บทที่ 9 คนมีเงินนี่ช่างสร้างสรรค์เสียจริง
หลี่โฉ่วรีบเร่งตลอดทาง ในที่สุดก็กลับมาถึงหมู่บ้านซีผิงก่อนฟ้ามืด
จ้าวผิงหยิบเงินออกมาสิบอีแปะส่งให้หลี่โฉ่วเป็ค่ารถ แต่ก็ถูกหลี่โฉ่วปฏิเสธเสียงแข็ง
เป็คนหมู่บ้านเดียวกัน อาศัยเกวียนลาเข้าเมืองเป็เื่ปกติมาก อีกอย่างบ้านจ้าวผิงยากจน เื่นี้หลี่โฉ่วรู้ดี อีกที่งเมื่อวานจ้าวผิงยังให้กระต่ายพวกเขาด้วย กระต่ายหนึ่งตัวขายได้ตั้งหนึ่งร้อยอีแปะ แล้วยังจะเอาเงินมาให้เขาได้อย่างไร
จ้าวผิงก็ไม่เกรงใจ ได้แต่คิดไว้ในใจว่าอีกหน่อยเมื่อหาเงินได้แล้ว เขาจะดูแลลูกชายท่านอาหลี่ให้บ่อยขึ้น
เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลิ่วเมิ่งหรูก็รีบออกมาต้อนรับ เห็นจ้าวผิงถือถุงน้อยใหญ่มากมายสีหน้านางพลันดูไม่สู้ดี
“ยืนเฉยอยู่ทำไมเล่า?” จ้าวผิงพูดเร่ง “รีบเอาของเข้าไปในครัว ข้าล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วจะไปทำอาหารให้”
“เย็นนี้พวกเราจะกินข้าวกับน้ำแกงใส่เนื้อกัน”
“ผู้มีพระคุณ งานแบบนี้ให้ท่านทำได้อย่างไร เดี๋ยวข้าไปช่วย” เหวินฮุ่ยรู้เื่ดีมาก เธอรับของไปจากมือจ้าวผิง แล้วตรงเข้าไปยังห้องครัวทันที
“นางคือ?” หลิ่วเมิ่งหรูสงสัย
เธอรู้ว่าเมื่อก่อนจ้าวผิงไร้สมรรถภาพทางเพศ จึงไม่มีเื่ผู้หญิงให้คิด แต่เมื่อคืนหลังได้นอนร่วมเตียงกับจ้าวผิง นางถึงรู้ว่าแท้จริงจ้าวผิงมีพลังเหลือล้น เหมือนผู้ชายธรรมดาทั่วไป
มาวันนี้เขาพาหญิงสาวคนหนึ่งกลับมาด้วย เขาคงไม่คิดจะมีภรรยาอีกคนหรอกนะ?
ชีวิตเพิ่งจะเริ่มมีความหวัง เขาก็เริ่มทำเื่ไม่เหมาะสมแล้ว สันดานเปลี่ยนไม่ได้จริง ๆ
จ้าวผิงคล้ายอ่านความคิดของหลิ่วเมิ่งหรูออก จึงเล่าเื่ราวให้นางฟัง
“ข้าช่วยชีวิตนางไว้ นางจึงขอติดตามข้า”
“แต่ว่าแบบนี้ก็ดี มีคนมาช่วยงานที่บ้านเรา เ้าจะได้สบายหน่อย”
“อีกอย่างข้าได้หนังสือรับรองมาแล้ว ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปพวกเราสามารถขุดสมุนไพรไปขายในเมืองได้ หากมีคนช่วยเพิ่มอีกคน พวกเราจะได้หาเงินได้เร็วขึ้นอีก”
“เชื่อว่าไม่นานก็จะสามารถคืนเงินห้าสิบตำลึงที่ค้างหวังชื่อเหรินได้หมด”
“อ้อ”
เห็นจ้าวผิงวางแผนชีวิตแล้ว หลิ่วเมิ่งหรูก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ว่าจู่ ๆ ก็มีผู้หญิงแปลกหน้าโผล่มาที่บ้าน ในใจเลยรู้สึกอึดอัด
ที่สำคัญคือหญิงสาวชื่อเหวินฮุ่ยคนนี้หน้าตางดงาม ผิวพรรณละเอียดอ่อนนุ่ม แล้วยังสาวกว่าตัวนางอีก นั่นทำให้หลิ่วเมิ่งหรูรู้สึกกดดันขึ้นมา
หลิ่วเมิ่งหรูกลอกลูกตาเล็กน้อย ก่อนมีความคิดหนึ่งขึ้นมา นางลากจ้าวผิงมาถามเสียงเบา
“สามี ท่านจะรับเหวินฮุ่ยเป็ภรรยารองหรือ?”
“ไม่ใช่” จ้าวผิงปฏิเสธ
“สถานการณ์ครอบครัวพวกเราเป็อย่างไรไม่ใช่ว่าเ้าไม่รู้ ข้าจะยังมีกะจิตกะใจอยากมีภรรยาน้อยที่ไหนล่ะ”
“แต่นางเป็สาว ทั้งยังไม่ได้ออกเรือน การที่นางมาอยู่บ้านพวกเรา ใครมาเห็นก็ว่าไม่งาม”
หลิ่วเมิ่งหรูขมวดคิ้วพูด “อีกอย่างบ้านเรามีแค่ห้องฝั่งตะวันตกและมีเพียงเตียงเดียว แต่อย่างไรก็ไม่สามารถให้นางนอนในห้องเก็บฟืนได้นะ?”
“หากเหวินฮุ่ยมีโรค แล้วโรคเกิดกำเริบขึ้นมาเล่า เราจะหวังให้นางทำงานให้อีกหรือ?”
“ที่เ้าพูดก็ถูก” จ้าวผิงพยักหน้า “เดี๋ยวอีกสักพักข้าจะไปหาช่างไม้ในหมู่บ้าน ให้เขาช่วยทำเตียงใหม่ให้”
“ท่านยังมีเงินหรือ?”
“พอมีบ้าง”
“งั้นก็แล้วแต่ท่านเห็นสมควรแล้วกัน ข้าจะไปช่วยนางทำอาหาร”
“เดี๋ยวก่อน”
จ้าวผิงเรียกรั้งนางไว้ ยื่นห่อหนึ่งที่ถืออยู่ในมือส่งให้ “นี่เป็ผ้าที่ตัดไว้ไม่กี่ฉื่อ ข้าให้เ้า ถ้ามีเวลาก็เอาไปทำเสื้อผ้าชุดใหม่”
“ท่าน… ท่านซื้อผ้าให้ข้าตัดชุดใหม่?” หลิ่วเมิ่งหรูเบิกตากว้าง ใอยู่ตรงนั้น
“มีปัญหาอะไรหรือ?” จ้าวผิงถาม “ก็แค่ผ้าไม่กี่ฉื่อไม่ใช่หรือ?”
“เพราะตอนนี้พวกเราไม่มีเงิน ไม่อย่างนั้นข้าคงซื้อชุดผ้าไหมให้เ้าแล้ว”
“ฮือ ๆๆ ” หลิ่วเมิ่งหรูซาบซึ้งจนร้องไห้พลางซบหน้าลงบนไหล่จ้าวผิง ตัวสั่นระริกไม่หยุด
จ้าวผิงเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
์มีตา ในที่สุดวันเวลาแห่งความทุกข์ทรมานของนางก็จบลงแล้ว
จ้าวผิงใช้เวลาปลอบนางอยู่สักพักกว่าหลิ่วเมิ่งหรูจะดีขึ้น จากนั้นจึงหยิบของห่อเล็ก ๆ ยื่นให้จ้าวเสียวเสี่ยวที่ยืนมองตาปริบ ๆ อยู่ข้าง ๆ
“ลูกกวาดนี่พ่อให้เ้า เอาไปกินเถอะ”
“สามี ทำไมถึงซื้อลูกกวาดให้นางอีก”
ทันใดนั้นหลิ่วเมิ่งหรูไม่สนใจอะไรแล้ว เธอคว้าถุงลูกอมมา “ลูกกวาดนี่เป็ของว่างของคนมีเงินเท่านั้น พวกเรายากจนข้นแค้น มีปัญญากินของแบบนี้ที่ไหน”
“เดี๋ยวท่านกลับไปในเมือง เอาลูกกวาดไปคืนเถอะ”
“ท่านแม่ ท่านไม่มีเหตุผล” จ้าวเสียวเสี่ยวก็ไม่สนใจแล้วเช่นกัน “ท่านพ่อซื้อผ้าให้ท่านตัดชุดใหม่ ท่านก็ดีใจจนหน้าบาน”
“พอซื้อลูกกวาดให้ข้า ท่านกลับจะเอาไปคืน”
“ข้าเป็ลูกสาวท่านแม่จริง ๆ หรือเปล่า?”
“แม่...” หลิ่วเมิ่งหรูพลันสะอึก
ไม่ใช่ว่าจ้าวเสียวเสี่ยวเป็เด็กที่เก็บมาเลี้ยงเลยไม่รักนาง แต่ที่บ้านนั้น…
จ้าวผิงลูบศีรษะลูกสาว แย้มยิ้มแล้วพูด “อย่าไปฟังแม่เ้า คำพูดของนางไม่มีผล ในเมื่อพ่อซื้อให้เ้าแล้ว ไม่มีทางเอาไปคืนหรอก”
“รีบเอาไปกินเถอะ”
“จำไว้ด้วยล่ะว่า ครั้งหนึ่งอย่ากินเยอะ จะปวดฟันเอาได้”
จ้าวผิงหยิบลูกอมจากมือหลิ่วเมิ่งหรู ส่งให้จ้าวเสียวเสี่ยวอีกครั้ง ครั้งนี้เมื่อเด็กสาวคว้าได้ นางก็รีบวิ่งหนีออกไปทันที ด้วยกลัวว่าจะโดนแม่แย่งคืนไปอีก
“สามี...” หลิ่วเมิ่งหรูยังอยากจะพูดอะไร แต่ก็โดนจ้าวผิงตัดบท
“เมิ่งหรู ข้ารู้ว่าเ้ากังวลเื่อะไร”
“แค่ลูกกวาดถุงหนึ่งจะเสียเงินสักเท่าไร? ไม่มีผลกระทบกับหนี้ที่ข้าต้องจ่ายเท่าไหร่หรอกน่า” พูดประโยคนี้จบ จ้าวผิงก็ออกจากบ้านเข้าหมู่บ้านไปหาช่างไม้
หมู่บ้านซีผิงไม่ใหญ่ นับรวมกันแล้วมีประมาณห้าร้อยครัวเรือน ประชากรทั้งหมดรวมกันไม่เกินสามพันคน
แต่ถึงแม้ว่าจะเล็ก แต่ก็มีครบทุกอย่าง ช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างทำหนัง สิ่งที่ควรมีล้วนมีหมด
ช่างไม้อยู่ฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน ชื่อหลู่ต้าชาน เป็ชายอายุใกล้สี่สิบปี เพราะว่าครอบครัวมีกิจการเล็ก ๆ ทำให้มีกินมีใช้ไม่เดือดร้อน ฐานะร่ำรวย
เขาเห็นจ้าวผิงก็แปลกใจ
“พ่อหนุ่มจ้าว เย็นป่านนี้แล้ว เ้ามาหาข้าด้วยเหตุใด?”
จ้าวผิงยิ้มตอบ “ท่านลุงหลู่ ที่บ้านข้าจ้างคนงานมา แต่ยังไม่มีที่ให้นอน เลยอยากจะให้ท่านช่วยทำเตียงใหม่ให้ข้าสักหน่อย”
“ทำเตียง?” หลู่ต้าชานอึ้งไป “ราคาไม่ถูกนะ”
“เท่าไร? ท่านบอกข้ามาได้เลย”
“หนึ่งตำลึง”
หูย! จ้าวผิงสูดหายใจด้วยความใจเย็น “แพงขนาดนี้เลยหรือ?”
“นี่เห็นว่าเป็คนหมู่บ้านเดียวกันแล้วนะ เลยคิดราคาถูก ถ้าเป็คนนอกหมู่บ้านมาให้ทำเตียงใหม่ อย่างไรก็ต้องมีหนึ่งตำลึงครึ่ง”
หลู่ต้าชานยิ้มบาง “พ่อหนุ่มจ้าว แค่คนงานถึงกับต้องทำเตียงใหม่เลยหรือ?”
“ให้ไปนอนห้องเก็บฟืนเสียสิ จะได้ไม่มากเื่”
จ้าวผิงก็รู้ว่าแบบนั้นไม่มากเื่ แต่ที่บ้านก็ยังมีลูกสาวอีกคน มีจ้าวเสียวเสี่ยวนอนอยู่ข้าง ๆ เขาก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะจู๋จี๋กับภรรยา กอดเมียสวยขนาดนั้นแต่ทำอะไรไม่ได้ ความสามารถในการอดทนไม่น้อยไปกว่าขันทีไปหอนางโลมแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ จ้าวผิงถามด้วยความผิดหวัง “ท่านลุงหลู่ ไม่มีเตียงที่ถูกลงมาหน่อยหรือ?”
“ฮ่า ๆๆ พ่อหนุ่มจ้าว ข้าจะหลอกเ้าทำไม?” หลู่ต้าชานหัวเราะยกใหญ่
จากนั้นพาจ้าวผิงไปโรงทำงานเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เขาชี้ไปที่เตียงหลังใหม่เอี่ยมด้านในแล้วพูด “นี่เป็เตียงของหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าเพิ่งทำเสร็จไปไม่กี่วัน นี่ก็หนึ่งตำลึงเหมือนกัน”
ความหมายแฝงก็คือ แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านซื้อเตียงใหม่ก็ยังต้องจ่ายหนึ่งตำลึง เ้ามันคนเสเพลมีสิทธิ์อะไรมาต่อราคา?
แต่จ้าวผิงเห็นเตียงแล้วอึ้งไป
นี่มันเตียงอะไร? กว้างสี่เมตรได้ ยาวอีกเกือบสามเมตร ด้านข้างมีแท่นสูงประมาณสามจั้ง มีลิ้นชักติดอยู่สองฝั่ง พร้อมด้วยเสาสี่มุม ทั้งยังระแนงไม้แทรกอยู่ ทำเป็ทางเดินล้อมรอบ
นี่ไม่ใช่เตียงแล้ว นี่มันห้องนอนชัด ๆ
นอนได้สามสี่คนโดยไม่ต้องกลัวว่าจะตกลงมาเลย มิน่าถึงราคาหนึ่งตำลึง คนมีเงินนี่ช่างสร้างสรรค์เสียจริง
แต่นี่ก็ทำให้จ้าวผิงมั่นใจขึ้นมา
“ลุงหลู่ ข้าไม่้าเตียงแบบนี้ ที่ข้าอยากได้คือเตียงเรียบง่ายกว่านี้”
“เรียบง่ายขนาดไหน?”
“มีขาเตียงสี่ขา ใช้ไม้เชื่อมต่อกัน ตรงกลางมีโครงกระดูกงู ้าตอกไม้กระดาน...”
“ข้าฟังแล้วงง เ้ามีแผนภาพรึไม่?”
“ไม่มี แต่ข้าวาดได้”
“เ้ารอเดี๋ยว”
หลู่ต้าชานะโไปยังด้านนอก “อาซิว เ้าเอากระดาษพู่กันมาให้พี่ผิงของเ้าใช้หน่อย”