เมื่อทั้งสองกินอิ่มแล้วก็เก็บถ้วยชามไปล้างทำความสะอาด และนั่งเล่นพูดคุยกันต่อ ก่อนที่จะอาบน้ำเข้านอนใน่ 3 ทุ่มตรง
่นี้หลิงเฟยกับสามียังคงแวะเวียนไปดูสองสาวที่ร้านต็อกบกกีอยู่เสมอ เพียงแต่เธอไม่ได้เข้าไปวุ่นวายอะไรนอกจากเข้ามาในครัวเตรียมของใส่ตู้แช่เอาไว้ให้ทุกสามวัน ส่วนเงินที่ขายได้รายวันนั้นเธอให้เป่าหนิงเก็บเอาไว้ เมื่อไหร่ที่เข้ามาเติมของในครัวเธอจะมารับและตรวจบัญชีด้วย
” ยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลยนะ “ หลิงเฟยเอ่ยขึ้น
“ เพราะมีข่าวว่าจะมีการสอบเกาเข่าค่ะเถ้าแก่เนี้ย “ ถังเหมยเอ่ยบอก
” งั้นหรอ “ หลิงเฟยตอบรับเธอไม่ได้สนใจการสอบอะไรนั่นเพราะไม่คิดที่จะเรียนต่ออยู่แล้ว
“ วันนี้สิ้นเดือนพอดี งั้นเดี๋ยวรับเงินเดือนกันเลยนะ “ หลิงเฟยเอ่ยบอกก่อนจะเตรียมเงินเดือนของทั้งสองสาวเอาไว้ให้ เพราะวันนี้เป็วันที่ 30 เมษายนแล้ว
ส่วนร้านหม้อไฟของเธอก็เปิดขายมาั้แ่ต้นเดือน ยอดขายรายวันได้เยอะพอสมควร แต่ก็มีบ้างที่ยอดขายลดลง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะเธอไม่ได้ลงทุนอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็ข้างของเครื่องใช้หรือวัตถุดิบในร้านทั้งหมดก็เอามาจากในมิติทั้งสิ้น โดยที่เธอให้สามีนำมาส่งให้ที่ร้านทุกสามวัน
กิจการทั้งสองแห่งก็เข้าที่เข้าทางดีเพราะคนงานทั้งหมดต่างช่วยเหลือกันดี จึงไม่มีปัญหาอะไรให้เธอต้องหนักใจ
“ ภรรยา เสร็จงานหรือยังครับ “
“ คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ “
“ พอดีผมเจอคนรู้จักน่ะครับ บอกว่าพี่สะใภ้มาคลอดลูกที่โรงพยาบาลผมก็เลยอยากจะชวนคุณไปเยี่ยมพวกเขาหน่อย “
” รอเดี๋ยวนะคะ ฉันขอจ่ายเงินเดือนให้คนงานทั้งสองร้านก่อน “
“ ครับ “
ทั้งสองมาที่โรงพยาบาลที่อยู่ไม่ห่างจากร้านนัก เมื่อมาถึงก็เจอกับพี่ใหญ่อย่างหยวนซ่งที่กำลังป้อนน้ำแกงบำรุงร่างกายให้ตู้เสี่ยวชิงอยู่
“ พวกเธอมาได้ยังไง “ หยวนซ่งเอ่ยถามน้องชายและน้องสะใภ้อย่างดีใจ
“ พวกเราได้ข่าวมาครับก็เลยแวะมาเยี่ยมหลานหน่อย ”
“ นี่เป็ผลไม้อย่างดีพี่สะใภ้เอาไว้บำรุงร่างกายนะคะ “ หลิงเฟยถือตะกร้าผลไม้มาส่งให้ตู้เสี่ยวชิง
“ ขอบคุณมากนะน้องสะใภ้ ถ้าไม่ได้เงินที่เธอให้ไว้ เราคงไม่ได้มาคลอดลูกที่นี่ “ หยวนซ่งเอ่ยขึ้นอย่างซาบซึ้งใจ เพราะการคลอดในโรงพยาบาลในเมืองเช่นนี้ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 10 หยวน
“ ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเต็มใจ “ หลิงเฟยเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ด้วย
“ แล้วนี่พี่มาเฝ้าคนเดียวหรอครับ “ หยวนเซียวเอ่ยถาม
“ พ่อกับแม่กลับไปเมื่อเช้าแล้วล่ะ “
“ ว่าแต่หลานของฉันเป็ผู้ชายหรือผู้หญิงคะ “
“ ผู้ชาย “ หยวนซ่งเอ่ยตอบเสียงดังอย่างภาคภูมิใจ
“ สุดยอดไปเลยค่ะพี่สะใภ้คนแรกก็เป็ผู้ชายแล้ว ฉันดีใจด้วยนะคะ “ หลิงเฟยเอ่ยบอก เธอรู้ดีว่าคนในยุคนี้ถือมั่นในเื่การคลอดลูกชายคนแรกมาก
“ จ้ะ “ ตู้เสี่ยวชิงตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลำบากอะไรนัก แต่การที่เธอคลอดลูกชายให้สามีนั้นถือว่าเป็เื่ที่ดีมาก เพราะแม่สามีก็จะเห็นแก่หน้าของเธอมากขึ้นด้วย
ผ่านไปสักพักพยาบาลก็อุ้มเด็กทารกเข้ามาเพื่อให้เขาได้ดูดนมจากเต้าของแม่ และทุกคนจึงต้องออกไปรอด้านนอกเพื่อให้ตู้เสี่ยวชิงให้นมลูกได้สะดวกขึ้น
“ อิ่มแล้วหรอจ้ะ “ หลิงเฟยเอ่ยถามทารกตัวน้อยที่นอนมองตาแป๊วอยู่ในห่อผ้า
“ เขากินได้ไม่เยอะหรอกจ้ะ แต่ว่าไม่กี่ชั่วโมงก็จะร้องกินอีกครั้ง “ ตู้เสี่ยวชิงเอ่ยบอก เพราะั้แ่เมื่อวานนี้ที่เธอคลอดลูกออกมา เขากินนมไม่มากนัก แต่มักจะร้องหิวนมเกือบทุก 2-3ชั่วโมง
“ เป็ธรรมดามั้งคะ เด็กทารกมักจะกินได้นิดหน่อยแต่ไม่นานก็หิวอีก ใช่ไหมจ้ะ เด็กดี หืมมมม “ หลิงเฟยเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มมาหยอกล้อหลานชายตัวน้อย
“แล้วเมื่อไหร่เธอจะมีลูกล่ะน้องสะใภ้ “
“ คงยังไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกค่ะ ฉันยังมีอะไรหลายอย่างที่อยากจะทำ รออีกสัก 2 ปีเถอะค่ะ “ หลิงเฟยเอ่ยตอบอย่างสบายๆ เพราะเธอไม่ต้องกังวลว่าแม่สามีจะคอยต่อว่าเธอเป็แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้
“ ดีจังที่เธอได้ทำอะไรตามใจ “
“ จะว่าดีก็ดีนั่นแหละค่ะ แต่ว่านะปัญหามักจะมีเข้ามาอยู่เสมอเช่นกัน “ เธอเอ่ยบอกเพื่อไม่ให้พี่สะใภ้ต้องคิดอะไรมาก เพราะถึงยังไงพวกเขาก็คงต้องอยู่ดูแลพ่อแม่สามีไปจนพวกเขาตายจากไป ส่วนเธอกับสามีก็แวะเวียนไปบ้างบางโอกาสที่สะดวก
“ ภรรยาตอนนี้เย็นแล้วเรากลับกันเถอะครับ พี่สะใภ้จะได้พักผ่อน “ หยวนเซียวเข้ามาตามภรรยาของเขา และชวนกันกลับบ้าน
“งั้นเรากลับก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่ “ หลิงเฟยเอ่ยบอกก่อนจะจ้องมองหลานชายตาละห้อย เพราะเขาน่ารักมากจนเธออยากจะอุ้มกลับไปบ้านด้วยเลย
“โชคดีจ้ะ “ ตู้เสี่ยวชิงเอ่ยบอกพร้อมกับส่งยิ้มที่จริงใจไปให้ด้วย