การเดินทางลงเขาเต็มไปด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน เหล่าศิษย์สำนักล้วนพูดคุยหยอกล้อรื่นรมณ์ ความครึกครื้นเช่นนี้เป็บรรยากาศที่มู่ไห่เฉินคุ้นเคยเหมือนตอนที่ทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ
มู่ไห่เฉินเดินอย่างสงบ ในหัวพลางคิดถึงเื่ราวต่าง ๆ มากมายที่ผ่านมา โดยข้างตัวก็มีไป๋ซูหลิงเดินเคียงข้าง นางพยายามนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจตลอดสองข้างทาง ่เวลาแบบนี้เหมือนว่ามู่ไห่เฉินรู้สึกเริ่มมีตัวตนขึ้นมาบ้าง ไม่โดดเดี่ยวอย่างที่ผ่านมา
ตลอดเส้นทางจนถึงหมู่บ้านเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม นับว่าเป็การท่องเที่ยวที่ดีของมู่ไห่เฉิน
ปลายทางเป็หมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ที่ตีนเขา ไป๋ซูหลิงนำพาศิษย์ตรงไปยังผู้นำหมู่บ้าน เหล่าศิษย์ต่างรู้งานเริ่มขนข้าวสารมากมายหลายกระสอบขึ้นเกวียนม้า
เมื่อขนข้าวสารเรียบร้อยไป๋ซูหลินก็ให้ทุกคนพักผ่อน สายตานางมองมายังมู่ไห่เฉินแล้วยิ้มให้ มู่ไห่เฉินที่เห็นก็พอเดาได้ว่านางคงมีเื่อยากนำเสนอให้ฟังอีกแน่นอน
แล้วก็เป็เช่นนั้น นางตรงเข้ามาก่อนจะชักชวนมู่ไห่เฉินไปเดินเล่นเป็เพื่อนกับนาง
“เ้าเพิ่งลงเขาครั้งแรกใช่ไหมล่ะ ข้ามีที่สวย ๆจะพาเ้าไปดู”
นางจูงมือมู่ไห่เฉินแล้วรีบวิ่งออกไปโดยที่มู่ไห่เฉินเองก็ยังไม่ทันตั้งตัว เสียงหัวเราะของนางเหมือนมีความสุขที่ได้เล่นสนุกเช่นนี้
ทั้งสองมุ่งตรงไปยังทางเดินป่าหลังหมู่บ้าน เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากที่ใกล้ ๆ
ไป๋ซูหลิงยังคงจูงมือมู่ไห่เฉินและนำพาเขามาถึงลำธารสายหนึ่ง บริเวณนี้เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้หลากสี แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่หากเป็การปลูกโดยคนในหมู่บ้านนั้นเอง
ไป๋ซูหลิงดูเหมือนจะมีความสุขเสียเองที่ได้มาชมดอกไม้ที่นี่ นางดมดอกไม้ดอกแล้วดอกเล่า ทิ้งให้มู่ไห่เฉินยืนชมสาวน้อยกับทุ่งดอกไม้
อย่างไรเสียนี้ก็เป็บรรยากาศที่มีความสุขมากเลยทีเดียวสำหรับมู่ไห่เฉิน
ธรรมชาติงดงามที่เคยใฝ่ฝัน สหายสักคนคอยเที่ยวเล่น ไม่พูดถึงการงาน ชื่นชมแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ไป๋ซูหลิงนางโบกไม้โบกมือชักชวนให้มู่ไห่เฉินรีบติดตามมาโดยเร็ว ก่อนนางจะชี้ไปยังกลุ่มผีเสื้อที่กำลังบินอยู่รายล้อม นางดูท่าทางมีความสุข หากไม่นับว่าเื่ลำดับขั้นวรยุทธ์ นางก็ยังคงเป็แค่สาวน้อยคนหนึ่งที่หลงไหลการละเล่นเพียงเท่านั้น
ทั้งสองเล่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มู่ไห่เฉินจะทักท้วงให้หยุดเที่ยวเล่น ป่านนี้เหล่าศิษย์สำนักน่าจะรอเดินทางกันแล้ว
ทันทีที่ไป๋ซูหลิงได้ยินก็ทำหน้าปากอมก้อนลมไว้ แววตาคล้ายดูไม่เต็มใจ แต่นางก็ต้องเดินจากออกมาก่อนที่จะไปรวมกับศิษย์ในสำนัก
เมื่อรวมตัวกันครบ เหล่าศิษย์สำนักก็เริ่มออกเดินทางกลับสำนัก เส้นทางคดเคี้ยวแม้อาจจะดูลำบากบ้าง แต่ตลอดเส้นทางก็ร่มรื่นเย็นสบายแม้จะเป็่กลางวันที่มีตะวันลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า
ทั้งหมดถึงสำนักอย่างราบรื่น หลังตรวจสอบส่งมอบก็แยกย้ายกันจากไป ไป๋ซูหลิงเองก็ต้องรีบไปเช่นเดียวกัน ก่อนไปนางก็ยังคงบอกกล่าวให้ดูแลตัวเองดี ๆ ไว้นางจะพาไปเที่ยวอีก
ไป๋ซูหลิงแม้นางจะร่าเริง แต่ท่าทีเร่งรีบของนางนั้น มู่ไห่เฉินก็เข้าใจดีว่าคงต้องรีบไปฝึกวิชากับผู้าุโไป๋ชวนผู้เป็บิดาของนาง เขารู้ตัวดีว่าผู้าุโนั้นเคร่งครัดกับนางมากเพียงใด คิดไปคิดมาแล้วนางเองก็คงมีชีวิตที่ตึงเครียดอยู่ไม่น้อย
คราวนี้มู่ไห่เฉินก็กลับมาอยู่ลำพังอีกครั้ง ทว่าวันนี้ก็เป็วันที่ดีมากจริง ๆ การได้เดินทางออกจากสำนัก ออกไปสู่โลกกว้างที่เต็มไปด้วยภาพแปลกตา ทุกอย่างล้วนเติมเต็มความฝันที่ครั้งหนึ่งอยากจะทำ
ระหว่างทางเดินทางกลับพลางนึกถึงลุงหลี่ขึ้นมาก็อดคิดถึงไม่ได้ ยามนี้ลุงหลี่คงกวาดลานสำนักที่ไหนสักแห่งคงหาตัวได้ไม่ยากเย็นนัก
มู่ไห่เฉินเดินตามหาอยู่สักพักก็เจอลุงหลี่กวาดลานสำนักข้างกำแพง เขามุ่งตัวเข้าไปโอบกอดลุงหลี่ด้วยความคิดถึง ท่านดูเหมือนเป็คนหนึ่งในครอบครัวของมู่ไห่เฉิน แม้มู่ไห่เฉินคนใหม่ในร่างเพิ่งจะได้รู้จักมาไม่นาน แต่ความทรงจำบางส่วนและความรู้สึกที่มีก็ทำให้รู้สึกผูกพันจริง ๆ
ลุงหลี่วางไม้กวาดก่อนจะจับท่อนแขนมู่ไห่เฉินทั้งสองข้าง เขาสำรวจร่างกายมู่ไห่เฉินอย่างพอใจ
“เ้าเด็กคนนี้พอจะเอาดีกับเขาก็ไม่แย่เลย”
ลุงหลี่กล่าวพลางยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิ
มู่ไห่เฉินกล่าวขอบคุณก่อนจะขอโทษที่ไม่ได้มาช่วยงานและมาพูดคุยด้วยเหมือนก่อน ลุงหลี่ที่ได้ยินก็หัวเราะก่อนจะกล่าวว่าเขาเข้าใจดี และต่อจากนี้ก็ไม่มีความจำเป็ต้องมาทำงานร่วมกันอีกแล้ว ดูจากชุดลำดับขั้นศิษย์ งานต่อไปที่มู่ไห่เฉินต้องทำมีแต่จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
มู่ไห่เฉินแม้ในใจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ยินดีที่ได้ยินเช่นนี้ อย่างน้อยลุงหลี่ก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน คิดว่ายามเหนื่อยยามท้อคงจะบ่นระบายกับท่านได้
รุ่งขึ้นมู่ไห่เฉินไปรายงานตัวตามปกติ วันนี้มีงานให้ต้องทำตลอดทั้งเช้า งานที่ว่าก็คือเป็เวรยามเฝ้าสำนักทางด้านหลัง
งานเฝ้าประตูด้านหลังสำนักจะต้องมีศิษย์ขั้นฝึกปราณคู่อีกคนทำงานควบคู่ด้วยกัน มู่ไห่เฉินเมื่อมองรายงานก็เห็นรายชื่อผู้ที่จะต้องทำงานร่วมด้วยก็พอเดาได้ว่าเป็ศิษย์สตรี
มู่ไห่เฉินเมื่อรับงานก็มุ่งตรงไปยังประตูหลังของสำนัก เมื่อไปถึงก็พบว่ายังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนเวรยาม
เขานั่งบริเวณนั้นไม่นานก็มีศิษย์สตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามา
“เ้า…มู่ไห่เฉินสินะ ข้าขอโทษทีที่มาสาย ไปเปลี่ยนเวรกันเถิด”
เสียงจากสตรีผู้หนึ่งเข้ามาทักทายก่อนทั้งสองจะเดินไปเปลี่ยนเวรยามกับศิษย์คนก่อนหน้า
ทั้งสองยืนประจำคนละข้างของประตู สตรีผู้นี้ผิวพรรณดี ใบหน้ารูปไข่ หากจะเรียกว่านางน่ารักน่าชังก็ไม่ผิดนัก
นางหันมามองมู่ไหนเฉินก่อนจะเริ่มแนะนำตัวเอง
“ข้าเสี่ยวชุ่ย ไม่คุ้นหน้าเ้านัก เพิ่งเลื่อนขั้นศิษย์สินะ”
มู่ไห่เฉินตอบรับก่อนจะแนะนำตัวเองอีกครั้งอย่างเป็ทางการ
“ข้าว่าชื่อเ้าคุ้นหูมาก ๆ เหมือนได้ยินจากที่ไหน อืม…หากมองดี ๆ ข้าเห็นเ้าที่ไหนนะ”
เสี่ยวชุ่ยครุ่นคิดชั่วครู่ก็เหมือนจะนึกออก ที่แท้มู่ไห่เฉินก็คือศิษย์ขั้นฝึกกายที่ผ่านเข้ารอบสิบคนสุดท้าย มู่ไห่เฉินก็คือศิษย์สายตรงผู้าุโหวงนั้นเอง
นางกล่าวชื่นชมมู่ไห่เฉิน วันประลองนั้นทำเอานางประหลาดใจเลยทีเดียว กลยุทธ์อ่อนแอหลอกล่อเช่นนั้น ไม่เชื่อว่าจะมีคนนำออกมาใช้ในประลองแบบนี้
มู่ไห่เฉินยิ้มแห้งเมื่อรู้ว่านางเองก็มองลูกเล่นของเขาออก คิดถึงยามนั้นแล้วก็น่าขันเสียจริง
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอ เหมือนว่าบรรยากาศของศิษย์ขั้นฝึกปราณนั้นจะดีกว่าที่มู่ไห่เฉินคิด
บรรยากาศด้านหลังสำนักเงียบสงบ ไม่ค่อยมีศิษย์สำนักเดินผ่านไปมามากนัก เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ใหญ่เป็ระลอก ให้ความรู้สึกรื่นรมย์ใจมากนัก แม้งานจะน่าเบื่อสำหรับมู่ไห่เฉิน แต่นี่ก็ดูคุ้มค่าที่เหมือนจะได้สหายเพิ่มอีกสักคน
ทั้งสองเฝ้าเวรยามจนกระทั้งศิษย์เวรยามถัดไปมาถึง มู่ไห่เฉินกับเสี่ยวชุ่ยต่างกล่าวอำลาและแยกย้ายจากกันไป
่บ่ายวันนี้มู่ไห่เฉินก็เข้าไปพบอาจารย์หวง หากเป็ศิษย์ทั้วไปคงต้องร้องขออาจารย์หวงช่วยชี้แนะวิชาฝีมือ หรือไม่ก็ต้องร้องขอยอดวิชา แต่สำหรับมู่ไห่เฉินแล้วถึงร่ำเรียนไปก็ไม่มีทางบรรลุวิชาได้นอกจากการดาวน์โหลด แต่หากไม่ร้องขอสิ่งใดจากอาจารย์เลยคงจะดูผิดปกติเกินไปเสียหน่อย
วันนี้มู่ไห่เฉินตั้งใจจะเข้าพบอาจารย์ อย่างน้อยก็ขอให้ช่วยชี้แนะวิชาใหม่ ๆ ให้หน่อย ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าอาจารย์มีวิชาใดบ้าง แต่ให้อาจารย์เลือกสอนให้คงจะดีกว่า
แล้วก็เป็อย่างที่มู่ไห่เฉินคาดหวัง อาจารย์หวงตอบรับจะสอนยอดวิชาลับของสำนักให้หนึ่งวิชา โดยอาจารย์กล่าวว่าจะแสดงวิชาให้ดูเสียก่อน
อาจารย์ลุกขึ้นยืนแล้วสั่งให้มู่ไห่เฉินดึงกระบี่ อาจารย์กล่าวให้จู่โจมเข้าไปอย่างเต็มที่ มู่ไห่เฉินที่เห็นร่างอันชราของอาจารย์ก็ไม่ค่อยมั่นใจนักว่าจะทำเช่นไรดี
แววตาที่นิ่งสงบกับรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าอาจารย์คล้ายดูมั่นใจในฝีมืออย่างเต็มที่ มู่ไห่เฉินที่เห็นทำได้เพียงชักกระบี่เข้าจู่โจม