ตอนที่ 25 คุกเถื่อนในบ้าน
อู๋เจี่ยฟั่งเดินตามจวงเหวินหลินด้วยท่าทางที่เรียกได้ว่าสบายอารมณ์ เขาดูไม่เหมือนไปสืบคดีสักนิดแต่เหมือนไปเดินเที่ยวตามนัดมากกว่า
เมื่อจวงเหวินหลินเห็นว่าคุณตำรวจทำตัวสบายๆก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก แต่ถึงไม่พอใจอย่างไรเื่นี้เขาก็ทำได้เพียงพึ่งพากำลังของตำรวจเท่านั้น เขาอยากจะเร่งเร้าแต่ก็กลัวจะทำให้อู๋เจี่ยฟั่งไม่พอใจสุดท้ายก็ทำได้เพียงกอดเก็บความไม่พอใจทั้งหมดเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นตำรวจหนุ่มที่อยู่ด้านหลังยังคงจ้องมองเขาเหมือนว่าเขาเป็โรคทางจิต จวงเหวินหลินสาบานกับตัวเองว่ารอเื่นี้คลี่คลายเมื่อไหร่ เขาจะต้องสั่งสอนตำรวจยศน้อยนั่นเสียให้เข็ด
เอาเถอะ รออีกเดี๋ยวพอไปถึงบ้านแล้วค่อยให้พวกตำรวจเห็นกับตาตัวเองแล้ว ก็จะเชื่อคำพูดของเขาเอง
เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดจวงเหวินหลินจึงทำได้เพียงอดทนแล้วทำตัวนอบน้อมเข้าไว้ทว่าเขากลับไม่ได้ดูนอบน้อมเลยแม้แต่น้อยในสายตาคนนอก
ในยุคนี้คนส่วนใหญ่หากไม่มีเื่ก็ไม่อยากติดต่อกับตำรวจหลายๆ คนถึงขั้นเลือกที่จะจัดการเื่ต่างๆ ด้วยตัวเองแทนที่จะไปหาตำรวจจวงเหวินหลินเดินตามหลังตำรวจสองนายด้วยท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดแบบนี้จะไม่ให้คนอื่นคิดมากได้อย่างไร
ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเลิกงานแล้วผู้คนต่างก็รีบร้อนกลับบ้าน ที่นี่เป็ที่ที่ผู้คนอาศัยอยู่มานานทุกคนต่างก็รู้จักกันดี ยิ่งไปกว่านั้นตู้ฉามักจะโอ้อวดเื่ลูกชายของตัวเองอยู่เสมอจึงทำให้จวงเหวินหลินเป็ที่รู้จักอย่างดีในละแวกนั้น
และจวงเหวินหลินที่ถูกตู้ฉาขนานนามว่าเป็บุตรแห่ง์คนนี้กำลังถูกจับจ้องด้วยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยจวงเหวินหลินรู้สึกอึดอัดใจเป็อย่างยิ่งกับสายตาของคนเ่าั้เขารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด แต่ตอนนี้พวกเขาก็เดินมาได้ถึงครึ่งทางแล้วจะให้เขาบอกตำรวจให้กลับไปเพียงเพราะสายตาของคนอื่นได้อย่างไร?
ถ้าตำรวจกลับไปแล้วของที่บ้านเขาจะทำอย่างไรล่ะ? ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดที่จะอธิบายแต่พอคนพวกนั้นเห็นว่าเขาเอ่ยปากจะพูดก็มีท่าทีหวาดกลัวราวกับว่าไม่อยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเขาก็ได้แต่หลีกทางให้ หลังจากลองอยู่หลายครั้ง จวงเหวินหลินจึงทำได้เพียงยอมแพ้แล้วเก็บคำอธิบายทั้งหมดเอาไว้ เขาบอกกับตัวเองในใจว่า นี่ไม่ใช่เื่ใหญ่รอให้ตำรวจสืบสวนเสร็จแล้ว ทุกอย่างก็จะกระจ่างเอง
แต่จวงเหวินหลินกลับประเมินผู้คนที่รักการนินทาเป็ชีวิตจิตใจต่ำเกินไป
ตอนที่เขาพาตำรวจทั้งสองนายไปถึงบ้านของตัวเองข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วแล้ว ข่าวลือโดยสรุปคือลูกชายบ้านจวงทำผิดกฎหมายเลยโดนตำรวจจับ! ตอนนี้นำตัวกลับมาหาหลักฐานที่บ้านแล้วบางคนถึงกับพูดราวกับเป็เื่จริงว่า ลูกชายบ้านจวงลักทรัพย์แล้วโดนตำรวจจับได้ตอนนี้นำตัวกลับไปค้นของกลางที่บ้าน สรุปแล้วการคาดเดาทั้งหมดก็แพร่กระจายใหญ่โตราวกับมีปีกงอกบินไปทั่วทั้งถนนหนทางอย่างรวดเร็วในไม่ช้า แม้แต่คนที่ไม่รู้จักจวงเหวินหลินก็รู้เื่นี้กันหมด
อู๋เจี่ยฟั่งพาตำรวจหนุ่มมาถึงบ้านตระกูลจวงจวงเหวินหลินเดินนำทางพวกเขาสำรวจบ้าน หลังจากพวกเขาได้เดินตรวจสอบทุกห้องจนครบก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
“โห! เหมือนกับที่เขาพูดจริงๆ ด้วยของทุกอย่างหายไปจนหมดเกลี้ยง!”
ตำรวจหนุ่มอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาเขาคิดว่าเ้าหนุ่มคนนี้น่าจะเป็บ้า แต่ไม่คิดเลยว่าของในบ้านเขาจะถูกขโมยไปจริงๆแต่ว่าโจรคนนี้มันเก่งเกินไปแล้ว ทำได้ยังไงในเวลาเพียงเท่านี้?
“หัวหน้าครับคุณคิดว่าเื่แบบนี้เป็ฝีมือของโจรธรรมดาๆ งั้นเหรอครับ?” อู๋เจี่ยฟั่งถึงกับส่ายหัวเล็กน้อย
โจรธรรมดาๆ คงทำแบบนี้ไม่ได้แน่ๆนอกจากจะเป็โจรเทพเซียนถึงจะทำได้ แต่ว่าตอนนี้เขาไม่สามารถพูดเื่เหนือธรรมชาติแบบนั้นออกมาได้
อู๋เจี่ยฟั่งรู้สึกว่าคดีในวันนี้คงปิดคดียากช่างโชคร้ายจริงๆ แล้วเขาจะสืบสวนอย่างไรดี?
“พวกเราลองเดินดูรอบๆ กันอีกสักรอบเผื่อจะเจอเบาะแสใหม่!” ในเมื่อเขามาถึงที่นี่แล้วก็ต้องให้คำตอบกับเผู้เสียหายบ้าง ถึงแม้จะเป็การเสแสร้งก็ต้องทำ
“คุณตำรวจครับคุณต้องช่วยผมตามหาตัวคนร้ายให้ได้นะครับ ของในบ้านของผมโดนขโมยไปจนหมดแล้ว!”จวงเหวินหลินพูดอย่างร้อนรน แท้จริงแล้วคนผู้นั้นมันเป็ใครกันทำไมถึงได้ใจร้ายทำเื่แบบนี้ลง รอให้เขาเจอตัวเมื่อไหร่เขาจะไม่มีวันปล่อยมันไปแน่
อู๋เจี่ยฟั่งไม่สนใจ เขาเดินสำรวจไปรอบๆอย่างละเอียด ห้องทุกห้องในเรือนส่วนหน้าไม่มีของเหลืออยู่เลยแม้แต่ฟืนก็ยังถูกขนไปจนหมด นี่เขาไปลบหลู่เทพองค์ไหนเข้าเนี่ย?
สุดท้ายอู๋เจี่ยฟั่งก็เดินมาถึงเรือนส่วนหลังเรือนส่วนหน้าไม่มีเบาะแสเลย บางทีเรือนส่วนหลังอาจจะมีก็ได้?ทว่าเขากลับไม่พบเบาะแสอะไรเลยแต่กลับพบคนสองคนที่เป็อัมพาตนอนติดเตียงในห้องเก็บของแทน
ตอนเห็นสองคนนั้นก็ทำเอาอู๋เจี่ยฟั่งใอย่างมาก
ที่นี่คือคุกเถื่อนที่ไว้ขังนักโทษใช่ไหม?คราวนี้อู๋เจี่ยฟั่งหาเหตุผลในการลงมือจัดการได้แล้ว
“สหายจวงเหวินหลินคุณอธิบายมาซิว่าทำไมถึงมีนักโทษถูกขังอยู่ในบ้านของคุณ? นี่มันคุกเถื่อนในบ้านชัดๆ!คุณช่างกล้าจริงๆ!”
ตอนที่เห็นอู๋เจี่ยฟั่งเดินไปทางห้องเก็บของจวงเหวินหลินก็รู้แล้วว่าต้องเกิดเื่แย่แน่ๆแต่ไม่คิดว่าอู๋เจี่ยฟั่งจะพูดแบบนั้นออกมา “คุณตำรวจครับ คุณเข้าใจผิดแล้วไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่แบบนั้นจริงๆครับ นั่นพ่อกับคุณย่าของผมเอง!”จวงเหวินหลินรีบอธิบาย เพราะกลัวว่าถ้าพูดช้าไปกว่านี้อาจจะถูกเข้าใจผิด
“พ่อกับย่าของคุณ? แน่ใจนะ?”จวงเหวินหลินพยักหน้ารัวๆ “ครับ ผมแน่ใจ ผมแน่ใจจริงๆ ครับ!”หลังจากพูดจบ จวงเหวินหลินก็นึกขึ้นได้ว่าถ้าหากข่าวที่ว่าเขาทารุณพ่อแม่แพร่ออกไป ชีวิตนี้เขาคงไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกเขายังหนุ่มอยู่เลย ถ้าหากมีมลทินแบบนี้ติดตัวไป ชีวิตที่เหลืออยู่คงพังทลายแน่!จวงเหวินหลินคิดในใจพลางตำหนิตู้ฉาไปด้วย
“คุณตำรวจครับ คุณเข้าใจผิดแล้ววันนี้ทุกคนในบ้านต้องออกไปข้างนอก ผมเลยให้พ่อกับคุณย่าอยู่ด้วยกันพวกท่านจะได้ดูแลกันได้สะดวก!” ข้ออ้างแบบนี้ ไม่พูดเสียยังจะดีกว่าอู๋เจี่ยฟั่งมองจวงเหวินหลินด้วยรอยยิ้มเหยเก ความหมายชัดเจนมาก‘แกคิดว่าฉันโง่หรือไงถึงได้หลอกกันง่ายๆ แบบนี้?’
“เื่นี้ ผมจำเป็ต้องจัดการแต่ตอนนี้เรามาจัดการปัญหาเื่ของที่ถูกขโมยก่อนดีกว่า”อู๋เจี่ยฟั่งไม่โง่พอที่จะเข้าไปแก้ปัญหาแบบนั้นถึงแม้ว่าเมื่อครู่จะเห็นแค่แวบเดียวจากช่องหน้าต่างแต่สายตาของอู๋เจี่ยฟั่งนั้นเฉียบแหลมนัก เขามองเห็นอย่างชัดเจน ดีที่เขายังควบคุมตัวเองไว้ได้ไม่งั้นคงอาเจียนออกมาตรงนั้นแน่ๆ
“ตอนนี้คุณพาคนทั้งสองคนออกมาแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดๆ ให้พวกเขาก่อน ผมมีเื่จะสอบถามพวกเขา!”คำพูดแบบนี้ก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี
ของในบ้านหลังนี้ถูกขโมยไปจนหมดมีเพียงสองคนนี้ที่อยู่ที่เรือนส่วนหลัง บางทีพวกเขาอาจจะได้ยินอะไรบ้างก็ได้ของมากมายขนาดนั้นหายไป ต้องมีเสียงดังบ้าง
จวงเหวินหลินถึงกับพูดไม่ออกทำไมต้องเป็เขาด้วย? ทั้งสกปรกทั้งเหม็นแบบนั้นถ้าเลอะชุดใหม่ที่เขาใส่อยู่ขึ้นมาจะทำอย่างไร?
เมื่อเห็นท่าทียึกยักชักช้าของจวงเหวินหลินอู๋เจี่ยฟั่งจึงจ้องเขม็งแล้วถามว่า “คุณไม่อยากทำงั้นเหรอ?หรือว่าคุณอยากจะให้ผมเป็คนทำแทนคุณ?”
แม้ว่าจวงเหวินหลินจะไม่เต็มใจอย่างมากแต่เขาก็ไม่มีทางเลือก ทำได้แค่เพียงบีบจมูกและยอมเดินเข้าไปในห้องอย่างเสียไม่ได้ทันทีที่เข้าไปในห้อง กลิ่นเหม็นฉุนก็โชยเตะเข้าจมูกอย่างแรงจนจวงเหวินหลินเกือบอาเจียนออกมา
แม้ว่าเขาจะบีบจมูกแล้วแต่กลิ่นเหม็นนั้นก็ยังคงอยู่จวงเหวินหลินมองคนทั้งสองคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความรังเกียจทำไมพวกเขายังไม่ตายๆ ไปซะทีนะ? ถ้าโจรขโมยฆ่าพวกเขาไปด้วยก็คงจะดีแต่การคิดแบบนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ ปัญหาก็ยังคงอยู่
หลังจากพยายามหาเสื้อผ้าที่พอจะใส่ได้สองชุดจากห้องเก็บของจวงเหวินหลินก็ฝืนความรังเกียจเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พ่อจวงกับย่าเฒ่าจวงอู๋เจี่ยฟั่งเห็นจวงเหวินหลินเดินเข้าไปข้างในก็รู้สึกพอใจเขาจึงพาตำรวจหนุ่มไปหาเบาะแสต่อ
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเดินออกไปแล้วจวงเหวินหลินก็เริ่มด่าทอพ่อจวงกับย่าเฒ่าจวงทันที ถึงแม้ว่าพ่อจวงจะเป็อัมพาตแต่สมองของเขายังดีอยู่ เมื่อได้ยินคำด่าทอที่แสนจะโหดร้ายจเขาก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ นี่คือลูกชายที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดหลายปีงั้นหรือ?
ทางฝั่งอู๋เจี่ยฟั่งหลังจากเดินจนทั่วสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่กลับไม่พบเบาะแสอะไรเลยเขาทำได้เพียงมองหาในห้องต่างๆ ต่อไปเขาไม่เชื่อว่าด้วยประสบการณ์การทำงานหลายปีของเขาจะไม่พบเบาะแสอะไรเลยด้วยความคิดนี้ อู๋เจี่ยฟั่งจึงค้นหาอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น ทันใดนั้น อู๋เจี่ยฟั่งก็พบความผิดปกติบางอย่างใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มยินดีออกมาทันที