คิมหันตฤดูอันโหดร้ายทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างแห้งแล้ง ไร้ชีวิตชีวาและร้อนอบอ้าวจนทนอยู่ในตำหนักไม่ได้ เซียวซียืนมองเปลวแดดเต้นระริกอยู่ในอากาศ มือข้างหนึ่งคอยปัดแมลงที่บินวนอยู่รอบตัวเสียงดังหึ่ง ๆ ชวนรำคาญ ขณะที่ในหัวก็คิดหาวิธีคลายความเบื่อหน่ายและดับร้อนอันมีอยู่หลายหนทาง แต่ทุกอย่างนั้นต้องอยู่ในตำหนักที่มีข้าราชบริพารเดินไปมาให้ว่อน และโอดครวญถึงความร้อนกันระงม เห็นแล้วช่างน่าสะท้อนใจ
เซียวซีหนีออกมาอยู่ข้างนอก อาศัยต้นไม้กับลำธารเพื่อผ่อนคลายความร้อนระอุ บุรุษหนุ่มร่างสูงโปร่งกระชับชายแขนเสื้อยาวรุ่ยร่าย เดินข้ามถนนเส้นเล็กที่มีต้นหญ้าแห้งตายขึ้นรกเรื้อไปยังริมลำธาร ด้านหลังมีขันทีซึ่งตามติดเขาราวกับปลิงตามมาไม่ห่าง
“ความจริงเ้าไม่ต้องมากับข้าก็ได้”
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าารับสั่งมาว่า…”
“เอาเถอะ ๆ ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าฟังประโยคนั้นมาเป็พันครั้ง เ้าไม่เบื่อจะพูดบ้างหรือ”
ไม่มีทางที่เขาจะได้อยู่คนเดียว แม้ไม่ใกล้เคียงกับการจะได้เป็องค์ชายรัชทายาท แต่เมื่อเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้ เขาจึงมีคนไม่ประสงค์ดีมากมายรายรอบตัว
เซียวซีไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเหตุใดเสด็จพ่อถึงได้โปรดปรานเขาเป็พิเศษ ถึงแม้เขาจะเป็ถึงเป็แม่ทัพ ซึ่งอาศัยความสามารถทางการรบอย่างสูง แต่โอรสของฮ่องเต้ทุกพระองค์ต่างแข่งขันกันอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ได้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้เช่นกัน ไหนจะเหล่าอ๋องทั้งหลายแหล่ที่พยายามทำคุณประโยชน์ ให้ตัวเองได้อยู่ในสายพระเนตรของฮ่องเต้อีก แม้ท่านอาจารย์จะบอกว่าเขาหัวดีและมีไหวพริบอย่างน่าชื่นชม แต่ก็ไม่ได้ฉลาดปราดเปรื่องราวกับอัจฉริยะ อย่างน้อยก็แพ้อยู่คนหนึ่ง
คิดแล้วเซียวซีก็ถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงคนผู้นั้น
เฉิงอี้บอกว่าเป็เพราะความรักที่เสด็จพ่อมีให้กับมารดาของเขามันเผื่อแผ่มายังเขาด้วย นางอยู่ในตำแหน่งกุ้ยเฟยซึ่งเป็รองก็แต่ฮองเฮาเท่านั้น หลายคนที่คอยสนับสนุนนางซึ่งนับเป็ขั้วอำนาจแบบลับ ๆ ถึงขนาดกล้าพูดออกมาว่าหากฮ่องเต้ไม่ได้มีฮองเฮาอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะพบเจอกับมารดาของเขา ตำแหน่งนั้นจะตกเป็ของนางอย่างแน่นอน
ความคิดเช่นนี้ไม่เคยออกมาจากปากมารดา แต่มันก็ทำให้นางและเขาตกอยู่ในอันตรายจากมือที่มองไม่เห็น
เซียวซีคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เขาปาดเหงื่อจากหน้าผาก นึกถึงเฉิงอี้ซึ่งเขาแอบย่องหนีออกมาไม่ให้ชายหนุ่มตามได้ทัน ป่านนี้คงหัวเสียน่าดู
“ตรงนี้แหละ” เขาหันไปบอกจื่อเว่ย ก่อนจะนั่งลงริมลำธารเล็ก ๆ
ชายหนุ่มนึกสงสัยขึ้นมาว่าต้นน้ำอยู่ที่ใด อันที่จริงเขาไม่เคยเดินสำรวจบริเวณนี้มาก่อน แต่เมื่อดูจากแผนที่โดยละเอียดที่จื่อเว่ยไปหามาให้ สายน้ำนี้ตัดผ่านป่าอันคดเคี้ยว กว่าจะมาถึงชายป่าด้านนี้ก็เหลือเพียงลำธารขนาดเล็ก เขาจึงนึกสนุกอยากจะไปสำรวจดูสักหน่อย
“จื่อเว่ย เ้าอยากหาอะไรทำแก้เบื่อหรือไม่”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ” ตอบทันทีทันควัน ด้วยรู้ถึงสีหน้าและสายตาวิบวับแบบนั้นดี
จื่อเว่ยได้ยินเื่องค์ชายน้อยแสนซนมาเนิ่นนาน แม้เขาจะเข้ามารับหน้าที่ใน่ไม่กี่ปีให้หลัง ซึ่งองค์ชายได้เติบโตเป็บุรุษหนุ่มรูปงาม แต่ความชอบสนุกหาได้ลดลงไม่ ถ้าหากมีคำถามว่าอยากทำอะไรแก้เบื่อหรือไม่ เท่ากับหายนะและความวุ่นวายอาจจะมาถึงในไม่ช้า
“เ้าจะไม่คิดสักหน่อยหรือ”
“เรามากันเพียงสองคนเองนะพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วอย่างไร”
“หากเกิดอันตรายอันใดขึ้นกับพระองค์ กระหม่อมเกรงว่าอาจจะช่วยเหลือไม่ทัน”
“เช่นนั้นก็อย่าให้เกิดอันตรายใด ๆ ขึ้นสิ” เซียวซีตอบกลับง่าย ๆ แล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางกระตือรือร้น “เราจะไปสำรวจต้นน้ำสายนี้กัน”
“แต่นี่ยังเป็่บ่ายอยู่เลยนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมว่ามันออกจะร้อนไปสักหน่อยสำหรับองค์ชาย”
“ข้าไม่คิดอะไรหยุมหยิมไร้สาระเช่นนั้น เราก็ไปกันได้แล้ว”
จื่อเว่ยก้มมองสิ่งของที่หอบหิ้วติดตัวมาด้วย ซึ่งมีเพียงอาหารในกล่องข้าวผูกผ้า น้ำดื่มและตำราหนึ่งเล่มเท่านั้น ช่างเรียบง่ายแตกต่างจากองค์ชายอื่น ๆ ที่เ้ายศเ้าศักดิ์ที่จะต้องใช้สอยแต่ของชั้นเลิศเพื่อความสะดวกสบาย ทั้งยังมีข้าทาสบริวารติดตามเป็จำนวนมาก ทว่ากระนั้นการรับใช้องค์ชายอื่นง่ายดายกว่านี้มาก เพราะบรรดาองค์ชายเ่าั้วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่นในเมืองหลวง จับจ่ายใช้สอยและเกี้ยวหญิงงาม ไม่ได้ออกมาผจญภัยตามป่าเขาเสี่ยงอันตรายเยี่ยงนี้
สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังคงถวายความจงรักภักดีให้องค์ชายเซียวซีคือความมีจิตใจอันดีและเปี่ยมด้วยเมตตาของตัวองค์ชายเอง แม้นั่นหมายความว่าเขาจะต้องทนกับสารพัดเื่วีรกรรมแผลง ๆ ก็ตามที
“จื่อเว่ย รีบเดิน เดี๋ยวจะมืดค่ำไปเสียก่อน”
“พ่ะย่ะค่ะ ๆ กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้”
สองนายบ่าวเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ แข่งกับแสงอาทิตย์อันร้อนแรงแผดเผาต้นคอจนแสบไปหมด แม้เสื้อผ้าของเซียวซีจะตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายระบายอากาศชั้นดี เหมาะสมกับฤดูกาล แต่ตอนนี้ เขาถูกอาบไปด้วยเหงื่อจนชุ่มโชกไปทั้งตัว ถึงกระนั้น ทัศนียภาพข้างทางก็ทำให้เขายังมีแรงเดินต่อไป ดอกไม้บางชนิดยังชูช่ออยู่ได้แม้จะในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เขาจึงเด็ดมาหนึ่งดอกเพื่อเอาไปมอบให้กับมารดาอันเป็ที่รัก
แม้จะชอบเล่นสนุก แต่เซียวซีก็ระแวดระวังมากพอจะไม่เดินสะเปะสะปะ เขาสังเกตทุกอย่างรอบตัวและเดินขนาบไปกับเส้นทางน้ำตลอด จนในที่สุด เขาก็เดินมาถึงต้นน้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตก ละอองน้ำกระเซ็นมาโดนใบหน้า พาให้รู้สึกรื่นเริงใจและคลายความเหนื่อยล้าทั้งหมด
เซียวซีก้มถอดรองเท้า เหยียบหินเรียบลื่นสามสี่ก้อนที่โผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ แล้วข้ามไปนั่งบนโขดหินสูงได้สำเร็จ ก่อนจะหย่อนเท้าลงไปในน้ำที่แม้จะอุ่นเพราะแสงแดด แต่ก็พอจะคลายร้อนได้
“องค์ชาย ประทับนั่งดี ๆ นะพ่ะย่ะค่ะ ระวังจะตกลงมา”
“รู้แล้ว ๆ เ้าก็ตามมาสิ จะยืนทื่ออยู่ริมน้ำเช่นนั้นทั้งวันรึ”
จื่อเว่ยถอดรองเท้า ท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ เขายกชายชุดขึ้น ขณะเดินลงไปในน้ำที่ความลึกเลยข้อเท้าขึ้นมาเล็กน้อย และหยุดพะว้าพะวังจนโดนเร่งอีกรอบจึงค่อย ๆ เดินลงไปอย่างเชื่องช้า