ในยามค่ำคืนทุกสิ่งเงียบสงัดไร้เสียงใดก่อกวนภายในห้องกว้างสีขาวสะอาดตาร่างบางระหงที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาข้างผนังห้องนั้นเคลื่อนไหวใบหน้าพลิกไปพลิกมาดูกระสับกระส่ายคล้ายกับหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่ไม่มีผิดเหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มซึมจับตามขมับและไรผม ริมฝีปากบางขยับขึ้นลงพูดพึมพำบางสิ่งอย่างแ่เบาทว่าจับใจความได้ว่า
“อย่า...อย่าเอาลูกปาไปไม่นะ น้องเอมต้องอยู่กับปา” และ “น้องเอมเป็ลูกของปาของปาคนเดียวเท่านั้นคุณไม่มีสิทธิ์” คำพูดเหล่านี้ถูกพูดซ้ำไปซ้ำมาราวกับม้วนเทปที่ถูกกอกลับได้เอง
จนกระทั่งคนที่นอนหลับอยู่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความใก่อนจะลุกพรวดขึ้นนั่งพลางหอบหายใจแรงเหมือนกับไปวิ่งทางไกลมาแต่พอตั้งสติได้และนึกถึงความฝันเมื่อครู่นี้ขึ้นมาหญิงสาวก็หันขวับไปมองยังเตียงของลูกน้อยทันที
เมื่อเห็นร่างลูกรักยังนอนสงบนิ่งอยู่บนนั้นปาริฉัตรก็ถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความโล่งอกก่อนจะนั่งชันเข่าแล้วซบหน้าร้องไห้ออกมาเงียบๆ อย่างกลั้นไว้ไม่อยู่เธอเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกทีแล้วฝันร้ายถึงเื่นี้ทีไรเธอต้องรีบวิ่งไปหาน้องเอมทุกทีแม้จะรู้ว่ามันเป็เพียงแค่ความฝันทว่าก็อดหวาดกลัวไม่ได้เธอกลัวว่าสักวันมันจะเป็จริงอย่างในความฝัน
หญิงสาวร้องไห้หนักขึ้นจนต้องเอามือปิดปากตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เสียงไปรบกวนลูกน้อยเมื่อไรกันนะ เมื่อไรเธอถึงจะลืมมันได้ เมื่อไรมันจะหายไปจากความทรงจำของเธอเสียทีแล้วเมื่อไร...เมื่อไรเธอถึงจะเลิกรักเขาได้สักที เมื่อไรกัน!
รุ่งเช้าชาติชายกับอลิซมาเยี่ยมน้องเอมที่โรงพยาบาลแต่เช้าก่อนใครพอมาถึงอลิซก็จัดการรับภาระดูแลน้องเอมแทนปาริฉัตรทันทีโดยจัดการป้อนข้าวให้ก่อนเป็อันดับแรกและคาดว่าน่าจะตามด้วยผลไม้หลากหลายชนิดที่ซื้อมาฝากซึ่งล้วนเป็ของชอบของน้องเอมทั้งสิ้น
เมื่อมีคนดูแลลูกอย่างดีแล้วผู้เป็แม่ก็เดินออกมายืนรับลมหนาวที่นอกระเบียงห้องหวังให้ความหนาวช่วยบรรเทาจิตใจที่ว้าวุ่นจากเมื่อคืนนี้ให้พอสงบลงได้บ้างภาพจากความฝันเมื่อคืนยังติดตาเธอไม่หายคราวนี้มันแจ่มชัดนักเหมือนกับว่าเป็ความจริงเลยทีเดียวหญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความกลัดกลุ้มใจกับอาการที่ตัวเองเป็อยู่ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวแล้วหันกลับไปมองทางด้านหลังเมื่อมีเสียงกระแอมดังขึ้น
“เป็อะไรปาแค่นี้ใไปได้แล้วเป็อะไรทำไมสีหน้าถึงได้ดูซีดเซียวอย่างนี้ล่ะ ไม่สบายหรือเปล่า” ชาติชายอย่างเป็ห่วงพลางเดินมายืนเคียงเพื่อนสาว ปาริฉัตรแย้มยิ้มน้อยๆให้เพื่อนก่อนจะหันกลับไปมองทางเดิม พยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็ปกติ
“เราไม่ได้เป็อะไรหรอกชาติ”
“อย่ามาโกหกเราเลย” ชายหนุ่มมองซีกหน้าด้านข้างของเพื่อนอย่างรู้ทัน “ดูสิใต้ตาคล้ำเหมือนคนอดนอนแถมดูบวมๆ เหมือนร้องไห้มาอย่างหนักอีกด้วย มีเื่อะไรไม่สบายใจงั้นเหรอบอกมาเถอะ เราจะได้ช่วยแก้ไข”
คนถูกคาดคั้นหัวเราะให้กับความเอาใจใส่และช่างสังเกตของเพื่อนชาติชายดีกับเธอมาตลอดจริงๆ เขามีแต่ให้และไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเธอเลยแล้วเธอล่ะเคยทำอะไรให้เพื่อนบ้างไหมนอกจากคอยแต่จะสร้างปัญหาให้เท่านั้น
“เราไม่เคยปิดชาติได้เลยสักทีสินะเรารู้สึกละอายใจจังที่เราคอยแต่จะสร้างปัญหาให้ชาติมาโดยตลอดเรานี่เป็เพื่อนที่แย่มากๆ เลยนะ”
“อย่าพูดอย่างนี้อีกนะปาไม่งั้นเราโกรธจริงๆด้วย” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้มด้วยสีหน้าที่เหมือนจะโกรธจริงตามที่บอก
“เราขอโทษถ้าคำพูดของเราจะทำให้ชาติไม่พอใจแต่ความจริงมันก็คือความจริงอยู่ดีมันคือความเป็จริงที่เราจดจำและระลึกถึงบุญคุณที่ชาติคอยช่วยเหลือเรากับลูกอยู่เสมอปัญหาเป็ของเราแท้ๆ แต่ชาติก็ยังมาช่วยแก้ไขให้ชีวิตนี้ของเรากับน้องเอมจะเป็ยังไงต่อไปก็ไม่รู้ถ้าไม่มีชาติคอยช่วยเหลือขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ ที่เป็เพื่อนแท้ของเรามาโดยตลอด ขอบคุณนะเพื่อนรัก”ปาริฉัตรกล่าวอย่างซาบซึ้งใจพลางสวมกอดร่างชาติชายเอาไว้แน่นอยู่อึดใจก่อนจะคลายอ้อมแขนออก
“อะไรกันพูดซะซึ้งเชียวเราไม่ได้ทำอะไรมากมายซะหน่อย เอาละ ไม่ต้องขอบคุณแล้วนะ จำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำไปเราทำด้วยความเต็มใจ”ชาติชายวางมือบนศีรษะเพื่อนสาวแล้วโยกไปมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูสายตาของเขาที่ใช้มองมีความรักแฝงอยู่แต่เป็ความรักแบบเพื่อนแบบพี่น้องหาใช่ความรักฉันหนุ่มสาวไม่“ปาจำไว้นะ เราคิดเสมอว่าปาคือน้องสาวคนหนึ่งของเรา เราจึงช่วยเหลือปาทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพราะเราอยากเห็นน้องสาวคนนี้ของเรามีความสุข”
ปาริฉัตรน้ำตาคลออย่างตื้นตันใจก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“ขอบคุณค่ะ...พี่ชายที่แสนดี”
ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่้าการตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ขอเพียงเป็ผู้ได้ให้ก็มีความสุขแล้วก็คือความรักของเพื่อนและครอบครัวนั่นเองชาติชายบรรจงเช็ดน้ำตาให้เพื่อนสาวอย่างอ่อนโยนการกระทำทุกอย่างที่มีต่อเพื่อนเสมือนเช่นคนรักนั้นชายหนุ่มไม่เคยกลัวอลิซเข้าใจผิดแม้แต่น้อยเพราะพื้นฐานความรักของเขากับแฟนสาวอยู่ที่ความเข้าใจซึ่งกันและกันรวมถึงความเชื่อใจในอีกฝ่ายเป็ที่ตั้งเขาจึงไม่ต้องระแวงว่าจะโดนเข้าใจผิดเมื่อเขาปฏิบัติต่อเพื่อนสาวที่เขารักดุจน้องสาวคนนี้อย่างดี
อลิซกับปาริฉัตรรู้จักกันเมื่อตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆแต่มาสนิทกันอย่างจริงจังก็เมื่ออลิซกับชาติชายตกลงคบหาดูใจกันเป็คนรักแล้วระดับความสนิทของสองสาวนั้นถึงขั้นที่ต่างฝ่ายต่างเล่าความลับของตนเองให้กันฟังแถมบางครั้งยังช่วยกันเล่นงานเมื่อเขาทำผิดอีกด้วยเล่นเอาเขาไม่กล้าหือเลยทีเดียวและความที่อลิซรู้เื่ในอดีตของปาริฉัตรเป็อย่างดีส่วนเขาก็ทำอะไรเปิดเผยตลอดจึงเป็อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แฟนสาวของเขาเชื่อมั่นไม่ขี้ระแวงอย่างผู้หญิงทั่วๆไป
อลิซกับชาติชายต่างรู้ดีว่าปาริฉัตรไม่เคยลืมอดีตสามีได้เลยถึงแม้จะทำตัวเข้มแข็งขนาดไหนก็ตามบางครั้งเขานึกอยากจะมีเวทมนตร์จะได้เสกคาถาลบความทรงจำของเพื่อนที่มีต่อผู้ชายคนนั้นออกไปให้หมดเพราะเขาอยากให้เพื่อนมีรอยยิ้มที่มีความสุขอย่างแท้จริงเสียทีหนึ่ง
“ตกลงจะบอกได้หรือยังว่าเป็อะไร”ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยให้เื่ที่ค้างคาใจผ่านเลยไป
“เราไม่สบายใจนะชาติเมื่อคืนเราฝันร้ายอีกแล้วแต่คราวนี้มันเหมือนจริงมากจนเรากลัว”
“โธ่...ปามันก็แค่ความฝันเท่านั้นเอง อย่าคิดมากสิ” เขารู้ดีโดยไม่ต้องถามว่าเพื่อนฝันถึงเื่อะไรเพราะปาริฉัตรฝันแบบนี้มานานหลายปีแล้ว
“แต่เรากลัวนี่ชาติ” เธอบอกเสียงเครือ“เรากลัวว่ามันจะเป็จริงเข้าสักวันหนึ่ง”
“ทำใจให้สบายเถอะนะผู้ชายคนนั้นไม่มีวันพรากน้องเอมไปจากปาได้หรอก ป่านนี้เขาอาจจะมีครอบครัวใหม่มีลูกเป็ของตัวเองแล้วก็ได้คงไม่คิดที่จะมาแย่งน้องเอมไปหรอก”
คำพูดของเพื่อนเหมือนจะปลอบใจแต่หารู้ไม่ว่ามันสร้างความเ็ปให้ปาริฉัตรอย่างแสนสาหัสเธอเคยนึกว่าจะไม่รู้สึกเ็ปอีกแล้วหากจะพูดถึงอดีตสามีอีกทว่าความจริงที่เธอเผชิญอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่เลยเพราะเธอยังเ็ปอยู่ลึกๆ ในใจ
เป็แบบนี้แสดงว่าเธอยังรักเขาอยู่ใช่ไหมผู้ชายใจร้ายคนนั้นเธอยังรักอยู่ใช่หรือไม่ หญิงสาวร้องถามตัวเองอยู่ในใจภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเนื่องจากหยาดน้ำตาเอ่อคลอดวงตาคู่งามอีกครั้งปาริฉัตรพยายามกลั้นเอาไว้ก่อนที่มันจะไหลรินลงมาย้ำเตือนให้เธอได้รู้ว่าตัวเองอ่อนแอเพียงใด
ทั้งสองคนยังยืนปรับทุกข์เคียงกันอยู่นอกระเบียงส่วนในห้องนั้นเมื่ออลิซจัดการป้อนข้าวน้องเอมเสร็จแล้วก็ตามต่อด้วยผลไม้และตบท้ายด้วยยาที่ต้องปะเหลาะอยู่นานกว่าหนูน้อยจะยอมกิน หลังจากกินยาเสร็จแล้วหญิงสาวก็ปล่อยให้น้องเอมนอนดูการ์ตูนเล่นไปก่อนส่วนเธอนั้นเดินออกไปหาปาริฉัตรกับคนรักที่นอกระเบียง
ดูจากสภาพของปาริฉัตรเมื่อเช้าแล้วเธอเดาได้ทันทีว่าคงมีเื่กลุ้มใจอีกแน่ๆเธอจึงปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกันตามลำพังเพราะทราบดีว่าคนรักของเธอช่วยปลอบได้ดีกว่าตัวเธอเองถึงเธอจะสนิทสนมกับปาริฉัตรมากแค่ไหนทว่าก็ยังไม่กล้าก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของอีกฝ่ายมากนัก
อลิซยืนมองภาพที่ชาติชายเช็ดน้ำตาให้ปาริฉัตรด้วยกิริยาอ่อนโยนนักเงียบๆถ้าใครมาถามว่าเธอรู้สึกหึงหวงหรือเคยระแวงความสัมพันธ์ที่บางครั้งก็ดูจะเกินเพื่อนของทั้งสองคนหรือไม่หญิงสาวสามารถตอบอย่างไม่ลังเลใจเลยว่าไม่เพราะความรักของเธอคือการเชื่อใจและเข้าใจซึ่งกันและกันเป็พื้นฐาน
อีกอย่างการกระทำทุกอย่างของคนรักเธอรับรู้เสมอและบางทีก็มีส่วนร่วมด้วยอีกทั้งความสนิทสนมที่เธอกับปาริฉัตรมีต่อกันนั้นทำให้เธอมั่นใจยิ่งขึ้นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีแค่คำว่าเพื่อนกับพี่น้องอยู่ในใจเท่านั้น
“คุยอะไรกันอยู่คะนานจังตอนนี้น้องเอมเรียกหาแม่ปาๆ ใหญ่แล้วค่ะ”อลิซเดินเข้าไปหาคนทั้งสองที่ระเบียงเมื่อเห็นน้องเอมเริ่มเรียกหาแม่แล้ว
“เหรอจ๊ะถ้าอย่างนั้นพี่เข้าไปหาน้องเอมก่อนนะ” ปาริฉัตรหันมาส่งยิ้มอ่อนๆให้ก่อนจะเอ่ยขอตัวเข้าข้างในเพื่อไปดูแลน้องเอม
“เป็ยังไงบ้างคะ” เมื่อหญิงสาวเข้าข้างในไปแล้วอลิซก็กระซิบถามคนรักด้วยความอยากรู้
“ก็เื่ความฝันเดิมๆนั่นแหละ”
“เราควรแนะนำพี่ปาให้ไปหา...”อลิซเว้นวรรคไว้เพราะไม่รู้จะพูดดีหรือเปล่าแต่แล้วก็ตัดสินใจพูดออกมา“หาจิตแพทย์ดีไหมคะ”
ชาติชายมองคนรักอย่างไม่ค่อยจะพอใจนักถึงปาริฉัตรจะชอบฝันร้ายซ้ำๆกันจนเก็บมาคิดมากเขาก็ไม่เคยคิดว่าเพื่อนจะต้องถึงขั้นไปพบจิตแพทย์เพราะเพื่อนเขาไม่ได้เป็บ้าคำพูดของอลิซจึงทำให้เขาค่อนข้างไม่พอใจมากทีเดียวซึ่งอีกฝ่ายก็รับรู้ได้
“อลิซไม่ได้คิดว่าพี่ปาเป็บ้าหรอกน่าไม่ต้องมาทำตาดุใส่หรอก” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงงอนนิดๆที่โดนเข้าใจผิด “ที่อลิซแนะนำอย่างนี้เพราะหวังดีนะคะการที่คนเราไปพบจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่าเราจะผิดปกติเสียเมื่อไรกันล่ะคะ บางคนไปหาเพราะว่าคุยกับหมอแล้วสบายใจและได้รับคำแนะนำดีๆกลับมาก็มี พี่ปาฝันร้ายซ้ำๆอยู่อย่างนี้อาจเป็เพราะความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในใจว่าผู้ชายคนนั้นจะมาแย่งน้องเอมไปตลอดเวลาถึงได้เก็บไปฝันเป็ตุเป็ตะขนาดนี้ได้บางทีหากได้ระบายออกมาบ้างกับผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะอาจจะทำให้พี่ปาเลิกฝันร้ายก็ได้นะคะ”
คำอธิบายของอลิซมีเหตุผลที่ควรรับฟังแต่ชาติชายก็ยังไม่อยากให้เพื่อนถึงขั้นต้องไปพบจิตแพทย์อยู่ดี “ก็อาจเป็หนทางที่ดีอย่างหนึ่งแต่พี่ว่าไม่จำเป็ต้องไปหาจิตแพทย์หรอก พี่ว่ามันอยู่ที่ตัวปาเองมากกว่าว่าเขา้าจะลืมหรือไม่ลืมถ้าไม่้าต่อให้จิตแพทย์ที่เก่งที่สุดก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะจะปล่อยให้พี่ปาเป็แบบนี้ต่อไปนะเหรอ”
“ไม่หรอกบางที่เราสองคนอาจช่วยได้ถ้าพยายาม อ้อ...นายเดย์ด้วยอีกคนหนึ่ง” ชาติชายเอ่ยยิ้มๆ เหมือนมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจอลิซมองอย่างสงสัยพลางถามด้วยความอยากรู้
“พี่เดย์มาเกี่ยวอะไรด้วยคะ”
ชาติชายยิ้มเ้าเล่ห์มากยิ่งขึ้นก่อนจะกระซิบบอกถึงแผนการที่คิดไว้ให้คนรักฟังซึ่งพอรู้อลิซก็ร้องถามเสียงหลงเลยทีเดียว
“อะไรนะคะพี่จะให้พี่เดย์จีบพี่ปางั้นเหรอคะ”
“เบาๆ เสียงหน่อยทูนหัวเดี๋ยวปาก็ได้ยินหรอก” ชาติชายจุ๊ปากเตือนคนรักพลางเหลือบตามองเข้าไปภายในห้องก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นปาริฉัตรยังนั่งดูการ์ตูนกับน้องเอมโดยไม่มีท่าทีหันมามองทางพวกเขาเลยแม้แต่น้อยอลิซมองตามสายตาคนรักไปก็พอจะเข้าใจจึงหันกลับมาถามด้วยโทนเสียงที่เบาลงว่า
“พี่ชาติแน่ใจแล้วเหรอที่จะทำแบบนี้”
“แน่ใจสิ” เขาพยักหน้ารับ “พี่ดูออกนะว่านายเดย์น่ะชอบปาถึงจะไม่เคยพูดแต่ผู้ชายด้วยกันก็ดูออกเพราะฉะนั้นเราสองคนจะต้องร่วมมือกันเป็กามเทพสื่อรักให้สองคนนั้นพี่เชื่อว่าความดีของนายเดย์จะทำให้ปายอมเปิดใจรับรักใหม่ได้อีกครั้งคราวนี้ปาก็ไม่ต้องจมอยู่กับอดีตและคอยหวาดระแวงอีกต่อไปแล้วส่วนน้องเอมก็จะได้มีพ่อจริงๆ กับเขาซะที แผนนี้เยี่ยมยอดที่สุดแล้ว”
“ก็...เป็ความคิดที่ดีนะคะแต่ว่าอลิซกลัวพี่ชายของอลิซอกหักจังเลย เพราะดูท่าแล้วพี่ปาไม่มีทางลืมผู้ชายคนนั้นได้เลยนะคะ”
“ไม่ลองก็ไม่รู้นะอลิซดูตัวอย่างพี่สิ ถ้าพี่ไม่กล้าจะรู้เหรอว่าอลิซก็มีใจให้พี่เหมือนกัน”
คุยกันถึงเื่ของปาริฉัตรอยู่ดีๆชาติชายก็วกเข้ามาเื่ของตัวเองเฉยเลยด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่มอลิซจึงหน้าแดงก่ำเพราะยังไม่เคยลืมการบอกรักแบบจู่โจมและไม่อายใครของเขาเลยก็มีอย่างที่ไหนมาขอความรักสาวต่อหน้าผู้คนตั้งมากมายโดยไม่คิดสักนิดว่าเธอจะอายแค่ไหน
ช่อดอกกุหลาบสีแดงสดที่บัดนี้กลายเป็ดอกไม้แห้งไปแล้วเธอยังเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีอยู่ในห้องนอนเพื่อเป็ที่ระลึกส่วนรอยจุมพิตแรกแสนหวานที่ทำให้เธอรู้สึกซาบซ่านประดุจล่องลอยอยู่กลางอากาศท่ามกลางมวลดอกไม้งามนั้นก็ยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอไม่เสื่อมคลายเช่นกัน
ชาติชายหัวเราะร่าเมื่อเห็นอาการเขินอายของคนรักความน่ารักของเธอทำให้เขาอดใจไม่อยู่ต้องดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากนุ่มที่กำลังเผยอจะร้องประท้วงทันทีเขาจูบเธอจนพอใจแล้วนั่นแหละถึงได้ยอมปล่อย
“พี่ชาติบ้า ทำอะไรบ้าๆแบบนี้ ปล่อยเลยนะอายคนอื่นเขาบ้างสิ” อลิซต่อว่าหน้าแดงก่ำพลางทุบอกกว้างแก้เขินไปหลายทีเบาๆก่อนจะขืนตัวออกจากอ้อมแขนที่เธอยอมรับว่าอบอุ่นที่สุดสำหรับตนหญิงสาวมองเข้าไปข้างในก็เห็นปาริฉัตรกับน้องเอมยังคงนั่งดูทีวีอยู่เหมือนเดิมความอายจึงบรรเทาลงได้บ้าง
ถึงแม้เธอจะเป็ลูกครึ่งเกิดและเติบโตอยู่ในประเทศที่อิสรเสรีในเื่การแสดงออกถึงความรักพอสมควรแต่เธอก็ไม่เคยลืมว่าเืครึ่งหนึ่งในตัวเธอนั้นเป็คนไทยอีกทั้งั้แ่เด็กมาเธอก็ถูกสอนให้รักนวลสงวนตัวอยู่บ่อยๆจึงมักรู้สึกอายหากจะแสดงออกถึงความรักต่อหน้าคนอื่นๆ
“ก็อลิซอยากทำตัวน่ารักทำไมล่ะ”เหตุผลของคนชอบเอาเปรียบทำให้คนที่โดนเอาเปรียบต้องมองค้อนวงใหญ่พลางคิดในใจว่าแล้วทีนี้เธอจะห้ามได้ไหมล่ะเนี่ยเธอจะรู้ไหมว่าตอนไหนที่เขาเห็นว่าเธอน่ารักขึ้นมาในเมื่อตัวเธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตนเองทำอย่างไรเขาถึงได้มองว่าน่ารักกัน
“ไม่พูดถึงเื่นี้แล้วเรามาพูดเื่พี่ปากันต่อดีกว่าค่ะ” อลิซรีบเปลี่ยนเื่เมื่อเห็นแววตาของคนรักเริ่มหวานฉ่ำขึ้นมาอีกแล้ว“ตกลงเราจะทำอย่างนี้กันแน่เหรอคะพี่ชาติ”
“ใช่ ให้นายเดย์ลองดูก่อนไม่ลองก็ไม่รู้นี่นะ ถ้านายเดย์คิดจะรักปาจริงๆละก็จะต้องสู้และอดทนพยายามทำให้ปาลืมอดีตให้ได้ ความรักกับความจริงใจของนายเดย์เท่านั้นที่จะเป็กุญแจสำคัญไขประตูหัวใจของปาเข้าไปได้”
“ก็จริงนะคะความรักถ้าเราไม่ลองพยายามไขว่คว้าไว้ก็คงไม่ได้มาแล้วเราจะบอกพี่เดย์ให้รู้ไหมคะว่าเราจะช่วยอีกแรงหนึ่ง”
“อืม...พี่ว่าบอกดีกว่านะนายเดย์จะได้มีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นมาหน่อย ช่วยกันหลายๆ แรงดีกว่าแรงเดียวจริงไหม”
“ถ้าอย่างนั้นอลิซโทรบอกพี่เดย์วันนี้เลยดีกว่าพี่เดย์จะได้บินกลับจากอิตาลีไวๆ ไม่มัวเที่ยว”หญิงสาวบอกซึ่งก็ได้รับการพยักหน้าอย่างเห็นด้วยจากคนรัก “ว่าแต่ว่าถ้าพี่ปารู้ว่าพวกเราจะทำอะไรกันจะเป็ยังไงนะ”
ชาติชายนิ่งเงียบไปครู่ก่อนจะสรุปเองว่า
“ปาต้องเข้าใจว่าที่พวกเราทำไปเพราะความหวังดี”
อลิซพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ใช่พี่ปาต้องเข้าใจว่าพวกเธอทำไปด้วยความหวังดีต่อตัวพี่ปาเองจริงๆถ้าพี่ชายของเธอรักกับพี่ปาได้คงจะดีไม่น้อยเลย เพราะพี่ปาเป็คนน่ารักและนิสัยดีครอบครัวของเธอทุกคนก็รักและเอ็นดูพี่ปากับน้องเอมกันทั้งนั้นถ้าได้อีกฝ่ายมาเป็สะใภ้เธอมั่นใจว่าทุกคนในครอบครัวไม่มีใครรังเกียจอย่างแน่นอนมีแต่จะร่วมยินดีกันละไม่ว่า
เฮ้ย...สงสัยงานนี้ถ้าพี่ชายเธอเอาจริงขึ้นมาเธอคงต้องช่วยกันสุดตัวแล้วละเพราะพี่สะใภ้ที่ถูกใจและแสนดีแบบนี้หาได้ง่ายๆ กันที่ไหนกันเล่าหญิงสาวคิดอย่างมุ่งมั่นอยู่ในใจ