ค่อยๆพยุงตัวเองเพื่อเดินกลับโดยที่ไม่หันมองอีกสองคนข้างหลังถ้าถามว่าทำไมไม่เลือกลูซี่ทั้งที่ลูซี่ก็สนิทมากกว่า ในตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดีมากๆแล้วหากเธอเลือกไปกับเธอเขากลัวว่าจะทำให้ฟาโรห์ไม่พอใจแล้วก็กลัวจะกระทบกับการรับน้องแล้ว่นี้เขายิ่งโดนเพ่งเล่งอยู่ด้วยและก็ไม่อยากเจ็บตัวอีกเลี่ยงได้ก็เลี่ยงดีกว่า
สองขาพยุงตัวเองเดินมาจนถึงตึกพอทุกคนเห็นก็พากันกรูเข้ามาหาทันที
“มึงฟัดกับใครมาเนี่ย!!”บูมจับตัวผมพลิกสำรวจอย่างละเอียด
“ไม่ได้ฟัดแค่โดนจักรยานชนเฉยๆ”
“แล้วทำไมไม่โทรมาจะเดินมาทำไม”
“กูไม่ได้ถือโทรศัพท์ไป”
“แล้วไอ้โรห์อ่ะเห็นมันบอกจะไปดูเรานี่ แล้วมันหายไปไหน”
“ผมให้พี่เขาดูคุณลุงน่ะครับลุงเขาก็เจ็บเหมือนกัน”
“พี่ผมขอพาเพื่อนไปหาหมอนะ” ติมหันไปบอกกับพี่ประธานรุ่น “วันนี้ก็ไม่มีไรมากด้วยงั้นหาหมอเสร็จก็ทักมาบอกด้วยล่ะกัน ถ้าหมอให้หยุดก็ไม่ต้องมานะแต่ถ่ายใบรับรองแพทย์ให้พี่ด้วย”
“ครับ”
บูมพยุงไทม์ให้เดินส่วนติมก็เดินนำไปยังที่รถพร้อมกับถือของให้วันนี้ติมเอารถยนต์มาเลยไม่ต้องไปยืนรอรถที่หน้าป้ายรถเมล์ให้เมื่อยขา
รถยนต์เคลื่อนตัวออกผมนั่งหลังส่วนเพื่อนอีกสองคนก็นั่งหน้า
“่นี้มึงเจ็บตัวบ่อยเนาะปีชงป่ะเนี่ย” บูมทักขึ้น
“ฮ่าๆๆๆคงงั้นมั้ง” เอาจริงปีนี้ก็ปีชงผมแหละ แต่ผมไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อขี้นมาแล้วล่ะ
“เออเมื่อกี้กูเห็นพี่ลูซี่มาถามหามึงด้วย เขาไปหามึงป่ะ”
“ไป ก็เกือบจะตีกับพี่ฟาโรห์เนี่ย”
“ยังไงวะ”
ไทม์เล่าเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบให้เพื่อนฟังพอเล่าจบทั้งติม บูมแล้วก็ไทม์ต่างก็สงสัยเหมือนกัน
“พี่ฟาโรห์เขาชอบมึงป่าววะ”
“ไม่รู้ว่ะ”
“กูว่าชอบแน่ๆกูดูออกั้แ่บอกจะไปตามมึงล่ะ” ติมพูดเสริม
“มึงนี่ดูออกทุกคนเลยรึไง”
“ก็กูฉลาดนี่”
“จ้าพ่อคนฉลาด”
“อย่างพี่ลูซี่กูพอเข้าใจเพราะเขาคลั่งรักมึงมากถ้าจะตามไปก็ไม่แปลกแต่นี่พี่ฟา…อะไรนะ”
“พี่ฟาโรห์”บูมช่วยตอบให้
“เออนั่นแหละมึงกับเขาก็พึ่งเจอกันครั้งแรก ก็เข้าใจนะว่าน้องแต่ห่วงแบบไหนก่อนถึงขั้นต้องเดินไปตามเลยหรอแค่รุ่นน้องไปเข้าห้องน้ำนานถึงกับต้องไปตามเลยหรอมึงก็ไม่ได้เจ็บขนาดเดินไม่ได้ป่ะ ”
ไทม์พยายามคิดตามก็จริงของติมนะ ตอนที่โดนชนตอนนั้นก็แอบคิดเหมือนกันอย่างลูซี่นี่เข้าใจได้เพราะเธอชอบโผล่แว็บมาทุกครั้งเวลาที่เขาเจอปัญหาแต่ฟาโรห์นี่แหละยังงงอยู่ว่าทำไมถึงมาอยู่ตรงนั้นได้ทั้งที่ควรจะอยู่รับน้องที่ตึกสาขาแท้ๆ
“เดี๋ยวนะแล้วแบบนี้พี่ลูซี่ก็เจอกับพี่ฟาโรห์แล้วดิ”
“อือเกือบไฟว้กันด้วย”
“ถามจริง?”
“อือ”
“ว่าแล้วเชียว”ติมหัวเราะออกมาเล็กน้อยพลางหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโรงพยาบาล“มึงรู้อยู่แล้วหรอติม”
“ก็นะ”
“มึงรู้อะไรมึงก็บอกพวกกูมั่งดิอย่าปล่อยให้พวกกูเดาแบบนี้!”บูมไม่พูดเปล่าพร้อมกับเขย่าตัวจนติมถึงกับโวยออกมาจนบูมต้องปล่อยมือ
“จะเขย่าทำเชี่ยไรเนี่ย!กูขับรถอยู่! มึงนี่”
“ก็มึงชอบอุบอิบอ่ะรู้แต่ไม่ชอบพูด”
“กูก็พูดอยู่ตลอดป่ะ”
“พูด!แต่ชอบอ้อมไง” เมื่อเห็นเพื่อนเริ่มจะตีกันผมจึงต้องรีบเข้าห้าม
“เอาน่าอย่าตีๆ กัน ตอนนี้ก็ถึงแล้ว เื่นั้นค่อยว่ากันใหม่เนาะ”ถ้าปล่อยให้ตีกันมีหวังได้หยุมหัวกันจริงๆ แน่
อีกฝั่งที่มหาลัยหญิงสาวผมสีดำสนิทใบหน้าคมกำลังปั้นหน้านิ่งแต่ภายในใจกลับร้อนระอุจนพร้อมที่จะปะทะได้ทุกเมื่อ
“นี่เมื่อไหร่จะเลิกทำหน้าแบบนั้นสักทีอ่ะลู”
“ฉันก็ทำหน้าปกตินี่”
“ม่ายนี่มันไม่ปกติเลยสักนิด”
ดูยังไงก็ไม่ปกติสักนิดจากใบหน้าสวยที่ดูเ้าเล่ห์จอมวางแผนตอนนี้ไม่ต่างจากั์มารที่กำลังพิโรธเลย
ลูซี่น่ากลัว!
“ว่าแต่ไปทำไรมาถึงได้โมโหแบบนั้นล่ะ” ด้วยความสงสัยเบลล์เลยถาม “โดนยั่วโมโหน่ะสิ”
“จริงดิใครอ่ะ”
“รุ่นน้องของไอลุคน่ะ”
“งั้นก็สาขาเดียวกับน้องน่ะสิเอ๊ะ? หรือว่า ที่โมโหก็เพราะเื่น้องหรอ”พอได้ยินชื่อมือเรียวที่กำแก้วน้ำอยู่ก็เกิดเส้นเืปูดกำแก้วน้ำในมือจนบี้แหลกละเอียดก่อนจะทุบลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด
จริงสินะเนี่ย!!
“พอจะรู้มั้ยว่าไอเด็กนั่นมันเป็ใคร”
“จะไปรู้เรอะ!ฉันไม่ได้อยู่สาขาเดียวกับน้องนะ!อีกอย่างฉันก็ไม่เคยเห็นด้วยอยากรู้ก็ไปถามพี่ลุคสิ”
พูดจบลูซี่ก็หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาพี่ชายทันทีแน่นอนว่าคาใจขนาดนี้ก็ต้องอยากรู้อยู่แล้ว
[ว่า]
“รู้จักเด็กที่ชื่อฟาโรห์มั้ย”
[หืม? อ่าอืม น้องรหัส ทำไม ไปมีเื่กับน้องมันมารึไง]
น้องเหรอเหอะ! ฟังแล้วหงุดหงิด
“ใช่”
[ฮาๆแกจะมีเื่กับทุกคนที่มายุ่งกับเ้าไทม์รึไงห๊ะ?] ประโยคนั่นทำเอาเธอถึงกับงงที่เขารู้เื่ด้วยหรือนี่
“รู้ด้วยหรอ”
[เดา]เหอะ ก็สมกับพี่ชายเธออ่ะนะ
[สรุปยังไงเนี่ย]
“ก็นะรุ่นน้องมึงมากวนประสาทกูก่อนนี่”
[ไหนเล่าสิ]
ลูซี่เล่าั้แ่ต้นเื่ตั้งเธอไปที่ตึกสาขาจนถึงตอนที่เจอกับฟาโรห์ลุคที่ได้ยินในสิ่งที่น้องสาวเล่าก็ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังจนเธอต้องยกมือถือออกห่าง
“ขำอะไร”
[ขำมึงนั่นแหละฮ่าๆๆๆๆๆ โอ๊ย~กูจะบ้า]
“รุ่นน้องมึงนั่นแหละบ้ามาหาว่ากูเป็คนอกเฉย รู้จักกันก็ไม่ป่ะ ไม่รู้เื่ยังจะมาพูดอีก”
[ฮ่าๆๆๆตอนที่เจอกันครั้งแรกนึกว่าจะติ๋มๆ ที่ไหนได้เป็คนปากร้ายเหมือนกันนี่หว่า]
“เหอะนิสัยเสียสิไม่ว่า”
[ฮ่าๆๆๆๆมึงก็ไม่ได้ต่างกันหรอก จะไปต่อยเขาอยู่แล้วนี่]
“ชิ”
[แล้วนี่ได้คุยกับไอ้ไทม์ยัง]
“ยังไม่กล้าทักว่ะ”
[ไม่กล้าทักว่ะวะฮ่าๆๆๆๆๆ น้องกูพูดคำว่าไม่กล้าออกมาว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ]
“จะขำอะไรนักหนารำคาญ”
[ก็มันน่าขำมั้ยล่ะปกติมึงเป็แบบนี้ซะที่ไหน ไม่ว่าจะอะไรมึงก็จะลุยตลอด แต่วันนี้กลับไม่กล้าเฉย]
“ชิ”ได้แต่สบถออกมา มันก็จริงของเขาแหละ ปกติเธอยอมใครซะที่ไหนแต่ั้แ่เจอไทม์เธอก็เปลี่ยนไปกับราวคนละคน ยอมเขาตลอดพอมาวันนี้เจอเขาขรึมกับไปไม่เป็ซะอย่างนั้น พูดแล้วก็สมเพชตัวเองเขาคงจะเอือมกับนิสัยนักเลงของเธอเต็มทนแล้วล่ะ
“นี่”
[ไร]
“มึงว่าน้องเอือมกูยัง”
[ห๊ะ? ยังไงนะงง] ได้ยินแบบนั้นคนเป็พี่ก็ถึงกับงง “ก็แบบว่า กูมีเื่ก็บ่อย สร้างแต่ปัญหาที่ไม่ยอมไปกับกูก็เพราะเอือมกูแล้ว”
[เป็กูกูก็ไม่ไปไม่ใช่ว่าเอือมนะแต่ถ้าไปแล้วต้องทำให้คนใดคนหนึ่งน้อยใจหรือมีปัญหาทีหลังกูก็ไม่ไปหรอกสู้ให้เพื่อนพาไปแทนยังจะดีกว่า]
“ไม่ใช่เพราะเอือมหรอ”
[โว๊ะ!ถ้ามันเอือมมึงป่านนี้คงบอกให้เลิกยุ่งไปนานแล้ว]
“นั่นสินะ”ถึงจะพูดแบบนั้นเธอก็ยัติดวนกับความคิดนั้นอยู่
[ที่เขาว่าเวลามีความรักจะเปลียนเป็คนละคนสงสัยจะจริงแฮะ]
“กูไม่ได้เปลี่ยนไปสักหน่อย”
[มึงนั่นแหละตัวดีเมื่อก่อนมึงเป็แบบนี้ซะที่ไหน เอะอะอะไรก็จะใส่เดี่ยวอย่างเดียวพอมีความรักขึ้นมาก็กลายเป็พระเอกในนิยายที่พอนางเอกไม่สนใจก็ทำตัวเป็หมาหงอยคิดห่าอะไรเองไม่ได้ต้องกระตุ้นด้วยหมัดถึงจะคิดเป็]
พอฟังที่ลุคพูดก็ไม่อยากจะยอมรับหรอกแต่ตอนนี้เธอเป็แบบนั้นจริงๆ
[ไอ้ไทม์มันไม่ได้โกรธมึงสักหน่อยที่ไม่ไปด้วยก็เพราะให้พวกมึงสงบสติอารมณ์เพราะถ้าเกิดมันไปพูดอะไรไม่เข้าหูเดี๋ยวจะยุ่งไปกันใหญ่]
“เห้อ~ยากว่ะ”
[ยากเหี้ยไรมึงแค่ไปทักไปคุบกับมัน มันก็ตอบล่ะ]
“นั่นแหละปัญหา”
[โอ๊ยน่อ~ ร้อยวันพันปีไม่เคยป๊อดจะมาป๊อดอะไรป่านนี้คุณน้อง~ ไหนเคยบอกกับแม่เขาว่าจะจีบน้องจะดูแลน้องอย่างดีแล้วนี่อะไร ยังจีบได้ไม่ถึงไหนมึงก็บอกว่ายากแล้ว]
“อย่าซ้ำเติมดิ”
[ไม่ได้ซ้ำแต่ด่ามึงอยู่]ลูซี่ถอนหายใจรอบที่ร้อย พี่น้องบ้านนี้ไม่เคย ให้กำลังใจกันหรอกมีแต่ด่าเท่านั่น แต่ก็นะ มันก็ช่วยให้มีสติเร็วขึ้น
[เลิกฟุ้งซ่านแล้วทักไปหามันซะ!]
“งั้นกูวางก่อน”
[วางทำไมไม่ต้อง]
“อยากเสือกก็บอก”
[เออส่งเสร็จแคปมาด้วย]
ลูซี่ถอนกายใจอีกครั้งก่อนจะกดเข้าแชทนิ้วเรียวพิมพ์ๆ ลบๆ หัวสมองโล่งจนคิดอะไรไม่ออกก่อนจะทำการพิมพ์แล้วส่งไป
[แคปมาด้วยเด้อ]
“เออๆ”ตอบเสร็จก็ทำการแคปส่ง ลุคกดเข้าดูก่อนจะขมวดคิ้วเป็ปมเมื่อได้อ่านข้อความ
[กินข้าวยังเหี้ยไร!!!มันเจ็บก็ควรถามว่าเป็ไงมั่งไม่ใช่ถามเื่กินข้าว!!!!]ลุคะโดังจนเธอต้องเอามือถือออกจากหู
“ก็กูคิดไม่ออกหนิ”
[โอ๊ย~กูจะบ้าตาย!ลบแล้วส่งใหม่]
ลูซี่กดตามที่บอกไม่นานอีกฝ่ายก็ส่งข้อความกลับมา“มึง น้องส่งกลับมาแล้ว”
[ส่งว่า]
ลูซี่แคปส่งให้ลุคเขาพิจารณาอ่านข้อความทีละตัว
ช้ำในนิดหน่อยครับคุณหมอบอกว่าพักสองวันก็ดีขึ้นครับ พร้อมกับรูปถุงยาถุงหนึ่ง
“ส่งว่าไรดี”
[อยากส่งอะไรก็ส่งไปสิ]
ลูซี่นึกคิดอยู่ครู่ก่อนจะกดพิมพ์ลงไป
Lucyxx: ให้พี่ไปรับมั้ยคะ
time 00.00 : ติมขับมาส่งที่บ้านแล้วครับ
“มึง”
[ไร]
“แบบนี้คือน้องกำลังปฏิเสธอยู่ป่ะ”ลูซี่แคปส่งให้คนเป็พี่ดู [ก็น้องมันกลับบ้านแล้วมึงจะไปรับทำเพื่ออะไรล่ะคิดมาก]
นั่นน่ะสิเนาะ
Lucyxx: แล้วกินยายังคะ
time 00.00 : กินเรียบร้อยแล้วครับ
ลูซี่นั่งจ้องข้อความไม่ยอมพิมพ์ต่อคิดแล้วคิดอีกไม่รู้ว่าจะพิมพ์อะไรดี
“มึงมึง!”
[ว่า]
“กูควรทักไปขอนอนเป็เพื่อนน้องดีมั้ย”
[เพื่อ? บ้านตัวเองก็มีมั้ยจะไปนอนบ้านคนอื่นทำไม]
“ก็กูอยากดูแลน้อง”
[ดูแลแต่น้องไม่อยากดูแลพี่ชายมั่งล่ะ]
“ดูแลทำไมโตแล้วก็ดูแลตัวเองดิ”
[เหอะน้องมันก็โตแล้วมันก็ดูแลตัวเองได้เหมือนกันป่ะ]
“ไม่เหมือนเพราะกูชอบน้อง”
[เชอะ!ไอ้คนคลั่งรัก]
“ปัญญาอ่อน”
[เอ้าอีนี่]
สรุปสุดท้ายลูซี่ก็ทักไปหาไทม์จนได้แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้อ่านยิ่งทำให้ใจของเธอร้อนรนเข้าไปอีก
“กูวางก่อนล่ะจะโทรหาน้อง”
[ห๊ะ? โทร-]
ยังไม่ทันทีที่ลุคจะพูดจบลูซี่ก็ชิงตัดสายก่อนจะรีบกดโทรหาเ้าของแชททันที
[ฮัลโหลครับ]
เสียงงัวเงียจากอีกฝั่งของโทรศัพท์ฟังแล้วจั๊กจี้หูจากที่ปกติที่เคยคุยไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน
“พี่โทรมารบกวนรึเปล่าคะ”
[ป่าวครับพอดีผมกินยาไปแล้วมันทำให้ง่วงน่ะครับ]
“แล้วอาการเป็ไงบ้างคะ”
[ดีขึ้นเยอะแล้วครับแต่ยังมีปวดๆ อยู่]
“พี่ขอโทษนะคะทั้งที่สัญญาแล้วแท้ๆ”
[พี่ลูซี่ไม่ได้ผิดสักหน่อยอุบัติเหตุถ้ามันจะเกิดมันก็เกิด เราไปเดาไม่ได้หรอกครับ]
“พี่รู้ค่ะแต่ถึงแบบนั้นพี่ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี”
[เื่ที่ทะเลาะกับพี่ฟาโรห์ด้วยใช่มั้ยครับ]
ดูเหมือนว่าไทม์จะรู้ใช่ เื่นั้นด้วยถึงแม้จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเ้าหมอนั่นสักเท่าไหร่แต่เขาก็ถือว่าเป็รุ่นพี่ของไทม์การที่เธอไปหาเื่เขาแบบนั้นก็ถือว่าผิดอยู่
แต่มันหาเื่ก่อนนะ
[ผมพูดบอกไม่ได้หรอกครับว่าใครผิดใครถูกแต่แค่รู้ว่าพี่ลูซี่มาหาผมก็ดีใจมากแล้วครับ]
[เพราะฉะนั้นพี่ลูซี่เลิกโทษตัวเองได้แล้วนะครับ]
“ก็ได้ค่ะ”
[แล้วก็ที่พี่ลูซี่บอกว่าผมเป็คนของพี่ลูซี่ ผมไม่ได้โกรธนะครับแต่กลับรู้สึกดีใจมากกว่า จะว่าไงดี หาว~ ผมดีใจนะครับ]
คำตอบของเขาทำให้ลูซี่ถึงกับใจฟูอย่างไม่เคยเป็มาก่อนใบหน้าร้อนวูบวาบใจเต้นตึกตักจนแทบจะะเิบ้าน่า อาการแบบนี้มันคืออะไรกันนะ
“จริงหรอคะ”
[ครับ]
เบลล์ที่พึ่งตื่นจากการฟุบหลับด้วยความงัวเงียมองเพื่อนสาวที่กำลังก้มหน้าแถมหน้าของเธอยังแดงระเรื่อราวกับคนกำลังเป็ไข้
“ลูเป็ไร”
ไม่ว่าจะถามหรือเขย่าตัวลูซี่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตอบราวกับว่าเธอหลุดออกจากวงโคจรไปเรียบร้อยแล้วจู่ๆ ลูซี่ก็เงยหน้าขึ้นกระทันหันทำให้เบลล์สะดุ้งเฮือกกับอากัปกิริยาของเพื่อนสาว
“ไทม์”
[ครับ]
“พี่รักหนูนะ”
[ครับเอ๊ะ? เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับ]
“พี่รักหนูนะคะรักหนูคนเดียว”
[พะ-พี่ลูซี่อ่า]ดูเหมือนว่าอีกคนจะเขิน และดูจะเขินมากด้วย ฟังจากเสียงพลิกตัวไปมาก็รู้
“นอนพักเถอะค่ะพี่ไม่กวนแล้ว ฝันดีนะคะ”
[ครับฮือออออ]
วางสายเสร็จมุมปากก็ยกยิ้มอย่างพอใจแต่ใบหน้าสวยยังคงแดงระเรื่ออยู่ให้พอเห็นเบลล์นั่งมองเพื่อนสาวที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอิ่มเอิบ “ยิ้มไรอ่ะลู”
“ก็แค่มีเื่ดีๆเกิดขึ้นน่ะ”