Chapter 8 : เขาว่ากันว่า พ่อแม่กับลูกมักจะมีความชอบเหมือนๆกัน
เมื่อเมฆสิ้นสิ้นการซื้อโทรศัพท์ทั้งหมดแล้ว เขาก็ได้เดินทางไปยังร้านของค่ายมือถือต่อ เพื่อที่จะเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์ เนื่องจากซิมการ์ดเดิมที่เขาใช้อยู่นั้นมันไม่สามารถที่จะนำมาใส่ในโทรศัพท์ที่เข้าซื้อมาใช้ได้ แน่นอนว่าเขาได้ทำการเปิดเบอร์โทรศัพท์ใหม่ทั้งสี่เบอร์เลยเพื่อที่จะต้องไม่ได้มาหลายรอบ
หลังจากที่เมฆคิดว่าได้ทำธุระทุกอย่างที่นี่เสร็จแล้ว เขาก็เดินออกจากห้างและโบกรถแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้านในทันที ในระหว่างที่เขากำลังนั่งอยู่ในรถนั้นเอง เขาก็คิดอยู่ในใจเช่นกันว่าควรจะบอกเื่ที่เขาได้ย้อนอดีตกลับมาให้พ่อแม่ของเขาได้ทราบดีหรือไม่ อันที่จริงเขาไม่ได้มีความคิดที่จะบอกพ่อกับแม่ของตนในเื่นี้ั้แ่แรก แต่เมื่อมามองๆย้อนดูแล้ว การทีตนจะทำอะไรทุกอย่างเพียงคนเดียวโดยที่ต้องปกปิดเื่พวกนี้เป็ความลับกับครอบครัวอีกมันก็ยากมากพออยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมถึงการที่จะทำธุรกรรมอะไรหลายๆอย่างในตอนนี้ด้วย เนื่องจากเขายังคงมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดจึงยังไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากนัก แม้อันที่จริงเขายังคงพอมีเวลาอีกนานกว่าเหตุการณ์ที่ไวรัสต่างดาวจะมาบุกโลก แต่อนาคตมันเป็เื่ของความไม่แน่นอน ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตข้างหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมฆจึงอยากที่จะเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ ดังนั้นแล้วเขาจึงคิดไม่ตกอยู่ว่าควรจะบอกพ่อแม่ของตนดีหรือไม่ หากพวกเขาเชื่อและยอมรับมันก็ดีไป เมฆจะได้ขอให้พ่อกับแม่ของเขามาช่วยได้ในหลายๆเื่ แต่ถ้าไม่ล่ะ? เมฆก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
[เรียนนายท่าน จากการคำนวณของผมแล้ว หากพ่อแม่ไม่เชื่อเื่ที่นายท่านเล่าแล้ว มีโอกาส 65.3% ที่จะถูกมองว่าบ้า 13.7% ถูกมองว่าละเมอเพ้อฝัน อีก.....]
‘ขอบใจที่ช่วยคิดนะคลาว แต่ไม่ต้องก็ได้ เื่แค่นี้ชั้นรู้อยู่แล้วล่ะ......’ เมฆตอบคลาวในใจ พร้อมกับเหนื่อยหน่ายกับ AI ของตนเหลือเกินที่มักสรรหาคำนวณข้อมูลที่ไม่ได้้ามาให้ตนตลอด จนบางครั้งเขาก็แอบคิดนะ ว่าเ้า AI ตนนี้มันชอบกวนเบื้องล่างเขาอยู่รึเปล่า?
หลังจากที่เมฆคิดอยู่นานสองนาน เมฆก็ตัดสินใจที่จะบอกเื่ของเขาให้กับครอบครัวของเขาได้รับรู้ เพราะอย่างน้อยเมฆก็เชื่อว่า เื่บางเื่ตนก็ไม่สามารถที่จะกระทำด้วยตัวเพียงคนเดียวได้ ดังนั้นครอบครัวของเขานี่แหละที่จะเป็ที่พึ่งพิงที่ดีที่สุด อีกทั้งเพราะเป็ครอบครัวเดียวกันนี่แหละ จึงทำให้เมฆวางใจพวกเขามากกว่าคนอื่นๆ
หลังจากที่รถแท็กซี่ได้มาส่งเมฆถึงหน้าบ้านแล้ว เมฆจ่ายเงินค่าโดยสารให้กับคนขับรถ จากนั้นก็เดินลงมาพร้อมกับสิ่งของที่ซื้อมาก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้าน
เมื่อเมฆเดินเข้ามาในบ้านแล้ว ก็เห็นว่าน้องสาวของเขากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ ส่วนพ่อของเขานั้นออกไปทำงาน และแม่ของเขาก็ออกไปซื้อวัตถุดิบไปเพิ่มในร้านในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ที่บ้านของเขาจึงมีเพียงฟ้าที่อยู่แต่ในบ้านเท่านั้น
“อ้าวพี่ กลับมาแล้วเหรอ แล้วนั่นถุงอะไรน่ะ? ไปซื้ออะไรมาอ่ะ?” ฟ้าที่เห็นว่าพี่ชายของตนกลับเข้าบ้านมาแล้วก็ทักทาย ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นถุงใส่ของที่เมฆถืออยู่ จึงถามด้วยความสงสัย
“อ๋อ นี่น่ะเหรอ?....เดาสิ ว่าอะไรเอ่ย?” เมฆที่ได้ยินคำถามของน้องสาวตนก็ถามกลับโดยน้ำเสียงหยอกล้อเล็กน้อย
“โธ่ ถ้าพี่ไม่บอกแล้วหนูจะรู้มั้ยล่ะ? บอกมาเลยนะ” ฟ้าทำน้างอนๆใส่เมฆ ก่อนที่จะลุกขึ้นและพยายามชะเง้อมองดูสิ่งของที่อยู่ภายในถุง แต่ก็ไม่เห็นเนื่องจากเมฆได้นำถุงเ่าั้ไปซ่อนไว้ข้างหลังของตน
“ฮะฮะ เอาไว้รอพ่อกับแม่กลับมาก่อนละกันนะ แล้วพี่จะบอก” กล่าวจบเมฆก็วิ่งขึ้นห้องของตนไปทันที โดยปล่อยให้น้องสาวของตนได้แต่สงสัยกับการกระทำที่เหมือนเด็กๆของพี่ชายตน
หลังจากที่เมฆเข้ามายังในห้องของตน เขาก็รีบแกะกล่องแลปทอป จากนั้นก็เปิดมันขึ้นมาเพื่อที่จะเตรียมใช้งานมันโดยทันที เมื่อเปิดเครื่องมาได้สำเร็จแล้ว เมฆก็เริ่มทำการสั่งคลาวขึ้นมาทันที
“เอาล่ะคลาว เชื่อมต่อกับแลปทอปตัวนี้ซะ จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณความถี่ที่ชั้นได้ระบุเอาไว้นะ แล้วก็เชื่อมโยงเครือข่ายกับสร้าง IP ปลอมไว้ให้ด้วยนะ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินอะไรมาเขาจะได้หาเราไม่เจอ”
[เรียนนายท่าน ผมจะดำเนินงานตามที่ท่านสั่งเดี๋ยวนี้ครับ กรุณารอซักครู่.....เรียบร้อยครับ ทำการเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านคลื่นความถี่ สร้าง IP ปลอมเสร็จสิ้นแล้วครับ]
“ดีมาก เอาล่ะ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนละกัน ไว้เื่ที่จะทำหลังจากนี้ชั้นคงต้องรอให้พ่อกับแม่กลับมาก่อนล่ะนะ” เมฆที่พอใจกับผลงานในวันนี้แล้ว เขาก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา จึงของีบหลับซักพักหนึ่ง
เมื่อเมฆตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตอนนี้เป็เวลา 4โมงเย็นกว่าๆแล้ว เมฆจึงลุกขึ้นบิดี้เี ก่อนที่เดินออกจากห้องแล้วลงไปดูว่าพ่อกับแม่ของตนกลับบ้านมาแล้วรึยัง
เมฆเห็นพ่อกับแม่ของตนกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น แต่ไม่เห็นว่าฟ้าน้องสาวของเขานั้นอยู่ที่ไหน
“อ้าวเมฆ ลงมาแล้วเหรอลูก” ผู้เป็แม่เมื่อได้ยินเสียงคนเดินลงจากบันไดมา จึงหันไปมองและได้พบกับลูกชายของตนจึงได้ทักขึ้น
“ครับ....แม่แล้วฟ้าล่ะครับ?” เมฆถามด้วยความสงสัย
“อ๋อ ฟ้าเหรอ เห็นว่าออกไปชื้อชาเขียวที่ร้านยายบัวนะ พึ่งออกไม่เมื่อกี๊นี่เอง” ผู้เป็พ่อตอบขณะที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่
‘น้องสาวเราจะอยากชาเขียวอะไรขนาดนั้นกันนะ? เดี๋ยวก็ได้อ้วนหรอก’ เมฆคิดในใจ ก่อนที่จะนึกได้ว่าดีแล้วที่น้องสาวของเขาไม่อยู่ในตอนนี้ เพราะเขายังไม่อยากให้น้องสาวของเขาต้องมารู้ถึงอนาคตที่จะเกิดต่อจากนี้
“พ่อครับ แม่ครับ ผมมีเื่ที่สำคัญมากจะบอกครับ ช่วยฟังหน่อยได้มั้ยครับ” เมฆพูดขึ้น จนทำให้ทั้งพ่อและแม่หันมามองเมฆด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เพราะที่ผ่านมาลูกชายของตนไม่เคยมาปรึกษาอะไรพวกตนเลย แต่เมื่อพวกเขาเห็นสีหน้าที่จริงจังของเมฆ ผู้เป็พ่อจึงได้กดรีโมทปิดโทรทัศน์ลง และเชิญให้เมฆมานั่งคุยกับพวกตน
“มีอะไรเหรอ? ทำหน้าเครียดเชียว ยังกะไปทำผู้หญิงท้องมางั้นแหละ?” ผู้เป็พ่อเอ่ยถามหยอกล้อเล็กน้อย ก่อนที่จะโดนภรรยาสุดที่รักของเขาตีแขนไปทีหนึ่ง โทษฐานพูดจาไม่ดูสถานการณ์
“ลูกมีอะไรที่จะบอกพวกเรางั้นเหรอ?” ผู้เป็แม่ถามด้วยความอ่อนโยน
“….เื่นี้มันอาจจะเชื่อยากหน่อยนะครับ แต่ผมอยากให้พ่อกับแม่ตั้งใจฟังผมให้ดีๆครับ” เมฆกล่าวกับพ่อแม่ของตน
“หืม? เื่อะไรงั้นเหรอลูก?” แม่ของเมฆถาม้วยความสงสัย
เมฆเงียบไปซักพักหนึ่งเพื่อเตรียมใจ ก่อนที่จะตัดสินใจเล่าเื่ให้พ่อกับแม่ของเขาได้ฟัง ทั้งเื่ในอนาคตที่เกิดขึ้น การบุกมาของคอมพิวเตอร์ไวรัสจากนอกโลก าที่เกิดขึ้นทั่วทุกหนแห่ง สภาพของโลกหลังจากที่าสิ้นสุด รวมไปถึงเื่ที่เขาได้รับการคัดเลือกให้ปัญญาประดิษฐ์สุดไฮเทคจากชนต่างดาวอย่างคลาว เื่ที่เขาได้สร้างยานอวกาศขึ้นมาได้ และเื่ที่เขาถูกฆ่าตายแต่ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในตัว AI ทำให้เขาสามารถย้อนกลับมายังอดีตได้
อันที่จริงเมฆเองก็ไม่ได้เล่าเื่ทุกอย่างออกไป มีบางเื่ที่เขาปิดเอาไว้ด้วยเช่นกัน อย่างเื่อนาคตของครอบครัวของเขาที่จะเกิดขึ้น หรือที่ว่าใครเป็คนฆ่าเขาในอนาคต เพราะเื่พวกนี้เมฆเห็นว่าถึงเล่าไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร สู้เล่าเื่ที่สำคัญๆให้ฟังจะดีกว่า
เมื่อเมฆเล่าจบ เขาก็ลอบมองสังเกตพ่อกับแม่ของเขาแวบหนึ่ง ก็พบว่าผู้เป็พ่อทำสีหน้าเหมือนกับไม่อยากที่จะเชื่อเท่าไหร่ ซึ่งเมฆก็ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เพราะต่อให้เป็ใครก็ตาม ลองให้ลูกของตนที่อายุแค่ 15 มาเล่าเื่ที่ว่าตนเองได้ย้อนอดีตมาให้ฟังดูสิ มันจะน่าเชื่อถือแค่ไหนกันเชียว
แต่เมื่อเขามองไปยังแม่ของตน กลับพบว่าแม่ของเขานั้นทำสีหน้าเหมือนกับประหลาดใจเสียมากกว่า แต่สีหน้าของแม่ที่แสดงออกมานั้นมันเหมือนกับคนที่ประหลาดใจหลังจากที่ได้รู้ความจริง ซึ่งต่างจากพ่อของเขาที่แสดงสีหน้าไม่ค่อยเชื่อออกมา
“....เื่ที่ลูกเล่ามาทั้งหมดนี่....คือนิยายที่ลูกจะนำไปแต่งเหรอ? พ่อว่ามันก็น่าสนใจดีนะ...” ผู้เป็พ่อที่เงียบอยู่นานหลังจากได้ฟังเื่ที่ลุกชายของตนได้เล่าออกมาพูดขึ้น
“.....ผมก็นึกไว้อยู่แล้วว่าพ่อคงไม่เชื่อผมง่ายๆหรอก” เมฆตอบ
“.....แหม มันก็พูดยากนะ ลองคิดดูสิ ว่.....”
“ที่ลูกพูดมานี่คือเื่จริงเหรอ?” ในขณะที่ผู้เป็พ่อกำลังพูดอยู่นั้นเอง จู่ๆแม่ของเมฆก็ถามขัดขึ้น
“….ครับ เื่ที่ผมเล่าเมื่อครู่เป็เื่จริงทั้งหมด” เมฆตอบคำถามแม่ของตนไป
“ยังงั้นเหรอ....งั้นแม่ก็ไม่แปลกใจเลยที่จู่ๆลูกก็ทำอาหารเก่งขึ้น ถ้าเื่ที่ลูกเล่าเป็ความจริงน่ะ.....” แม่ของเมฆพูดพึมพำเหมือนกับจะยอมรับในเื่ที่เมฆเล่า ก่อนที่จะพูดขึ้นมาต่อ
“...แต่ว่า แค่เื่ที่ลูกเล่ามันยังไม่พอนะ ลูกมีหลักฐานยืนยันรึเปล่าว่าสิ่งที่ลูกเล่าเป็ความจริงน่ะ?” ผู้เป็แม่ถามเมฆขึ้นอีกครั้ง
“เฮ้ๆ นี่คุณเชื่อเื่ที่ลูกเราเล่าด้วยเหรอ? เห็นๆอยู่ว่ามัน.....”
“คุณคะ เงียบก่อนค่ะ”
“....ครับ” ผู้เป็พ่อหงอลงทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งจากภรรยาที่รักของตน เมฆที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็หัวเราะเล็กน้อย ก่อนที่จะพยักหน้าให้กับแม่ของตน พร้อมกับขอตัวเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อหยิบของบางอย่างลงมาให้ดู
เมฆเดินลงมาอีกครั้งพร้อมกับแลปทอปที่เขาพึ่งไปซื้อมาเมื่อตอนกลางวัน จากนั้นก็เปิดหน้าจอให้พ่อกับแม่ของตนดู
“หืม? บ้านเรามีโน้ตบุ๊กแพงๆแบบนี้ด้วยเหรอ?” ผู้เป็พ่อถามด้วยความสงสัย ก่อนที่หน้าจอจะเริ่มสว่างขึ้น จากนั้นก็มีรูปกราฟฟิคสามมิติกลมๆลอยอยู่ที่หน้าจอ
[ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมคือ AI ปัญญาประดิษฐ์ที่นายท่านกล่าวถึงเมื่อครู่ รหัส AI-00010S01 หรือที่นายท่านตั้งชื่อให้ว่าคลาว ยินที่ได้ได้พบกับทั้งสองท่านครับ] เสียงทักทายของคลาวดังขึ้นมาจากลำโพงของแลปทอป ซึ่งนั่นทำให้พ่อกับแม่ของเขาแปลกใจเป็อย่างมาก
“….ว้าว ลูกไปฝึกเขียนโปรแกรมมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย? แล้วนี่เอาเสียงใครมาพากย์ล่ะเนี่ย?” ผู้เป็พ่อยังคงไม่เชื่อว่าสิ่งที่เมฆเล่าออกมานั้นเป็ความจริง กลับกันเขาคิดว่าสิ่งที่เมฆนำมาให้ดูนั้นเป็วีดิโอที่ลูกเขาทำขึ้นมามากกว่า
[ขออนุญาตขัดนะครับ ผมคือ AI ที่ชื่อคลาวจริงๆ นี่ไม่ได้เป็วิดีโอที่ทำขึ้นแต่อย่างใด] คลาวตอบพ่อของเมฆไป ซึ่งนั่นทำให้นทีรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“โห ดูสิๆ มีกระทั่งคาดการณ์การโต้ตอบล่วงหน้าด้วย นี่ทำการบ้านมาดีนะเนี่ย” ผู้เป็พ่อยังคงไม่เชื่ออยู่เหมือนเดิม
“นี่...เธอน่ะเป็ AI อะไรนั่นอย่างที่เมฆได้เล่ามาเมื่อกี๊จริงๆเหรอ?” พิมเลิกสนใจสามีของเธอ ก่อนที่จะหันไปคุยกับคลาวที่อยู่ในแลปทอป แต่ในขณะที่นทีกำลังจะพูดกับภรรยาของตนว่านั่นมันเป็แค่วิดีโอ ไม่สามารถที่จะโต้ตอบอะไรได้อยู่นั้นเอง
[ใช่แล้วครับคุณนายพิมภา ผมคือ AI มีชื่อเล่นว่าคลาวครับ]
เสียงโต้ตอบของคลาวทำให้นทีถึงกับพูดไม่ออก หรือว่าเ้านี่จะเป็ AI อย่างที่ลูกของเขาได้เล่ามาจริงๆ นทีเริ่มคิด ส่วนพิมที่เห็นว่าคลาวสามารถคุยโต้ตอบกับเธอได้นั้น ก็รู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก ก่อนที่เธอจะเริ่มพูดคุยกับคลาวต่อ
“งั้น....เื่ที่เมฆเล่าว่าเธอมีข้อมูลของทุกอย่างบนโลกนี่เป็เื่จริงรึเปล่าจ๊ะ? งั้นเธอพอจะมีข้อมูลของเลขหวยที่จะถูกรางวัลในอนาคต....ไม่สิ สำหรับเธอคงเป็อดีตสินะ เธอพอจะมีข้อมูลเก็บไว้รึเปล่าล่ะ?” พิมถามคลาวด้วยความตื่นเต้นเล็ก้อย เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์การเงินภายในบ้านของเธอไม่ค่อยจะดีมากนัก หากว่าคลาวมีข้อมูลเื่นี้เก็บไว้อยู่ล่ะก็ มันก็จะช่วยเธอได้มากเลยทีเดียว
[แน่นอนว่าผมมีข้อมูลเกี่ยวกับเื่ที่คุณนายถามมาครับ]
หลังจากที่ได้ยินคำตอบของคลาว นั่นทำให้พิมนั้นตื่นเต้นเป็อย่างมาก
“เธอพูดจริงเหรอจ๊ะ? ไม่ได้โกหกแน่นะ?” พิมถามย้ำอีกครั้ง
[เื่นี้หากคุณนายไม่เชื่อก็สามารถยืนยันกับนายท่านได้ครับ เพราะเมื่อสี่วันที่ผ่านมาผมก็พึ่งให้ข้อมูลแบบเดียวกันกับที่คุณนายถามให้นายท่านเหมือนกัน]
ทันทีที่ได้ยินคำตอบของคลาว ก็ทำสายตาของพิมเปล่งประกายขึ้นมาในทันที ก่อนที่จะมองไปยังเมฆลูกชายของตน
เมฆที่เห็นสายของแม่ที่มองมายังตนนั้นก็หัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะหยิบสมุดบัญชีออกมาแล้วยื่นให้กับแม่ของตน พิมที่เห็นดังนั้นก็รับมาด้วยความสงสัยเล็กน้อย ก่อนที่จะเปิดสมุดบัญชีที่เมฆได้ยื่นมาให้ตน จากนั้นเธอก็แทบจะเป็ลม เมื่อเห็นยอดเงินในบัญชีลูกชายตน
40 กว่าล้าน!!!!!!