ศพของคนทั้งสองถูกส่งไปยังที่ว่าการอำเภอเพื่อชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งผู้เห็นเหตุการณ์อีกสามคนล้วนอยู่ในอาการอกสั่นขวัญแขวนพูดจาวกวนทำให้คนที่บันทึกคดีต้องค่อยๆสอบถามเพื่อให้พวกเขาลำดับเื่ราว
โหลวซีห่าวยืนฟังมือปราบเหลยรายงานตลอดเวลานั้นเขาคอยเหลือบมองสวีเสี่ยวถงอยู่เป็ระยะๆชายหนุ่มรู้สึกว่ามือปราบหญิงผู้นี้น่าจะมีเื้ัที่น่าสนใจซ่อนอยู่สัญชาตญาณของเขาบอกว่านางมิน่าจะใช่มือปราบธรรมดา!
ใช่ว่าเหลยเจียหลุนจะไม่สังเกตเห็นเขาเองก็รู้สึกระแวงมือปราบสวี
“มือปราบเหลยเ้าตรวจตราให้ละเอียดถี่ถ้วนก็แล้วกัน ข้าอยากรู้ว่าคนร้ายเข้าออกอย่างไร?และเอาสิ่งใดไปบ้าง? เหตุใดพวกเขาจึงฆ่าคนในบ้านด้วยทั้งๆ ที่บางคดีก็ไม่ได้ฆ่า?”
“ขอรับ! ข้าน้อยให้คนวาดบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพร้อมวาดแผนผังภายในบ้านด้วย”
“ดี! ข้าจะรออ่านที่อำเภอก็แล้วกัน”
สวีเสี่ยวถงดูในห้องที่เกิดเหตุจนพอใจแล้วก็หันกลับมาดูศพทั้งสองอีกครั้งหนึ่ง นางก้มลงมองกระดาษรูปโบตั๋นสีแดงแล้วขมวดคิ้ว
“ใต้เท้าโหลวท่านมาดูนี่สิ!”นางชี้ไปที่ก้านดอกโบตั๋นในกระดาษ “ท่านจำสิ่งนี้ไว้นะเ้าคะแล้วก็ดูกระดาษแผ่นที่หัวหน้าหมู่บ้านแรกเอาให้เรา” นางควักกระดาษในเสื้อออกมากางใกล้ๆ
“จริงอย่างเ้าว่าก้านที่มีใบไม้เล็กๆอยู่กับก้านที่ไม่มีใบไม้ หากไม่สังเกตให้ดีก็แทบจะมองไม่ออก วาดไว้บางขนาดนั้นยากจะสังเกตจริงๆ”
สวีเสี่ยวถงขมวดคิ้ว“บางทีนี่อาจจะเป็ฝีมือของคนละกลุ่มก็ได้เ้าค่ะ ในเมื่อทุกครั้งที่พวกเขาปล้นก็ปกปิดใบหน้าเช่นนั้นจะเป็ผู้ใดแฝงกายมาทำแล้วโยนความผิดให้พวกเขาก็ย่อมได้”
เหลยเจียหลุนกำลังออกไปยืนร้องเรียกให้คนของตนเข้ามาลำเลียงศพจึงไม่ได้ยินสิ่งที่สวีเสี่ยวถงพูดกับนายอำเภอ
“พวกเราไปตรวจรอบๆตำบลเพื่อหาร่องรอยกันเถอะ”
โหลวซีห่าวพยักหน้า“อืม...ไปกัน”
เมื่อเห็นสวีเสี่ยวถงเดินนำหน้านายอำเภอออกไปเช่นนั้นเหลยเจียหลุนก็ไม่ค่อยพอใจนักเขาเกรงว่านายอำเภอจะให้ความไว้วางใจสวีเสี่ยวถงมากกว่าตนแต่หน้าที่ตรงหน้านี้ก็หนักหนาพอแรงเพราะต้องรีบนำศพทั้งสองเข้าไปในอำเภอแล้วก็ควบคุมการชันสูตรอีก
กลุ่มของมือปราบสวีเริ่มต้นจากประตูหลังบ้านที่สาวใช้ในคฤหาสน์สกุลฉานบอกว่าพวกคนร้ายบุกเข้ามาเมื่อไปดูถนนด้านหลังก็ปรากฏรอยเท้าม้าหลายรอยสวีเสี่ยวกงก้มลงนับอยู่ครู่ก็เห็นว่ามีม้าจำนวนห้าตัวด้วยกัน
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่ามีม้าห้าตัวรอยมันทับไปทับมาเช่นนั้น?” โหลวซีห่าวมีสีหน้าแปลกใจเมื่อเขาก้มลงดูพื้นดินบริเวณนั้นก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่ามันมีม้ากี่ตัวกันแน่
“ท่านอย่าดูแค่ตรงนี้สิ!มองเลยไปจะเห็นว่าระยะขาหน้ากับขาหลังของม้ามันจะลงน้ำหนักไม่เท่ากันที่สำคัญพวกมันไม่ได้วิ่งพร้อมกันสักหน่อย สองตัววิ่งนำหน้า” นางชี้ให้เขาดูเส้นทางที่ม้าพวกนั้นวิ่งไป
โหลวซีห่าวส่ายหน้าเขามิได้เชี่ยวชาญการขี่ม้าจนสามารถแยกแยะรอยเท้าและน้ำหนักม้าได้ “เอาเถอะ! ข้าเชื่อเ้าแต่เหตุใดพวกเขาจึงบอกว่ามีคนร้ายสี่คน?”
“อีกคนคงจะดูลาดเลาและกุมม้าให้ไว้รอคนทั้งสี่ในเรือนคหบดีแห่งนี้น่าจะซ่อนเงินทองไว้มิใช่น้อยคนร้ายเองก็น่าจะรู้จักผังภายในคฤหาสน์เป็อย่างดีไม่เช่นนั้นคงไม่มาทำการในเวลาก่อนฟ้าสาง ทั้งๆ ที่คฤหาสน์ตั้งอยู่กลางตำบลแท้ๆพวกเขากลับไม่รู้สึกกลัว”
“เ้าคิดว่า....”
นางตวัดสายตาคมกลับมามองนายอำเภอหนุ่ม“ข้ายังไม่คิดอะไรทั้งนั้นจนกว่าจะตรวจสอบสภาพโดยรอบให้ทั่วคดีนี้มีข้อสงสัยเยอะเกินไป”
นางตามรอยเท้าม้าออกไปจนสุดตำบลแล้วรอยเท้าพวกนั้นก็หายไปในชายป่า“พวกมันกลัวคนตามล่าจึงอาศัยการเข้าป่านี้เพื่อกลบเกลื่อนรอยเท้าม้า”
ป่าโปร่งนั้นไม่ค่อยมีผู้เข้าไปนักทางเดินก็มีหญ้าขึ้นรกทำให้ไม่รู้ว่าม้าจะเดินไปในทิศใดส่วนถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านและตำบลเป็ถนนดินที่บางส่วนก็เป็ดินอ่อนนุ่มจะทำให้สังเกตรอยเท้าม้าได้ชัดเจน
“ที่เ้าบอกว่ารู้ที่ตั้งชุมโจรพวกมันอาศัยอยู่ที่ใดหรือ?”
“หากเป็คนของสำนักโบตั๋นแดงก็จะอยู่บนเขาัทะยานค่อนไปทางชายแดนแคว้นเว่ย”
“ทางการแคว้นเว่ยเหตุใดจึงไม่ปราบปรามพวกเขาเล่า?”
“พวกมันไม่ยอมปล้นคนในแคว้นเว่ยแต่ลงจากเขามาปล้นในเขต แคว้นิเพราะทหารจะไม่กล้าบุกเข้าไปเนื่องจากเกรงว่าจะกลายเป็าระหว่างแคว้น”
“อืม...ทำการฉลาดนัก!”
“มือปราบเองก็มีจำนวนน้อยเกินไปที่จะบุกขึ้นเขาหากอาศัยเพียงกำลังข้าเื่นี้ทำไม่สำเร็จแน่แต่หากเป็นายอำเภอไปถวายรายงานให้ชินอ๋องน่าจะขอความช่วยเหลือได้ไม่ยากพวกมันลงเขามาที มือปราบก็ปราบทีแต่พวกมันรู้วิธีหลบหลีกจึงอาศัยหลบขึ้นบนเขาแค่นั้นก็ตามไปไม่ได้แล้ว เื่นี้กวนใจข้ามาหลายเดือน”
สวีเสี่ยวถงสีหน้าหงุดหงิดนางเบื่อที่จัดการเื่นี้ไม่ได้เพราะหากอาศัยคนที่นางสนิทสนมขึ้นไปจัดการก็เกรงว่าจะกลายเป็เื่เอิกเกริกนางจึงได้แต่ต้องรอให้นายอำเภอคนใหม่มาถึงแล้วหาทางเกลี้ยกล่อมให้เขาจัดการเื่นี้อย่างที่นางคิดเอาไว้
“กลับกันเถอะไปสอบถามชาวบ้านละแวกนั้นกัน”นางชักม้ากลับแล้วเข้าไปสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุพร้อมทั้งสอบถามเื่ราวในครอบครัวของคหบดีฉาน
บ้านแรกบอกว่าไม่รู้เื่ภายในตระกูลฉานสวีเสี่ยวถงไม่ยอมแพ้นางถามไปถึงบ้านที่สามจึงได้พบคนช่างรู้ช่างเห็นประจำตำบล
“อู้ยยย!!! เื่สกุลฉานน่ะหรือ?ถามข้านี่ล่ะถูกแล้วๆ มาๆ ข้าจะเล่าให้ท่านฟังเอง”หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมรีบลากเก้าอี้มาให้ใต้เท้าทั้งสองนั่งแล้วก็เริ่มเล่าเื่ในทันที “เื่นี้นะ พวกในตลาดรู้ดีว่าบุตรชายคนโตที่เกิดจาก ฮูหยินเอกกับบุตรชายคนเล็กที่เกิดจากอนุภรรยาคนที่สองทะเลาะกันบ่อยๆแต่ก็น่าแปลกที่คหบดีฉานโปรดปราดลูกชายคนเล็กยิ่งนักแต่กับบุตรชายคนโตกลับไม่ค่อยสนใจ”
“พวกเขาเคยทะเลาะกันหนักสุดถึงขั้นไหน?”
“ถึงกับเคยใช้ดาบไล่ฟันกันไปตามถนนในตำบลเลยล่ะเ้าค่ะเห็นว่าคุณชายใหญ่โมโหที่คุณชายเล็กแอบเอาที่ฝนหมึกที่ซื้อมาจากเมืองหลวงไปซ่อนสุดท้ายคุณชายเล็กก็ยอมเอามาคืนแต่ไม่ยอมลงโทษคุณชายเล็ก”
“เอ๋?ไม่ลงโทษสักอย่างเลยหรือ?”
“ไม่เลยเ้าค่ะเื่นี้คุณชายใหญ่โมโหมากจนไปบ่นกับบ่าวรับใช้ว่าอยากจะฆ่าน้องชายให้ตาย”
*************************
ไรท์แนะนำ...อีบุ๊กให้โหลดฟรีเื่ "จับนักฆ่ามาเป็ภรรยา"
เปิดให้โหลดแล้วจ้า 22 เมษายน 2565 กดลิงก์ได้เลยจ้า
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE5MjI2NSI7fQ

