ฟางจวิ่นเหม่ยตื่นขึ้นมาแต่เช้า นางไม่เห็นจางต้าเปียว ภายในใจคิดว่า คงไม่มีอันใดร้าย ๆ เกิดขึ้นกับเขาหรอกมั้ง
ร่างบางเดินไปที่ครัวและนั่งฟุบลงที่ตั่งเล็ก ๆ ข้างเตาไฟที่นางใช้ความรู้ของร่างเดิมก่อกองไฟขึ้นมาได้สำเร็จ ร่างนี้เคยทำงานหนักมาก่อน เื่ในครัวจึงกระฉับกระเฉงไม่น้อยเลยทีเดียว
เวลานี้นางอยากอาบน้ำเหลือเกิน มองไปที่ตุ่มอาบน้ำกลับแห้งขอด ไม่เหลือน้ำสักหยด
"อยากอาบน้ำจัง จะทำยังไงดีนะ" ใบหน้าเล็กเท่ากำปั้นเริ่มถอนหายใจราวกับแมวตัวน้อย
"ถ้าไม่มีน้ำใช้ก็ลำบากเกินไปแล้ว" เมื่อเอ่ยขึ้นมา พลันก็เกิดก๊อกน้ำโผล่ออกมาจากอากาศ หัวก๊อกน้ำตรงกับตุ่มน้ำพอดี
"ผะ ผีหลอก!" เสียงอุทานเอ่ยอย่างใ หัวก๊อกน้ำ ไร้ต้นตอ แต่มีขั้วหมุนให้น้ำไหลออกมาจากก๊อก ฟางจวิ่นเหม่ยเดินไปใกล้ ๆ ก๊อกน้ำที่มีแต่หัว แต่ลำตัวโปร่งใส หาที่มาที่ไปไม่ได้ นางจึงหมุนหัวก๊อก น้ำก็พลันไหลออกมาจนเต็มตุ่มแรก
ในห้องครัวมีตุ่มเล็ก ๆ อีกหลายตุ่มที่พอจะรองน้ำได้ นางจึงพยายามจะนำตุ่มเล็ก ๆ มารองน้ำ "นี่ถ้าหัวก๊อกนี้ เคลื่อนที่ได้ก็คงจะดี เมื่อเอ่ยจบมือของนางก็ลองใช้มือจับหัวก๊อกให้ขยับ มันก็ขยับและสามารถตั้งอยู่บนอากาศเหนือตุ่มเล็ก ๆ ที่นางคงยกไม่ขึ้น หญิงสาวขนลุกอีกครั้ง ที่ได้พบว่า จู่ ๆ ก็มีหัวก๊อกน้ำอัศจรรย์ที่มีน้ำไหลหลากออกมาได้ไม่หยุด แถมเป็น้ำสะอาด เมื่อกินดูก็รู้ว่า ไม่มียาพิษหรือมีฝุ่นผงใด ๆในน้ำทั้งนั้น
"นี่มันจะอัศจรรย์ไปแล้วนะ แล้วน้ำเนี่ยก็ดื่มได้ด้วย แถมสะอาดอย่างกับเป็น้ำกรองมาอย่างดีอีกต่างหาก อ่าาาา"
พอเอ่ยขึ้นมา ความคิดของฟางจวิ่นเหม่ยก็ดังกังวานขึ้นมาทันที นางรีบคว้าหัวก๊อกน้ำไปยังบ่อน้ำหลังบ้าน แล้วเปิดก๊อกน้ำเอาไว้
"เ้าก๊อกน้ำ จงเติมบ่อนี้ให้เต็มด้วยเถอะ และก็หยุดเองได้หรือไม่ ข้าจะไปทำกับข้าวรอ แล้วจะกลับมาปิดน้ำภายหลัง" เมื่อเอ่ยจบ ก๊อกน้ำก็พยักหน้ารับ ฟางจวิ่นเหม่ยถึงกับขยี้ตา หากแต่ว่า ก๊อกน้ำปิดน้ำได้เองเมื่อน้ำเต็มบ่อหลังบ้าน หลังจากที่นางทำอาหารเสร็จและจะกลับมาปิดน้ำ มันก็ปิดด้วยตัวของมันเองไปแล้ว
"นี่เ้าเติมน้ำจนเต็มบ่อแล้วจริง ๆ หรือเนี่ย ตอนนี้น้ำก็เต็มบ้านไปหมดแล้ว ข้าจะเก็บเ้าไว้ที่ไหนดี" เมื่อเอ่ยจบ ก๊อกน้ำก็ค่อย ๆ หายเข้าไปในอากาศด้วยตัวเอง ราวกับว่า กลับไปในที่ของมัน ร่างบางค่อย ๆ กลืนน้ำลายลงท้องอย่างยากเย็น
การตักน้ำ นับว่าลำบากมาก แต่ด้วยความอัศจรรย์ของก๊อกนี้ ทำให้ความลำบากของนางน้อยลงไปหลายร้อยเท่าเลยทีเดียว
.
.
เด็ก ๆ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแต่เช้า แต่เมื่อไม่เห็นทั้งจางต้าเปียวและฟางจวิ่นเหม่ย พวกเขาก็ใไม่น้อย อาหลิงคิดว่า นางคงหนีไปแล้ว
"พี่ใหญ่ แม่เลี้ยงคงหนีไปแล้ว" อาหลิงเอ่ย
"นางไม่อยู่แล้วขอรับ" อาจิงพูดเสริมขึ้น
"แต่เหตุใดข้าถึงได้กลิ่นบะหมี่" อาิ หรือพี่ใหญ่เอ่ยกับน้อง ๆ ทำให้พวกเขาเริ่มทำจมูกฟุดฟิดแล้วเดินไปตามกลิ่นอาหาร
"กลิ่นนี้อยู่ทางลานบ้านขอรับ" อาจิงเอ่ยขึ้นแล้วก็กลืนน้ำลาย
.
.
ฟางจวิ่นเหม่ยจัดโต๊ะไม้ในลานบ้าน รอพวกเด็ก ๆ เพราะในบ้านคับแคบ การนั่งทานข้าวนอกบ้าน ยังได้รับแสงแดดอุ่น ๆ ในยามเช้าอีกด้วย บรรยากาศดีกว่ากันมากนัก
อาจิงนั้น หิวมากตั้งนานแล้ว พอเขามานั่งประจำที่ ฟางจวิ่นเหม่ยก็เริ่มวางชามบะหมี่หอมฉุยไว้ตรงหน้าของเด็กทั้งสาม
น้ำแกงจากบะหมี่เข้มข้นหอมกรุ่นบวกกับเนื้อหมูตุ๋นที่แทบจะละลายในปากช่างยั่วยวนต่อมน้ำลายอย่างมาก แต่เด็กทั้งสามก็ไม่กล้าหยิบตะเกียบขึ้นมากินอาหารตรงหน้าตามอำเภอใจก่อนที่ฟางจวิ่นเหม่ยจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
"พวกเ้าไม่หิวหรือ เหตุใดถึงไม่กินอาหารเช้ากันเล่า" เมื่อเสียงนั้นเอ่ยขึ้น ทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่า สามารถทานอาหารตรงหน้าได้แล้ว
ต่างก็ไม่สนใจว่าอาหารจะมียาพิษหรือไม่ มันหอมขนาดนี้ ใครจะไปทนได้
ใบหน้าเล็ก ๆ ทั้งสามแทบจะมุดลงไปในชามบะหมี่ ตะเกียบในมือโกยเส้นเข้าปากอย่างไม่คิดชีวิต
"กินช้า ๆ ก็ได้ ยังมีบะหมี่เหลืออีกมาก" ฟางจวิ่นเหม่ยเอ่ยขึ้น ทำให้ทุกคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยบะหมี่อย่างช้า ๆ แล้วตักเข้าปากของตนจนหมดชามพร้อมกับเรียกร้องขออีก ในที่สุดสามซนก็อิ่มแปล้ รู้สึกมีความสุขอย่างมาก
"พ่อของเ้าไปไหนเล่า เหตุใดข้าไม่เห็นเขาั้แ่เช้าแล้ว" ฟางจวิ่นเหม่ยเอ่ยขึ้น
"เอ่อ" อาิอ้ำอึ้งเล็กน้อย
"..."
"ท่านพ่อบอกว่า ่ที่ป่วยจะไปอยู่ในถ้ำเ้าค่ะ จนกว่าจะหายคลุ้มคลั่งแล้วจะกลับมา" อาหลิงเอ่ยขึ้น ใบหน้าของอาิก็พยักหน้าตามนั้น
"ไปจำศีลในถ้ำน่ะหรือ ที่นี่มีถ้ำด้วยหรือ"
"มีขอรับท่านแม่ ท่านพ่อคงกลับมาในอีก ๒ ถึง ๓ วันขอรับ" อาจิงเอ่ยขึ้น
"..." ฟางจวิ่นเหม่ยเงียบไปในทันใด...มะ ไม่กลับมาตั้งสองหรือสามวันงั้นหรือ ไอ้หยา
ตอนนี้เนื้อหมูที่นางเหลือไว้ทำบะหมี่หมูตุ๋นหมดแล้ว เด็ก ๆ ทานจนเกลี้ยง แล้วมื้อเที่ยงนางจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย สงสัยนางคงต้องขึ้นเขาไปดูว่าจะมีอะไรที่พอจะทำอาหารมื้อต่อไปได้บ้าง
.
.
.............TBC