วันถัดมา กู้หยูม่านตื่นเช้ากว่าใครเหมือนอย่างเคย เมื่อจัดการตนเองเรียบร้อย นางก็เข้าครัวมาทำอาหารเตรียมไว้ให้ทุกคน เพราะความเคยชินจากชาติที่แล้ว กู้หยูม่านจึงเลือกที่จะทานข้าวเป็อาหารเช้า ส่วนบะหมี่หรือหมั่นโถว นางจะทำเป็มื้อกลางวันและมื้อเย็น
เช้านี้กู้หยูม่านทำหมูสามชั้นคั่วน้ำปลา กะหล่ำปลีผัดน้ำมันหอย และซุปไข่แบบญี่ปุ่น ต้องขอบคุณที่ในชาติที่แล้วกู้หยูม่านชอบทำอาหารทานเองที่บ้าน เพราะมันทั้งประหยัดและทำให้นางมีงานอดิเรกทำในวันหยุด โดยเฉพาะวิดีโอสั้นจากแอพสีแดงที่มีคนมาแบ่งปันวิธีทำอาหารและขนมมากมาย นางจึงทำอาหารได้หลายประเภท อีกทั้งเครื่องปรุงสมัยใหม่ที่นางสามารถซื้อได้จากมิติวิเศษ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอาหารที่กู้หยูม่านทำจะมีรสชาติดีเยี่ยมเพียงใด
“อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านแม่” กู้เฟิงเฉิงเดินเข้าไปกอดขากู้หยูม่าน “วันนี้ท่านแม่ทำอาหารอร่อยแบบใดไว้ให้พวกเราทานหรือขอรับ กลิ่นของมันหอมมากจนข้านอนหลับต่อไม่ได้เลย”
“แม่ทำอาหารไว้รอพวกเ้าหลายอย่างเลยล่ะ” กู้หยูม่านตอบ
“พี่หญิง อาหารของท่านทำให้ข้านอนต่อไม่ไหวแล้ว” กู้เฉินซีเดินมาอย่างงัวเงีย “และท้องของข้ามันก็ร้องเสียงดังมากเลยขอรับ”
“พวกเ้าสองคนนี่นะ พูดอะไรก็เกินจริงไปหมด” กู้หยูม่านหันกลับมามองน้องชายกับลูกชายคนเล็ก “ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ถ้าพวกเ้ามัวแต่ชักช้า ระวังอาหารบนโต๊ะจะหมดไปก่อน”
“ท่านน้า...ท่านน้า รีบอุ้มข้าไปห้องน้ำเร็วเข้า เราต้องรีบล้างหน้าแปรงฟันให้เสร็จก่อนที่พี่ใหญ่กับพี่รองจะมา ไม่อย่างนั้นหมูสามชั้นคั่วน้ำปลาของโปรดของเราต้องตกไปอยู่ในท้องพี่ใหญ่กับพี่รองหมดแน่” กู้เฟิงเฉิงบอกน้าชาย
กู้เฉินซีได้ยินว่าวันนี้มีหมูสามชั้นคั่วน้ำปลาของโปรด เขารีบอุ้มหลานชายคนเล็กวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที
กู้เฟิงอวี่กับกู้เฟิงิที่จัดการตัวเองเรียบร้อยก่อนแล้ว ทั้งคู่มานั่งประจำอยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างเป็ระเบียบ
กู้เฟิงอวี่ “ข้าว่าเ้าสามชวนท่านน้าเสียคนไปแล้ว”
กู้เฟิงิ “ท่านน้าก็ถูกหลอกง่ายเหลือเกิน ที่เ้าสามให้ท่านน้าอุ้มเพราะเขาเพิ่งตื่นนอนก็เลยี้เีเดิน ไม่ใช่เพราะกลัวว่าเราจะทานของโปรดของเขาหมดก่อนเสียหน่อย”
กู้หยูม่านได้ยินลูกชายทั้งสองคุยกันอยู่ก็แอบยิ้ม แม้เด็กชายฝาแฝดทั้งสามคนจะมีนิสัยแตกต่างกัน แต่พวกเขาก็รักพี่น้องของตัวเองมาก เหมือนอย่างลูกชายคนโตกับลูกชายคนรอง แม้จะหาเื่บ่นน้องชายอยู่ทุกวัน แต่พวกเขาก็รักและเป็ห่วงน้องชายมากที่สุด
“เฟิงอวี่ เฟิงิ เมื่อคืนพวกเ้านอนหลับสบายหรือไม่” กู้หยูม่านถามลูกชาย เมื่อวานเป็วันแรกที่นางกับเด็กๆ ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ และห้องนอนที่มีอยู่ก็เพียงพอให้ทุกคนแยกห้องนอนเป็ของตนเองได้ อีกทั้งยังเหลือห้องว่างอีกห้องหนึ่งซึ่งกู้หยูม่านจะเก็บไว้ทำเป็ห้องอ่านหนังสือ
เมื่อคืนนางจึงถามความเห็นจากลูกชายทั้งสามคนว่าพวกเขาอยากจะนอนแยกห้องหรืออยากนอนด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งเด็กชายทั้งสามคนบอกว่าพวกเขาโตแล้วจึงอยากแยกห้องนอน เช้านี้นางก็เลยถามลูกชายเพราะกลัวว่าพวกเขาจะไม่ชินกับการนอนคนเดียว
กู้เฟิงอวี่ “ข้านอนหลับสบายมากเลยขอรับ ท่านแม่ไม่ต้องเห็นห่วงนะขอรับ ข้านอนคนเดียวได้”
กู้เฟิงิ “เครื่องนอนที่ท่านแม่เตรียมไว้ให้ทั้งนุ่มทั้งหอม พอข้าล้มตัวลงบนที่นอน ข้าก็นอนหลับไปเลยขอรับ มารู้สึกตัวตื่นก็เพราะได้กลิ่นหอมจากอาหารฝีมือท่านขอรับ”
“พวกเ้านอนหลับสบายก็ดีแล้ว แต่ถ้านอนไม่หลับหรือยังไม่ชิน พวกเ้าก็มานอนกับแม่ก่อนได้”
“ท่านแม่! ข้ามาแล้ว ข้าแปรงฟันและล้างหน้าจนสะอาดหมดจดเลยขอรับ” กู้เฟิงเฉิงวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้ากู้หยูม่านพร้อมกับเอียงแก้มให้นาง “ท่านแม่ลองดมดูได้ แก้มของข้าหอมมาก”
กู้หยูม่านหอมแก้มลูกชายคนเล็ก “อืม...หอมจริงๆ ด้วย คราบน้ำลายก็ไม่เหลือให้เห็นแล้วเหมือนกัน”
“ท่านแม่!” กู้เฟิงเฉิงใช้สองมือกุมแก้มด้วยความอาย “ใบหน้าของข้าไม่มีน้ำลาย ข้าไม่ได้นอนน้ำลายยืดเลยขอรับ”
“เ้าล้างหน้าออกไปหมดแล้วก็ต้องไม่เหลือคราบน้ำลายอยู่แล้วสิ ต้องไปดูที่หมอนของเ้า ข้าว่าคราบน้ำลายของเ้าคงยังไม่แห้งหรอก” กู้เฟิงิบอกน้องชาย
“พี่รอง ไม่ใช่ว่าท่านแอบเอาหมอนเปื้อนน้ำลายของตัวเองมาเปลี่ยนกับหมอนของข้านะ” กู้เฟิงเฉิงถามกลับ
“เครื่องนอนของเ้าเป็ลายลูกแมวสีส้ม ส่วนเครื่องนอนของเ้ารองเป็ลายลูกหมีสีน้ำตาล และหมอนใบที่เปียกก็เป็ลายลูกแมว เ้าคิดว่าหมอนใบนั้นเป็ของผู้ใดกัน” กู้เฟิงอวี่ถามน้องชายคนเล็ก
“เอ่อ...บางที...บางทีอาจจะเป็ท่านน้าที่มาทำน้ำหกใส่หมอนของข้าก็ได้” กู้เฟิงเฉิงตอบไม่เต็มเสียงนัก
“เ้าเด็กคนนี้นี่ ข้าอุตส่าห์อุ้มเ้าไปเข้าห้องน้ำและยังล้างหน้าล้างตาให้เ้าจนสะอาด แต่เ้ากลับมาหาว่าข้าทำหมอนเน่าๆ ของเ้าเปียก ใส่ร้ายกันชัดๆ” กู้เฉินซีเดินมาได้ยินคำพูดของหลานชายคนเล็กพอดี “ต่อไปข้าจะไม่ช่วยอะไรเ้าอีกแล้ว”
“ท่านน้า” กู้เฟิงเฉิงเดินเข้าไปกอดขาน้าชาย “ท่านน้าอย่าโกรธข้าเลย ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น ท่านเป็ท่านน้าที่ดีที่สุดของข้าเลยนะขอรับ”
“พวกเ้ารีบมานั่งประจำที่แล้วเริ่มทานข้าวกันได้แล้ว” กู้หยูม่านบอก จากนั้นนางก็หันไปบอกน้องชาย “วันนี้เ้าพาเด็กๆ ไปเดินสำรวจที่ดินของเราให้ทั่วแล้วก็สำรวจรั้วกั้นทั้งหมดด้วย หากมีตรงไหนชำรุดก็ให้มาบอก ข้าจะได้ให้คนมาซ่อมก่อนที่เราจะทำการเพาะปลูก”
“ได้ขอรับ ข้าจะพาเด็กๆ ไปเดินสำรวจที่ดินของเราให้ครบเลย” กู้เฉินซียกถ้วยซุปขึ้นมาซดก่อนจะพูดต่อ “แล้วท่านไม่ไปกับเราหรือขอรับ หรือว่าท่านจะเข้าเมือง”
กู้หยูม่านส่ายหน้า “ข้ายังไม่เข้าเมืองตอนนี้หรอก กะว่าวันนี้จะขึ้นไปหาขอป่าบนเขาดูสักหน่อย เผื่อมีของดีจะได้เก็บกลับมา”
“ท่านจะขึ้นเขาหรือขอรับ” กู้เฉินซีขมวดคิ้ว “พี่หญิง ข้าไม่วางใจให้ท่านขึ้นเขาไปคนเดียว เดี๋ยวข้าจะไปกับท่านด้วยขอรับ”
กู้เฟิงอวี่ “ท่านแม่ ข้าก็จะขึ้นเขาไปกันท่านด้วยขอรับ”
กู้เฟิงิ “ข้าจะช่วยท่านแม่หาของป่ากลับมาด้วยขอรับ”
กู้เฟิงเฉิง “ข้าด้วย ข้าก็จะไปด้วย ข้าจะปกป้องท่านแม่จากสัตว์ร้ายเองขอรับ”
“อย่างเ้านี่นะจะปกป้องท่านแม่ แค่ไม่เป็ภาระให้ท่านแม่หรือท่านน้าต้องแบกเ้ากลับมาก็นับว่าดีแล้ว” กู้เฟิงอวี่พูดกับน้องชาย
กู้เฟิงเฉิงย่นจมูกใส่พี่ชาย “ข้าแข็งแรงจะตาย ไม่จำเป็ต้องให้ใครมาแบก แต่ท่านต่างหากที่อ่อนแอ ขากลับต้องให้คนแบกกลับมาแน่”
“ไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว วันนี้ข้าจะขึ้นเขาไปคนเดียวและจะเดินสำรวจแค่ตรงตีนเขาเท่านั้น” กู้หยูม่านบอกกับลูกชายทั้งสามคน “พวกเ้าช่วยท่านน้าเดินสำรวจที่ดินแล้วก็สำรวจความแข็งแรงของรั้วให้ดี ตอนบ่ายแม่จะพาพวกเ้าไปหาปลาที่ลำธารหลังบ้าน”
กู้เฟิงเฉิงได้ยินมารดาพูดถึงลำธารก็นึกเื่สนุกขึ้นมาได้ทันที “ท่านแม่! พวกเราลงเล่นน้ำได้หรือไม่ขอรับ”
“ได้สิ แม่จะเอาห่วงยางน่ารักๆ มาให้พวกเ้าไว้ใช้ลอยน้ำด้วย”
“อะไรคือห่วงยางหรือขอรับ” กู้เฟิงอวี่ถามอย่างสงสัย “ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีสิ่งของชื่อนี้มาก่อน”
“เป็ของที่แม่ซื้อมาจากในเมือง กะว่าจะเอามาไว้ให้พวกเ้าใช้เล่นน้ำนี่ล่ะ” กู้หยูม่านเปลี่ยนเื่ “เฉินซี ถ้าเ้าสำรวจที่ดินเสร็จแล้วและข้ายังไม่กลับมา เ้าก็ผ่าฟืนไว้รอก็แล้วกัน พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเ้าไปผูกสัมพันธ์กับคนในหมู่บ้าน คืนนี้จึงต้องอบขนม คงต้องใช้ฟืนเยอะ”
“ได้ขอรับ ข้าจะผ่าฟืนเตรียมไว้ให้ท่านกองใหญ่ๆ เลย”
“เช้านี้มีแค่โจ๊กกับซาลาเปาไส้เนื้อหรือ?” เฮ่อหลานจวินมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างสงสัย “แต่ที่ข้าได้กลิ่นมันไม่ใช่กลิ่นของซาลาเปานะ มันเป็กลิ่นของอาหารอร่อยหลายอย่างเลย”
“อาหารเช้าพวกนี้ข้าไปซื้อมาจากภัตตาคารในเมืองเหมือนเดิมขอรับ” เฮ่อหลงถอนหายใจเบาๆ “แต่กลิ่นอาหารหอมๆ ที่ท่านได้กลิ่นคงมาจากบ้านข้างๆ กลิ่นอาหารของบ้านหลังนั้นหอมน่าทานกว่าอาหารของภัตตาคารในเมืองเสียอีก ข้าอยากลองชิมอาหารของพวกเขาเหลือเกินว่ามันจะอร่อยขนาดไหน”
“บ้านข้างๆ อย่างนั้นรึ?” เฮ่อหลานจวินมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะของตน “ที่ผ่านมาข้าไม่มีความอยากอาหารจึงไม่ได้สนใจว่าเ้าจะจัดอาหารอะไรมาให้ แต่พอได้กลิ่นอาหารจากข้างบ้าน ความอยากอาหารของข้าก็มีมากขึ้น”
เฮ่อหลงได้ยินคำพูดของเ้านาย เขาเกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจแล้ว เพราะั้แ่ที่เ้านายถูกพิษ ความอยากอาหารของเ้านายก็ลดลง ที่ต้องทานอาหารเข้าไปทุกมื้อก็เพราะฝืนใจทานเข้าไปเท่านั้น “คุณชายขอรับ ท่านอยากให้ข้าไปจ้างคนข้างบ้านให้มาเป็แม่ครัวให้เราหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่อยากรบกวนใคร อีกอย่างข้าก็ไม่อยากให้คนเข้ามาวุ่นวายในบ้าน ข้าอยากอยู่เงียบๆ มากกว่า” เฮ่อหลานจวินตักโจ๊กเข้าปาก “ข้าทานโจ๊กของภัตตาคารแห่งนี้มาหลายปี เพิ่งรู้วันนี้เองว่าโจ๊กของพวกเขานั้นไม่อร่อยเลยสักนิด”
“วันหลังข้าจะเปลี่ยนไปซื้ออาหารที่ร้านอื่นให้นะขอรับ”
เฮ่อหลานจวินตักโจ๊กทานไปได้สองคำก็วางช้อน “ข้าอิ่มแล้ว ส่วนเ้าจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ข้าจะไปนั่งเล่นที่ใต้ต้นก้ามปูสักหน่อย”
“พูดถึงเื่นี้ หวังว่าข้างบ้านจะไม่ตัดต้นก้ามปูทิ้งนะขอรับ”
ต้นก้ามปูที่สองนายบ่าวพูดถึงเป็ต้นไม้ต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านและให้ร่มเงาเป็อย่างดี เฮ่อหลานจวินได้อาศัยร่มเงาจากกิ่งก้านของมันที่แผ่ปกคลุมมายังบริเวณบ้านของเขา
เมื่อครั้งที่ผู้เฒ่าจี้ยังเป็เ้าของบ้าน เฮ่อหลานจวินให้เฮ่อหลงไปบอกผู้เฒ่าจี้ว่าไม่จำเป็ต้องตัดกิ่งไม้ที่มันล้ำเข้ามาในบริเวณบ้านของเขา เพราะเขาก็ชอบที่จะมานั่งเล่นที่ใต้ร่มไม้นี้เช่นกัน ซึ่งผู้เฒ่าจี้ก็เห็นด้วยเพราะผู้เฒ่าก็ชอบต้นไม้ต้นนี้มากเหมือนกัน
แต่เมื่อบ้านหลังนั้นเปลี่ยนเ้าของ เฮ่อหลานจวินกับเฮ่อหลงจึงไม่แน่ใจว่าเ้าของบ้านคนใหม่ยังอยากจะเก็บต้นไม้ต้นใหญ่นี้ไว้หรือเปล่า
“มันเป็ต้นไม้ที่เกิดในบริเวณบ้านของพวกเขา หากพวกเขาจะตัดมันทิ้งเราก็ทำอะไรไม่ได้” เฮ่อหลานจวินพูดขึ้น
“แต่คุณชายก็จะไม่มีที่สำหรับนั่งพักผ่อนแล้วนะขอรับ”
“ข้ามีเวลาเหลืออยู่อีกไม่กี่ปี จะนั่งเล่นอยู่ข้างนอกหรือนั่งอยู่แต่ในบ้านก็คงไม่ต่างกัน”
“คุณชายอย่าพูดอย่างนั้นเลย ข้าเชื่อว่าสักวันท่านต้องกลับมาหายดี” เฮ่อหลงได้ยินคำพูดของเ้านายก็รู้สึกไม่สบายใจ เขาอยากให้มีปาฏิหาริย์เหลือเกิน เพราะเขาอยากให้เ้านายกลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง
“เ้ามาเข็นข้าออกไปข้างนอกเถอะ ข้าอยากไปนั่งรับลมเย็นๆ” เฮ่อหลานจวินบอก เขารู้ว่าเฮ่อหลงอยากพูดอะไร และตัวเขาก็ไม่ใช่ไม่เคยคิด เพราะเขาก็อยากให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเขาเหมือนกัน ‘ม่านม่าน ก่อนที่ข้าจะตาย ข้าอยากเจอเ้าสักครั้งเหลือเกิน เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคิดถึงเ้า และข้าอยากบอกกับเ้าว่าข้าไม่ใช่คนเลวเหมือนอย่างที่เ้าคิด’