“เมื่อไหร่จะเลิกวิ่งตามข้านะ” อ๋องหนุ่มทั้งวิ่งทั้งสบถไปตามทางเดินอย่างไร้จุดหมาย
“สุนัขแค่ตัวเดียวพวกเ้าต้องจับมันให้ได้”
“ขอรับ”
คนรับใช้หนุ่มยังคงวิ่งไล่กวดเ้าขนปุยอย่างไม่ลดละทว่าคลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววินาที เ้าสัตว์เดรัจฉานขนสีขาวกลับเปลี่ยนใจ ราวกับมีอะไรดลใจให้วิ่งอย่างสุดกำลังไปยังท้ายจวนซึ่งมีเรือนเล็กตั้งตะหง่านอยู่ตรงนั้น
“ฮึ! เ้าพวกไก่อ่อนแค่นี้ก็ตามข้าไม่ทัน” ยังไม่วายทิ้งวาจาร้ายกาจไว้ตามหลัง
ขาเล็กสั้นทั้งสี่วิ่งผ่านเก๋งหลังใหญ่ซึ่งตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดแม้จะไม่หรูหราเท่าจวนของเขาหากแต่กลับรู้สึกสบายใจได้อย่างน่าประหลาด
ดวงตาคมกล้าฉายแววแห่งความพอใจเมื่อท้ายจวนแห่งนี้มีที่ให้เขาได้หลบภัย
“อย่างน้อยก็ขอให้พ้นคืนนี้ไปเสียก่อน” เท้าเล็กเริ่มงัดแงะหน้าประตูเรือนเล็ก
แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!
เสียงก็อกแก๊กยามราตรีปลุกให้เ้าของใบหน้างามตื่นจากภวังค์คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเล็กน้อย ั์ตาหวานราวกับหยาดน้ำค้างตื่นตระหนกไม่น้อย
หรือจะเป็เจียวจูสาวใช้ประจำกายของนาง
“เจียวจู...เป็เ้าใช่หรือไม่”
ไม่มีเสียงตอบรับ ซ้ำเสียงปริศนาก็เงียบหาย
“นี่! มาเปิดประตูให้ข้าเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้”
“เสียงเห่า...” ใบหน้างามล่มเมืองลุกจากที่นอนทันใด เพียงแค่อึดใจเดียวนิ้วมือขาวราวหยกมันแพะผลักบานประตูออกไปเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตบางตัว
เบื้องหน้าของคุณหนูเล็กแห่งตระกูลหลิวปรากฏเป็เ้าขนปุยตัวอวบอ้วน
“เ้าหมาน้อยนี่เอง” ทั้งยังย่อตัวลงไปหมายจะอุ้มเ้าสัตว์หน้าขน
“บัดซบยิ่งนัก! แล้วทำไมคนที่เห็นสภาพแสนอัปยศต้องเป็นางด้วยเล่า”
“เ้าหมาน้อย อย่าดื้อสิ” เรือนกายเย้ายวนในชุดนอนโปร่งบางพยายามไล่จับอ๋องหนุ่มในร่างสุนัข“เ้าตัวเล็ก มาหาข้านะ”
“ฝันไปเถอะ! ข้าเกลียดสตรีเช่นเ้ายิ่งนัก” ทั้งยังอ้าปากเตรียมขบกัดเรียกโลหิตจากอีกฝ่าย
“ทางนั้นคือเรือนเล็กของคุณหนูซิ่วอิงพวกเ้าเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด” เสียงโหวกเหวกของบรรดาบ่าวรับใช้สามารถเบี่ยงเขี้ยวเล็กให้พ้นข้อมือขาวได้อย่างหวุดหวิด
“เฮอะ! มาถูกจังหวะเหลือเกิน” ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายวิ่งเข้าไปในห้องของโฉมสะคราญแทน
“สุนัขตัวนั้นคงหลบอยู่ในจวนของท่านราชครูหลิวแน่ๆพวกเ้ารีบค้นหาให้ทั่ว!”เมื่อหัวหน้าพ่อบ้านชี้ไปทางด้านหน้าของจวน เหล่าบ่าวไพรก็รีบวิ่งกรูไปทางนั้นทันที
เมื่อเสียงอึกทึกหายไปแล้วนางจึงรีบปิดประตูอย่างเบามือ
“ไม่ชอบให้ถูกตัวงั้นเหรอเ้าขนปุย” เมื่อเห็นก้อนขนสีขมุกขมัววิ่งส่ายก้นดุ๊กดิ๊กก็ชอบใจจนหัวเราะเสียงใส
“ใช่ เ้าพูดถูกแล้วเพราะข้าไม่อยากให้ร่างกายแปดเปื้อนด้วยมือสกปรกของเ้ายังไงล่ะ!” ทั้งยังกำเริบเสิบสานะโขึ้นเตียงนอนของหญิงสาวราวกับเป็เ้าของห้องเสียเอง
“ชู่ว์ เบาสิหน่อยสิเ้าตัวเล็กเดี๋ยวพวกเราก็ถูกจับได้หรอก” นิ้วชี้จรดริมฝีปากแดงระเรื่อ
“ใครเป็พวกเดียวกันกับเ้า!”หากเป็ยามปกติไม่แน่ว่าลำคอขาวๆ นั่นคงถูกฝ่ามือของเขาจับหักเสียแล้ว
“ท่านพ่อของข้าไม่ชอบสัตว์เลี้ยงหากท่านรู้เข้ามีหวังเ้าได้ถูกโยนออกไปนอกจวนแน่ๆ”
“ข้าไม่สนใจ”ทั้งยังเชิดหน้าหยิ่งผยอง
“เบ้าหน้าเ้าคงแบกสันดานไม่ไหวเสียแล้วข้าคิดถูกแล้วสินะที่สาปให้คนอวดดีแบบท่านเป็สุนัข!” เสียงของสัตว์เทพดังแว่วเข้าหูของอ๋องหนุ่ม
“หน็อย ไอ้จิ้งจอกเ้าเล่ห์มั่นใจในพละกำลังตัวเองนักก็มาใส่เดี่ยวกับข้าเลยสิ”นอกจากจะไม่สำนึกที่ตนเองถูกคำสาปจนต้องมาอยู่ในร่างสุนัขแล้วยังอาจหาญท้าทายสิ่งเหนือธรรมชาติอย่างไม่กลัวตายอีกด้วย
“ดีมากเ้ามนุษย์! ความอวดดีของท่านอ๋องทำให้ข้าสนุกยิ่งนักถ้าเช่นนั้นข้ามีของตอบแทนให้อีกสักอย่าง”
“เ้าท่องมนต์อะไรใส่ข้าอีก” หยางเฟยหลงดูใอยู่ไม่น้อย
“เดี๋ยวท่านอ๋องก็รู้เอง” น้ำเสียงราวกับสาแก่ใจทิ้งท้ายเอาไว้ให้ชายหนุ่มประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ไม่น้อย“ขอให้ท่านอ๋องทรงสำราญกับพรของข้า หึ!”
สิ้นคำอวยพรของสัตว์เทพได้ใม่นานจู่ ๆ ทั้งร่างก็ล้มลงและดิ้นพล่านไปมาอย่างทรมาน
“อ๊ากกก!” เขารู้สึกเจ็บหัวใจราวกับมีใครมาบีบคั้น
เสียงร้อง ‘หงิง’และใบหน้าของเ้าก้อนกลมที่แสดงความเ็ปเล่นเอาคุณหนูเล็กของจวนหลิวอดสงสารไม่ได้
“ฟูฟู เ้าเจ็บตรงไหนงั้นหรือ” มือเล็กอุ้มสัตว์เดรัจฉานขึ้นแนบอก พร้อมทั้งยังปลอบประโลมสัตว์น้อยด้วยการลูบหลังเบาๆััอันอ่อนโยนทำให้เขาปฏิเสธน้ำใจนั้นของนางไม่ได้ ทั้งยังรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายขึ้นจนความทรมานที่เกิดจากสัตว์เทพนั้นหายไป
“์เล่นตลกอันใดไยต้องสาปข้าเช่นนี้”ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยถูกสรรเสริญว่างดงามยิ่งกว่าเทพเซียนหลับตาพริ้มลงอย่างอ่อนล้าหากเป็ร่างเดิมซึ่งรูปกายกำยำสูงใหญ่ การถูกทำร้ายด้วยการเตะเข้าที่ลำตัวเพียงครั้งเดียวก็ไม่อาจสร้างแรงสั่นะเือันใดได้หากแต่ร่างนี้กลับอ่อนแอกว่าเป็ร้อยเท่าแค่วิ่งหนีบ่าวไพร่ของจวนราชครูหลิวไป๋ลู่ก็ทำให้เขาลิ้นห้อยเสียแล้ว
“ฟูฟู”เสียงใสราวกับกระฆังแก้วจัดการตั้งชื่อเ้าสี่ขาเป็ที่เรียบร้อย “สบายตัวขึ้นแล้วใช่หรือไม่” ทั้งยังใช้แก้มใสถูไถเข้ากับใบหน้าขน
“หลิวซิ่วอิง! เ้ากล้าลวนลามบุรุษสูงศักดิ์เช่นข้างั้นรึ เ้าเป็สตรีในห้องหอแบบไหนกันถึงได้กล้าทำตัวสนิทสนมกับบุรุษไปทั่ว”
แม้จะต่อว่าหญิงสาวผู้มีใบหน้างามล่มเมืองขนาดไหนหากแต่ซิ่วอิงกลับได้ยินแต่เสียง โฮ่ง! โฮ่ง! เท่านั้น
“ในเมื่อเ้าหายดีแล้ว พวกเราก็เข้านอนด้วยกันดีกว่า” ทั้งยังใช้แก้มนวลแนบชิดอีกรอบ ก่อนจะจับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่นอนข้างกาย
ร่างบางอดเอ็นดูสิ่งมีชีวิตที่พบเจอด้วยความบังเอิญไม่ไหวจึงใช้ฝ่ามือขาวลูบหลังมันอีกครั้ง
“ข้าชอบเ้าเหลือเกิน เ้าฟูฟู”
“เห็นแก่ความไร้ยางอายของเ้าที่กล้าเอ่ยปากชอบข้าก็แล้วกันข้าจะยอมลดตัวนอนค้างที่ห้องนี้ด้วยสักคืน”แล้วดวงตาแสนเย่อหยิ่งก็ปิดสนิททันที
เขาภาวนาให้เื่ราวที่พบเจอเป็เพียงแค่ความฝันเมื่อยามลืมตาขึ้นมาขอให้ทุกอย่างกลับเป็เหมือนเดิม