ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่11:เหมย

    เฮนรี่นั่งรอคนในตระกูลอยู่ที่ลานกว้างด้วยความเจ็บปวดเพราะตัวมันในตอนนี้ต้องใช้พลังทั้งหมดในการต่อต้านพลังของเส้นด้ายที่อยู่ในตัว หากไม่ทำอาการเจ็บปวดจะรุนแรงกว่านี้หลายเท่านักและเนื่องจากตระกูลขนนกเป็นตระกูลใหญ่นั่นจึงต้องใช้เวลาอย่างมากในการแจ้งข่าวให้คนในตระกูลรู้นั่นรวมถึงคนในตระกูลที่อยู่โดยรอบเมืองจุดเริ่มต้นด้วย ทั้งหมดถูกเรียกกลับมาเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เวลาได้ผ่านไปเกือบจะครึ่งวันในที่สุดคนในตระกูลขนนกที่อยู่ในเมืองและรอบๆเมืองก็ได้มารวมตัวกันแต่เมื่อพวกมันมาถึงมันกลับต้องประหลาดใจเพราะหัวหน้าตระกูลของพวกมันในตอนนี้สีหน้าดุร้ายอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นทั้งตัวของหัวหน้าตระกูลมีเส้นเลือดปูดโปนราวกับจะระเบิดได้ทุกเวลานั่นทำให้คนในตระกูลที่มารวมตัวกันเริ่มซุบซิบกันไปต่างๆนาๆ
    ''เงียบ!''เฮนรี่ตะโกนออกมาพร้อมกับปลดปล่อยพลังออกไปกดดันคนในตระกูลให้คุกเข่าลง
    ''ข้าเรียกพวกเจ้ามาเพราะมีกฎเหล็กข้อใหม่จะบอกพวกเจ้า กฎนี้ง่ายมากๆคือห้ามไปหาเรื่องกับเด็กอายุประมาณ10ปีที่ชื่อมิคาเอล หากใครฝ่าฝืนข้าจะถลกหนังหัวของมัน และช่วงนี้ห้ามทุกคนรับงานใดๆทั้งสิ้น ตอนนี้พวกเจ้าแยกย้ายออกไปได้แล้ว''หลังพูดจบเฮนรี่ก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่มันก็เริ่มจะรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
    ส่วนมิคาเอลตอนนี้ได้กลับเข้ามาในป่าโดยที่เบบี้ถูกสั่งให้เฝ้าอยู่ที่ตระกูลเบล หากพบว่ามีคนพยายามหนีให้เบบี้กวาดล้างทั้งหมดได้ทันทีและเมื่อมิคาเอลกลับมาถึงป่ามันกลับเดินเลยถ้ำที่มีประตูพรสวรรค์ไป มันกำลังเดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆเพื่อหาสมุนไพรที่มีค่าเพื่อนำไปขาย มันจะได้ซื้อสมุนไพรและสิ่งต่างๆที่ต้องการมาเริ่มฝึกเทคนิคเงาสังหาร
    ''โฮ่ สมุนไพรจิตสงบอายุ1200กว่าปี ไม่น่าเชื่อว่าจะมาเจอที่นี่ แต่มันก็ไร้ประโยชน์สำหรับข้า''มิคาเอลดึงสมุนไพรต้นนั้นออกมาด้วยรอยยิ้ม สมุนไพรต้นนี้เป็นส่วนผสมหลักในการทำเม็ดยาเพื่อช่วยในการทะลวงระดับราคาของมันนั้นแพงมากเพราะปัจจุบันมันหาได้ยากยิ่งจากนั้นมิคาเอลจึงปลอมตัวแล้วเดินทางเข้าไปในเมืองด้วยชุดเก่าๆของมันทันทีเมื่อเข้ามาในเมืองมิคาเอลกลับไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่นักเพราะของที่วางขายต่างมีระดับที่ธรรมดามากๆมิคาเอลเดินผ่านร้านต่างๆไปโดยที่คนโดยรอบต่างหลีกหนีมันทันที เป็นเพราะชุดที่มันใส่นั่นเองจนมันมาหยุดอยู่ที่หน้าหอสมุนไพรแห่งหนึ่ง
    ''หยุดอยู่ตรงนั้นแล้วรีบไสหัวของเจ้าไปซะเด็กน้อย''ยามที่เฝ้าอยู่กล่าวกับมิคาเอลด้วยท่าทีขบขันมิคาเอลได้ยินกลับไม่ได้โกรธนั่นเพราะตัวมันยังเด็กแล้วชุดที่ใส่ก็เหมือนกับขอทาน มิคาเอลจึงส่ายหน้าก่อนจะพูดกับยามทั้ง2คนว่า
    ''ปล่อยให้ข้าเข้าไปเถอะ ข้าแค่ต้องการมาขายสมุนไพรที่ข้าหามาได้''มิคาเอลพูดด้วยเสียงนอบน้อมเพราะมันไม่ค่อยอยากจะมีปัญหาซักเท่าไหร่ แต่มิคาเอลก็ไม่ได้รังเกียจหากจะมีเรื่องเพราะยังไงมิคาเอลก็สามารถหลบหนีไปได้ตลอดเวลา
    ''ไม่มีทาง ขอทานแบบเจ้าคงจะเข้าไปป่วนด้านในมากกว่า ที่นี่คือหอสมุนไพรของตระกูลขนนกทางที่ดีเจ้าไปหาที่ขอเศษเงินเศษอาหารที่อื่นเถอะไปหากเจ้าไม่รีบไปตอนนี้อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือน''ยามทั้ง2คนนี้เดิมทีก็ชอบกลั่นแกล้งคนที่มาที่นี่อยู่แล้วหากคนพวกนั้นเป็นแค่ชาวบ้านที่ไม่มีภูมิหลังหรือเป็นคนที่อ่อนแอในสายตาของมันทั้ง2
    ''ก็ได้ แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะรับผิดชอบเรื่องในครั้งนี้ได้นะ''มิคาเอลพูดจบก็หันหลังและเดินไปที่หอสมุนไพรอีกแห่งที่ตั้งอยู่ด้านตรงกันข้ามโดยทิ้งให้ยามทั้ง2คนของตระกูลขนนกยืนงงเมื่อมิคาเอลเดินไปถึงหอสมุนไพรนั้นก็มีคนออกมาต้อนรับซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างมาก
    ''สวัสดีหนุ่มน้อย เจ้ามาซื้อหรือมาขายล่ะบอกพี่สาวคนนี้ได้เลยเดี๋ยวพี่สาวจะดูแลเจ้าเอง''มิคาเอลได้ยินก็มีความรู้สึกดีกับหอประมูลนี้มากเพราะอบรมคนที่มาทำงานได้เป็นอย่างดีแต่เมื่อมิคาเอลนึกถึงยาม2คนก่อนหน้านี้มันก็ฉีกรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะตะโกนจนดังลั่น
    ''ข้ามาขายสมุนไพรจิตสงบน่ะพี่สาวจากที่ข้าดูมันมีอายุถึง1200ปีเลยทีเดียว พี่สาวช่วยข้าได้มั้ย''นักรบที่เดินอยู่โดยรอบถึงกับหยุดเดินไปเลยหลังจากได้ยินเสียงตะโกนของมิคาเอลเพราะสมุนไพรนี้ใครๆก็ต้องการมีไว้ในครอบครองและฉับพลันหลังมิคาเอลตะโกนออกไป ผู้ดูแลระดับสูงของหอสมุนไพรของตระกูลขนนกก็ได้พุ่งออกมานอกหอสมุนไพรก่อนจะมองหาต้นตอของเสียง จากนั้นมันจึงรีบพุ่งมาที่มิคาเอล
    ''เจ้าหนูขายมันให้ข้า ข้าจะให้ราคาเจ้าอย่างงาม''ผู้ดูแลคนนั้นกำมือขณะพูดออกมามันต้องการสมุนไพรนี้มากเพราะมันติดอยู่ที่ระดับ21ชั้นบรรยากาศมานานแล้ว
    แต่คำพูดต่อมาของมิคาเอลกลับทำยาม2คนของตระกูลขนนกล้มพับด้วยความหวาดกลัวและเสียใจ''คงจะไม่ได้ เดิมทีข้าคิดจะขายให้หอสมุนไพรของท่าน แต่เป็นเพราะยามของท่านไม่ให้ข้าเข้าไปและยังข่มขู่ข้าอีก ข้าจึงตัดสินใจขายให้หอสมุนไพรของพี่สาวคนนี้''พูดจบมิคาเอลก็เดินเข้าไปด้านในหอสมุนไพรพร้อมกับพี่สาวคนนั้นจนเมื่อทั้งคู่เข้าเดินเข้ามา คนโดยรอบที่อยู่ด้านในกลับจ้องไปที่มิคาเอลเป็นตาเดียวกันมิคาเอลเองก็หาได้สนใจสายตาเหล่านั้น มันยังคงเดินตามพี่สาวคนนั้นไปเงียบๆจนถึงห้องที่ใช้พูดคุย
    ''พี่สาวขอแนะนำตัวก่อน พี่สาวชื่อ เหมย เป็นลูกสาวของตระกูลชาวบ้านซึ้งเป็น1ใน3ตระกูลใหญ่ของเมืองนี้และพี่สาวยังเป็นเจ้าของหอสมุนไพรทนี้ด้วย''มิคาเอลไม่คิดเลยว่าคนด้านหน้าของมันจะมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งเพราะนิสัยของนางนั้นดีมาก ที่มิคาเอลจะมองแบบนี้ก็ไม่ผิดเพราะคนส่วนใหญ่เมื่อมีอำนาจนิสัยในการกดขี่ผู้อื่นจะเริ่มแสดงออกมา
    ''ข้าชื่อมิคาเอลน่ะพี่สาวเหมย ข้าเป็นเด็กกำพร้าธรรมดาที่อังเบิญไปเจอสมุนไพรนี่ก็เท่านั้น''มิคาเอลพูดขณะยื่นสมุนไพรไปให้เหมยตรวจสอบดู
    ''เจ้าชื่อเหมือนท่านผู้นั้นเลยนะ อืม...นี่เป็นต้นสงบจิตจริงๆอายุ1212ปีจริงๆ พี่สาวให้50,000เหรียญทองแล้วกันเพราะถือว่าช่วยน้องชายด้วย''ที่จริงราคาสมุนไพรนี้มีราคาประมาณ49,000เหรียญทองเท่านั้นแต่ที่เหมยให้เพิ่มเพราะสงสารมิคาเอลและรู้สึกเอ็นดูอย่างมาก แต่เหมยก็ยังสงสัยในตัวมิคาเอลเพราะไม่เชื่อว่ามิคาเอลไปเจอสมุนไพรนี้เข้าคงไม่มีเด็กอายุ10ปีที่ไหนรู้จักสมุนไพรนี้แน่นอน แต่เหมยก็ไม่ได้ซักถามอะไรมิคาเอล
    ''ตกลงพี่สาวเหมย แต่ข้ามีเรื่องจะให้พี่สาวช่วยซักเล็กน้อย''มิคาเอลพูดขณะจ้องไปที่ตาของเหมยเหมยเองก็จ้องไปที่มิคาเอลแต่แล้วเหมยก็ต้องหลบตาลงเพราะรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างเป็นแรงกดดันที่อยู่เหนือคนทั้งหมดนี่เป็นความรู้สึกที่เหมยไม่สามารถอธิบายได้