“…!!! ...” ฉันรีบเปิดประตูทันทีเพราะ้าคำตอบว่าใครกันที่นั่งอยู่ในรถแต่พอก้มลงไปมองเท่านั้นแหละฉันก็ต้องใสะตั้นไปหลายวินาทีเลย นี่มัน...
ณ ห้างสรรพสินค้า ดิโอน่า พาราไดซ์
ร้านอาหารสไตล์อเมริกัน
ฉันนั่งมองกองูเาอาหารที่ไอ้พี่แบล็คมันเป็คนตักมาใส่จานฉันเอา ๆ โดยไม่สนใจเลยว่าฉันจะกินหมดหรือกินทันที่เขาตักมาให้ไหม
ใช่คะ! ตอนนี้ฉันกำลังนั่งรับประทานอาหารกับไอ้พี่แบล็คไม่พอยังมีพี่โลคามาด้วย กรี๊ดดดดดด ยัยด้าแอบมากระซิบบอกฉันว่าเธอเป็คนชวนพี่โลคาออกมาทานอาหาร นางเลยอุส่ามาชวนฉันด้วยเพราะนางรู้ว่าฉันนั้นชอบพี่โลคา
แต่ดันนนน!!! มีไอ้พี่แบล็คอยู่ด้วยพอดีพี่เขาเลยขอมาทานอาหารด้วยกันเพราะได้ยินว่าฉันจะมาด้วยเห็นยัยด้าว่ามางี้เลยทำให้ตอนนี้ไอ้พี่แบล็คมันถึงได้มานั่งอยู่ด้วยกันนี่ไง!
“เลิกตักให้ฉันสักทีดิ๊! ไอ้พี่บ้าฉันจะกินไม่ทันอยู่แล้วโว๊ย!” ฉันใช้มือปลองปากหันไปพูดกัดฟันกับไอ้พี่แบล็คด้วยเสียงเบา ๆ ฉันนั่งข้างพี่แบล็คส่วนยัยด้านั่งข้างพี่โลคา โชคดีที่พี่เขาไม่ได้สนใจเราสองคนสักเท่าไหร่
“แดก ๆ เข้าไปเถอะน่า ตัวก็นิดเดียวไม่รู้แดกหรือดมตัวถึงได้ไม่โตสักที” คำว่า ‘โต’ ของพี่เขาดันใช้สายตามองมาที่หน้าอกของฉันอย่างดูถูกจนยัยด้าหลุดขำออกมาเฉย ฉันเลยหันไปมองมันด้วยสายตาโมโหแทน
หน๋อยไอ้พี่บ้าค่อยดูนะถ้าพี่โลคาไม่มาด้วยฉันคงได้มีเตะยอดหน้าไอ้พี่แบล็คไปแล้ว ต้องครีปลุคเป็สาวอ่อนโยนท่องไว้ยัยเลเน่!
เฮ้อ...ฉันถอนหายใจก่อนจะหันกลับมามองอาหารตรงหน้าต่อแต่สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับสายตานิ่ง ๆ ของคนข้างหน้าเข้าคือว่าฉันนั่งฝั่งตรงข้ามกับพี่โลคาและตอนนี้พี่เขากำลังมองฉันอยู่แต่เพียงแค่แว๊บเดี๋ยวเท่านั้นนะ เล่นเอาฉันเขินไปหมดเลย ><’
“พี่คาค่ะตักอันนี้ให้ด้าหน่อยสิด้าตักไม่ถึงอะ” เสียงเล็ก ๆ ของยัยด้าเอ่ยดังขึ้นเมื่อเธอตักสปาเก็ตตี้ไม่ถึง ฉันมองพี่โลคาที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแต่การกระทำของพี่เขาก็คือพี่เขาเอื้อมมือมายกจานสปาเก็ตตี้สลับกับอีกจานให้พอดีกับยัยด้านางจะได้ตักถึง ใจฉันกระตุกเล็กน้อยแต่ฉันก็พยายามไม่คิดอะไรไปมากกว่านี้ คงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดหรอกยัยด้าเป็เพื่อนรักฉันนะทำไมฉันถึงต้องรู้สึกตะงิดใจกับท่าทางของเธอด้วยเนี่ย เลิกคิดเลิกคิด!
และแล้วการทานอาหารก็ผ่านพ้นไปด้วยดี (มั้ง) ไม่รู้สิทำไมฉันถึงได้รู้สึกหรือคิดไม่ดีกับยัยด้ายังไงไม่รู้เหมือนยัยด้าให้ฉันมาดูเธอสวีทกับพี่โลคามากกว่าเหมือนเธอจะจับคู่แบบว่าฉันกับพี่แบล็คส่วนเธอก็กับพี่โลคางี้ แต่คงไม่ใช่หรอกฉันคงคิดมากไปเอง
ยัยด้านางก็รู้ว่าฉันชอบพี่โลคานางไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกจริงไหมละ ฉันรีบสะบัดความคิดไม่ดีออกจากหัวไปแล้วเดินตามพวกเขาต่อ ยัยด้าตอนนี้กำลังเดินเกาะแขนพี่โลคาโดยเดินนำเราสองคนอยู่ส่วนฉันกับพี่แบล็คก็กำลังเดินตามหลังพวกพี่เขาแทน
“หึ” อยู่ดี ๆ ไอ้พี่บ้าข้างฉันก็เกิดเป็บ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ที่หัวเราะขึ้นมาพร้อมกับใช้สายตามองไปยังพี่โลคากับยัยด้าแถมสายตาที่พี่เขาใช้มองมันไม่โอเคสักเท่าไหร่สำหรับการที่พี่เขามองเพื่อนฉันด้วยสายตาแบบนั้น
“หัวเราะไรของพี่ ผีอะไรเข้าสิงละนั้น” พี่แบล็คหันมามองฉันพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างโมโหที่ฉันดันไปด่าเขาว่าเป็บ้าเป็บอเข้า ก็ใครใช้ให้พี่เขามามองเพื่อนฉันด้วยสายตาแย่ ๆ แบบนั้นละ
“ไม่มีเพื่อนที่ดีกว่านี้ให้มึงเลือกคบแล้วเหรอ?” ฉันมองพี่แบล็คอย่างไม่เข้าใจว่าเขา้าจะสื่อความหมายอะไรออกมา
“พี่หมายความว่าไง?” ฉันถามเขาออกไปอย่างสงสัยว่าทำไมเขาจะต้องมาพูดแบบนี้ด้วย ถึงจะเป็คนที่ฉันสนิทมากอย่างพี่แบล็คฉันก็ไม่ชอบหรอกนะที่เขาจะมาด่าเพื่อนรักของฉัน
“ถ้าไม่โง่ก็น่าจะดูออก...แต่มึงมันเสือกโง่นี่นะสิปัญหา”
“เอ๊ะ! -*- ไอ้พี่บ้านี่!”
“มีอะไรกันหรือเปล่าเน่” สองคนข้างหน้าหยุดเดินแล้วหันมามองเราสองคนที่คล้ายกับกำลังจะเปิดศึกทะเลาะกันเพราะฉันและพี่แบล็คพูดกันเสียงดังมาก ก็ใครใช้ให้พี่เขาอยู่ดี ๆ ก็มาด่าฉันว่าโง่เฉยละ นิสัยเสียจริง ๆ
ถ้าไม่ติดว่าพี่โลคากำลังมองอยู่นะฉันจะจัดการด่าน้ำไหลไฟแล็บใส่ไอ้พี่บ้านี่แล้ว หึ่ย!
“ไม่มีอะไรหรอกด้า” นางด้าพยักหน้าให้ฉันเสร็จก็เดินเกาะแขนพี่โลคาต่อส่วนฉันก็หันไปมองพี่แบล็คอย่างโมโหแล้วดูพี่เขาสิดันมาแลบลิ้นใส่ฉันเพราะเห็นว่าฉันสู้ไม่ได้และกำลังครีปลุคเป็สาวน้อยน่ารักอยู่ ได้ทีแกล้งฉันใหญ่เลย
เราทั้งสี่คนเดินเล่นเรื่อยเปื่อยดูนู้นดูนี้กันจนล่วงเลยเวลาดึกพอประมาณแล้วไม่สิดึกมาก -*- เพราะทางห้างกำลังประกาศว่าใกล้จะปิดทำการในอีก 15 นาทีนี้แล้ว อืม...เดินมานานพอสมควรเลยแฮะ แต่ฉันกับพี่โลคาก็ไม่มีอะไรคืบหน้ากันเลยสักนิด ฉันไม่มีโอกาสได้คุยกับพี่เขาเลย
ส่วนพี่เขาเอาแต่เงียบและพูดน้อยสุด ๆ ส่วนฉันนะเหรอสายคุยมากฉันคุยกับยัยด้าเสียงแจ๋วและยังมีทะเลาะกับไอ้พี่แบล็คด้วยนิดหน่อย ส่วนมากพี่โลคาจะคุยกับยัยด้าไม่ก็พี่แบล็คซะส่วนใหญ่ แต่กับฉันพี่เขาไม่พูดะไรด้วยเลยสักคำ มันน่าน้อยใจจัง T^T
ฉันก็ชวนพี่เขาคุยนะแต่พี่เขาก็ไม่ค่อยตอบอะไรกลับมาเลยนะสิ จนไม่นานยัยด้าก็เข้ามาเปลี่ยนเื่คุยแทนคงเพราะเธอเห็นละมั้งว่าพี่โลคาไม่ตอบอะไรฉันเลยเสียใจวุ้ยยย เฮ้อออ
“ไอ้คากูฝากมึงไปส่งยัยนี่ด้วยละกัน” หลังจากที่เราทั้งสี่คนเดินมาถึงที่จอดรถของห้างไอ้พี่แบล็คก็ฝากฝังให้พี่โลคาไปส่งฉันด้วย ฉันกำลังจะหันไปถามว่าพี่แบล็คมันจะไปไหนก็ไม่ทันซะละเพราะมันวิ่งออกไปแล้วนะสิ แต่ยังดีที่รู้งานนะ คิคิ
“แต่ทางกลับบ้านของเน่กับทางกลับบ้านของฉันกับพี่คามันคนละทางกันเลยนะยัยเน่” ยัยด้าที่เงียบมานานพูดขึ้นหลังจากที่พี่แบล็ควิ่งออกไปได้ไม่นาน จริงอย่างที่ยัยด้าบอกเห็นว่าบ้านพวกเขาอยู่ติดกันเลย แง้ เสียดายจัง
“งั้นเดี๋ยวฉันกลับเองก็ได้ ขอบใจมานะแกที่พามาเลี้ยงข้าว” ฉันยิ้มให้นางด้าก่อนจะยกมือไหว้ที่โลคาที่ยืนเงียบฟังเราสองคนพูดคุยกัน ฉันบอกลามันเสร็จก็เดินออกไปจากตรงนี้
อืม...น่าจะพอมีรถผ่านอยู่นะเวลานี้รถเมย์คงยังไม่หมดระยะหรอกมั้ง จะขึ้นแท็กซี่กลับก็ไม่ได้มีหวังโดนนายแม่ด่าหูฉีกแน่ ๆ แม่ฉันขี้งกจะตายไป
“ทางเดินไปป้ายรถเมย์ทำไมมันน่ากลัวชะมัดมืดอะไรขนาดนี้เนี่ย” หลังจากที่ไปสอบถามพี่ยามว่าป้ายรถเมย์อยู่ตรงไหนพี่เขาก็บอกให้เดินตรงไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอเองแต่ฉันเดินมานานพอควรแล้วนะยังไม่เห็นป้ายสักป้ายเลย
จนกระทั้ง...
“น้องจ๊ะ จะปายหนายจ๊ะคนสวย” ระหว่างที่ฉันกำลังเดินผ่านซอยหมู่บ้านที่ค่อนข้างมืดและเปลี่ยวมากก็มีลุงรูปร่างท่วม ๆ สองคนเดินเข้ามาทางฉันพร้อมกับในมือกำลังถือขวดเหล้าขาวอยู่ หน้าของพวกลุงตอนนี้แดงมากและมีการยิ้มกรุบกริมมองมาทางฉันด้วย
“อย่ามายุ่งกับฉัน!” ฉันพยายามเดินหลบเดินหนีพวกมันแต่ก็ไม่เป็ผลเมื่อพวกมันสองคนเดินมาดักหน้าดักหลังฉันไว้ ใจฉันตอนนี้เริ่มมีอาการกระตุกสั่นคล้ายกับคนกำลังใจวูบขวัญหาย ฉันกลัวมากเกิดมายังไม่เคยต้องมาเจอสถานการณ์อะไรแบบนี้เลย รู้แบบนี้น่าจะขึ้นแท็กซี่ไปแล้วยอมโดนแม่ด่าดีกว่าต้องมาเจออะไรแบบนี้ซะอีก
“อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า น้องมีเงินเรียนหนังสือไหมจ๊ะ ถ้าไม่มีพี่เลี้ยงหนูได้น๊า”
“วิ้ววววว ป๋าจังวะ ไอ้พล!” หลังจากลุงอีกคนพูดจบเสียงโหแซวก็ดังมาจากทางด้านหลังของฉัน โตเป็ควายขนาดนี้แล้วยังจะมาทำตัวลุมล่ามกับเด็กรุ่นราวคร่าวลูกแบบฉันอีก ดูจากสภาพแล้วคงเมาหนักมาก ฉันจะออกจากเหตุการณ์บ้า ๆ นี้ยังไงดีเนี่ย
“นี่ลุงอยู่จนแก่จะลงโลงอยู่แล้วยังจะมาทำตัวรกโลกรกสังคมแบบนี้อีกเหรอ ถ้าเมามากหนักก็กับไปวิ๊ววิ้วกับเมียของพวกแกไป!” ฉันว่าจบก็หมายจะเดินไปอีกทางแต่ก็โดนมือใหญ่นั้นเข้ามาฉุดกระชากซะก่อนแถมมันยังรุนแรงซะจนฉันคิดว่าข้อมือจะหลุดออกจากแขนแล้ว
“หน๋อยอีเด็กนี่ ปากดีนักนะมึง!” มันกระชากฉันให้หันไปหามันพร้อมกับง้างมือขึ้นหมายจะตบลงมาบนใบหน้าของฉัน ฉันที่เห็นแบบนั้นก็เกิดใจกระตุกวูบไปด้วยความกลัวจนเผลอหลับตารอรับแรงกระแทกอัตโนมัติภายในใจก็พลางคิดว่าขนาดพ่อฉันยังไม่เคยตบแล้วพวกนนี้มันเป็ใครทำไมมันถึงได้กล้าตบฉันกัน
“เอ๊ะ” ฉันร้องใออกมาเมื่อรู้สึกว่าโดนกระชากแขนอย่างแรง เอ...เดี๋ยวนะทำไมฉันกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรที่ใบหน้าเลยละ พวกมันไม่ได้ตบฉันงั้นเหรอ?
“พะ....พี่โลคา!” ฉันมองแผนหลังที่คุ้นชินก่อนจะพึมพำถึงชื่อคนที่ไม่น่าจะเป็ไปได้ออกมา ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมตอนนี้ฉันเห็นผู้ชายตรงหน้ากำลังยืนหันหลังให้ฉันอยู่ ซึ่งลักษณะของเขาคนนี้คล้ายกับพี่โลคามาก เป็แผนหลังที่ฉันมักจะแอบมองพี่เขาจากมุมข้างหลังแบบนี้อยู่เสมอ
จนในที่สุดเขาคนนี้ก็หันมาเพียงเสี่ยวหน้าเพื่อมองฉันที่ยื่นสั่นเกาะชายเสื้อของเขาอยู่ทางด้านหลังนั้นจึงทำให้ฉันเห็นว่าเขาคนนี้คือ พี่โลคา จริง ๆ ด้วย พะ...พี่เขามาได้ไง พี่เขาไม่ได้ไปส่งยัยด้าหรอกเหรอ เพราะระยะทางบ้านยัยด้าก็ไกลจากห้างนี้พอสำควรเลยนะ
“มึงมายุ่งอะไรวะไอ้หนุ่มผัวเมียเขาทะเลาะกันอย่าเสือก!” กรี๊ดใครเขาเป็เมียลุงแกวะไอ้ทุเรศนี่
“อีกสามนาที” พี่โลคาไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้นอกจากคำว่า อีกสามนาที แต่เขาหมายความว่าไงอีกสามนาทีมันจะทำไมกันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเหตุการณ์ตอนนี้ด้วยเนี่ย
“สามนาทีอะไรของมึง! หลบไปถ้าไม่อยากตาย!”
“ว้าย!” ฉันร้องใออกมาเมื่อไอ้ลุงอีกคนมันหยิบมีดที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงของมันออกมาส่วนอีกคนก็นอนสลบเพราะความเมาไปแล้วซึ่งลุงอีกคนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ เอาละเลิกสนใจไอ้ลุงที่มันนอนอยู่ก่อน ตอนนี้มันดันเกิดเื่ใหญ่กว่าแล้ว!
“หึ” เดี๋ยวนะ! พี่เขายังจะมามีอารมณ์ขันอะไรตอนนี้เนี่ย มันควรเป็เวลาวิ่งหนีไหมไม่ใช่มายื่นขำอะไรแบบนี้ ถ้าเป็ไอ้พี่แบล็คฉันยังพอไว้วางใจได้ว่าไอ้พี่แบล็คมันจะต้องสู้ได้แน่แต่นี่มันพี่โลคาเลยนะซึ่งพี่เขาวัน ๆ ก็อยู่แต่ห้องแล็ปและสภาพพี่เขาคือเด็กเรียน พี่เขาจะมาสู้กับไอ้พวกคนแบบนี้ได้ยังไงกันเล่า
ไม่ได้การละฉันต้องทำอะไรสักอย่าง! จริงสิ อีกคนมันหลับไปแล้วนี่ตอนนี้เหลือมันคนเดี๋ยวเพราะงั้นก็หนีสิรอไร
“พี่โลคา!” ฉันกำลังจะคว้าข้อมือพี่เขาเพื่อพาวิ่งหนีแท้ ๆ แต่เ้าตัวกลับเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเข้าไปหาตาลุงนั้นด้วยท่าทางชิลแทน พี่เขาเป็บ้าอะไรเนี่ยมันใช่เวลามาเก๊กหล่อไหม มาลงมาล้วงกระเป๋าในขณะที่อีกคนกำลังปัดป่ายมีดไปมาตรงหน้าพี่เขานี่นะ!
“เดี๋ยวกูจะทำให้หน้าหล่อ ๆ ของมึงหมดหล่อเลยค่อยดู!” ว่าจบตาลุงนั้นก็พุ่งเข้ามาหาพี่โลคาอย่างไว ส่วนพี่เขาก็ยังชิลได้โล่อยู่เหมือนเดิม
“พี่โลคาระวัง! กรี๊ดด!” ฉันร้องออกมาด้วยความใและเผลอยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาตัวเองเพราะไม่กล้าพอที่จะมองเหตุการณ์ตรงหน้า ฉันเป็พวกกลัวเืมากร่างกายมันเลยขยับไปเอง
“โอ๊ยยยย ๆ ๆ ๆ ปล่อยกูสิวะ!” นี่มันไม่ใช่เสียงของพี่โลคานิ
“…!!! ...” ฉันค่อย ๆ เลื่อนมืออกจากใบหน้าและลืมตาดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าที่ละข้างก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความใ พี่โลคาจับเข้าที่ข้อมือของตาลุงนั้นเป็ข้างที่ถือมีดอยู่ พี่เขาบิดข้อมือมันอย่างแรงจนตาลุงนั้นส่งเสียงร้องอย่างที่ฉันกำลังได้ยิน คนฟังอย่างฉันยังพอจะรู้เลยว่ามันคงเจ็บมาก ไม่ถึงนาทีมีดในมือตาลุงก็ตกลงที่พื้น
พี่โลคาจัดการหมุนแขนตาลุงนั้นให้ไปไขว่หลังไว้และดันตาลุงนั้นให้นอนลงกับพื้นปูนอย่างแรงพร้อมกับใช้เข่ากดไปที่แขนซ้ำอีกรอบจนตาลุงถึงกับร้องด้วยความเ็ปซึ่งรอบนี้ลุงแกร้องแบบทรมานมาก
“ทะ...เท่ห์จัง” ฉันอยากจะตบปากตัวเองจริง ๆ ที่เผลอพึมพำออกมาว่าเขาเท่ห์กับในสถานการณ์แบบนี้ แต่ทำไงได้ก็พี่เขาเท่ห์มากจริง ๆ ฉันไม่คิดว่าเด็กเรียนเก่งที่เป็หน้าเป็ตาเป็หัวกะทิของมหาลัยจะสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย มันเป็เื่ที่ทำให้ฉันแปลกใจอยู่สักพักเลย
ไม่นานเสียงไซเรนของรถตำตรวจก็ดังขึ้นจากไกล ๆ ตาลุงเกิดอาการเลิกลักดิ้นไปมาที่พื้นปูนพร้อมกับะโด่าทอพี่โลคาให้ปล่อยแก
“ก็บอกแล้วว่าอีกสามนาที” พี่โลคาพูดเสียงไม่ดังและไม่เบาพอให้ฉันและตาลุงนั้นได้ยิน ฉันก็เข้าใจในทันทีว่าพี่เขาจะสื่อความหมายว่าอะไร พี่เขาคงจะหมายถึงให้ตาลุงนั้นหนีภายในสามนาทีสินะ ทำไมพี่เขาถึงได้ดูมั่นใจจังว่าตำตรวจจะมาในสามนาที แต่ถ้ามองจากตาเปล่าและกะเวลาเอาั้แ่ที่พี่เขาเริ่มพูดจนถึงตอนนี้ก็ประจวบเหมาะพอที่จะใกล้ถึงสามนาทีนะ
“สาม” เสียงไซเรนของรถตำตรวจเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงของพี่โลคาที่เริ่มนับถอยหลัง พี่เขาลุกขึ้นจากตัวตาลุงนั้นพร้อมกับกอดอกยืนมองตาลุงที่กุรีกุจอยันตัวท่วม ๆ นั้นลุกขึ้นด้วยความยากเย็น
“สอง” ตาลุงรีบยันตัวลุกขึ้นและวิ่งออกไปจากตรงนี้โดยแกวิ่งเข้าตรอกซอกซอยที่ลับตาคนและมืดมากไป ส่วนพี่โลคาเพียงแค่มองตามไม่ได้จะมีท่าทีจะวิ่งตามเลยสักนิด
“หนึ่ง” เสียงไซเรนและเสียงเบรกของรถมาหยุดอยู่ตรงหน้าของพวกเราสองคนแสงวิบวับสาดส่องเข้าตาฉันจนต้องยกมือขึ้นมาอังบังแสงของรถตำตรวจไว้ เหล่าตำตรวจในชุดเครื่องแบบจัดเต็มลงมาจากรถอย่างไวและวิ่งเข้าไปคุยอะไรกับพี่โลคาสักอย่างที่ฉันไม่ได้ยินและไม่สามารถอ่านปากได้
เพราะคุณตำตรวจพูดไวมากไม่นานพี่โลคาก็พยักหน้าไปทางเดียวกับที่ตาลุงนั้นวิ่งหนีหายไปเหล่าตำตรวจอีกสองคนก็รีบวิ่งไปทางนั้นทันที เหลือเพียงแค่ฉันกับพี่โลคาและตำตรวจอีกนายที่กำลังแบกร่างตาลุงอีกคนที่หลับไม่ได้สติอยู่ขึ้นหลังรถกะบะไป
“เอ่อ...คือ ขอบคุณที่ช่วยหนูนะคะพี่โลคา” ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนรถของพี่โลคาได้สักพักแล้วเพราะตอนแรกพี่เขาต้องไปคุยอะไรสักอย่างกับคุณตำตรวจน่าจะให้ปากคำละมั้ง พี่เขาเลยใช้ภาษากายโดยการพยักหน้าให้ฉันไปขึ้นรถรอก่อน แน่นอนว่าฉันก็ทำตัวว่านอนสอนง่ายทันที
จนเมื่อกี้นี้แหละที่พี่เขาพึ่งจะขึ้นรถมาฉันเลยเอ่ยขอบคุณเข้าออกไปด้วยใจที่เต้นระรัว
“…” พี่เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่กลับส่งมือถือของพี่เขามาให้ฉันแทน นี่อย่าบอกนะว่า...กรี๊ดดด พี่เขาจะขอเบอร์ฉันใช่ไหม ฉันจึงรีบรับมือถือของพี่เขาด้วยรอยยิ้มที่คล้ายกับคนบ้า
“เอ่อ...” แต่พอก้มมองลงไปที่มือถือเท่านั้นแหละก็ถึงกลับพูดอะไรไม่ออก นั้นก็เป็เพราะว่าพี่เขาไม่ได้จะขอเบอร์ฉันแต่พี่เขากลับเข้าแอปแผนที่เอาไว้ซึ่งหมายความว่าพี่เขาจะให้ฉันปักมุดไงว่าจะให้ไปส่งที่ไหน T^T หน้าแตกกกกกกก!!! ไอ้เราก็อุส่าดีใจคิดว่าพี่เขาจะขอเบอร์ขอไลน์แต่ที่ไหนได้ หึ่ยย!!
“นี่คะ” ฉันจำใจยื่นมือถือส่งกลับไปอย่างเอื่อยเชื่อย ส่วนพี่เขาเพียงแค่ปรายตามองฉันแค่แว็บเดียว แว็บเดียวเท่านั้นก็หันกลับไปสตาร์ทรถและขับออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ทันทีเลย
ตลอดหลายนาทีไม่มีเสียงพูดคุยกันในรถแม้แต่คำเดียว เสียงเพลงก็ไม่มี มีเพียงเสียงแอร์รถที่กำลังทำงานอยู่และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ ของพี่เขาเท่านั้นที่ฉันกำลังนั่งดมด้วยความหอมอย่างกับคนโรคจิต
“ละ...แล้วยัยด้าละคะพี่โลคา” ฉันเป็คนร่าเริงและเป็คนคุยเก่งมากแต่พอต้องมาอยู่กับคนที่แอบชอบมันก็กลับคิดอะไรไม่ออกว่าจะชวนคุยอะไรดี เชื่อเลยว่าหลายคนก็คงเคยเป็กันที่แบบว่าอยู่กับคนอื่นคุยจ่อแต่พออยู่กับคนที่แอบชอบมาเป็ปี ๆ กลับนึกเื่ที่จะคุยไม่ออก
“กลับไปแล้ว”
“อ่อคะ” เพราะความตื่นเต้นเกินเหตุและไม่คิดว่าพี่เขาจะตอบกลับมา ตอนแรกฉันทำใจแล้วนะว่าพี่เขาคงเงียบไม่ตอบแต่พอเหตุการณ์กลับตาละปัตแบบนี้มันเลยยิ่งทำให้ฉันประมาทจนเผลอจบบทสนทนาดื้อ ๆ ไปเลย ทั้งที่มีโอกาศคุยมากกว่านี้แล้วแท้ ๆ ยัยเลเน่ยัยบ้า!
แน่นอนว่าทุกอย่างกลับมาเงียบอีกครั้ง...
แต่แล้วฉันก็คิดอะไรบ้างอย่างออก ในเมื่อตอนนี้เราอยู่กันสองคนฟ้าคงมีตาเปิดโอกาศนี้ให้ฉันได้ลองสารภาพความในใจที่เก็บมานานหลายปีแน่
ใช่แล้ว! ฉันต้องสารภาพรักกับพี่เขาสิ แต่...ฉันก็อายเหมือนกันนะเอาไงดี ใกล้จะถึงบ้านแล้วซะด้วยสิ
นี่มันโอกาศเดียวของแกเลยนะยัยเลเน่ แกคิดเหรอว่าจะมีโอกาศอื่นที่จะทำให้ฉันกับพี่เขามาอยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้
เอาวะ เป็ไงเป็กัน
“พี่โลคาคะ”
“…”
“คือว่า หนูชอบพี่คะ!” ฉัน พูด ออก ไป แล้ว!!! กรี๊ด หลังจากพูดจบฉันก็นั่งบิดไปมาด้วยความเขินอายพร้อมกับหันหน้ามองไปทางอื่นอย่างเขิน ๆ
จนผ่านไปหลายวินาที...พี่เขาก็ยังคงเงียบอยู่เหมือนเดิม
“ผมไม่ได้ชอบคุณ” เพล้ง! ไม่ใช่เสียงแก้วที่ไหนแตกแต่เป็เสียงหน้าฉันเนี่ยที่แตก T^T ฮือ ทำไมกันล่ะ! ฉันก็ออกจะสวยและน่ารักนิสัยดีดุจนางฟ้ามาเกิดทำไมพี่เขาถึงไม่ชอบฉันกัน!
“แต่พี่โลคาคะ...”
“ถึงบ้านคุณแล้ว” ฉันกำลังจะหันไปบอกพี่เขาว่าฉันแอบชอบมานานมากแค่ไหน แต่แล้วก็โดนคนข้าง ๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับรถที่หยุดจอดสนิท บ้าที่สุด!
“ต่อให้พี่ไม่ชอบหนู แต่หนูชอบพี่คะ! ไม่ว่ายังไงหนูก็จะทำให้พี่ชอบหนูให้ได้! ขอบคุณนะคะที่มาส่งหนู” ฉันพูดด้วยความรวดเร็วและโมโหนิดหน่อยพร้อมกับเปิดประตูรถออกไปและไม่ลืมที่จะพูดขอบคุณพี่เขา
“เดี๋ยว” ในขณะที่ฉันกำลังจะปิดประตูรถด้วยความโมโหที่โดนขัดใจเสียงทุ้มของพี่โลคาก็พูดขึ้น จากอารมณ์โมโหในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนเป็ว่าตอนนี้ฉันกำลังยืนยิ้มหน้าบานแทน นี่อย่าบอกนะว่าพี่เขาจะเปลี่ยนใจมาตกลงคบกับฉันอะ ตาย ๆ ฉันขอเวลาเตรียมใจแป๊บ กรี๊ดด >////<
“ถ้าคุณไม่มีเงินซื้อชุดนักศึกษาใหม่ คุณก็ควรหาตัวที่มันยาวและไม่รัดรูปมาใส่แทนนะ” นั้นเป็ประโยคที่ยาวที่สุดที่ฉันได้เคยยิน แน่นอนว่าฉันยืนนิ่งจิตใจหลุดลอยโดยไม่รู้ตัวเลยว่าพี่เขาได้ขับรถออกไปตอนไหนแล้ว นอกจากจะไม่ได้คำตอบที่้าแล้ว ยังจะได้คำด่าแบบนุ่มนวลอ้อมโลกนั้นมาอีก
นี่พี่เขาหาว่าฉันไม่มีเงินซื้อชุดนักศึกษาใหม่งั้นเหรอ! แล้วชุดฉันมันทำไมกันก็ไม่ได้รัดรูปขนาดนั้นนิก็แค่พอดีตัวและกระโปรงทรงเอที่สั้นนิดหน่อยแค่นั้นเอง ยาว 16 มีผ่าหน้าแค่นี้เองไม่เห็นจะโป๊ตรงไหนเลย! ดูอากาศเมืองไทยด้วยร้อนจะตายชักใครเขาจะไปใส่ยาว ๆ กันละ
“หนูไม่ยอมแพ้แน่! หนูจะต้องทำให้พี่หลงหนูจนหัวปักหัวปำให้ได้ค่อยดูสิ!”
- - - - - - - - - -
ความนางเอกสายรุกอ่าเนอะ ใจเย็นนะนุ้งเลเน่ 55555555
.
.
.
ปล.รอบนี้อาจจะมีคำผิดอยู่บ้างนะคะ เนื่องจากเนื้อหาที่หยกลงจะเป็เนื้อหาที่ยังไม่ได้ส่งพิสูจน์กับรีไรท์เองเพราะงั้นอีบุ๊ก (ยังไม่วางขาย) เื่นี้กับรายตอนที่กำลังลงให้อ่านฟรีจะมีความแตกต่างกันมาก ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยน้า
- - - - - - - - - -
นิยาย Set 'เ้าพ่อ' มีทั้งหมด 4 เื่ 4 คน
เื่แรก เ้าพ่ออสูร (คู่อาชากับลินา)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzMDg2MyI7fQ
เื่ที่สอง เ้าพ่ออิทธิพล (คู่เคียร์กับสร้อย)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzNDUyMiI7fQ
เื่ที่สาม เ้าพ่อเพชฌฆาต (คู่ดีไวน์กับเทียน)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzODk2OCI7fQ
เื่สุดท้าย เ้าพ่อนักซิ่ง (คู่เทนชิกับบุญ)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE0MjQ4OCI7fQ
สามารถสั่งซื้อได้จากเว็บ MEB โดยการพิมพ์ค้นหาชื่อเื่ หรือ นามปากกาของหยกก็ได้จ้า
หรือใครไม่สะดวกเว็บ MEB ใน ธัญวลัย , Fictionlog , Hongsamut หยกก็ลงขายเช่นกันน้า (แต่ราคาจะต่างจากใน MEB น้า)