ด!
ถึงตอนนั้น ผู้หญิงคนนั้นคงเถียงไม่ออกแน่นอน
……
หลังจากรักษาอาการข้อเท้าแพลงเรียบร้อย ไป๋จื่อซวินก็ขอลาเพื่อไปส่งลู่จิ่นเนียนกลับบ้าน
ลู่จิ่นเนียนใช้เวลาครึ่งชั่วโมงไปกับความโกรธและยินยอมผสมปนเปกัน สุดท้ายก็ปฏิเสธการไปส่งของไป๋จื่อซวิน ด้วยการเลี้ยงอาหารสามมื้อได้สำเร็จ
หลังจากขึ้นแท็กซี่ ลู่จิ่นเนียนก็ถอนหายใจยาวเหยียด
เธอไปคบกับเพื่อนที่ไม่เอาไหนแบบนี้ได้อย่างไร เขาเอาแต่เล่นตลกกับเธอทั้งวัน
ยามค่ำคืน
ลู่จิ่นเนี่ยนเอนกายบนโซฟา รอให้พ่อบ้านมาเสิร์ฟอาหารเย็น
ทว่าเวลานี้กลับมีเสียงกริ่งประตูบ้านดัง ลู่จิ่นเนี่ยนมองไปอย่างแปลกใจ
ที่เหอลี่เยวี่ยนนี้ ไม่เคยมีแขกมาเยี่ยมเลย อีกทั้งตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว
“มาแล้วครับ!” พ่อบ้านตอบรับ และวิ่งไปเปิดประตู ร่างกายชะงักตัวแข็งทื่อ พูดอย่างใ “คุณชาย!”
หัวใจของลู่จิ่นเนี่ยนเต้นรัว มองดูเขาด้วยความประหลาดใจ
เงาสูงสง่าและหล่อเหลายืนอยู่ที่ประตู คือมู่จือเหยียนจริง ๆ
มู่จือเหยียนเดินเข้าบ้านอย่างเงียบ ๆ ถอดเสื้อนอกออกแล้วยื่นให้พ่อบ้าน เขาคลายเนกไทด้วยมือข้างเดียว ขณะที่เท้าเดินไม่หยุด ตรงไปยังโซฟา แล้วนั่งลงอย่างสบาย ท่าทางนิ่งสงบและผ่อนคลายของเขา ราวกับคุณผู้ชายจากครอบครัวทั่วไปที่กลับบ้านหลังเลิกงาน
ทว่าลู่จิ่นเนี่ยนกลับตกตะลึง มองเขาราวกับคนโง่เขลา
นี่มัน เกิดอะไรขึ้น?
มู่จือเหยียน เขากินยาผิดหรือเปล่า?
หรือว่าที่เขากลับมาคราวนี้ ก็เพื่อทรมานเธอเหมือนเมื่อคืน ทั้งโหดร้าย เ็ป และทำให้เธออับอาย?
ความคิดสุดท้าย ทำเอาใบหน้าของลู่จิ่นเนี่ยน เปลี่ยนเป็ซีดเผือด
ร่างของลู่จิ่นเนี่ยนตึงเครียด และมองมู่จือเหยียนอย่างระแวดระวัง
ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสงบ ใช้แขนข้างหนึ่งพิงไว้ที่พนักโซฟา และหันหน้าไปทางโทรทัศน์ คล้ายกับกำลังดูอย่างตั้งใจ
แสงและเงาจากหน้าจอโทรทัศน์กระทบกับั์ตาสีดำขลับของเขา และไม่รู้ว่าเป็ภาพลวงตาหรือไม่ แต่มันทำให้บรรยากาศรอบตัวผู้ชายคนนี้ดูนุ่มนวลมากขึ้น
ลู่จิ่นเนี่ยนชำเลืองมองสองสามครั้ง ก่อนจะรีบเบือนหน้าไปทางอื่น
แปลกมาก เขามีแผนจะทำอะไรกันแน่?
“คุณชาย คุณหญิง อาหารเย็นพร้อมแล้วครับ” พ่อบ้านกล่าวด้วยเสียงนอบน้อม
ลู่จิ่นเนี่ยนได้สติ เธอขานรับ แล้วสวมรองเท้าแตะเดินขากะเผลกไปทางโต๊ะอาหาร
ด้านหลัง มีเสียงฝีเท้าของมู่จือเหยียนดังตามมาอย่างใกล้ชิด แผ่นหลังของลู่จิ่นเนี่ยนสั่นสะท้าน ขณะที่กำลังหันกลับไปด้วยความระวัง ทันใดนั้น เอวก็ถูกโอบรัดไว้ ร่างของหญิงสาวลอยขึ้นกลางอากาศ เธอถูกมู่จือเหยียนอุ้มขึ้นอย่างฉับพลันและกระชับเอวไว้แน่น
“อ๊ะ! คุณทำอะไรน่ะ?” ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกกระอักกระอ่วน ั์ตาดำสนิทใสแจ๋วของหล่อนเบิกกว้างจ้องมองเขาด้วยความระแวง
มู่จือเหยียนหรี่ตาลงด้วยแววตาเยือกเย็น และไร้ซึ่งอารมณ์
“พาเธอไปกินข้าว หรือเธอคิดว่าฉันจะทำอะไร?”
ใบหน้าเล็กของหญิงสาวแดงก่ำ หล่อนมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ และเบือนหน้าหนี
ลู่จิ่นเนี่ยนคิดว่าผู้ชายคนนี้จะหาเื่กลั่นแกล้งเธออีกครั้ง
แต่ใครจะรู้ว่า บางครั้งเขาก็มีความเมตตาอยู่บ้าง
แต่จู่ ๆ เขาก็มีน้ำใจขึ้นมาแบบนี้ คงไม่ใช่เสือร้ายมาไหว้ปีใหม่ไก่*[1]หรอกนะ
มือค่ำคืนนี้ จบลงด้วยบรรยากาศเงียบสงัดและแปลกประหลาด
มู่จือเหยียนวางตะเกียบและช้อนลง สายตาจับจ้องไปที่ลู่จิ่นเนี่ยน
ลู่จิ่นเนี่ยนเงยหน้าขึ้นมองเขา พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “อะไร?”
มู่จือเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “นอนหรือเปล่า?”
ลู่จิ่นเนี่ยนจ้องเขม็งไปที่เขา ผู้ชายคนนี้ไม่มีอะไรดีเลย!
เขากลับมาวันนี้ ก็เพื่อเื่นั้นสินะ!
คนเลว!
“ไม่นอน!” ลู่จิ่นเนี่ยนพูดเสร็จ ก็เดินกะเผลกไปที่โซฟา
มู่จือเหยียนลุกขึ้นและเดินตามเธอ เขาทำอุบายเดิมซ้ำ พลางอุ้มเธอขึ้นมา
ลู่จิ่นเนี่ยนระวังตัวเต็มที่ ผู้ชายคนนี้คิดจะใช้กำลังกับเธออีกแล้วใช่ไหม?
[1] เสือร้ายมาไหว้ปีใหม่ไก่ สื่อถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์