หลังจากเดินทางด้วยสภาวะไร้น้ำหนักมาระยะหนึ่งตู้เซียวก็ลืมตาและลุกขึ้นนั่ง
เขากลับมาถึงโลกไร้ขอบเขตแล้วและยังคงอยู่ในห้องรับรองความปลอดภัยขนาดเล็กที่เขาเข้ามาเมื่อตอนเดินทางกลับ
ตู้เซียวเรียกตู้หลีวิญญาณแห่งมิติเวลาในใจไม่นานพลังจิตก็มองเห็นเจ้าก้อนอ้วนแสนร่าเริงตู้หลีจิ้มนิ้วเข้าหากันแล้วพูดอย่างตะกุกตะกัก “พ่อครับผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าสามสิ่งนี้เมื่อผสมกันจะมีพิษร้ายแรง”
“ไม่เป็นไร” ตู้เซียวใช้พลังจิตลูบศีรษะกลมๆของเขาแผ่วเบาแล้วยิ้มบาง “ไม่ใช่ความผิดของลูกไม่มีใครรู้ทุกอย่างบนโลกหรอก แม้แต่แกนสมองสั่งการของผู้ใหญ่ก็ทำไม่ได้ลูกทำได้ดีแล้ว ภายหลังก็ศึกษาเยอะๆ มุมานะต่อไปเรื่อยๆ พ่อก็เหมือนกันภายหลังต้องศึกษาเยอะๆ และพยายามให้มากขึ้น”
“ครับ” ตู้หลีกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข “ขอบคุณครับพ่อ”
ตู้เซียวคุยกับเขาไม่กี่ประโยคก็ปลอบประโลมจิตใจเขาได้จากนั้นก็รู้สึกตัวและพบว่าเยี่ยนหลียังไม่กลับมา จึงไม่ได้ออกจากห้องนี้ไป
ความคิดของเขาสับสน เขานำ ‘สมุดบันทึกภารกิจ’ ซึ่งสร้างโดยระบบที่เชื่อมกับแกนสมองสั่งการออกมาจากตู้เก็บของของมิติเวลาแล้วยื่นนิ้วออกไปแตะจอแสดงผลเสมือนจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
สมุดบันทึกสีเขียวอ่อนเหมือนหนังสือแบนๆ เล่มหนึ่ง เมื่อพลิกหน้าแรก ตัวอักษรมากมายก็ทยอยปรากฏขึ้นมาด้านบน
“ราชวงศ์จิ้นเหนือ ภารกิจเสร็จสมบูรณ์ การประเมินผลมีดังนี้
ราชวงศ์จิ้นเหนือเนื่องจากผู้ข้ามมิติเวลาทำให้การพัฒนาของกระบวนการทางประวัติศาสตร์ผิดเพี้ยนไปจากหลักเดิมการแยกจากโลกต้นกำเนิดเพื่อสร้างมิติเวลาย่อยจึงเกินกว่าสองร้อยปีหลังจากผู้ปฏิบัติภารกิจซูตงเฉินเข้ามาแทรกแซงทำให้มิติเวลาเข้าใกล้ประวัติศาสตร์หลักมากขึ้น ภายหลังหนานกงจี๋ขึ้นครองราชย์ในสิบปีต่อมา
ซูตงเฉินเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากถูกฮองเฮาฆาตกรรมทำให้หนานกงจี๋เก็บความเกลียดชังไว้ในใจสิบปีต่อมาฮ่องเต้เทียนมิ่งสวรรคตและหนานกงจี๋ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ ฮองเฮา ‘ยืนกรานให้ฝังศพตนเองไปด้วย’ ต่อมานางจึงกินยาพิษและตายอย่างทรมานเพราะความเกลียดชัง จวนกั๋วกงจึงยอมลงทุนอยู่ภายใต้อำนาจตวนอ๋องและวางแผนแก้แค้น
คังอ๋องคุมเหลียวเป่ยราวกับขนบนปีกนกที่เติบโตเต็มที่แม้ฮ่องเต้มีพระประสงค์จะสังหารพวกเขาทั้งครอบครัวทว่าพระองค์ไม่ต้องการทำให้เกิดความวุ่นวายภายใน จึงทำได้เพียงแต่งตั้งเขาเป็นอ๋องแห่งประจิมและจัดสรรที่ดินศักดินาใหม่ให้เขาอีกครั้งเป็นทางตะวันตกเฉียงใต้ก่อนจะสั่งให้เขาออกจากเหลียวเป่ยและอยู่ที่เมืองอวิ๋นหนานตลอดไป
เพื่อพิชิตเหลียวเป่ย หนานกงจี๋จึงทยอยรับบุตรสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานของท่านอ๋องแห่งมองโกลมาเป็นพระสนมทว่าคนโปรดที่สุดยังคงเป็นพระสนมฮั่นเขาให้กำเนิดบุตรชายสิบเอ็ดคนและบุตรสาวสิบสี่คน หนึ่งในบรรดาพระสนมคือเยี่ยนฉี บุตรสาวแห่งภรรยาเอกของเยี่ยนหลานซื่อจื่อแห่งอันหย่วนโหว หลังจากเยี่ยนฉีเข้าวังและได้รับแต่งตั้งเป็นพระสนมก็ได้ให้กำเนิดบุตรคนสุดท้องผู้มีนามว่าหนานกงฝูหลิน เนื่องจากฮองเฮาไม่มีพระโอรสพระโอรสทั้งหมดจึงเป็นผู้ที่กำเนิดจากพระสนมภายใต้การสนับสนุนของตระกูลเจิ้งแห่งสิงหยาง ตระกูลหลี่แห่งหลงซี จวนอันกั๋วกงจวนองค์หญิงฉงอาน จวนซิ่นกั๋วกง จวนอันหย่วนโหว จวนอู่หนิงโหว และจวนตวนอ๋องฝูหลินจึงถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาท
ในช่วงระยะเวลาสิบสามปีแห่งการครองราชย์ของหนานกงจี๋การเมืองและการทหารได้ขึ้นสู่จุดสูงสุดทำให้ราชวงศ์จิ้นเหนือเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากหลังจากพระองค์สวรรคตด้วยพระอาการประชวร ฝูหลินพระโอรสคนสุดท้องจึงขึ้นครองราชย์ด้วยอายุเพียงหกชันษาและกลายเป็นศักราชซุ่นจื้อตวนอ๋องเป็นมหาอุปราชด้วยการช่วยเหลือของจวนกั๋วกงและลูกสมุนของเขาโดยดำเนินการด้วยนโยบายเลือดและเหล็ก ลงโทษตระกูลขุนนาง สังหารวีรบุรุษกดขี่ฮ่องเต้ บังคับหลิงไท่โฮ่วจนเกือบจะได้เป็นไท่ซ่างหวง ฮ่องเต้ซุ่นจื้อทรงอดทนทุกวิถีทางและหารืออย่างลับๆกับเจ้าศักดินาผู้จงรักภักดีจากทั่วทุกที่โดยดำเนินการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเพื่อกำจัดกองกำลังทุกแห่งของตวนอ๋องควบคุมกำลังทหารของตวนอ๋อง ความไม่ลงรอยกันระหว่างกุ้ยเฟยที่โปรดปรานและไทเฮารวมถึงตระกูลสูงศักดิ์และตระกูลขุนนางถูกนำมาใช้เป็นเกราะกำบังประกอบกับการกล้ำกลืนความอัปยศของฮองไทเฮา ในที่สุดก็รักษาบัลลังก์เอาไว้ได้ความโกลาหลนี้ทำให้ราชสำนักไร้กำลังกดขี่ชายแดน เหลียวเป่ย ดินแดนตะวันตกเกาหลีเหนือ และซินเจียงตอนใต้ทั้งหมดต่างก็ยืนหยัดด้วยตนเองอย่างสุดความสามารถและแยกตัวออกจากราชวงศ์ ทำให้อาณาเขตจิ้นเหนือลดลงไปถึงหนึ่งในส่วนสาม
ตวนอ๋องถูกฮองไทเฮาหาโอกาสแอบวางยาพิษและเสียชีวิตด้วยอาการป่วยทันทีในช่วงสำคัญของชีวิต เขาไร้ทายาทผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ฮ่องเต้ซุ่นจื้อบริหารราชการแผ่นดินด้วยพระองค์เองอย่างชาญฉลาด และทรงสวรรคตด้วยโรคฝีดาษเมื่อพระชนมายุได้ยี่สิบสามชันษาโดยได้ทิ้งพระราชโองการมอบราชสมบัติให้เสวียนเย่ที่มีพระชนมายุแปดพรรษา จากนั้นก็ทรงขึ้นครองราชย์และเปลี่ยนเป็นศักราชคังซี
จนถึงตอนนี้ มิติเวลาย่อย ‘ราชวงศ์จิ้นเหนือ’ ได้กลับคืนสู่โลกต้นกำเนิดสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย
บทสรุป ผู้ปฏิบัติภารกิจและคู่หูได้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ ระดับการบูรณาการ ‘น่าพอใจ’ อานุภาพของจิต ‘สมบูรณ์แบบ’ แรงขับเคลื่อน ‘ยอดเยี่ยม’ ปณิธาน ‘ยอดเยี่ยม’ ระดับอารมณ์ ‘ยอดเยี่ยม’ ระดับความผันผวนทางจิตใจ ‘น่าพอใจ’ ระดับความร่วมมือ ‘น่าพอใจ’ การประเมินระดับความสำเร็จภารกิจอย่างครอบคลุม ‘น่าพอใจ’
ผลการทดสอบ ผ่าน สามารถกลับสู่ขั้นตอนภารกิจหลักได้
หลังจากที่หน่วยรบพิเศษปฏิบัติภารกิจสำเร็จ แกนสมองสั่งการจะให้การประเมินระดับความสำเร็จภารกิจอย่างครอบคลุมแก่พวกเขาซึ่งแบ่งออกเป็นหกเลเวล ได้แก่ ไม่ผ่านเกณฑ์ ปานกลาง ดี ยอดเยี่ยม น่าพอใจและสมบูรณ์แบบหน่วยรบพิเศษจะได้แต้มผลงานตามระดับความยากของภารกิจและความสำเร็จของภารกิจผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกหักคะแนนผู้ที่ได้ระดับปานกลางจะได้แต้มผลงานพื้นฐานเท่านั้นผู้ที่ได้ระดับดีจะได้เพิ่มจากพื้นฐานเป็นสองเท่าผู้ที่ได้ระดับยอดเยี่ยมเพิ่มเป็นสามเท่า ผู้ที่ได้ระดับน่าพอใจเพิ่มเป็นห้าเท่าส่วนผู้ที่ได้ระดับสมบูรณ์แบบเพิ่มเป็นสิบเท่า ซึ่งแต้มผลงานมีประโยชน์มากทว่าแต้มผลงานพื้นฐานกลับน้อยด้วยเหตุนี้เหล่าหน่วยรบพิเศษจึงตั้งใจอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จและมุ่งมั่นพยายามให้ได้แต้มผลงานเยอะขึ้นซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้รับการประเมินที่ ‘น่าพอใจ’ ตู้เซียวจึงค่อนข้างพอใจ
แม้จะค่อนข้างเสียดายที่ไม่ได้ระดับ ‘สมบูรณ์แบบ’ ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวซึ่งเป้าหมายหลักคือผ่านการทดสอบ ไม่ใช่การได้รับแต้มผลงาน
ตอนแรกที่เพิ่งมาถึงราชวงศ์จิ้นเหนือได้ไม่นานหลังจากที่ได้สแกนงานเขียนนับไม่ถ้วนในหอสมุดจวนอันกั๋วกง ตู้หลีก็ได้สร้างแบบจำลองของตรรกะคณิตศาสตร์ ธรรมชาติของมนุษย์ ภูมิอากาศ ราชวงศ์ ขุนนาง ตระกูลขุนนางตระกูลสูงศักดิ์ และตระกูลอื่นๆ รวมถึงแบบจำลองทางการเมือง การทหาร วัฒนธรรมเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบตามที่แกนสมองสั่งการเสนอ จากนั้นจึงดำเนินการจัดการแบบตรรกศาสตร์และการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมท้ายที่สุดก็ได้รูปแบบการพัฒนาแนวเรื่องหลักของโลกและการเชื่อมต่อภารกิจที่ดีที่สุดซูตงเฉินไว้ใจตู้หลีมาก หลังจากได้ข้อสรุปแล้ว เขาก็ได้กำหนดแผนปฏิบัติการที่ดีที่สุดและดำเนินการอย่างเต็มกำลังจนในที่สุดก็ได้รับผลลัพธ์ที่ ‘น่าพอใจ’ ซึ่งเพิ่มความมั่นใจให้เขาเป็นอย่างมากและทำให้เขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมต่องานในอนาคตแน่นอนว่าเขาได้ตระหนักถึงความไม่สมบูรณ์ของตนเองและตัดสินใจขยันศึกษาให้มากขึ้นเพื่อบรรลุระดับภารกิจที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ ต่อไป
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดเขาก็ยังคงคิดถึงจวนอันกั๋วกงเขายกมือขึ้น เหยียดนิ้วออกไปแล้วจิ้มที่คำว่า ‘จวนอันกั๋วกง’ บนสมุดบันทึก ไม่กี่วินาทีต่อมาสมุดบันทึกก็พลิกไปอีกหน้าและมีตัวอักษรปรากฏขึ้นมาด้านบน
“หลังจากหนานกงจี๋ขึ้นครองราชย์แล้ว อดีตอันกั๋วกงได้ขอพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ซูอวี้เมิ่งสืบทอดตำแหน่งรวมถึงบุตรคนโตและบุตรคนรองของภรรยาเอกอีกด้วยต่อมาหนานกงจี๋แต่งตั้งให้ซูอวี้เมิ่งบุตรชายคนโตของภรรยาเอกเป็นซื่อจื่อของอันกั๋วกงบุตรคนรองแห่งภรรยาเอกเป็นซื่อจื่อของอู่หนิงโหว โดยจะสืบทอดบรรดาศักดิ์หลังจากที่โตเป็นผู้ใหญ่ต่อมาท่ามกลางการสังหารหมู่อย่างบ้าคลั่งของตวนอ๋องอันกั๋วกงและอู่หนิงโหวได้รวมกำลังกับผู้ที่เคยถือบรรดาศักดิ์และตระกูลขุนนางใหญ่เพื่อปกป้องตนเองในช่วงปลายราชวงศ์ซุ่นจื้อและราชวงศ์คังซีทั้งหมดจวนอันกั๋วกงกับจวนอู่หนิงโหวต่างรักษาความรุ่งเรืองซูอวี้เมิ่งและบุตรชายสร้างความดีความชอบอย่างโดดเด่นในการปราบกบฏสามเจ้าศักดินาสมัยฮ่องเต้คังซีกวาดล้างคัลดันและปราบรัสเซีย บรรดาศักดิ์อู๋หนิงโหวสิ้นสุดที่รุ่นห้าทว่าจวนอันกั๋วกงกลายเป็นมรดกตกทอดถาวรและสืบทอดกันมาจนถึงปลายราชวงศ์จิ้นเหนือโดยรักษาความรุ่งเรืองไว้อยู่เสมอ ปลายราชวงศ์จิ้นเหนือวังหลังเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง พระญาติของฮองเฮาและขันทีผลัดกันผูกขาดอำนาจเป็นผลให้ฮ่องเต้ทั้งสามรัชสมัยติดต่อกันไร้ซึ่งบุตรธิดาซึ่งทั้งหมดไม่ได้สืบทอดมาจากสายตรง ราชวงศ์จึงค่อยๆ เสื่อมลง พร้อมกับการเข้ามาของชาติตะวันตกภัยคุกคามจึงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจวนอันกั๋วกงเริ่มส่งบุตรหลานไปศึกษาที่ประเทศมหาอำนาจทั้งยังนำเข้าอาวุธจากต่างประเทศและเรือรบขั้นสูงมาติดตั้งให้กับกองทัพตระกูลซูที่คอยอารักขาเมืองเหลียวตงอันกั๋วกงคนสุดท้ายกลายเป็นขุนศึกใหญ่อันดับหนึ่งผู้ยึดครองตะวันออกเฉียงเหนือปกป้องประเทศ ต่อต้านรัสเซียกับญี่ปุ่น ซึ่งหนังสือประวัติศาสตร์เรียกว่า ‘เสือโคร่งไซบีเรีย วีรบุรุษแห่งชนเผ่า’ ต่อมาอันกั๋วกงสนับสนุนการปฏิรูปทางการเมืองซึ่งนำไปสู่การที่ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์จิ้นเหนือสละราชสมบัติ เกิดการก่อตั้งสาธารณรัฐและกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศใหม่ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรตระกูลซูก็ยังคงเป็นตระกูลขุนนางสูงศักดิ์เสมอมาและสร้างความดีความชอบในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทหารนอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่า ซื่อจื่อของอันกั๋วกงแห่งราชวงศ์จิ้นเหนือ เทียนมิ่งอู่หนิงโหว และแม่ทัพใหญ่ทหารม้าซูตงเฉิน หรือที่รู้จักกันในนาม ‘มัจจุราชซู’ ได้ทิ้งหอกมังกรแปดสมบัติเล่มหนึ่งไว้ให้ซึ่งกลายเป็นมรดกตกทอดของจวนอันกั๋วกง ผ่านไปกว่าสามร้อยปีอันกั๋วกงคนสุดท้ายริเริ่มสละบรรดาศักดิ์ และตอนที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเขาได้กลายเป็นมังกรบินจากไป
ซูตงเฉินอ่านบันทึกนี้เสร็จก็ยกยิ้มด้วยความพอใจ
ตั้งแต่สมัยราชวงศ์คังซี ซูอวี้เมิ่งยังคงกระฉับกระเฉงอยู่ในสนามรบเรียกได้ว่าเขาไม่เพียงอายุยืนยาวเท่านั้น ทว่ายังสุขภาพดีอีกด้วย แม้หนานกงจี๋จะมีอายุเพียงห้าสิบกว่าชันษาทว่าไม่นับว่าอายุสั้นหรือสิ้นพระชนม์ตั้งแต่เยาว์วัยตามอายุขัยเฉลี่ยของฮ่องเต้สมัยโบราณ นับว่าเขามีอายุที่ยืนยาวเป็นฮ่องเต้มาสามสิบปี เพลิดเพลินกับความมั่งคั่งบนโลกทั้งชีวิตมีสตรีนับสิบที่ให้กำเนิดบุตรธิดากว่ายี่สิบคน ชีวิตนี้ไม่สูญเปล่าแล้วเขาดีต่อตระกูลซู ตระกูลซูก็สนับสนุนเขามาโดยตลอดและยืนกรานที่จะภักดีต่อบุตรหลานของเขาหลังจากที่เขาป่วยตายซึ่งนับว่าเริ่มต้นและจบลงด้วยดีแล้ว ช่วงปลายราชวงศ์จิ้นเหนือ ฮ่องเต้ไร้ทายาทดังนั้นฮ่องเต้ที่สืบทอดบัลลังก์ต่อจึงไม่ได้รับความภักดีจากจวนอันกั๋วกงพวกเขาได้เกลี้ยกล่อมให้ฮ่องเต้สละราชสมบัติโดยอนุญาตให้ราชวงศ์รักษาทรัพย์สินส่วนตัวและกลายเป็นตระกูลหนานกงที่สูงส่งและมีเกียรติจากนั้นจวนอันกั๋วกงก็ได้ก่อตั้งสาธารณรัฐและเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เหมาะสมรอบคอบทุกด้านซึ่งถือว่าพวกเขาทำได้ดี
เมื่อได้รู้ว่าตระกูลซูสืบทอดกันมาอย่างยาวนานและบุตรหลานรุ่นหลังมีชีวิตที่ดีมาโดยตลอด ซูตงเฉินจึงมีความสุขอย่างมาก
ภารกิจนี้เสร็จสิ้นอย่างน่าพึงพอใจ
แม้ไม่รู้หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอน ทว่าตู้เซียวได้เข้าใจความหมายในการทำงานของหน่วยรบพิเศษกับความหมายของการมีอยู่ของกรมควบคุมอวกาศแล้ว
หลังจากบันทึกประวัติศาสตร์ถูกผู้ทะลุมิติเปลี่ยนแปลงก็จะหลุดพ้นจากโลกต้นกำเนิดกลายเป็นมิติเวลาย่อยและเคลื่อนไปยังทิศทางการพัฒนาอื่นอีกทั้งมิติเวลาที่หลุดพ้นนี้จะพาเส้นต้นกำเนิดไป หากเป็นเช่นนี้ต่อไปในไม่ช้าจักรวาลที่พวกเขาอาศัยอยู่แห่งนี้ก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สมดุลเมื่อถึงเวลานั้นก็จะกลายเป็นวันสุดท้ายของทุกชีวิตหรือแม้กระทั่งทุกดวงดาวของทั้งจักรวาล
หน่วยรบพิเศษทะลุมิติไปยังมิติเวลาย่อยเพื่อจัดระเบียบกระบวนการทางประวัติศาสตร์ตราบใดที่มีช่วงเวลาที่สอดรับกับประวัติศาสตร์โลกต้นกำเนิดก็จะถูกโลกต้นกำเนิดจับกุมเพื่อลากกลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องและกลับคืนสู่จักรวาลแห่งนี้ แน่นอนว่าหลังจากที่กลับมาพวกเขาจะไม่ได้อยู่ในระบบสุริยะปัจจุบัน ทว่าจะไปปรากฏในกาแล็กซีอื่นบางทีอาจจะไปในที่ที่ไกลแสนไกล หรือไม่ก็อยู่ที่ทางช้างเผือกนี่เป็นการจัดการของกฎแห่งจักรวาล ซึ่งอยู่นอกเหลืออิทธิพลของกำลังมนุษย์
แม้ราชวงศ์จิ้นเหนือจะดำเนินมาถึงโลกต้นกำเนิดจริงๆหลังจากที่เขาเสร็จสิ้นภารกิจกลับมาแล้วนับสิบกว่าปีทว่ากระบวนการทางประวัติศาสตร์ของมิติเวลาย่อยนั้นเวลาในการเข้าสู่จักรวาลแห่งนี้คงผ่านมาหลายปีแล้วเวลาและมิติเวลาเป็นสิ่งที่ลึกลับมากผ่านมาแล้วหลายหมื่นปีที่ผู้แข็งแกร่งทรงพลังกับพวกนักวิทยาศาสตร์จำนวนนับไม่ถ้วนได้วิจัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าทว่าจนถึงปัจจุบันก็ยังยากที่จะอธิบาย ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้ายืนยันว่ามิติเวลาย่อยกลับคืนล่วงหน้าหรือถดถอยเป็นเวลากี่ปีปัจจุบันเขาเพียงคาดเดาจากคำอธิบายใน ‘บันทึกภารกิจ’ เท่านั้น ซึ่งในนั้นระบุว่ามิติเวลาย่อยที่ราชวงศ์จิ้นเหนือตั้งอยู่นั้นกลับคืนอย่างน้อยหนึ่งร้อยห้าสิบปีขึ้นไปด้วยเหตุนี้จึงมีบันทึกประวัติศาสตร์ที่ละเอียดทั้งยังมีบรรยายคล้ายสารานุกรมเครือข่ายด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้แกนสมองสั่งการเป็นผู้เรียบเรียงขึ้นมานับว่าเป็นเรื่องจริงโดยหลังจากที่แกนสมองสั่งการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเสร็จแล้วจึงรวบรวมข้อมูลให้เขา โดยส่วนใหญ่เป็นการอ้างอิงจากต้นฉบับ ดังนั้นจึงเป็นกลางไม่ต้องกล่าวถึงบทบาทที่เขาเล่นในนั้น
นี่คือสิ่งที่หน่วยรบพิเศษทุกคนจะได้รับหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจไม่ใช่เพียงการปลอบโยนและให้กำลังใจพวกเขา ทว่ายังเป็นรางวัลอีกประเภทหนึ่งด้วยซึ่งมันทำให้พวกเขาอารมณ์ดีและรู้สึกถึงความสำเร็จในการสร้างผลงาน
ภารกิจครั้งนี้ทำให้ตู้เซียวมีอารมณ์ที่หลากหลาย เขาได้ปรับจิตใจราวกับว่าพลังจิตได้รับการชำระหนึ่งครั้ง ทำให้เขามีสติปัญญายิ่งขึ้น
ในขณะที่ตู้เซียวกำลังจัดระเบียบความคิดในหัวก็ได้รับข้อความจากเยี่ยนหลี “เซียว ฉันกลับมาแล้ว” เขาดีใจมากและรีบเปิดประตูออกไปทันที
เยี่ยนหลียืนอยู่ด้านนอกประตู ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตื่นเต้น ยินดี และมีความสุข
ทั้งสองยิ้มให้กันและกอดกันอย่างแนบแน่น
เมื่อกลับถึงบ้าน พวกเขาปรับตัวเป็นเวลาหนึ่งเดือนก่อนที่แกนสมองสั่งการจะแจ้งให้ทราบว่าตู้เซียวผ่านการประเมินแล้วสามารถคืนตำแหน่งและปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ