“หนูหลงคุณ”
เบลชะงักไปทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ตะเกียบในมือหยุดค้างกลางอากาศ ก่อนที่เธอจะวางมันลงอย่างระมัดระวัง
เธอเงยหน้าขึ้นมองเกรสที่ยังคงยิ้มอยู่ ดวงตาของเด็กสาวเต็มไปด้วยความมั่นใจและแรงดึงดูดที่อธิบายไม่ได้ ราวกับเธอพูดสิ่งนั้นออกมาเพียงเพราะรู้ดีว่าคำตอบที่้าคืออะไร
เบลกลืนน้ำลาย รู้สึกถึงความร้อนวูบในอก แม้ว่าใบหน้าของเธอจะยังคงเรียบนิ่ง
"เกรส" เธอเอ่ยเสียงต่ำ พยายามตั้งสติให้มั่น "เื่คืนนั้น…มันเป็เื่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น"
เกรสเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีท่าทีใหรือผิดหวัง
"ฉันไม่ได้ตั้งใจ" เบลพูดต่อ "ถ้าฉันรู้ว่าเธอคือนักศึกษาของฉัน ฉันไม่มีทางทำแบบนั้น"
เกรสหัวเราะก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาเล่นในมือ "แล้วถ้ารู้ว่าหนูเป็นักศึกษาของอาจารย์ั้แ่แรก คืนนั้นอาจารย์จะปฏิเสธหนูหรอ?"
"แน่นอน" เบลตอบโดยไม่ต้องคิด
"หืม?" เกรสทำเสียงขึ้นจมูก "หนูไม่เชื่อหรอกค่ะ"
"มันคือเื่จริง" เบลยืนยันเสียงหนักแน่น "ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา มันไม่ควรข้ามเส้น"
เกรสยิ้ม ใช้ตะเกียบคีบปลาดิบเข้าปากอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย พูดเสียงแ่
"แต่เราก็ข้ามเส้นนั้นไปแล้ว…จริงไหมคะ?"
เบลนิ่งไป รู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่ายก่อนจะรีบเอนตัวกลับมานั่งตัวตรง
"มันเป็ความผิดพลาด" เบลบอกชัดถ้อยชัดคำ พยายามทำให้เสียงของตัวเองหนักแน่นที่สุด
เกรสพยักหน้า "อ้อ ความผิดพลาด "
เธอเท้าคาง ใช้ปลายนิ้วลากไปรอบ ๆ ขอบแก้วน้ำชา ดวงตาทอประกายเหมือนกำลังเล่นเกมอะไรบางอย่าง
"แล้วอาจารย์แน่ใจเหรอคะ ว่าจะไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำสองซ้ำสาม?"
เบลกำตะเกียบแน่นขึ้น เธอไม่แน่ใจเลย…และนั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุด
เบลไม่ทันตั้งตัว...
จู่ ๆ เกรสก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนตัก ราวกับมันเป็เื่ปกติที่สุดในโลก
"เกรส!" เบลตัวแข็งทื่อ รีบยกมือขึ้นจับไหล่อีกฝ่ายไว้ หวังจะดันออก แต่เกรสกลับโน้มตัวลงมาใกล้ ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามปกเสื้อเชิ้ตของเธอเบา ๆ
"ชู่ว์~ อย่าเสียงดังสิคะ" เสียงหวานกระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวทำให้เบลสะท้าน
"ลุกออกไป" เบลกัดฟันพูด เสียงของเธอติดจะสั่นนิด ๆ อย่างที่ไม่ควรจะเป็
เกรสหัวเราะก่อนจะยกมือขึ้นแตะไหล่ ลากปลายนิ้วลงมาที่กระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ต แล้วเล่นกับมันเหมือนกำลังพิจารณาว่าควรปลดมันออกหรือไม่
"อาจารย์คะ…" เธอลากเสียงหวาน "ที่บอกว่าคืนนั้นเป็ความผิดพลาดนี่…หมายถึงเสียใจที่มีอะไรกับฉัน หรือเสียใจที่รู้สึกดีด้วยกันแน่?"
เบลสะอึก
เกรสจ้องเธอด้วยดวงตาเป็ประกายเ้าเล่ห์ ริมฝีปากแดงสดยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มลงมากระซิบที่ข้างหูอีกครั้ง
"เพราะหนูน่ะ…รู้สึกดีมาก"
ปลายนิ้วของเธอลูบไล้ลงมาตามสาบเสื้อ ทำให้เบลขนลุกไปทั้งตัว สมองของเธอสั่งให้ลุกขึ้นแล้วผลักเกรสออกไป แต่ร่างกายกลับแข็งค้างอยู่แบบนั้น
"เกรส" เบลเค้นเสียงออกมา พยายามอย่างหนักที่จะทำให้เสียงของตัวเองมั่นคง "นี่มันไม่ใช่ที่สำหรับเล่นเกมบ้า ๆ ของเธอ"
"เกม?" เกรสเอนตัวไปกระซิบข้างหูเบลอีกครั้ง "คุณแน่ใจเหรอว่าหนูแค่เล่นเกม"
นี่มันบ้าไปแล้ว…
“หนู้าคุณจริงๆ หนูไม่ได้แค่อยากเล่นเกมยั่วโมโหคุณสักหน่อย หนูก็แค่อยากให้คุณหลงหนูเหมือนกัน”
สิ้นเสียงของเกรสเธอก็ไม่รอช้า เธอโนมตัวเข้าไปใกล้จนกระทั่งริมฝีปากอันอวบอิ่มได้แนบลงไปที่ต้นคอของเบล
“หือ...” เบลใ พร้อมกับสะดุ้งเฮือกไปด้านหลัง แต่เก้าอี้นี่มันคับแคบเกินไป เธอหนีไปไหนไม่ได้มากนัก
“เกรส...!!” เธอหมายจะห้าม แต่น้ำเสียงกลับสั่นจนตัวเองยังใ
ริมฝีปากร้อนแนบชิดกับผิว เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดข้างต้นคอ ทำให้สติของเธอเหมือนจะขาด่ไปชั่วขณะ ปากเล็ก ๆ นั่นลูบไล้ไปมา รวมถึงลิ้นนุ่มชอนไชต้นคออย่างสมอารมณ์ กลิ่นน้ำหอมอ่อนส่งกลิ่นโชย ทำให้หวนคิดถึงคืนอันเล่าร้อนที่เคยมีร่วมกัน
“ใจเต้นแรงจังเลยนะคะ” เกรสกระซิบข้างหูพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่ปลายนิ้วลากเบา ๆ บนต้นแขนของเธอ
เบลหลับตาลง พยายามเรียกสติกลับมา... แต่ทำไมร่างกายของเธอถึงไม่ขยับหนี?
“เกรสหยุด...” เธอเอ่ยเตือนอีกฝ่ายให้หยุด แต่เกรสกลับยกยิ้มร้ายพลางก้มลงไล้จูบจากหูลงมาถึงลำคอ
“ถ้าคุณไม่้าหนูจริง ๆ...” เกรสกระซิบเสียงพร่า “งั้นก็ควรผลักหนูออกไปสิคะ”
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม... เพราะมือของเบล ที่ตั้งใจจะผลักอีกฝ่ายออกไป กลับกำต้นแขนของเธอไว้แน่นแทน
ใน่เวลาที่เบลกำลังพยายามตั้งสติและผลักเกรสออกไป เกรสใช้จังหวะนั้นแอบหยดเหล้ารสแรงลงไปในแก้วสาเกของเบล ซึ่งมันจะมีฤทธิ์ทำให้อีกฝ่ายเมาได้ง่ายขึ้น
“เกรสหยุดก่อนได้มั้ย...” เบลพูดขอร้องด้วยเสียงสั่นเครือ เธอกลัวใจตัวเองว่าจะตอบสนองกับเด็กคนนี้ไปมากกว่านี้
เกรสทำสำเร็จ เหล้าฤทธิ์แรงถูกหยอดเข้าแก้วสาเกของเบลแล้ว ทำให้เธอรู้สึกมิสชั่นคอมพลีทและควรหยุดก่อกวนเบลเท่านี้ก็ได้
"หยุดก็ได้ค่ะ งั้นเรามากินข้าวกันดีดีเถอะค่ะ" เกรสพูดยิ้ม ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตัวเองอย่างง่ายดาย
เบลขมวดคิ้วมองเธออย่างระแวดระวัง แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ ก้มลงหยิบแก้วสาเกดื่มไปอึกใหญ่ หวังให้ตัวเองใจเย็นลง
เกรสแอบยิ้มอย่างพอใจ แล้วคีบซูชิขึ้นมากินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้น…
เบลเริ่มรู้สึกแปลก ๆ เธอกระสับกระส่ายแทบจะตลอดเวลา ทุกการขยับตัวเล็กน้อย เธอก็รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังร้อนขึ้นอย่างผิดปกติ
เธอวางตะเกียบลง มือลูบต้นคอพลางขมวดคิ้ว รู้สึกว่าภายในร่างกายเหมือนถูกกระตุ้นด้วยบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้
"เป็อะไรเหรอคะ?" เกรสเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "หน้าแดงจังเลย"
"ฉัน... แค่รู้สึกร้อนนิดหน่อย" เบลตอบ พยายามข่มอาการที่แปลกประหลาดนี้เอาไว้ เธอเริ่มหายใจถี่ขึ้นเล็กน้อย
เกรสทำเป็มองเธออย่างไร้เดียงสา ก่อนจะเลื่อนมือไปแตะหลังมือของเบล "ร้อนเหรอคะ? งั้นให้เกรสช่วยดูแลไหม"
เบลสะดุ้ง ถอนมือกลับแทบไม่ทัน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความระแวง "เธอทำอะไร"
เกรสหัวเราะ "ทำอะไรล่ะคะ? เกรสนั่งอยู่เฉย ๆ"
"เธอ..." เบลพยายามรวบรวมสติ แต่ความร้อนในร่างกายเริ่มแผ่ซ่านไปทั่ว เสียงลมหายใจของหนักขึ้นเล็กน้อย
เกรสมองดูอาการของเบลด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงแ่ข้างหู
"คุณแน่ใจเหรอ... ว่าคืนนี้อยากกลับไปนอนคอนโดตัวเอง?"
***
ฝนตกปรอยบนกระจกหน้ารถ เสียงที่ปัดน้ำฝนลากผ่านไปมาเป็จังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจหนักของเบล มือของเธอกำพวงมาลัยแน่น พยายามจดจ่อกับถนนข้างหน้า แต่ร่างกายกลับร้อนรุ่มไปหมด
เกรสนั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ สายตาจับจ้องเธออย่างไม่ปิดบัง รอยยิ้มของอีกฝ่ายแฝงไปด้วยความพอใจ
"คุณโอเคไหมคะ?" เกรสถามเสียงหวาน ปลายนิ้วลากไล้บนต้นขาของเบล
"ฉัน…ไม่เป็ไร" เบลตอบเสียงแ่ พยายามข่มความรู้สึกวูบวาบในอก
เกรสหัวเราะก่อนจะค่อย ๆ เอนตัวเข้าใกล้ ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากเบลเพียงไม่กี่เิเ "ร้อนเหรอคะ?" เธอถามกระซิบข้างหู
เบลสะดุ้ง รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นของเกรสเป่ารดต้นคอ เธอพยายามขยับตัวหนีแต่พื้นที่ในรถแคบเกินไป
"เกรส…อย่ามายุ่ง" เธอเตือน แต่เสียงของเธอกลับไม่หนักแน่นเท่าที่ควร นี่มันผิด…แต่ทำไมเธอถึงอยากให้เกรสเข้ามาใกล้มากกว่านี้ล่ะ?
"ยุ่ง?" เกรสเลิกคิ้ว ก่อนจะแกล้งวางมือลงบนต้นขาของเบล นิ้วเรียวลูบไล้ไปมา "ขับรถอยู่ก็จริง... แต่ถ้าหนูทำแบบนี้ คุณจะมีสมาธิขับต่อไปได้ไหมคะ?"
"เกรส!" เบลกัดฟัน เสียงหายใจของเธอเริ่มหนักขึ้น
เกรสหัวเราะ "หรือว่า... คุณกำลังรู้สึกดี?"
ปลายนิ้วของเกรสไล้วนั้แ่หน้าขาจนแทรกเข้าไปที่ต้นขาภายใต้กระโปรง เธอสร้างแรงเสียดสีบริเวณเขตต้องห้ามของเบลที่ทำให้เธอสะท้าน เบลพยายามจะปัดมือของอีกฝ่ายออก แต่แรงกดของเกรสทำให้เธอทำไม่สำเร็จ หรือที่จริงแล้วเธอไม่ได้อยากให้เกรสหยุดกันแน่
"ใจเต้นแรงจังเลยนะคะ" เกรสกระซิบ "คุณแน่ใจเหรอว่าคืนนั้นเป็ความผิดพลาด... หนูว่าคุณก็ชอบคืนนั้นนะ”
ในที่สุดก็ถึงที่จอดรถคอนโดของเกรส เบลกัดริมฝีปากแน่น สุดท้ายเธอไม่อาจห้ามตัวเองได้ มือข้างหนึ่งละจากพวงมาลัย ดึงเกรสเข้ามาแนบชิด
"เธอมัน..." เบลพึมพำ ก่อนที่ริมฝีปากจะกดลงไปบนเรียวปากของเกรสอย่างรุนแรง
เกรสใเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเบลกำลังเล่นตามเกมที่เธอเริ่มไว้
"หึ..." เกรสกระซิบเสียงพร่า "คุณยอมรับแล้วว่า้าหนูเหมือนกัน"
รถทั้งคันเต็มไปด้วยไอร้อนที่อบอวลไปทั่ว เบลกดจูบลงไปที่คอและหน้าอกของเกรสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทำให้แลบลิ้นเลียริมฝีปากเพราะอารมณ์นี้ของเธอมันช่างน่าจดจำ
อื้อ...หือ...
เสียงครางเย้ายวนได้เริ่มดังขึ้นไปทั่วทั้งรถสีดำคันหรู ลมหายใจหนักหน่วงปะปนอยู่ในบรรยากาศแสนจะโรแมนติกก่อนที่เกรสจะเอ่ยปากขึ้น
“ขึ้นไปนอนกับหนูอีกสักคืนเถอะนะคะ” เกรสออดอ้อน น้ำเสียงหวานหยดแต่แฝงไปด้วยแรงปรารถนา แววตาคู่นั้นฉ่ำวาว ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อยราวกับเชิญชวนให้หลงใหล ร่างกายของเธอเอนเข้าไปใกล้ ปลายเล็บลากไล้ไปตามแขนของเบลอย่างจงใจ
เสื้อเชิ้ตตัวบางที่ถูกปลดออกจนแทบหลุดจากบ่าเผยให้เห็นเนินอกเนียนละเอียด ผิวขาวจัดตัดกับชุดชั้นในลูกไม้สีดำที่ยับย่นเพราะแรงัั จุกประทุมสีชมพูอ่อนชูชันผ่านเนื้อผ้าบาง เกรสขยับตัวเล็กน้อยราวกับจงใจให้เบลเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
“นะคะ...” เสียงกระซิบอ่อนหวาน แต่เต็มไปด้วยการเว้าวอน เธอกะพริบตาเชื่องช้า ใช้นิ้วััปากของเบลเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถเพื่อให้อีกฝ่ายเดินตามมา
--- To Be Continue ---