ผลัวะ ผลัวะ ตุบ ตุบ
ร่างของเด็กสาวสองคนกำลังประมือกันด้วยท่วงท่าอันงดงามที่แทบจะไม่น่าเชื่อว่าเป็การประมือกันของเด็กน้อยอายุเพียงห้าขวบเท่านั้นเสียงฝ่ามือสะบัดเข้าใส่กันสร้างบรรยากาศให้ผู้รับฟังเกิดความรู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วยได้ไม่ยาก
“ทำไมเ้าถึงเอาแต่หลบหลีกกันมีฝีมือแค่นี้รึ?” เมิ่งชิงชิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียที่มีความสงสัยเจือปนอยู่ภายใน
นางพยายามจะโจมตีเพื่อนใหม่ซึ่งเป็เพื่อนคนแรกของตนอย่างสุดกำลังแล้วแต่ก็ยังไม่เป็ผลถ้าพูดถึงเื่พละกำลัง ความเร็ว กระบวนท่าต่าง ๆ แล้วนั้นตัวนางนับว่าเหนือล้ำกว่าอีกฝ่ายอยู่ในระดับหนึ่ง
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นทุกครั้งที่ฝ่ามือของนางจะฟาดเข้ากับลำตัวหรือใบหน้าของอีกฝ่ายทีไรก็เป็อันต้องพลาดเป้าทุกครั้งไปมันเหมือนกับว่านางกำลังพยายามโจมตีใส่ต้นหลิวที่ลู่ไปตามลมมิมีผิดร่างกายของอีกฝ่ายจะลู่ลมไปตามฝ่ามือของนางอยู่เสมอ
“เ้า้าให้ข้าโจมตีกลับรึ?” อิงฮวาฉีกยิ้มออกมาก่อนจะถามกลับไปด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
“ก็ใช่น่ะสิ ถึงเ้าจะหลบการโจมตีของข้าได้แต่ถ้าเ้าไม่โจมตีข้าให้โดนสามครั้งก็ไม่ถือว่าเ้าชนะหรอกนะ” เมิ่ง ชิงชิงยังคงไม่ละความพยายามในการจะโจมตีอีกฝ่ายให้โดนนางพยายามเคลื่อนตัวเข้าหามุมอับสายตาอีกอิงฮวาแต่เหมือนเด็กน้อยผู้นี้จะมีตาอยู่รอบทิศมิว่านางจะเข้าจู่โจมจากทางใดก็ล้วนถูกอิงฮวาล่วงรู้ได้ก่อนทุกครั้งไป
“เช่นนั้นข้าจะพยายามเ้าก็ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ!” อิงฮวากล่าวเตือนออกมาก่อนจะวิ่งเข้าหาอีกฝ่ายด้วยท่าทางแปลกประหลาดไม่มีท่าร่างอันงดงาม ไม่มีเคล็ดฝ่ามืออันสูงส่ง
“เข้ามา!” เมิ่งชิงชิงคำรามออกมาด้วยเสียงอันดังเด็กน้อยตั้งท่าเตรียมรับการจู่โจมจากอีกฝ่ายอย่างรัดกุมฝ่ามือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาระดับหน้าอก หนึ่งแกหนึ่งแบ นี่เป็ท่าเตรียมของเคล็ดวิชาบัวพิสุทธิ์แห่งตระกูลเมิ่ง
ในสายตาของเมิ่งชิงชิงนั้นเสมือนกับว่าอีกฝ่ายเป็เพียงเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามาเพื่อ้าทุบตีนางก็เท่านั้น
ถึงแม้ว่าเ้าจะหลบหลีกได้เก่งกาจแต่ถ้าฝีมือการต่อสู้ของเ้ามีเพียงเท่านี้ก็นับว่าข้ามองคนผิดไปจริง ๆ !
...
“อิงฮวา มาหาแม่หน่อยสิ”หลังจากที่เด็กน้อยกลับมาถึงหน้ารั้วบ้านก็ถูกมารดาของตนเรียกหาในทันทีเด็กน้อยมองหาร่างของอีกฝ่ายก่อนจะพบว่านางกำลังนั่งซักผ้าอยู่ที่กระดานไม้ซักผ้าข้างบ้าน
“ข้ามาแล้วเ้าค่ะ! ให้ข้าช่วยท่านแม่เองนะเ้าคะ” เด็กน้อยกึ่งวิ่งกึ่งะโไปหามารดาของตนพลางกล่าวออกมาด้วยความร่าเริง
“เ้านี่..ช่างซุกซนจริงเชียว” เหมยลี่หัวเราะให้กับท่าทางของอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่นางจะทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาเมื่อสังเกตเห็นบางสิ่ง
“ทำไมเนื้อตัวของเ้าจึงเต็มไปด้วยฝุ่นดินเช่นนั้นกัน?” หญิงงามวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความห่วงใย
หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่เป็ดั่งฝันร้ายครานั้นมาได้เนิ่นนานนับสองปีแล้วก็ตามแต่ก็มีหลายครั้งที่นางมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะความหวาดกลัวว่าจะมีมารร้ายเข้ามาทำร้ายครอบครัวของนาง
แต่ในความโชคร้ายก็นับว่ายังมีความโชคดีเกิดขึ้นเพราะั้แ่ครั้งนั้นที่หัวหน้ากลุ่มหน่วยจันทราทมิฬได้พูดคุยกับบุตรสาวของตนผู้นี้ครอบครัวของนางก็ดูเหมือนจะได้รับความเอ็นดูเป็พิเศษขึ้นมาสังเกตได้จากงานการที่ลดน้อยลง อาหารที่เพิ่มมากขึ้นรวมถึงเบี้ยเลี้ยงที่ได้เป็พิเศษอีกต่างหาก
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมสร้างความอิจฉาให้กับข้ารับใช้ครอบครัวอื่นไม่น้อยแต่ก็ยังดีที่เพื่อนบ้านของนางที่สนิทกันต่างเป็คนที่มีนิสัยดีไม่สร้างความเดือดร้อนให้กันรวมถึงครอบครัวของนางก็มักจะให้การช่วยเหลือครอบครัวเพื่อนบ้านยามที่เดือดร้อนมาโดยตลอดนั่นจึงทำให้อย่างน้อยครอบครัวเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันก็ไม่ได้แสดงความอิจฉาหรือสร้างความลำบากให้กับครอบครัวของนางให้เห็น
ครึ่งหลัง
“ข้าเล่นกับเพื่อนมานิดหน่อยเ้าค่ะ” เด็กน้อยตอบกลับผู้เป็มารดาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“เพื่อนเหรอ?! นี่ลูกโดนรังแกมาอีกแล้วใช่ไหม?ได้ซัดหน้าอีกฝ่ายกลับไปไหม? าเ็ตรงไหนหรือเปล่า?”เมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กสาวกล่าวออกมาเหมยลี่ก็รีบลุกขึ้นยืนเพื่อตรวจสอบร่างกายของอีกฝ่ายทันทีพลางกล่าวออกมาด้วยความร้อนรน
ครั้งล่าสุดที่ลูกสาวของตนเล่นกับเพื่อนก็คือเมื่อสองปีก่อนที่ถูกรังแกจนได้รับแผลฟกช้ำกลับมานางจำได้ดีว่าในครานั้นนางเกือบจะออกไปสั่งสอนครอบครัวของเด็กนิสัยเสียเ่าั้ด้วยตัวเองแล้ว
โชคร้ายที่เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นเสียก่อนครอบครัวของเด็กนิสัยเสียเ่าั้ก็เสียชีวิตกันไปถึงสี่คนนางจึงตัดสินใจเลิกคิดที่จะไปทวงแค้นให้ลูกสาวของตนเอง
“ท่านแม่ใจเย็น ๆ นะเ้าคะข้าเพียงมีเพื่อนใหม่คนหนึ่ง ดูเหมือนนางจะชื่นชอบการต่อสู้พวกเราเลยประมือกันเล็กน้อยเท่านั่นเ้าค่ะ”เด็กน้อยพยายามกล่าวปลอบผู้เป็แม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เหมยลี่ที่สำรวจร่างกายของอีกฝ่ายจนมั่นใจว่ามิได้มีาแอันใดประกอบกับสิ่งที่อิงฮวากว่าออกมา นั่นจึงทำให้นางใจเย็นลงได้ในที่สุด
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เองว่าแต่เพื่อนใหม่ของเ้าเป็ผู้ใดกัน?”หญิงกลางคนที่สงบสติอารมณ์ลงได้แล้วจึงกล่าวถามออกมาด้วยความสนใจแทน
บุตรสาวของนางผู้นี้อะไรก็ดีไปหมดเสียก็แต่ไม่มีเพื่อนฝูงกับเขานี่แหละนางจึงเกิดความกังวลขึ้นมาว่าอิงฮวาจะรู้สึกโดดเดี่ยวรึเปล่า
เพราะตามปกติเด็กน้อยในวัยเท่านี้สมควรจะวิ่งเล่นตามประสากับเพื่อนฝูงเสียมากกว่า
แต่บุตรสาวของนางกลับชอบที่จะทำงานบ้านออกไปล่าสัตว์ จ่ายตลาดซื้อของรวมถึงชอบพูดคุยกับเหล่าผู้คนที่มีอายุมากกว่าตนจนผิดวิสัยของเด็กทั่วไปแต่ถึงจะเป็เช่นนั้นอิงฮวาก็เป็ที่รักใคร่ของใครหลายคนอยู่ดี
“นางชื่อเมิ่ง ชิงชิงเ้าค่ะแต่เป็ลูกเต้าเหล่าใครข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน”เด็กน้อยตอบกลับคำถามของผู้เป็มารดา ในขณะที่สองมือของนางกำลังจะหยิบจับผ้าที่ซักเสร็จแล้วไปตาก
“เมิ่ง ชิงชิงรึ...นั่นมันคุณหนูสี่มิใช่รึ?!”เหมยลี่กล่าวทวนชื่อตามที่เด็กน้อยบอกก่อนที่นางจะเอะใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
กลับกลายเป็ว่าเพื่อนคนใหม่ของบุตรสาวตนเป็ถึงคุณหนูของตระกูล! มิหนำซ้ำยังเป็บุตรสาวคนเล็กที่ท่านผู้นำตระกูลรักใคร่มากที่สุดอีกด้วย
“ข้าก็มิทราบเช่นกันท่านแม่นางค่อนข้างจะดื้อรั้นไม่น้อย ตื๊อให้ข้าเป็เพื่อนไม่ยอมเลิกราสุดท้ายจำใจต้องตอบตกลงไปอย่างช่วยมิได้” เด็กสาวหอบตะกร้าไม้ใส่ผ้าขึ้นมาจากพื้นพลางตอบคำถามของมารดาตนเองไปด้วย
ตะกร้าที่มีผ้าเปียกน้ำน่าจะหนักหลายชั่งกลับถูกร่างเล็กๆ ของเด็กสาวตัวน้อยอายุห้าขวบยกขึ้นมาอยู่ระดับหน้าอกได้อย่างง่ายดายในความเป็จริงสำหรับเด็กที่ไม่ได้รับการฝึกฝนอันใดนับว่าผิดปกติเป็อย่างมากแต่เหมยลี่ก็เห็นเช่นนี้มาจนชินเลยเลิกใไปเสียนานแล้ว
“ลูกรัก...ลูกอย่าไปพูดเช่นนั้นให้ผู้ใดได้ยินเชียวเดี๋ยวครอบครัวเราจะซวยเอาได้” หญิงกลางคนลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ เป็การเรียกขวัญก่อนจะกล่าวเตือนอีกฝ่ายออกมา
“จะว่าไปเ้ามองว่าประมือกับอีกฝ่ายมาเล็กน้อยนางมิเป็อันใดใช่หรือไม่?”นางนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบกล่าวถามด้วยใบหน้ามิค่อยดีนัก
การทำให้คุณหนูสี่ได้รับาเ็แม้เพียงนิดก็มิใช่สิ่งที่ครอบครัวข้ารับใช้ชั้นต่ำจะรับผิดชอบไหว!
“มิเป็อันใดนะเ้าคะ”อิงฮวาเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว...”เหมยลี่กล่าวออกมาด้วยความโล่งอกแต่ยังมิทันจะได้สูดหายใจเพื่อรับอากาศเข้าร่างกาย เด็กน้อยก็กล่าวออกมาต่อทันที
“เพียงทุบตีไปสามครั้งเท่านั้นเอง” สิ้นเสียงของเด็กน้อยเข่าทั้งสองข้างของผู้เป็มารดาก็ทรุดลงกับพื้นในทันที
ตุบ!
ตายแน่ ๆ เหมยลี่ ครอบครัวข้าถึงคราวจบสิ้นแล้วรึ?ทำไม์ถึงกลั่นแกล้งครอบครัวของข้าเช่นนี้กัน!