วันเดินทางไปแคว้นเพ่ย
“ดูแลตัวเองดีๆเล่า” ท่านแม่กอดบุตรชายและลูบหลังเขาราวกับเด็กน้อย ส่วนเ้าเฟิ่งเซียนยังคงกอดท่านพ่อทั้งสองไม่ยอมปล่อย
“ข้าโตแล้วขอรับเผื่อท่านแม่จะลืม” เ้าหยางหลงเย้าท่านแม่ของตนอย่างน่ารัก
“ไม่ลืมแต่สิบหกปีสำหรับแม่ เ้าก็ยังคงเป็เด็กอยู่วันยังค่ำ แล้วไหนหนังสือของแม่เล่า” ทวงถามสิ่งสำคัญ
เ้าหยางหลงนึกขึ้นได้จึงล้วงของที่ท่านแม่ทวงออกมาคืน “นี่ขอรับลูกอ่านจนหมดแล้ว เปิดหูเปิดตาลูกได้มากเลยขอรับ”
“อืม..ดีแล้ว” ท่านแม่จูเหม่ยเซียนยิ้ม พูดคุยกับสองฝาแฝดอีกครู่ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันขึ้นรถม้าเพื่อเดินทาง
คล้อยหลังขบวน...จูเหม่ยเซียนเปิดหนังสือปกดำที่บุตรชายคืนให้เมื่อครู่ ตัวหนังสือทุกตัวเปลี่ยนไปกลายเป็เื่ราวของบุตรชายของนางั้แ่แรกเกิดจนถึงตอนนี้..ตอนที่ขึ้นรถม้าออกไป..นางยิ้มออกมาเต็มใบหน้าทุกอย่างเกี่ยวกับตัวบุตรชายจะมีนางรับรู้มันผ่านหนังสือเล่มนี้อีกแล้ว แหงนมองท้องฟ้ากล่าวคำในใจ ‘ขอบคุณ์เ้านะคะ’
“เหม่ยเอ๋อร์เข้าตำหนักกันเถิด” พระสวามีชินอ๋องเอ่ยชักชวนชายารักเพียงคนเดียว
“วันนี้พี่อยากกินหมางกั่ว(มะม่วง)กับน้ำปลาหวาน เ้าทำให้พี่ได้หรือไม่ชายารัก” พระสวามีจวิ้นอ๋องร้องขออีกคน
พระชายาจูเหม่ยเซียนยิ้มหวาน “ได้สิเ้าคะเดี๋ยวเหม่ยเอ๋อร์จะทำให้ทานเยอะๆเลย”
“ดียิ่งงั้นเราเข้าไปด้านในกันเถิด” แล้วสองสวามีกับหนึ่งพระชายาก็เดินเคียงข้างกันไปด้านใน
๑------------------------------๑
การเดินทางเรียบง่ายแต่รวดเร็วดังเช่นขามาทำให้กลุ่มของฮ่องเต้เพ่ยหานหรง ฮองเฮาเ้าเฟิ่งเซียนและองค์ชายเ้าหยางหลงแฝดผู้พี่เดินทางถึงแคว้นเพ่ยในเวลาเพียงสามเดือนด้วยฝีเท้าของม้าเร็ว
แต่ในขณะเดียวกันเ้าหยางหลงกลับขอแยกตัวออกไปกับฟงอีองครักษ์คนสนิทเพื่อเดินทางต่อ ฝาแฝดผู้น้องผู้ดำรงค์ตำแหน่งฮองเฮาได้แต่แปลกใจแต่ในเมื่อเป็ความประสงค์ของพี่ชาย นางก็มิได้ขัดเพียงแต่…หึหึ
“ติดตามหยางหลงพี่ชายข้าอย่าได้คลาดสายตา” เ้าเฟิ่งเซียนสั่งองครักษ์เงาพร้อมกับหัวเราะ
“พะยะค่ะ” เงาฝีเท้าเบารับคำก่อนจะทะยานกายติดตามรวมกลุ่มองครักษ์ไปกับองค์ชายเ้าหยางหลงทันที
๑------------------------------๑
ปลายทางที่เ้าหยางหลงเดินทางต่อไปอีกสองเค่อคือกระท่อมปลายนาของสตรีตาบอดที่อยู่ในห้วงคำนึง ม้าหนุ่มฝีเท้าดีสองตัวถูกผูกอยู่กับต้นไม้ไม่ไกลจากกระท่อมนัก สองบุรุษนั่งลงพิงต้นไม้อย่างผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้าและหลับไปทั้งอย่างนั้น
นายทหารหลายนายผู้คอยเฝ้ากระท่อมของสกุลเจียวเดินมาด้อมๆมองๆ ไม่ห่างแต่องครักษ์เงาสามนายพริ้วกายลงมาสะกัดกั้นไว้ แผ่นป้ายอาญาสิทธิ์จากแคว้นเพ่ยถูกหยิบขึ้นมาใช้งานในทันที เหล่าทหารจึงพูดคุยกันอย่างวางใจที่บุรุษผู้นอนหลับอยู่หาใช่คนร้ายแต่อีกฝ่ายเป็ถึงพระเชษฐาของฮองเฮาแคว้นเพ่ย ‘องค์ชายเ้าหยางหลง’
นานร่วมสองชั่วยามที่องค์ชายเ้าหยางหลงนอนหลับอยู่ตรงนั้นจวบจนมืดค่ำ ก่อนจะรู้สึกตัวตื่นขึ้น
หันมองไปทางฟงอี “ข้านอนหลับนานถึงเพียงนี้เชียวรึ” ลุกขึ้นนั่งบิดไปมาเหลือบมองเห็นในกระท่อมมีแสงจากตะเกียงออกมารำไร
“คงเป็เพราะเราเดินทางกันยาวนานและไม่ได้พักน่ะขอรับ คุณชายจึงอ่อนเพลีย” นอกวังหลวงทุกคนรู้ดีว่าต้องใช้คำธรรมดาสามัญ
“อืม..แล้วเ้าได้ไปดูนางหรือไม่?” นางที่คุณชายว่าคงจะไม่พ้นสตรีตาบอดนางนั้น
“ไปแล้วขอรับ ยามนี้นางอยู่ตัวคนเดียว ทหารที่คอยเฝ้าคุ้มครองบอกว่าแม่หมอเจียวจินเดินทางไปต่างแคว้นกับเอียนจื่อคนขับรถม้าและฮูหยินของเขา ยังไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อใดขอรับ”
ขวับ!!! เ้าหยางหลงหันมามองฟงอีอย่างไว “อยู่คนเดียวได้อย่างไร นางตาบอดมิใช่รึ?”
“ไม่ทราบขอรับ” ฟงอีก่อกองไฟไม่ห่างจากที่องค์ชายนั่งอยู่ มันเผาหอมๆถูกนำมาวางตรงหน้าพร้อมๆกับน้ำสะอาดและกาน้ำชา “ข้าเห็นนางเดินไปเดินมาตรงหน้ากระท่อมทั้งๆที่มีผ้าผูกตาอยู่ แต่น่าแปลกที่นางกลับไม่สะดุดหรือหกล้มเลยสักครั้ง”
“แล้วนางรู้หรือไม่ว่าเ้ามาเฝ้าดูนาง”
“ประสาทััของแม่นางเจียวไวมากขอรับ นางรู้ว่ามีคนเฝ้ามอง” เขากล่าวตามที่รู้สึก
“มิใช่ว่านางหยั่งรู้หรอกรึ?”
ฟงอีเงียบ เมื่อคิดว่าน่าจะเป็เช่นนั้นจริงๆ “_” เขาลืมข้อนี้ไปเสียสนิทใจ “เป็ไปได้ว่ารับรู้ทุกเื่แม้แต่เื่ที่เรามาซุ่มดูอยู่ตรงนี้ขอรับ”
“อาจจะเป็เช่นนั้น” เ้าหยางหลงกินมันเผาพร้อมครุ่นคิดถึงความตั้งใจที่ตนเองมาที่นี่ “ข้าเริ่มอยากรู้ว่าสตรีตาบอดจะใช้ชีวิตอย่างไรซะแล้วสิ” หันข้างคุยกับฟงอี “เ้าว่าข้าสนใจนางเพราะเื่ใด?”
ฟงอีอยากจะหัวเราะจริงๆ เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าองค์ชายจะเดินทางกลับมาที่แคว้นนี้ทำไมกันแน่นอกจากอยากดูดวงชะตา “อาจจะเื่หยั่งรู้ หรือเื่ที่นางเดินโดยไม่ใช้ไม้เท้าแต่ในเมื่อเรามาถึงที่นี่กันแล้ว เราก็ควรหาสาเหตุนั้นให้เจอ ข้าว่าในคำถามที่คุณชายถามมาคำตอบอยู่ในตัวแม่นางเจียวทั้งหมด”
“นั่นสินะ” คำตอบอยู่ในตัวนางที่เขาติดใจั้แ่แรกพบ ‘จะว่าชอบพอก็ยังไม่น่าจะใช่ คงจะเป็ความน่าค้นหาและเื่หยั่งรู้กระมังที่ดึงตัวเขามาถึงที่นี่’ คิดไปก็หนักสมอง ดังนั้นก็…ปล่อยมันเป็ไปเถิด
๑------------------------------------------๑
กระท่อมน้อยปิดหน้าต่างมิดชิด
เจียวหนิงอันนั่งมองตนเองผ่านกระจกเงาบานใสที่ได้รับพระราชทานมาเมื่อไม่นานมานี้ ใบหน้าเนียนละเอียดและดวงตาสีเขียวมรกตงดงามดังเช่นในชาติเดิมที่นางจากมาไม่มีผิดเพี้ยน งดงามแต่มิควรให้ผู้ใดพบเห็น…ใต้หล้าแห่งนี้หามีผู้ใดมีดวงตาสีประหลาด
“เฮ่อ!! เบื่อจริงเชียว”