บททดสอบแห่งน้ำตาและความอดทน
จากนั้น ฉันถูกสอบถามคำถามที่รู้สึกว่าละเมิดความเป็ส่วนตัว คำถามเกี่ยวกับเื่ส่วนตัวที่ไม่ควรถูกถามในสถานการณ์เช่นนี้ ฉันปฏิเสธที่จะตอบคำถามเ่าั้ และบอกกับล่ามว่า เื่นี้เป็สิทธิส่วนบุคคลที่ไม่ควรถูกละเมิด เ้าหน้าที่ที่นี่ควรจะรู้จักขอบเขตและความเหมาะสม ฉันรู้สึกไม่พอใจที่แม้แต่ศาลยังไม่เคยถามฉันถึงขั้นนี้ แต่เ้าหน้าที่กลับสอดรู้สอดเห็นเกินไป
เมื่อฉันได้รับมื้ออาหารแรกในเรือนจำ ประกอบด้วยขนมปังไซส์ C ฟักทองกวน แยมส้ม และสปาเก็ตตีเพียงเล็กน้อย ฉันพยายามทำใจให้ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่นานหลังจากนั้น พยาบาลได้เรียกฉันไปยังคลินิกของโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพ
ฟ้าผ่าลงกลางหัวในห้องตรวจ ฉันถูกเรียกชื่อเข้าไปในห้องตรวจสุขภาพ มีหมอผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่น บรรยากาศห้องค่อนข้างเคร่งขรึม ฉันสังเกตเห็นว่าหมอหญิงคนนั้นกำลังตั้งครรภ์ เมื่อพยาบาลยื่นถ้วยกระดาษให้ฉันเพื่อเก็บปัสสาวะ ฉันก็ทำตามที่พวกเขาสั่ง จากนั้นเ้าหน้าที่ได้พาฉันไปเจาะเืเพื่อนำไปส่งตรวจต่อ พยาบาลนำถ้วยนั้นมาให้หมอซึ่งจุ่มแผ่นตรวจลงไป ฉันเข้าใจว่านี่คือการตรวจหาค่าน้ำตาลในเื หมอจดผลลงในบันทึกและบอกผ่านล่ามว่า ฉันมีระดับน้ำตาลสูงและต้องควบคุมปริมาณข้าวที่กินลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง เพราะฉันถูกวินิจฉัยว่าเป็โรคเบาหวาน
ฉันพยายามแย้งว่าฉันไม่ได้เป็โรคเบาหวาน พยาบาลที่โตเกียวยืนยันว่าไม่มีปัญหานี้ แต่หมอกลับไม่สนใจและขู่ว่าหากฉันยังยืนยันจะถูกลงโทษ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินของหมอ ถ้าหมอเซ็นว่าฉันเป็โรคเบาหวาน ฉันไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง
เมื่อฉันขอให้จ่ายยารักษาโรคกรดไหลย้อนที่ฉันจำเป็ต้องใช้ พวกเขาก็ปฏิเสธ โดยยืนยันว่าที่นี่คือเรือนจำโทชิกิ ซึ่งมีกฎระเบียบที่แตกต่างออกไป
หลังจากนั้นไม่นาน พยาบาลเรียกฉันไปเซ็นเอกสารเพื่อเข้าคอร์สควบคุมข้าวให้กินน้อยลง ฉันรู้สึกท้อแท้และหมดหวังกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันนั้นเ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าฉันต้องออกไปทำงานในวันจันทร์ และให้กรอกเอกสารที่อยู่ครอบครัว ตอนนั้นฉันรู้สึกสติแตกและไม่สามารถจดจำอะไรได้เลย
ฉันร้องไห้เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิต หากฉันเป็โรคเบาหวานจริง ๆ ฉันจะต้องตายหรือ? ฉันสงสารตัวเอง คิดถึงลูก และอนาคตที่ยังไม่แน่นอน ฉันจะต้องเผชิญกับอะไรอีกบ้างในที่นี้
ทดสอบ พลังใจในคุก
ใน่เวลาที่ฉันถูกคุมขัง ฉันต้องเผชิญกับการปฏิบัติที่โหดร้าย หนึ่งในสิ่งที่ฉันต้องอดทนคือการไม่ได้รับยารักษาโรคกรดไหลย้อน ทุกครั้งที่มีอาการ ฉันรู้สึกเหมือนมีไฟลุกลามในท้อง มันทำให้ฉันต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมาก ฉันรู้สึกเหมือนถูกลืมและถูกทิ้งไว้ให้ทุกข์ทรมานอยู่ในเงามืดของเรือนจำ
วันที่ 30 สิงหาคม 2016 เป็วันที่เต็มไปด้วยความไม่ยุติธรรม ฉันถูกไล่ออกจากห้องตรวจโดยไม่มีใครฟังคำอธิบายใดๆ ฉันรู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้ง และสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ฉันรู้สึกว่ามันเป็การปฏิบัติที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมอย่างแท้จริง ฉันต้องเผชิญกับความเ็ปและความผิดหวังที่ไม่มีใครเข้าใจหรือช่วยเหลือฉันได้ การเผชิญหน้ากับอุปสรรคนี้ทำให้ฉันต้องพยายามสู้เพื่อเอาตัวรอด ไม่ใช่แค่ในเื่ของร่างกาย แต่รวมถึงจิตใจด้วย
ฉันตัดสินใจเขียนจดหมายไปยังสถานทูตไทยเพื่อฟ้องร้องและขอความช่วยเหลือ ฉันอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้สถานทูตทำหนังสือไปถามทางเรือนจำว่าทำไมพวกเขาถึงลดปริมาณข้าวที่ฉันได้รับ ทั้งที่ก่อนจะเข้าเรือนจำ ฉันได้รับการตรวจเืและไม่มีอาการของโรคเบาหวาน แต่เพียงไม่กี่วันต่อมา พวกเขากลับบอกว่าฉันเป็โรคนี้ สถานทูตตอบกลับมาว่าทางเรือนจำยืนยันว่าจำเป็ต้องควบคุมอาหารเพื่อรักษาน้ำตาลในเื ซึ่งเป็ส่วนหนึ่งของการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด
ความเ็ปจากการถูกบังคับให้ลดปริมาณอาหาร ทำให้ฉันรู้สึกหมดหวัง และฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้
บททดสอบสายเื
วันหนึ่ง เ้าหน้าที่เรียกให้ฉันย้ายออกจากตึกหก ไปอยู่ในห้องรวม ที่นั่นฉันต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้ต้องขังอีกห้าคน ฉันกลายเป็คนสุดท้ายที่ต้องทำงานรับใช้ในห้อง ไม่ว่าจะเป็การเก็บรองเท้า ทำความสะอาดห้องทุกเช้าและเย็น และต้องตากผ้าที่มีราวสูงเกินกว่าที่ฉันจะเอื้อมถึงได้
แน่นอนว่าชีวิตในห้องรวมนั้นไม่ง่ายเลย ฉันต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งจากผู้ต้องขังคนไทยในห้องที่ดูถูกฉันเพราะฉันไม่มีเงินติดตัว พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ช่วยเหลือฉัน แต่ยังทำตัวเหมือนว่าฉันไม่มีความหมายในสายตาของพวกเขา ฉันต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ และทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเงียบๆ
เมื่อถึงเวลามื้ออาหาร ฉันได้แต่ก้มหน้ากินข้าวที่น้อยนิด น้ำตาคลอเพราะความหิวและความเหนื่อยล้า ฉันรู้สึกหมดเรี่ยวแรงและหมดหวัง จึงต้องอาศัยการดื่มน้ำมากๆ ก่อนมื้ออาหารทุกมื้อ เพื่อให้ท้องรู้สึกอิ่ม แต่การเคี้ยวข้าวช้าๆ เพื่อให้กินได้ทันเพื่อน ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มมากขึ้น แต่ถ้าฉันกินเสร็จเร็ว ฉันก็ต้องมานั่งมองคนอื่นๆ กินอาหารต่อ ทำให้ฉันรู้สึกเ็ปและเสียใจอย่างยิ่ง
ทุกครั้งที่ฉันนั่งมองพวกเขากินอาหาร ฉันอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายตาม ความหิวโหยทำให้ฉันรู้สึกหมดแรง และความเหนื่อยล้าทางใจจากการต้องเผชิญกับความไม่ยุติธรรม
ในห้องขังที่เงียบงันและเปลี่ยวเหงา ฉันรู้สึกถึงความทุกข์ใจที่ทับถมเข้ามาทุกวัน ความหิวและความคิดถึงสิ่งที่เคยมีทำให้ฉันต้องต่อสู้กับตัวเองในทุกลมหายใจ ทุกครั้งที่มองเห็นคนอื่นได้รับสิ่งของที่ฉันปรารถนา ฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอและฝันถึงวันที่จะได้ลิ้มรสชีวิตอีกครั้ง
แม้หัวใจจะเ็ปและท้อแท้เพียงใด แต่ฉันรู้ดีว่าต้องยืนหยัดและต่อสู้ต่อไป การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือกในสถานการณ์เช่นนี้ ฉันต้องสู้กับความทุกข์ ความหิวโหย และความเ็ปที่เกิดจากการถูกกดขี่ ฉันได้แต่ภาวนาให้แสงแห่งอิสรภาพมาถึงในสักวันหนึ่ง แม้จะรู้ว่าเส้นทางนี้ยังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ฉันไม่สามารถถอยหลังได้แล้ว
ทุกคืนที่ฉันนอนหลับในความมืด ฉันต้องสู้กับความกลัวและความกังวลเกี่ยวกับอนาคต ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงใด ฉันจะยืนหยัดอยู่ตรงนี้ เพราะฉันรู้ว่าถ้าฉันยอมแพ้ ชีวิตนี้จะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ฉันจะต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย เพื่อวันที่ฉันจะได้ออกไปสู่อิสรภาพอีกครั้ง