เมื่อหญิงสาวชุดแดงเธอลืมตาขึ้นเห็นคราม ก็เกิดความรู้สึกประหลาดใจ
หมอนี่อีกแล้วรึ!!!
เธอรีบสลัดความคับข้องก่อนหน้านี้ออกไปก่อน
“ไม่ต้องช่วยข้า ช่วยศิษย์พี่ข้าก่อน” แม้ระดับอภิญญาของครามจะเพียงแค่ระดับ 1 และดูจะต่ำเกินไปหากต้องสู้กับสัตว์อสูรครั้งละหลายตัว แต่การฝึกพลังศาสตราจากคัมภีร์เบญจธาตุ ที่เป็ขั้นสูงสุดในบรรดาคัมภีร์สายศาสตราทั้งมวลนั้น ทำให้เขาไม่ได้ครั่นคร้ามเลยสักนิด
“ขออาวุธ” เขาะโเสียงดัง
หนึ่งในกลุ่มสำนักเดียวกับสาวชุดแดงโยนหอกมาให้เขา เขาคว้าแล้วผนึกพลังจากภายในให้รวมอยู่ที่ปลายหอก บัดนี้หอกถูกเคลือบไปด้วยไอพลังสีฟ้า
ครามหวดพลังไปยังเป้าหมายตรงหน้า อากาศแวดล้อมเกิดการบิดเบี้ยว ก่อนเกิดแรงกระเพื่อมมหาศาลพุ่งออกไปเป็ด่านหน้า สัตว์อสูรเ่าั้พยายามคำรามเพื่อสลายพลังแต่ไม่สำเร็จ เพราะพลังที่ออกจากท่วงท่าของคัมภีร์เบญจธาตุ นั้นยากจะคาดเดาทิศทาง ลำแสงพุ่งไปในแนวขวาง และแยกตัวออกไปจู่โจมตีด้านหลังของสัตว์อสูรทั้ง 4 ทำให้พวกมันม้วนตัวหลบไม่ทัน
ครามรู้ดีว่าการที่ปล่อยให้พวกมันตั้งหลักได้ ย่อมสร้างความลำบากในอนาคต จึงรีบใช้ท่วงท่าต่อเนื่องรุกเข้าไปยังกลุ่มสัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว และการสืบเท้าที่พิสดารของเขาทำให้สัตว์พวกนี้ยิ่งเดาทางไม่ถูก ว่าควรจะป้องกัน หรือโจมตี ด้วยความรวดเร็วและปราดเรียวของเขาทำให้สามารถลอบโจมตีพวกมันที่จุดสำคัญ จนพวกมันอ่อนแรง และถูกฆ่าด้วยเพียงไม่ถึง 10 กระบวนท่า
เสียงตึง ๆ ดังจนครบ 4 ครั้ง สัตว์อสูรทั้ง 4 แน่นิ่งไม่ไหวติง ครามเอาหอกไปเขี่ยตามร่างกายเพื่อให้แน่ชัดว่าพวกมันตายสนิท
สาวน้อยชุดแดงที่กำลังตกตะลึงกับการต่อสู้ของคราม เมื่อได้สติ รีบปรี่เข้าไปตรวจเช็คอาการของศิษย์พี่ที่กองอยู่กับพื้น แต่ละคนถูกพิษจากกงเล็บของพยัคฆ์เขี้ยวพิษทั้งนั้น
สัตว์พวกนี้มีแก่นกระดูกพิษที่สามารถนำมาปรุงโอสถระดับสามได้หลายชนิด และที่สำคัญสามารถเอามาปรุงกับหญ้าพวงนาคาที่ขึ้นทั่วบริเวณนี้สามารถรักษาอาการถูกพิษจากมันได้
เขาใช้คมหอกกรีดไปที่แกนสันหลังของพวกมันและควานหาแก่นกระดูกพิษ ไม่ช้าเขาก็เห็นแสงเรืองๆ สีม่วงภายใน เขารวบรวมพลังไว้ที่ปลายนิ้ว แล้วกระดิกนิ้วเข้าหาลำตัว พลันแก่นกระดูกพิษมีรูปลักษณ์คล้ายอัญมณีสีม่วง 4 ก้อน ก็ลอยเข้ามาอยู่ตรงหน้าเขา
ครามใช้พลังอิทธิในการชำระล้างพิษที่เคลือบภายนอกจนหมดจดแล้ว
“เ้า” ครามเอ่ย
สาวชุดแดงหันควับ “เ้าหมายถึงข้าหรือ”
“ใช่ เ้าช่วยไปเก็บหญ้าพวกนาคามาให้ข้าที”
“ได้” พูดจบสาวชุดแดงก็ไปเก็บสมุนไพรที่คราม้ามาให้
หลังจากที่ครามได้หญ้าพวงนาคามาหลายต้น แล้วตามด้วยสมุนไพรอื่นๆ อีกสามชนิดจากอกเสื้อ ทั้งหมดลอยเคว้งคว้างในอากาศตรงหน้า เขาประกบมือและถ่างออก ส่งพลังจากบรรพธาตุทั้งสี่ในร่างกาย โดยเพิ่มพลังธาตุไฟให้มากขึ้นเพื่อกลั่นสมุนไพรเบื้องหน้า ไม่ช้าสมุนไพรเ่าั้ก็หมุนควงกลางอากาศอย่างรวดเร็ว จนอากาศรอบๆ มีลักษณะหมุนเป็วงกลม
เวลาผ่านไปราว 1 ชั่วโมง สมุนไพรทั้งหมดก็หลอมรวมกัน กลั่นออกมาเป็ โอสถ 14 เม็ด ส่งกลิ่นหอมรันจวนคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ขั้นตอนสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ โอสถเริ่มเป็รูปร่างกลมสีฟ้าใส ทอประกายรัศมี นั่นหมายถึงสมุนไพรชนิดนี้เป็สมุนไพรระดับ 3 แม้จะมีรูปลักษณ์สีฟ้าเหมือนกับโอสถหัวใจนักสิทธิ์ แต่โอสถชนิดล่าสุดนี้มีแสงสีม่วงอยู่วงนอก แม้กระทั่งกลิ่นก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เด็กหนุ่มสี่คนและสาวชุดแดงมองอย่างตะลึงงัน อันที่จริงเขาก็พอจะพบกับนักปรุงยาที่มีฝีมือมาเป็จำนวนมาก ส่วนมากมักปรุงยาในหม้อ และได้เพียงยาลูกกลอนในระดับสามก็จริง หากได้โอสถระดับกลางก็ถือว่าเยี่ยมยอดแล้ว แต่นี่กลับได้ในระดับได้อย่างไรกัน
โอสถที่ทอประกายราวกับอัญมณีนี้ถูกสร้างมาจากเด็กหนุ่มข้างหน้านี้ได้อย่างไร!!! มันควรจะเป็เหล่าผู็เฒ่าที่มีอายุมากว่านี้ไม่อย่างนั้นรึไง
ตอนนี้ทุกคนต่างมองว่าครามน่าจะเป็นักสิทธ์สายปรุงยาเป็แน่ ถึงสามารถเล่นแร่แปรธาตุได้ขนาดนี้ แถมเป็โอสถระดับสาม
เมื่อโอสถระดับสามสำเร็จเกิดแสงสว่างเจิดจ้า กลิ่นโอสถะเิออกไปวงกว้าง สมุนไพรทั้งหมดตกลงบนฝ่ามือของคราม เขานำไปแบ่งจ่ายให้กับเด็กหนุ่มทั้งสี่ ทุกคนประกบมือขอบคุณแล้วรับ
โอสถระดับสูงเมื่อเข้าปากก็ละลายในทันที และไม่มีรสขมอยู่แม่แต่น้อย ไม่นานพิษทั้งหมดก็ถูกกำจัดด้วยฤทธิ์ของยาวิเศษ
สาวในชุดแดงมาััดูอาการของของบรรดาศิษย์พี่ก็อุทานอย่างดีใจ เธอหันไปสบตาครามที่ยืนอยู่ข้าง แล้วเอ่ยว่า ข้าเป็หนี้บุญคุณเ้าแล้ว
“ข้าชื่อเฌอปรางค์ หากเ้ามีเื่อันใดให้ข้าช่วยเหลือข้าจะไม่ขัดข้อง” สาวชุดแดงพูดด้วยใบหน้าขัดเขินเล็กน้อย
“ไม่เป็ไร เพื่อนมนุษย์ย่อยช่วยเหลือกัน ส่วนข้าชื่อคราม” เขาหยุดนิ่งไปสักครู่ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เฌอปรางค์ทำเอาเธอถอยไปก้วหนึ่ง ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อ
ทุกเื่เลยเหรอ!!!