ตอนที่ 17
การกลั่นแกล้ง
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧
หลังจากวันเกิด มันก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ที่ฉันไม่เจอคุณอารัญเลย เนื่องจากการได้เบาะแสสำคัญเกี่ยวกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามที่ต่างๆ ทำให้เขาและภาคินต้องเดินทางไปโน่นมานี่แทบจะตลอดเวลา จนแทบจะไม่ได้อยู่บ้านเลย ยังไม่นับวันพระจันทร์เต็มดวงที่เขาจะต้องไปพบราชินีอีก เขาไม่ได้รักราชินี เขาบอกว่า เขาหมั้นกับเธอเพราะไม่มีทางเลือก แต่ทำไม? มันเป็ความคับข้องใจที่ฉันยังไม่กล้าที่จะถาม ณ เวลานี้ขอแค่เขารักฉัน นั่นก็เพียงพอแล้ว...
และวันนี้ก็เป็หนึ่งในหลายๆ วันที่ฉันเข้ามานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ในห้องสมุด และในขณะที่ฉันกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับพืชแปลกๆ อยู่นั้น คุณอารัญก็ได้เข้ามาในห้องทำงาน
เขายืนหันหลังให้ฉันและทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่ที่โต๊ะทำงาน ฉันแอบมองเขาจากด้านหลัง ผมยาวสลวยของเขารวบไว้หลวมๆ ครึ่งศีรษะ ไหล่ที่กว้าง แผ่นหลังและสะโพกที่สมส่วน เขาแข็งแรง สง่าผ่าเผย คุณอารัญของฉัน... ขนาดมองข้างหลังยังดูดีขนาดนี้ แล้วถ้าหันมาจะขนาดไหน ฉันคิดแล้วก็อดที่จะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่ได้ และแล้วเขาก็หันมา เขาค่อยๆ หันมาหาฉัน และส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ เหมือนเขารู้ว่าฉันกำลังจ้องมองเขาอยู่
ฉันหน้าชาผ่าวขึ้นมา หลบตา
เขาเดินเข้ามาในโซนห้องสมุด และนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันกับที่ฉันนั่งอยู่ “ผมคิดถึงคุณ...”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” ฉันยังคงหลบสายตาเพราะเขินอายเกินกว่าที่จะสู้สายตาของเขาไหว
“ดูจากที่คุณเอาแต่มองผมตาไม่กะพริบ ผมเองก็คิดว่าอย่างนั้น” เขายิ้ม
เขินปนประหลาดใจ “คุณหันหลังอยู่ คุณเห็นด้วยเหรอคะ”
เขาเอื้อมมือมาเก็บผมที่รกรุงรังออกจากหน้าจากตาฉัน “ผมเห็นอะไรที่คุณไม่เห็นอีกเยอะ...” เขาลากปลายนิ้วลงมาช้าๆ ตามเส้นผมของฉัน เขางดงาม และอ่อนโยนจนฉันแทบหยุดหายใจ
“ฉันอยากจะเห็น ในแบบที่คุณเห็นบ้างจัง” ฉันตัดพ้อ
“หลับตาสิ...” เขาพูดกับฉันด้วยท่วงทำนองที่อ่อนหวาน
และฉันก็ทำตามแต่โดยดี...
เืสูบฉีดพลุ่งพล่าน มือจิกโซฟาแน่น เมื่อฉันรู้สึกถึงริมฝีปากของเขาที่บรรจงจูบลงมาเบาๆ บนเปลือกตาของฉัน และในทันทีทันใด ฉันก็ได้กลิ่นหอมในแบบที่ฉันไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน เสียงรอบข้างที่ละเอียดถี่ยิบ ฉันได้ยินแม้กระทั่งเสียงของอากาศ ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วฉันก็พบว่า ทุกรายละเอียดของสรรพสิ่งรอบตัว ที่ฉันมองเห็นนั้นมีหลายมิติมากขึ้น ฉันเห็นองค์ประกอบของสสารที่ฉันไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ และเห็นสีสันในเฉดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน คุณอารัญคนเดิมตรงหน้า เรืองรองสว่างไสว มีประกายออร่าสวยงามตระการตาในแบบที่ฉันอธิบายไม่ถูก เขางดงามเพริศพราย และฉันก็เห็นเป็ล้านความหมายในสายตาของเขา
ความเข้มข้นของความรู้สึกต่างๆ พวยพุ่ง โดยเฉพาะความรู้สึกที่ฉันมีต่อเขา ใจเต้นระทึกเหมือนะเิเวลาที่เวลาใกล้จะหมด และมันก็กำลังจะทำให้ฉันแตกสลาย ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง ถ้าไม่ััเขา ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากของเขาอย่างหักห้ามใจไว้ไม่อยู่ ฉันหลับตา รับรู้ถึงรสััที่ละเมียดละมุนของเขา
“อะแฮ่มมมมมมมม!” ภาคินกระแอม ยืนกอดอก “ขอโทษที่รบกวน”
เราผละออกจากกัน ประสาทััอันทรงพลังดับวูบไป ทุกอย่างกลับมาสู่ภาวะปรกติ
“นายอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว” ฉันถามภาคิน
“นานพอ...” เขาพูดเอื่อยๆ “ทำไมเหรอ เธอจะจูบฉันอีกคนด้วยไหมล่ะ”
ฉันถลึงตาใส่เขา
ภาคินหัวเราะแต่เขาไม่ได้ตลก “ไม่ได้อยากจะขัดหรอกนะ แต่เื่ของฉันมันรอไม่ได้จริงๆ”
“นายมีอะไรก็ว่ามา” คุณอารัญตัดบท
ฉันกำลังจะเดินออกไป เพื่อให้พวกเขาได้คุยกัน
“เอวา...” คุณอารัญฉุดมือฉันเอาไว้ “คืนนี้ผมไปหาคุณที่ห้องได้ไหม...”
ต่อสู้กับความเขินอายที่พวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ฉันพยักหน้า
ภาคินฟึดฟัดขึ้นมา หัวเราะเสียงดัง "เสียใจด้วยนะเพื่อน แต่ไม่ใช่วันนี้" เขาตบไหล่คุณอารัญสองที “เพราะนายต้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้”
ภาคินเปิดประตูมิติ แล้วทั้งสองคนก็จากไป และนับจากวินาทีนั้นเป็ต้นมา พวกเขาก็หายไปเลยหลายวัน
........
เช้าตรู่วันหนึ่ง ที่ฉันกำลังจะไปหาที่นั่งเล่นอ่านหนังสือในสวน และเมื่อเดินเฉียดไปแถวๆ ประตูหน้าบ้าน ฉันก็เจอเข้ากับคุณอารัญและภาคิน หลังจากที่ไม่ได้เจอพวกเขามาหลายวัน เขาทั้งสองคนยืนอยู่กับคนของเขาอีกจำนวนหนึ่ง มุงดูอะไรซักอย่างกันอยู่ที่น้ำพุหน้าบ้าน น้ำที่พวยพุ่งออกมาจากน้ำพุเป็สีแดงสด ฉันเดินเข้าไปสอดแนมเงียบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ศีรษะที่ถูกตัดของหญิงงามสองคน ผมแผ่สยายลอยอยู่ในสระน้ำพุ น้ำในน้ำพุแดงฉาน จนแยกไม่ออกเลยว่าปริมาณของเืหรือน้ำนั้นมากกว่ากัน เสียงกรีดร้องอื้ออึงอยู่ในหัวของฉันทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า หนังสือสองสามเล่มที่ถือมาหลุดจากมือตกลงไปที่พื้น ส่งเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่กำลังยืนปรึกษาหารือกันอยู่ต่างหันมา ภาคินรีบวิ่งเข้ามาปิดตาฉันไว้ไม่ให้ดูต่อ
“พวกเธอคือผู้หญิงที่ร่วมพิธีกรรมกับอารัญคืนนั้น” ภาคินกระซิบ ให้ข้อมูล
ถึงฉันได้ยินแล้วจะไม่ชอบขี้หน้าพวกเธอขึ้นมา แต่พวกเธอก็ไม่ควรที่จะต้องมาพบจุดจบแบบนี้ ไม่มีใครสมควรถูกกระทำแบบนี้ทั้งนั้น และนี่สินะ คือสิ่งที่ฉันจะได้รับ หากราชินีรู้ว่ามีฉันอยู่
“มีสัญลักษณ์ของกลุ่มดาวอยู่ที่ท้ายทอย” คุณอารัญพูดขึ้น
“อาณาจักรไพลิน” ภาคินตอบทันควันแทบจะไม่ต้องคิด สองมือยังปิดตาฉันเอาไว้
อาณาจักรไพลิน... อาณาจักรแห่งหมู่ดาว ความหนาวเหน็บ และความมืด ที่สวยงามนั้น ฉันจำภาพวาดบนเพดานในห้องสมุดได้ดี
“คนที่จะผ่านเข้ามาได้ถึงในนี้ได้มีแค่คนเดียว” เหมือนคุณอารัญจะรู้ว่าเป็ฝีมือของใคร
“ฉันก็คิดเหมือนนาย” และภาคินก็รู้ทันทีว่าคุณอารัญหมายถึงใคร
ภาคินเห็นฉันซีดเป็ไก่ต้ม “ไม่ต้องห่วง ที่นี่ยังปลอดภัยดี มันเป็แค่การกลั่นแกล้งจากราชินีเฉยๆ” เขาบอกฉัน
ส่วนฉันก็ได้แต่พยักหน้า...
ฉันเก็บตัวอยู่ในห้องทั้งวัน ภาพยังติดตา และความกลัวยังแทรกซึมอยู่ในทุกรูขุมขน อาณาจักรไพลินงั้นเหรอ... แค่การกลั่นแกล้งงั้นเหรอ... การตายของผู้หญิงสองคนนั้น พวกเธอเป็แค่เหยื่อในเกมของราชินี ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
ป้าแพมเข้ามาดูฉันเป็ระยะๆ ว่าฉันยังโอเคดีอยู่ไหม ้าอะไรหรือเปล่า แต่เมื่อเวลาอาหารค่ำมาถึง กลับเป็ภาคินที่โผล่มาแทนที่จะเป็ป้าแพม เขาถามฉันว่าจะลงไปทานอาหารค่ำข้างล่างหรือจะให้คนจัดสำรับขึ้นมา ฉันเลือกที่จะลงไป และเดินลงไปที่ห้องอาหารพร้อมกันกับเขา
ความกังวลในสายตาของคุณอารัญส่งผ่านมาที่ฉัน ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องอาหาร
ฉันนั่งลงตรงที่ของฉัน “ฉันโอเคค่ะ” ฉันรีบบอกก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถาม ฉันโกหก…
“ผมจะไม่มีทางปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นกับคุณเด็ดขาด คุณรู้ใช่มั้ย เอวา...” คุณอารัญบอกฉันอย่างหนักแน่น สายตาของเขายังฉายแววของความห่วงกังวล เขาเอื้อมมือมาลูบที่แก้มฉัน จ้องมองฉัน แววตาของเขาที่มองมา มันมีทั้งความหวงแหน และหิวกระหาย
ฉันบอกเขาผ่านสายตากลับไปว่า ฉันเองก็ไม่ต่างกัน ฉันอยากให้มือสวยๆ และริมฝีปากของเขาััฉันเหลือเกิน ถ้าเขาจะทำอะไรฉันตรงนี้ บนโต๊ะอาหารตัวนี้ ตอนนี้ ฉันก็ยอม ต่อหน้าภาคิน ฉันก็ไม่สน
แต่ทันใดนั้นเอง สีหน้าของคุณอารัญก็เปลี่ยนไป เขาหุนหันพลันแล่นลุกขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว จนเก้าอี้หงายหลังโครม ล้มตึงลงไปบนพื้น กรงเล็บกางออก สิงโตสีขาวแทบจะกลายร่างออกมา ภาคินเอ่ยชื่อของคนคนหนึ่งขบเขี้ยวออกมาตามไรฟัน “คาวีร์...”
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧