บทที่ 9 จี้ใจดำ
"ทำไมถึงได้มากมายเพียงนี้?"
เซียวจิ้งเสวียนขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นลู่ชิงลำเลียงอาหารเช้าออกมาจากปิ่นโต วางเรียงรายเต็มโต๊ะ มือของลู่ชิงชะงัก สายตาเหลือบมองไปที่หรานหร่านโดยอัตโนมัติ
หรานหร่านปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ข้างกายเซียวจิ้งเสวียนอย่างคล่องแคล่ว พอได้ยินคำพูดของเขา ใบหน้าจิ้มลิ้มก็ฉายแววน้อยใจ "ท่านพ่อรังเกียจที่หรานหร่านกินเยอะหรือเ้าคะ?"
เซียวจิ้งเสวียนปรายตามองเ้าก้อนแป้งน้อยที่คอตกเพราะคำพูดเพียงประโยคเดียวของเขา เอ่ยเสียงเรียบ "ข้าไม่ชอบการกินทิ้งกินขว้าง"
"รับทราบเ้าค่ะ!"
สิ้นเสียงของเซียวจิ้งเสวียน ใบหน้าของหรานหร่านก็เปลี่ยนจากมืดครึ้มเป็สดใสทันตา นางยิ้มจนตาหยี หยิบซาลาเปาไส้เนื้อลูกโตยื่นให้บิดา "ท่านพ่อ กินอันนี้สิเ้าคะ หอมมากเลยเ้าค่ะ!"
พูดจบ เ้าก้อนแป้งน้อยก็สูดน้ำลาย
เมื่อเห็นแววตาคาดหวังของนาง เซียวจิ้งเสวียนก็เผลอยื่นมือไปรับซาลาเปามาโดยไม่รู้ตัว
หรานหร่านเห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้างจนแก้มปริ คว้าซาลาเปาอีกลูกมายัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย
แม่หนูน้อยกินอย่างมูมมาม รวดเร็วปานพายุ แต่ทว่าเซียวจิ้งเสวียนกลับไม่รู้สึกรังเกียจ ตรงกันข้ามเขากลับมองว่าน่ารักน่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ
"ค่อย ๆ กิน เดี๋ยวจะติดคอเอาได้!" ลู่ชิงร้องเตือน
"อื้ม... อร่อยจังเลย!" แก้มยุ้ย ๆ ของเ้าก้อนแป้งน้อยพองออกราวกับกระรอกน้อยที่อมอาหารไว้เต็มปาก ช่างน่ารักน่าชังยิ่งนัก ได้ยินลู่ชิงเตือน นางจึงยื่นมือไปหยิบซาลาเปาอีกลูกส่งให้เขา พูดเสียงอู้อี้ "ท่านลุงลู่ก็กินด้วยกันสิเ้าคะ"
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป อาหารบนโต๊ะก็ถูกกวาดเรียบ
ตอนแรกเซียวจิ้งเสวียนยังกังวลว่าจะเหลือทิ้ง แต่พอเห็นท่าทางการกินของเ้าก้อนแป้งน้อยแล้ว ดูท่าต่อให้อีกสองลูกนางก็ยังไหว เมื่ออิ่มหนำสำราญ หรานหร่านก็เลียริมฝีปาก ใช้มือกุมพุงกะทิน้อย ๆ ส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เซียวจิ้งเสวียน
"อื้ม มีท่านพ่อนี่มันดีจริง ๆ!"
ดวงตากลมโตของนางเป็ประกายวิบวับ โค้งลงราวกับพระจันทร์เสี้ยว ใบหน้าที่มีลักยิ้มบุ๋มเต็มไปด้วยความสุขสมหวัง
เซียวจิ้งเสวียนมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งลู่ชิง "เ้าอยู่ที่นี่คอยดูแลนาง!"
ลู่ชิงขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเคร่งขรึม "ใต้เท้า หวังหยางไม่อยู่ ข้าน้อยจำเป็ต้องติดตามท่านไปขอรับ!"
พอรู้ว่าเซียวจิ้งเสวียนจะทิ้งนางไว้แล้วออกไปข้างนอกคนเดียว หรานหร่านก็ไม่ยอมทันที นางะโลงจากเก้าอี้ มือเล็ก ๆ กระตุกชายเสื้อเขาเขย่าเบา ๆ น้ำเสียงออดอ้อน "ท่านพ่อจะไปไหน? หรานหร่านจะไปด้วย"
เซียวจิ้งเสวียนตีหน้าขรึม "ไม่ได้!"
หรานหร่านยังคงเขย่าแขนเสื้อเขาไม่หยุด "ไม่เอา ไม่เอา"
หากนางไม่ตามท่านพ่อไป เกิดเ้าคนชั่วที่คิดจะแย่งชิงวาสนาของท่านพ่อโผล่มาอีกจะทำอย่างไร?
ก่อนจะหาตัวคนผู้นั้นเจอ นางจะห่างจากท่านพ่อไม่ได้เด็ดขาด
"ใต้เท้า วันนี้ท่านนัดพบแม่นางสวีจากตระกูลสวี่ มิสู้พานางไปด้วยเถิดขอรับ?" ลู่ชิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเสนอแนะ "ได้ยินมาว่าสามีของแม่นางสวีผู้นี้ประสบเหตุหายตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ จนป่านนี้ก็ยังหาตัวไม่พบ คนสกุลสวีต่างพากันรังแกนาง"
"หากใต้เท้าไปพบนางตามลำพัง เกรงว่าจะนำมาซึ่งคำครหาและปัญหาที่ไม่จำเป็"
เ้าก้อนแป้งน้อยได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็ประกาย รีบรับคำทันที "ท่านพ่อวางใจเถิด หรานหร่านจะเป็เด็กดี ไม่ซุกซนแน่นอนเ้าค่ะ!"
เซียวจิ้งเสวียนไตร่ตรองคำพูดของลู่ชิง แล้วจึงเอ่ยออกมาสั้น ๆ "ตามมาสิ!"
"เย้!"
ลู่ชิงหันไปขยิบตาให้เ้าก้อนแป้งน้อยอย่างรู้กันเ้าก้อนแป้งน้อยก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวไม่นาน ทั้งสามก็เดินออกจากที่ว่าการอำเภอพร้อมกัน
"ใต้เท้าเซียว ท่านจะไปไหนหรือขอรับ?"
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูที่ว่าการ ก็มีคนผู้หนึ่งเดินสวนมา
คนผู้นี้รูปร่างท้วมสมบูรณ์ พุงพลุ้ยกลมดิก ใบหน้ามันแผล็บ ดวงตาเล็กหยีจนแทบปิดมิด ทว่ากลับแฝงแววเ้าเล่ห์
"ท่านพ่อ ระวังคนชั่ว!"
พอเห็นคนผู้นี้ หรานหร่านก็กระตุกชายเสื้อเซียวจิ้งเสวียน ร้องเตือนเสียงใส
เซียวจิ้งเสวียนก้มมองเ้าก้อนแป้งน้อยด้วยสายตาลึกซึ้ง แต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
ทว่าลู่ชิงที่อยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก! เ้าก้อนแป้งน้อยรู้ได้อย่างไรว่าปลัดหลิวผู้นี้เป็คนชั่ว?
ขนาดใต้เท้าของเขาเพิ่งมารับตำแหน่งที่นี่ สองวันแรกยังโดนคนผู้นี้วางหลุมพรางเล่นงานไปตั้งสองหน!
"ท่านปลัดหลิว"
เซียวจิ้งเสวียนพยักหน้าทักทายอย่างเ็า
"โอ้โห ข้างกายใต้เท้าเซียวมีตุ๊กตาน้อยเพิ่มมาั้แ่เมื่อใดกัน? ลูกสาวท่านหรือขอรับ?"
"สวัสดีเ้าค่ะท่านลุง!" หรานหร่านโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังเซียวจิ้งเสวียน ทักทายเสียงหวาน "ข้าชื่อหรานหร่าน เป็ลูกสาวของท่านพ่อเ้าค่ะ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..." ปลัดหลิวหัวเราะร่า "คิดไม่ถึงว่าใต้เท้าเซียวจะเลี้ยงดูแม่หนูน้อยที่ช่างเจรจาเช่นนี้ได้!"
"แน่นอนสิเ้าคะ! ท่านพ่อของข้าเก่งกาจจะตายไป" หรานหร่านเชิดหน้าขึ้นด้วยความภูมิใจ
ปลัดหลิวเออออไปตามเื่ ทว่าในใจกลับดูแคลนยิ่งนัก
"ท่านลุงเ้าขา ในท้องของท่านลุงมีเด็กทารกอยู่หรือเ้าคะ? ท้องใหญ่จังเลย?"
จู่ ๆ หรานหร่านก็เบิกตากว้าง ถามด้วยความไร้เดียงสา
รอยยิ้มบนใบหน้าของปลัดหลิวแข็งค้างไปทันที
เมื่อเห็นเขาไม่ตอบ หรานหร่านก็พูดต่อเองเออเอง "น้องตัวเล็กเหมือนจะใกล้คลอดแล้วนะเ้าคะ! ท่านลุงต้องระวังตัวด้วยนะเ้าคะ"
"เ้า... เ้า..."
ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มของปลัดหลิวพังทลายลงในพริบตา สีหน้าดำคล้ำลงอย่างรวดเร็ว
ลู่ชิงเห็นดังนั้น ก็แอบยกนิ้วโป้งให้เ้าก้อนแป้งน้อยในใจ!
เ้าก้อนแป้งน้อยนี่ช่างจี้ใจดำคนได้เก่งนัก จิ้มตรงไหนก็เจ็บตรงนั้น
สิ่งเกลียดที่สุดของปลัดหลิวก็คือการที่มีคนมาวิพากษ์วิจารณ์เื่พุงของเขา
ลือกันว่า เดิมทีเขาก็เป็คนรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดี แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน จู่ ๆ ท้องของเขาก็โตเอา ๆ ราวกับสตรีตั้งครรภ์ เคยมีหมอมาตรวจชีพจร ถึงขั้นบอกว่าเป็ชีพจรมงคลเหมือนคนท้อง!
ทำเอาเขากลายเป็ตัวตลกของชาวเมืองยงหลินไปในชั่วข้ามคืน ส่วนหมอคนนั้นก็ถูกลงโทษอย่างหนัก
ั้แ่นั้นมา ไม่มีใครในเมืองยงหลินกล้าเอ่ยถึงเื่นี้อีก
คิดไม่ถึงว่าจะถูกเ้าก้อนแป้งน้อยที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกพูดแทงใจดำเข้าอย่างจัง
ดูท่าทางไร้เดียงสาและอยากรู้อยากเห็นของนางสิ... จุ๊ ๆ... สะใจจริง!
ลู่ชิงกลั้นหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดง ฝ่ายเซียวจิ้งเสวียนกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คำพูดเด็กไร้เดียงสา ปลัดหลิวคงไม่ถือสาหรอกกระมัง?"
ปลัดหลิวขบกรามแน่น ยิ้มแต่ปากทว่าดวงตาไม่ยิ้ม "มิกล้า ๆ ข้าน้อยยังมีธุระ ไม่รบกวนเวลาของใต้เท้าแล้ว! ขอตัวก่อน!"
กล่าวจบ ปลัดหลิวก็สะบัดแขนเสื้อ เดินกลับเข้าไปในที่ว่าการอำเภอ
พรืด!
ลู่ชิงหลุดขำออกมา "ใต้เท้า ท่านเห็นไหมขอรับ หน้าของปลัดหลิวเมื่อครู่ดำยิ่งกว่าก้นหม้อเสียอีก!"
เซียวจิ้งเสวียนตวัดสายตาดุ ๆ มองลู่ชิง "ตลกมากรึ?"
"เอ่อ..."
รอยยิ้มบนหน้าลู่ชิงหุบลงทันควัน ก้มหน้าสงบเสงี่ยม
เซียวจิ้งเสวียนก้มมองเ้าก้อนแป้งน้อยที่ทำหน้าตาใสซื่อ "อย่าพูดจาซี้ซั้ว!"
เ้าก้อนแป้งน้อยแก้มป่อง เบะปากเถียง "แต่ข้าไม่ได้โกหกนะเ้าคะ ในท้องของเขามีเด็กทารกอยู่จริง ๆ นี่นา!"