ความหนาวเย็นแผ่ซ่านทั่วสรรพางค์กายเมื่อเขากล่าวคําพูดประโยคนั้นออกมา ลอว์เรนซ์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งเดินเข้าไปหามัมมี่อีก
ยามนี้รังสีแสงแห่งดวงอาทิตย์สว่างพอให้มองเห็นทุกสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจนและมันยังอาบลงบนทุกสิ่งภายในคูหา เป็ครั้งแรกที่เขาสังเกตเห็นสันคิ้วใต้ห่อผ้า มันทําให้เขามองเห็นภาพใบหน้าที่สําแดงออกถึงความมั่นคงและแกร่งกร้าวห้าวหาญยิ่งนัก
ลอว์เรนซ์ยิ้มอีก เขาพยายามเลือกสรรประโยคคําพูดของตัวเองก่อนกล่าวเป็ภาษาลาติน
“ฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ ท่านรู้หรือเปล่าว่าตัวเองนอนหลับอยู่ในคูหาแห่งนี้มาเป็เวลานานเท่าไหร่แล้ว ท่านนะหรือคือผู้ที่อ้างว่าตัวเองเคยมีชีวิตอยู่เมื่อพันปีมาแล้ว?” เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดภาษาโบราณได้อย่างถูกต้องหรือเปล่า แต่ยังใช้ความพยายามต่อไป “นับแต่วันที่ท่านขังตัวเองอยู่ในคูหาแห่งนี้มาจนกระทั่งถึงวันนี้เวลายาวนานกว่าพันปีถึงสองเท่าเชียวนะฟาโรห์รามเสส และมันเป็ระยะเวลาเดียวกับที่พระนางคลีโอพัตราปลิดชีพตนเองด้วยพิษงู”
เขายืนมองร่างนั้นเงียบๆ อีกครู่ใหญ่ เป็ไปได้หรือที่จะยังมีมัมมี่ของบุคคลผู้ไม่เคยประหวั่นพรั่นพรึงต่อความตายปรากฏให้เห็นในยุคสมัยนี้? เมื่อคนเราตายเป็ไปได้ที่ิญญาของเขาจะล่องลอยวนเวียนอยู่ด้วยความอาวรณ์ต่อร่างกายของตนชั่วระยะเวลาหนึ่ง จิติญญาจะได้รับการปลดปล่อยให้เป็อิสระต่อเมื่อร่างถูกทําลาย
จากนั้นเขากล่าวกับมัมมี่เป็ภาษาอังกฤษอย่างไม่รู้ตัว
“ท่านรู้ไหมว่าสิ่งที่ผม้าอย่างที่สุดในตอนนี้คือประการแรกผมอยากรู้ว่าท่านคือผู้เป็ะอย่างแท้จริง ถ้าเพียงแต่ผมไม่ต้องรอเวลาเพื่อขออนุญาตเปิดผ้าห่อหุ้มร่างของท่าน ถ้าเพียงแต่ผมได้เห็น...ใบหน้าของท่าน...”
ใบหน้านั้น! สายตาสร้างภาพหลอนขึ้นอีกแล้วหรือนี่?
ทําไมเขาจึงรู้สึกว่ามีความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับใบหน้านั้นด้วย?
เป็ไปไม่ได้...เป็เพราะแสงทําให้สายตาของเขาเกิดความผิดปกติ แต่ดูเหมือนใบหน้าของมัมมี่อิ่มเต็มขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด แรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นในใจทำให้ลอว์เรนซ์ยื่นมือออกไปหมายจะัั แต่แล้วเขาชะงัก มือข้างนั้นยกค้าง และตอนนั้นเองเขากล่าวเป็ภาษาลาตินอีกครั้ง
“นี่มันเป็ปี 1914 แล้วนะท่านฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่กระนั้นพระนามของรามเสสและพระนามแห่งราชินีของท่านยังเป็ที่รู้จักและจดจํากันทั่วโลก”
ทันใดก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง...เป็เสียงของเฮนรี่
“นี่อากำลังคุยกับรามเสสผู้ยิ่งใหญ่เป็ภาษาลาตินอยู่หรือครับ สงสัยว่าคำสาปแช่งคงเล่นงานอาเข้าแล้วละมัง”
“อ้อ...เขาต้องเข้าใจภาษาลาตินแน่” ลอว์เรนซ์ตอบโดยไม่หันไปมองหลานชาย “ใช่หรือไม่ล่ะรามเสส ท่านยังเข้าใจภาษากรีกรวมไปถึงภาษาเปอร์เซียนและอีทรัสกันด้วย ใครจะรู้บางทีท่านอาจมีความรู้ไปถึงภาษาของพวกป่าเถื่อนที่ตั้งรกรากอยู่ทางทิศเหนือซึ่งต่อมากลายมาเป็ภาษาอังกฤษที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ด้วยก็เป็ได้” อีกครั้งหนึ่งที่เขาเปลี่ยนเป็พูดภาษาลาติน “แต่นั่นแหละท่านฟาโรห์บัดนี้มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นในโลกมากมาย มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมอยากจะให้ท่านได้รับรู้...”
“ผมไม่คิดว่ามัมมี่ตัวนั้นได้ยินสิ่งที่อากําลังพูดอยู่หรอกครับ” เฮนรี่กล่าวด้วยน้ำเสียงชาเย็น มีเสียงแก้วกระทบกัน “และผมหวังว่า...มันไม่ควรจะได้ยิน...”
ตอนนี้เองลอว์เรนซ์หันไปเผชิญหน้าหลานชาย กระเป๋าเอกสารของเฮนรี่เหน็บอยู่ใต้รักแร้ข้างซ้ายขณะที่มือขวาของเขาเอื้อมไปเปิดฝาโถหินขาวอลาบาสเตอร์ใบหนึ่ง
“อย่าไปแตะมัน” ลอว์เรนซ์รีบปราม “ในนั้นเป็ยาพิษ ในโถหินขาวทุกใบใส่ยาพิษไว้ทั้งนั้น แค่หยดเดียวแกจะตายแบบเดียวกับเขานี่แหละ” เพียงแค่เห็นหน้าหลานชายก็ทําให้โทสะบังเกิดขึ้นได้แล้วและยังเป็ใน่เวลานี้อีก...
ลอว์เรนซ์หันกลับไปมองมัมมี่อีก น่าแปลกที่แม้แต่ท่อนแขนก็ดูมีเนื้อหนังมากขึ้น แหวนที่สวมแทบปริแตกทั้งที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อน...
“ยาพิษจริงๆ หรือครับ?” เสียงเฮนรี่ถามมาจากข้างหลัง
“ใช่ ในนี้คงเป็ห้องทดลองและใช้ในการปรุงยาพิษโดยเฉพาะ” ลอว์เรนซ์ตอบ “นี่ล่ะเป็ยาที่คลีโอพัตราเคยทดลองใช้มาแล้วทั้งนั้นก่อนพระนางจะฆ่าตัวตายต่อหน้าพวกทาส” ลอว์เรนซ์ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทําไมเขาจึงต้องมายืนอธิบายให้คนโง่อย่างหลานชายตัวเองฟังด้วย มันเป็การสูญเสียเวลาอันมีค่าไปโดยเปล่าประโยชน์แท้ๆ
“ผมว่ามันเป็เื่ตลกเหลือเชื่อจริงๆ” เฮนรี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะหยันและดูแคลน “ก็พระนางอะไรนั่นไม่ได้ตายเพราะงูพิษหรอกหรือครับ?”
“แกมันปัญญาอ่อนเหลือเกินนะเฮนรี่ ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ของแกพอๆ กับพวกอียิปต์ที่รับจ้างขี่อูฐนั่นแหละ พระนางคลีโอพัตราทดลองใช้ยาพิษตั้งหลายขนานก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการให้งูพิษกัด”
เมื่อหันกลับไปมองหลานชายด้วยสายตาชาเย็นเขาเห็นเฮนรี่กําลังใช้ปลายนิ้วลูบไล้เปลือกตาและจมูกของคลีโอพัตรา
“ยังไงก็ช่างเถอะ ผมคิดว่าอย่างน้อยรูปสลักหินอ่อนนี่คงทำเงินให้กับอาได้ไม่น้อยหรอกนะแล้วก็ยังมีเงินเหรียญพวกนี้อีก อาคงไม่ยกของทั้งหมดนี่ให้กับบริติชมิวเซี่ยมใช่ไหมครับ?”
ลอว์เรนซ์ทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้อีกครั้ง หยิบปากกาขึ้นมาจุ่มหมึกแล้วถามตัวเองว่าเมื่อครู่นี้เขาแปลข้อความในเอกสารอ้างอยู่ตรงไหน แต่เมื่อมีหลานชายเข้ามาขัดจังหวะแบบนี้ก็เป็ไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะมีสมาธิในการทํางาน
“แกคิดถึงแต่เื่เงินทองอย่างเดียวงั้นรึ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเ็า “คนอย่างแกนอกจากจะเอาเงินไปเล่นการพนันแล้วยังเคยเอามันไปใช้ทําประโยชน์อะไรอีกบ้างล่ะ?” เขาเงยหน้าขึ้นมองหลานชาย ไม่เข้าใจเลยว่าความกระตือรือร้นที่จะสร้างอนาคตอันเป็ธรรมชาติของคนวัยหนุ่มทําไมจึงไม่ปรากฏร่องรอยอยู่บนใบหน้าคมสันของเฮนรี่เลย และทําไมสีหน้าของหลานชายจึงกร้าวกระด้างดูแก่เกินวัยไปได้ถึงเพียงนั้น
“ฉันให้เงินแกมากมายแค่ไหนแกก็เอาไปล้างผลาญบนโต๊ะการพนันไม่มีเหลือ ฉันว่าทางที่ดีแกควรกลับไปอยู่ลอนดอนดีกว่า กลับไปอยู่กับนางบําเรอกับคาสิโนอย่ามายุ่งกับฉันดีกว่า...ออกไป”
มีเสียงดังสนั่นขึ้นภายนอก เป็เสียงเร่งเครื่องของรถคันหนึ่งขณะขับขึ้นมาตามเส้นทางที่เป็สันทราย พร้อมกันนั้นคนรับใช้ผิวดำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสกปรกมอมแมมปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับถาดอาหารเช้าโดยมีซาเมียร์เดินตามเข้ามาด้วย
“ผมคงสกัดคนพวกนั้นไว้ได้อีกไม่นานหรอกนะลอว์เรนซ์” ซาเมียร์บอก เขาหันไปชี้ให้คนรับใช้วางถาดอาหารลงบนโต๊ะ “ตอนนี้เ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษมาถึงแล้ว มีพวกนักข่าวั้แ่อเล็กซานเดรียจนถึงไคโรมาออกันอยู่เต็มไปหมด ข้างนอกกําลังสับสนอลหม่านจนผมแทบทําอะไรไม่ถูกแล้ว”
ลอว์เรนซ์เหม่อมองภาชนะเงินใส่อาหารเช้าที่วางเคียงข้างถ้วยกาแฟกระเบื้องเคลือบ ตอนนี้เขาไม่้าอะไรทั้งนั้นนอกจากอยู่กับมหาสมบัติที่เพิ่งค้นพบ
“ถึงยังไงคุณก็ต้องพยายามกันคนพวกนั้นไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ทําได้นะซาเมียร์ ขอเวลาให้ผมแปลเอกสารพวกนี้อีกสักสองสามชั่วโมง เื่ราวทั้งหมดที่เขียนไว้ในนี้เป็เื่ที่สร้างความปวดร้าวใจให้กับผมเหลือเกิน”
“ผมจะพยายามอย่างดีที่สุด ลอว์เรนซ์” ซาเมียร์ตอบ “แต่คุณควรกินอาหารเสียบ้าง ท่าทางคุณเพลียมากควรกินอาหารแล้วพักผ่อนเสียหน่อยก็ยังดี”
“ผมจะบอกให้นะซาเมียร์ว่าผมไม่เคยมีความสุขอย่างวันนี้เลย เอาอย่างนี้นะคุณช่วยกันคนพวกนั้นไว้จนถึงเที่ยงก็แล้วกัน อ้อ...แล้วช่วยลากเฮนรี่ออกไปพร้อมคุณด้วย...เอ้า เฮนรี่...ออกไปกับซาเมียร์ได้แล้ว เขาจะได้จัดการหาอาหารให้แกกิน”
“นั่นสิครับ กรุณากลับออกไปกับผมดีกว่า” ซาเมียร์รีบเอ่ยขึ้นทันที
“แต่ผมมีเื่ต้องพูดกับอาของผมก่อน และเราต้องพูดกันตามลําพังด้วย”
ลอว์เรนซ์หันกลับมามองสมุดบันทึกกับแผ่นเอกสารสมัยโบราณที่กางอยู่ เหนือขึ้นไปเป็ข้อความบรรยายถึงความเศร้าเสียใจก่อนรามเสสตัดสินใจขังตัวเองไว้ในคูหาที่เขาใช้เป็เรือนตายแห่งนี้
“คุณอาครับ” เฮนรี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า “ผมยินดีกลับไปลอนดอนทันทีถ้าอายอมเสียเวลาเซ็นเอกสาร...”