แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านหนาเข้ามาในห้องนอน แต่มันกลับไม่ได้นำพาความสดชื่นหรือความหวังใดๆ มาด้วย นัทในร่างของฝ้ายนั่งนิ่งงันอยู่บนขอบเตียงกว้าง เขาก้มมองลงไปที่เรือนร่างของเขาที่เป็แฟนสาว... ร่างกายที่เคยขาวนวลราวกับน้ำนม บัดนี้กลับดูบอบช้ำจนน่าใจหาย เส้นผมยาวสลวยที่เคยจัดทรงอย่างสวยงามกลับดูยุ่งเหยิงพันกันยับเยินปรกอยู่บน่ไหล่ที่ดูบอบบาง
ความปวดเมื่อยของร่างกายที่วิ่งผ่านตามแขน ขา ลำตัว และ แนวกระดูกสันหลังช่วยตอกย้ำถึงร่องรอยของพายุที่เพิ่งสงบลง ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่คอยย้ำเตือนซ้ำๆ ว่าเขาได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปแล้ว นัทก้มมองมือที่วางอยู่บนตัก ปลายนิ้วมืออันเรียวเล็กที่ดูไร้เรี่ยวแรง เขาใช้สายตาไล่ไปตามร่างกายที่ขึ้นรอยแดงจางๆ บนผิว โดยเฉพาะตรง่คอและเนินอกซึ่งเป็ร่องรอยจากการที่ร่างเดิมของเขาเป็คนประทับเอาไว้ และมันดูเด่นชัดจนคนอื่นเห็นก็น่าจะทัก
นัทหลับตาลงแน่นเพื่อพยายามสลัดภาพการตอบสนองของร่างกายที่รุนแรงจนน่ากลัวเมื่อคืนนี้ทิ้งไป แต่มันยังกลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกของเขา นัทรู้สึกสมเพชตัวเองอย่างรุนแรง จิติญญาของชายหนุ่มถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีภายใต้กามราคะที่เขาพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
นัทหันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยังคงนอนหลับใหลอย่างเป็สุขอยู่ข้างกาย... ซึ่งเป็ร่างกายเดิมของเขาเองที่บัดนี้ถูกแม่มดเข้าไปอาศัยอยู่ นัทจ้องมองใบหน้าอันคมเข้มของตัวเอง ถึงแม้จะเป็ใบหน้าเดิมของเขาแต่เขากลับรู้สึกชิงชังและโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาเกลียดสายตาจากร่างกายนั้นที่ใช้ล่อลวงเขา เกลียดริมฝีปากที่มอบรสััที่เขาทำให้เขาโหยหา และที่เกลียดที่สุด... คือััทั้งหมดที่ร่างกายนั้นมอบให้ ที่ทำให้เขาโดนตัณหาแห่งร่างกายนั้นกลืนกิน
"อรุณสวัสดิ์นะ... นัท"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างผู้ชายที่ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แม่มดในร่างนัทตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีสดใส ใบหน้าดูอิ่มเอิบราวกับได้รับพลังงานมหาศาลจากกิจกรรมเมื่อคืน เขาหันมายิ้มให้นัทด้วยสายตาที่ดูอ่อนโยนจนน่าขนลุก
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ? เมื่อคืนเราทั้งคู่ออกจะมีความสุขด้วยกันขนาดนั้นนะ"
แม่มดแสร้งทำน้ำเสียงนุ่มนวล พลางเอื้อมมือที่หยาบกร้านออกมาหวังจะมาลูบเนียนของนัทอย่างที่คนรักพึงกระทำ…แต่ในสายตาของนัท มือคู่นั้นกลับดูน่ารังเกียจไม่ต่างอะไรกับกรงเล็บของปีศาจที่คอยจะกระชากิญญาเขาออกไป
"อย่าคิดมากเลยนัท... มันเป็เื่ธรรมชาติของคนรักกันไม่ใช่หรือ? ในเมื่อร่างกายที่ฉันอยู่คือสามี และร่างที่นายอาศัยอยู่ก็คือภรรยา... การที่ทั้งสองสิ่งจะดึงดูดเข้าหากันและมอบความสุขให้แก่กัน มันก็เป็สิ่งที่ควรทำและงดงามที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ?"
แม่มดเว้นจังหวะ พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้จนััได้ถึงลมหายใจ
"จิตใจของนายอาจจะสับสน แต่สัญชาตญาณของร่างกายนี้น่ะซื่อสัตย์มากนะ... เมื่อคืนเราไม่ได้มีใครทำผิดศีลธรรมเลยสักคน ทุกอย่างมันก็แค่... ร่างกายของคนรักกันที่โหยหากันและกันและบอกรักกันก็เท่านั้นเอง"
นัทนิ่งงันไปชั่วขณะ คำปลอบประโลมที่แสนนุ่มนวลนั้นทำงานกับจิตใจที่กำลังอ่อนแอของเขาอย่างรุนแรง...
'หรือจะใช่ มันคือร่างกายของเรากับฝ้าย... ทุกอย่างมันถูกฝาถูกตัวแล้วไม่ใช่หรือ?' ความสับสนทำให้เขาลืมตัวเผลอเคลิ้มไปกับััอุ่นที่กำลังจะแตะลงบนแก้ม ในขณะที่ใจหนึ่งของเขาอยากจะเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด เพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งที่กำลังรู้สึกอยู่นี้เสียที
แต่เมื่อเพียงแค่ปลายนิ้วของร่างชายได้ััผ่านผิวหน้าของหญิงสาวััอันอบอุ่นก็เริ่มจุดประกายความรู้สึกโหยหาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขายังมีสติ นัทได้เบี่ยงหน้าออกเพื่อหลบัันั้นทันทีด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เลยเถิด เราคิดว่าคำพูดที่ฟังดูเหมือนหวังดีเมื่อครู่คงเป็เหมือนขนมหวานเคลือบยาพิษที่หากเขาหลงเชื่อไปคงทำให้จิตสำนึกของเขาคงได้ตายไปแน่นอน
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน..." นัทะโห้ามออกมาด้วย เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอของฝ้าย
"หึๆ... ปากบอกว่าอย่า แต่เมื่อคืนฉันเห็นนายทั้งกอดทั้งจูบ จัดเต็มกับฉันไม่ยอมปล่อยเลยนะ"
แม่มดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่นัทจำได้ติดหู
"ฉันบอกแล้วไงนัทว่าร่างกายของนายไม่เคยโกหก... นายจะโกรธฉัน หรือจะเกลียดตัวเองแค่ไหนก็ทำไปเถอะ แต่นายปฏิเสธความจริงไม่ได้หรอกว่า... นายนั้นชอบััจากร่างกายของตัวเองมากแค่ไหน"
คำพูดนั้นตรึงให้นัทนิ่งงันไป ความขยะแขยงตัวเองทวีความรุนแรงจนเขาอยากจะแผดเสียงกรีดร้องออกมาให้สุดปอด ความย้อนแย้งในใจบีบคั้นจนเกือบคลั่ง ใจหนึ่งสั่งให้รังเกียจสิ่งนั้นจนสุดใจ แต่ร่างกายเ้ากรรมกลับชอบและโหยหา จนสามารถจำจังหวะและไออุ่นนั้นได้ดีเกินไป เขาเกลียดที่ร่างของฝ้ายสยบยอมต่อร่างเดิมของเขา และเกลียดที่สุด... คือการที่ลึกๆ แล้วจิติญญาของเขาก็เผลอไผลไปกับความคุ้นเคยที่แสนสกปรกนั้น
แม่มดลุกขึ้นจากเตียงด้วยความมั่นใจ นางเดินอย่างช้าๆ เข้าไปในห้องน้ำอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้นัทจมอยู่กับความสับสนและกองแห่งความทุกข์
เพียงครู่ใหญ่ต่อไป แม่มดก็เดินกลับออกมาในสภาพเปลือยเปล่า หยาดน้ำที่เกาะอยู่บนมัดกล้ามกำยำของร่างชายหนุ่มดูเย้ายวน
นางตั้งใจที่จะไม่นุ่งอะไรเลย แม้แต่จะใช้ผ้าขนหนูพันกายให้มิดชิดก็ไม่ทำ แถมยังกลับจงใจยืนแต่งตัวในสภาพเปลือยเปล่าอย่างอ้อยอิ่งต่อหน้าต่อตานัท แม่มดค่อยๆ หยิบกางเกงชั้นในและเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วยท่วงท่าที่จงใจเน้นส่วนสัดสรีระราวกับกำลังยั่วยวน...
นางหยิบเสื้อเชิ้ตตัวบางมาสวมและจงใจปลดกระดุมลงต่ำจนเผยให้เห็นแผงอกเพื่อโชว์ความเซ็กซี่และเพื่อปั่นหัวของนัท
ทุกย่างก้าวที่นางเยื้องกรายเข้าใกล้ไม่ว่าจะไปหยิบข้าวของหรือใส่กระจก ก็พยายามหันมาส่งยิ้มให้ ราวกับเป็การตอกย้ำชัยชนะว่าบัดนี้ร่างกายนี้ไม่ใช่ของนัทอีกต่อไป แต่มันคือร่างกายของนางที่นางจะเอามาใช้ทำอะไรก็ได้ นัททำได้เพียงก้มหน้านิ่ง กำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาพยายามถอยกายหนีไปจนชิดหัวเตียงทุกครั้งที่ร่างสูงใหญ่ในสภาพกึ่งเปลือยนั้นเดินผ่าน ราวกับร่างเดิมของเขากลายเป็เชื้อโรคร้ายที่ขยะแขยงจนไม่อยากเฉียดกรายเข้าใกล้
เมื่อแม่มดจัดการตัวเองจนเรียบร้อย นางก็หันกลับมามองนัทเป็ครั้งสุดท้าย และขยับปกเสื้อให้เข้าที่ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ปั่นประสาทว่า
"ฉันจะลงไปรอข้างล่างนะจ๊ะคนสวย ฝากดูแลจัดการตัวเองให้เรียบร้อยด้วยล่ะ อย่าให้ฝ้ายเขารู้เข้าล่ะ ว่าเมื่อคืนเธอไปทำอะไรมา และมีความสุขแค่ไหน เพราะสภาพของเธอตอนนี้ดูยับเยินจนรู้เลยว่าเมื่อคืนเธอจัดหนักไปขนาดไหนเลย"
พูดจบ แม่มดก็เดินช้าๆ ออกจากห้องไป เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทว่ากลับดังก้องในความรู้สึกของนัทเหมือนเสียงปิดตายห้องขัง ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความเงียบที่เหน็บหนาวเพียงลำพัง
นัทซบหน้าลงกับฝ่ามือ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสูญเสียไหลรินออกมาอย่างเงียบเชียบ เขารู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้จมดิ่งอยู่ในหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ความอ้างว้างและความเกลียดชังตัวเองรุมทึ้งกัดกินหัวใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี แสงแดดที่สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ กลับยิ่งฉายชัดให้เห็น 'ตราบาป' บนเรือนร่างนี้จนน่าหดหู่ เขามืดแปดด้านจนไม่รู้เลยว่าในวันใหม่ที่มาถึงนี้ เขาจะแบกหน้าไปพบกับฝ้ายได้อย่างไร
ความเงียบที่แม่มดทิ้งไว้เื้ันั้นหนักอึ้งเสียจนนัทรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายอยู่ในร่างของเมียรัก เขานั่งขดตัวอยู่บนเตียง กอดเข่าตัวเองแน่นพลางซบหน้าลงไปเพื่อปิดซ่อนความอัปยศที่ยังคงคละคลุ้งอยู่รอบกาย จนกระทั่งเสียงเปิดประตูแ่เบาดังขึ้นอีกครั้ง…
หัวใจของเขากระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นัทเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเื ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกลัวว่าปีศาจร้ายจะกลับมาขยี้ซ้ำ
แต่ทว่า… คนที่ก้าวเข้ามาในห้องกลับไม่ใช่แม่มดคนเดิมตามที่เขาคิดไว้ แต่กลับเป็ ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟที่ยืนอยู่ตรงนั้น
ฝ้ายรีบเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงตรงที่นัทนั่งอยู่ บรรยากาศรอบกายของฝ้ายนั้นอบอวลไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ยากจะอธิบาย เธอจ้องมองแฟนหนุ่มในร่างหญิงสาวของเธอที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงซึ่งเพิ่งผ่านสมรภูมิอันโหดร้ายมา สภาพของร่างกายเธอเองที่ดูบอบช้ำและแตกสลายทำให้น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งรื้นกลับขึ้นมาอีกครั้ง แต่นัทกลับไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาฝ้ายเลย ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่ก้มหน้านิ่ง สองมือจิกผ้าปูที่นอนจนข้อนิ้วขาวซีด
"ฝ้าย... พี่..." นัทเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก
"พี่ขอโทษ... พี่มันอ่อนแอ พี่ทนต่อความ้าของร่างกายนี้ไม่ได้เลยฝ้าย... ทันทีที่ถูกัั พี่พยายามฝืนความรู้สึก พยายามข่มใจ แต่ร่างกายมันไม่เชื่อฟัง พี่พยายามต่อสู้แล้วแต่สู้ไม่ได้เลย พี่เกลียดตัวเองเหลือเกินที่จิตใจพี่ไม่เข้มแข็งพอ แล้วปล่อยให้ความอยากของร่างกายนี้มาควบคุมจิตใจของพี่ได้ พี่ขอโทษ"
เสียงสะอื้นของนัทดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เคยอบอุ่น เขาพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลนองหน้า สารภาพความผิดบาปที่กัดกินหัวใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง นัทรู้สึกสมเพชตัวเองที่จิติญญาของชายหนุ่มที่เคยเข้มแข็งกลับพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณทางกายภาพอย่างหมดรูป
ฝ้ายมองดูความทุกข์ระทมของสามีแล้วทำให้ความขุ่นเคืองที่เคยคุกรุ่นในตอนแรกก็ได้มลายหายไป เหลือเพียงความเวทนาที่เปี่ยมล้น เธอรู้ดีกว่าใครว่าร่างของเธอที่นัทอาศัยอยู่นี้อ่อนไหวและถวิลหาััจากร่างของสามีเพียงใด เธอจึงขยับเข้าไปใกล้และตัดสินใจโอบกอดร่างของตัวเองที่นัทอาศัยอยู่ไว้แนบกาย ััจากตัวตนที่แท้จริงทำให้หัวใจของคนทั้งคู่สั่นไหวอย่างรุนแรง
"พอได้แล้วค่ะพี่นัท... เลิกบ่นด่าตัวเองได้แล้ว" ฝ้ายกระซิบแ่พร่าข้างหู พยายามข่มความร้าวรานในใจของตัวเอง
"พี่นัทไม่ได้ตั้งใจ ฝ้ายรู้... ร่างกายของฝ้ายนี้มันถูกสร้างมาเพื่อให้รักพี่นัท ให้ตอบสนองต่อพี่นัทคนเดียว พอแม่มดนั่นอยู่ในร่างพี่นัท ร่างกายมันเลยถูกหลอก... พี่นัทต้องให้อภัยตัวเองนะ ถ้าพี่นัทไม่ให้อภัยตัวเอง เราจะไม่มีวันชนะมันได้เลย"
คำพูดของฝ้ายเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนใจที่แตกร้าว นัทสะอื้นไห้ซบหน้าลงกับไหล่ของภรรยาในร่างคนอื่น ความอ่อนโยนของฝ้ายทำให้เขายิ่งรู้สึกผิด ทว่าในขณะเดียวกันมันก็ช่วยฉุดรั้งสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความเข้มแข็งของลูกผู้ชายกลับมาอีกครั้ง
พี่ขอสัญญานะ... ฝ้าย" นัทค่อยๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของคนรัก ดวงตาที่เคยสั่นเครือและแดงก่ำบัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวจนน่าเกรงขาม
"ั้แ่นี้เป็ต้นไป พี่จะสร้างกำแพงในใจให้หนาที่สุด พี่จะเว้นระยะ และไม่ยอมให้มันเข้าใกล้ร่างกายนี้ได้อีก พี่จะเ็า พี่จะเงียบงัน พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้มันรู้ว่า… มันขโมยไปได้แค่เพียงเปลือกนอกนี้เท่านั้น แต่ไม่มีวันขโมยหัวใจของพี่ไปได้"
เขากำหมัดแน่นจนสั่น ตั้งสัตย์ปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่มีวันยอมให้เหตุการณ์แบบเมื่อคืนเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก นัทมองสบตากับฝ้ายแล้วพยักหน้าให้ด้วยความมุ่งมั่น เขาจะต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องเกียรติของเมียรัก และกอบกู้ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลับคืนมา
ฝ้ายยิ้มตอบ แม้ในแววตาจะยังมีความกังวลอยู่
"ฝ้ายจะพยายามช่วยพี่ด้วยอีกคนค่ะ เราจะต่อสู้ไปด้วยกัน และเราจะผ่านเื่นี้ไปด้วยกันค่ะ"
ทั้งคู่พยายามพยุงความรู้สึกที่บอบช้ำขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน นัทลุกขึ้นไปชำระล้างร่องรอยแห่งความอัปยศ ก่อนจะสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุมและปิดบังมิดชิดที่สุดเท่าที่หาได้ เขาพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยจนดูไร้ความรู้สึก เพื่อเตรียมรับศึกที่เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ทว่า... ในขณะที่นัทกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องนอนพร้อมกับฝ้าย ความรู้สึกเสียวซ่านก็กลับเข้ามาจู่โจมเขาเพียงแค่เขาเผลอนึกถึงััสุดท้ายที่ร่างสูงใหญ่นั้นทิ้งไว้ ความทรงจำแห่งการััมันช่างร้ายกาจกว่าที่นัทจินตนาการไว้เหลือเกิน
แม้จิตใจจะพยายามพร่ำบอกว่าไม่ชอบหรือรังเกียจเพียงใด แต่จู่ๆ ร่างของฝ้ายกลับเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ความวูบวาบที่โหมกระหน่ำอยู่ในช่องท้องไม่ใช่มาจากความรังเกียจที่เขาพยายามพร่ำบอกตัวเอง แต่มันคือปฏิกิริยาตอบสนองที่เรียกร้องััอันแสนรัญจวนนั้นขึ้นมาอีกครั้งโดยที่นัทไม่ได้อนุญาต
นัทกัดฟันกรอดจนกรามแน่น ความตั้งใจที่จะเ็าเริ่มสั่นคลอนด้วยความย้อนแย้งระหว่างศีลธรรมในใจกับการทำงานของฮอร์โมนจากร่างกายหญิงสาว เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในร่างกายกำลังต่อต้านสิ่งที่เขากำลังจะปฏิเสธอยู่ เหมือนกับพายุที่ยังไม่สงบดีและกำลังตั้งเค้าอยู่ภายในร่างกายหญิงสาวของตัวเอง ซึ่งนำไปสู่จุดเริ่มต้นของาเงียบที่บีบคั้นอารมณ์ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
‘อย่ามาเรียกร้องนะร่างกายของฝ้าย... ฉันจะไม่ยอมแกอีกแล้ว’ นัทกู่ร้องในใจขณะก้าวเท้าออกจากบ้านด้วยความสับสนที่ทวีคูณ ขึ้นเพราะร่างกายนี้... ร่างกายที่กำลังจะกลายเป็ฏต่อจิติญญาของเขาเองในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
นัทหารู้ไม่ว่า... กำแพงที่เขาพยายามสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจนั้น อาจพังทลายลงได้ง่ายดายเพียงแค่สบตากับร่างผู้ชายเดิมของตัวเอง และที่ร้านกาแฟในเช้านี้ เขาไม่ได้เผชิญเพียงแค่แม่มดที่เตรียมการทดสอบไว้ต้อนรับเท่านั้น แต่เขายังต้องรับศึกหนักจาก 'ร่างกายของฝ้าย' ที่จ้องจะต่อต้านและเรียกร้องในสิ่งที่เขาไม่้าจะทำมากที่สุด!
(จบบทที่ 14)