บทที่ 2: ภาพแอบมอง
ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนวันศุกร์ พายุฝนฤดูร้อนยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งเหนือน่านฟ้ากรุงเทพมหานคร สายลมกระโชกแรงพัดพาหยาดน้ำฝนเม็ดหนาซัดสาดเข้ากระทบกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของห้องนอนในคอนโดมิเนียมหรูหราของผม เสียงหวีดหวิวของลมพายุสลับกับเสียงฟ้าร้องที่ดังกึกก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทเป็ระยะ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มภายในห้องนอนสลัวที่มีเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนรำไรลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ตรงกันข้าม บรรยากาศภายในห้องกลับระอุไปด้วยกระแสความใคร่ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
“อ๊า... อลัน... แรงอีกนิดสิคะ...”
เสียงหวานพึมพำปนสะอื้นไห้ของ ‘นุ่น’ ดังคลอเคลียอยู่ข้างใบหูของผม ร่างระหงของเธอโก้งโค้งอยู่ใต้ร่างของผม ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดของเธอชุ่มชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อบางเบาที่สะท้อนแสงไฟสลัวดูเย้ายวนเป็ประกาย สองมือของผมจับยึดสะโพกกลมกลึงของเธอไว้แน่นเป็หลักยึด ก่อนจะขยับขับเคลื่อนตัวตนอันแข็งแกร่งและอุ่นร้อนเข้าหาความนุ่มหยุ่นเปียกชื้นของเธออย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง
นุ่นเป็เพื่อนสาวคนสนิทในกลุ่มที่รู้ใจกันดี หรือจะพูดให้ถูกก็คือเธอเป็คู่ขา (FWB) ที่ร่วมสนุกกันมาหลายครั้งยามที่ต่างฝ่ายต่างเหงาและ้าระบายอารมณ์ดิบโดยไม่มีข้อผูกมัดทางความสัมพันธ์ กิจกรรมรักในค่ำคืนนี้จึงเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและเร่าร้อนตามความปรารถนาทางร่างกายที่พวยพุ่งขึ้นตามสภาพอากาศที่ปั่นป่วนภายนอก
ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสลับกับเสียงลมหายใจกระชั้นชี้ชัดถึงความวาบหวามในกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ ผมสูดปากครางต่ำในลำคอเมื่อความอุ่นร้อนของช่องทางรักตอดรัดแก่นกายอันตื่นตัวเต็มที่จนแทบจะทนไม่ไหว ทุกจังหวะการรุกรานและถอยห่างสร้างความเสียวซ่านแล่นพล่านไปตามแนวไขสันหลังจนสมองขาวโพลน นุ่นสะบัดหน้าไปมาบนหมอนหนานุ่ม เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับแผ่กระจายเต็มที่นอน ยามที่ผมกระทุ้งสะโพกเข้าใส่จุดอ่อนไหวของเธออย่างรุนแรงและล้ำลึก สะโพกงอนงามก็ลอยเด่นตอบสนองจังหวะของผมอย่างเข้าขา
ผมก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูดกลิ่นกายสาวปนกลิ่นน้ำหอมรสเผ็ดร้อนพลางขบเม้มผิวเนื้อนุ่มจนขึ้นรอยแดงจาง ๆ มือหนึ่งเอื้อมไปบีบเค้นเต้าทรวงอวบอัดที่ส่ายไหวตามแรงกระแทกกระทั้นอย่างเมามันในอารมณ์สวาทที่กำลังลุกโชนจนยากจะยับยั้ง
ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังเร่งความเร็วเพื่อพากระแสอารมณ์ของเราทั้งคู่ไปสู่ปลายทาง์ที่ใกล้เข้ามาทุกที
แกรก...
เสียงคล้ายกลไกประตูหน้าห้องปลดล็อกดังขึ้นแ่เบาท่ามกลางเสียงเม็ดฝนที่กระทบกระจก แม้จะเบาบางมากแต่สำหรับผมที่กำลังใช้ประสาทััทุกส่วนในการเริงรัก มันกลับเด่นชัดจนทำให้หัวใจกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะ ผมชะงักสะโพกไปเล็กน้อย ทว่าแรงดึงรั้นของนุ่นที่ส่ายร่อนสะโพกเรียกร้องทำให้ผมต้องขยับตัวต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่แล้ว... สัญชาตญาณบางอย่างก็สั่งให้ผมเหลือบสายตาผ่านความมืดสลัวภายในห้องนอน มองตรงไปยังบานประตูไม้หรูหราที่เปิดแง้มทิ้งไว้สู่โถงทางเข้าเล็กน้อย
แสงไฟสีนวลตาจากทางเดินภายนอกคอนโดที่เล็ดลอดเข้ามาตามช่องว่างของบานประตูที่เปิดกว้างออกประมาณครึ่งคืบ ฉายให้เห็นเงาร่างสายตาคู่หนึ่งที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงมุมมืดของโถงทางเข้า
ร่างนั้นเบิกตากว้างจ้องมองตรงมายังเตียงนอนหนานุ่มที่ผมและนุ่นกำลังพัวพันกันในท่วงท่าอันอล่างฉ่างและเร่าร้อน
แสงแปลบปลาบของสายฟ้าแลบจากภายนอกหน้าต่างสว่างวาบขึ้นในวินาทีนั้นพอดี มันสว่างวาบจนเผยให้เห็นดวงหน้าของเงาร่างที่ยืนอยู่ตรงประตูได้อย่างชัดเจนเต็มสองตา
‘ริน!’
หัวใจของผมหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มในทันที ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายของผมแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง แก่นกายร้อนผ่าวที่ยังคงคาอยู่ในร่องรักของนุ่นพลันขยายตึงจนปวดหนึบ ทว่าความ้าทางเพศกลับถูกแทนที่ด้วยความตื่นตะลึงและช็อกสุดขีด
รินอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวคอกลมตัวเดิมที่ผมเพิ่งเห็นเมื่อหัวค่ำ ผิวแก้มใสของเธอเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝนจาง ๆ ราวกับเธอเพิ่งเดินฝ่าละอองฝนข้ามซอยมา ั์ตากลมโตสุกใสคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงและหวาดกลัว ริมฝีปากบางเผยอค้างสั่นระริก เธอจ้องมองภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าของผมที่กำลังทาบทับอยู่บนตัวนุ่น จ้องมองแก่นกายที่กำลังร่วมรักเสียดสีเข้าออกกับกลีบเนื้ออุ่นชื้นของหญิงอื่นอย่างลึกซึ้ง
สายตาของเราประสานกันผ่านความสลัวและช่องว่างบานประตูชั่ววินาทีอันยาวนานราวกับโลกหยุดหมุน
รินสะดุ้งสุดตัวโยนราวกับเพิ่งได้สติ ใบหน้าหวานของเธอพลันแปรเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำสลับกับความซีดเผือดด้วยความอับอายและละอายใจอย่างรุนแรง เธอรีบก้าวถอยหลังหนีออกจากภาพตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สองมือเล็ก ๆ ของเธอยกขึ้นกุมแก้มไว้หลวม ๆ ก่อนจะรีบวิ่งกลับออกไปทางประตูหน้าห้องอย่างตื่นตระหนก
ปัง!
เสียงประตูไม้หนาด้านนอกปิดตัวลงดังสะท้อนผ่านเข้ามาในห้องนอน แม้เสียงพายุภายนอกจะดังกระหน่ำเพียงใด แต่เสียงประตูบานนั้นกลับดังก้องอยู่ในหัวใจของผมจนเกิดแรงสั่นะเืมหาศาล
“อลัน... หยุดทำไมคะ? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” นุ่นที่นอนหอบหายใจกระเส่าอยู่ใต้ร่างเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อนระคนหงุดหงิดเมื่อจู่ ๆ ผมก็หยุดกิจกรรมไปดื้อ ๆ เธอพยายามยกสะโพกขึ้นมาเบียดเสียดแก่นกายของผมเพื่อกระตุ้นอารมณ์อีกครั้ง
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับสีหน้าและความรู้สึกของตัวเองให้ปกติที่สุด แม้ว่าข้างในหัวสมองจะปั่นป่วนและสับสนจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วก็ตาม
“นุ่น... พอดีผม... ผมรู้สึกมึนหัวกะทันหันว่ะ สงสัยไข้จะขึ้น” ผมโกหกคำโตพลางถอนตัวตนออกจากความอุ่นชื้นของเธออย่างนุ่มนวล ล้มตัวลงนอนแผ่หลาข้าง ๆ พลางยกมือขึ้นกุมขมับแสร้งทำเป็อ่อนแรง
“อ้าว... ไหวไหมคะเนี่ยอลัน? กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มเลยนะ” นุ่นขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แววตาของเธอแสดงออกถึงความผิดหวังปนห่วงใย เธอเอื้อมมือมาแตะหน้าผากของผมเบา ๆ “ตัวก็รุม ๆ จริงด้วย งั้นคืนนี้นุ่นกลับก่อนดีกว่า อลันจะได้พักผ่อนเยอะ ๆ”
“อืม... ขอโทษทีนะนุ่น ฝนตกหนักขนาดนี้ขับรถกลับดี ๆ ล่ะ” ผมบอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
หลังจากที่นุ่นแต่งตัวและขอตัวกลับไปเรียบร้อยแล้ว ความเงียบงันภายในห้องชุดของผมก็กลับมาครอบงำอีกครั้ง ทว่าในใจของผมกลับไม่มีความสงบเลยแม้แต่นิดเดียว ภาพดวงตากลมโตที่สั่นระริกและใบหน้าตื่นตระหนกของรินยามที่เห็นผมกำลังร่วมนอนกับผู้หญิงอื่นยังคงติดตาราวกับภาพถ่ายที่ฉายซ้ำไม่รู้จบ
ทำไมรินถึงมาที่นี่?
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของผมไม่หยุดหย่อน ก่อนที่ผมจะนึกขึ้นได้... รินใช้คีย์การ์ดสำรองที่ผมเคยมอบให้เธอไว้ในค่ำคืนก่อนเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน ยามที่ภัทรไม่อยู่และเธออาจจะ้าความช่วยเหลือด่วน คืนนี้พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงมาก ฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว รินเป็ผู้หญิงต่างจังหวัดที่กลัวเสียงฟ้าร้องและขี้เหงาจับใจ การต้องอุดอู้อยู่ในห้องชุดกว้างขวางคนเดียวในคืนที่ฟ้าร้องกึกก้องคงทำให้เธอหวาดกลัวจนทนไม่ไหว
เธอคงตั้งใจจะข้ามซอยมาหาผม มาขอพึ่งพิง มาหาเพื่อนคุยเพื่อผ่อนคลายความอ้างว้างและหวาดหวั่นในจิตใจ แต่สิ่งที่นกน้อยปีกหักคนนั้นได้มาพบเห็นกลับเป็ฉากกิจกรรมสวาทอันโจ่งครึ่มเร่าร้อนระหว่างผมกับนุ่น
ภาพความเร่าร้อนและดิบเถื่อนเ่าั้... คงสร้างความสับสน อับอาย และจุดประกายอารมณ์บางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ในใจของหญิงสาวผู้อ่อนต่อโลกคนนี้อย่างรุนแรงแน่นอน
ผมรู้สึกกระวนกระวายใจจนทนนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ความเป็ห่วงในตัวรินทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะที่ผมรับปากกับ ‘ภัทร’ เพื่อนสนิทที่สุดว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและศีลธรรมในใจกำลังตีกันนัวเนียกับภาพความเซ็กซี่ชวนฝันของรินที่หลอกหลอนผมอยู่
ผมรีบผุดลุกขึ้นจากเตียง สวมกางเกงยีนส์และเสื้อยืดคอกลมสีดำ คว้ากุญแจรถยนต์และพกคีย์การ์ดห้องของรินที่ภัทรฝากไว้ติดตัวไปด้วย ผมตัดสินใจเดินลงไปยังลานจอดรถ สตาร์ตรถยนต์คู่ใจแล้วขับฝ่าพายุฝนที่ยังคงตกหนักข้ามซอยตรงไปยังคอนโดหรูของรินทันที
ระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากคอนโดของผมไปยังคอนโดของเธอในยามนี้ช่างยาวนานเหลือเกินท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำ ในหัวของผมคิดไปต่าง ๆ นานาว่ารินจะเป็อย่างไรบ้างหลังจากที่วิ่งหนีเตลิดออกมาแบบนั้น เธอจะร้องไห้ไหม? จะกลัวฟ้าร้องหรือเปล่า? หรือจะรู้สึกรังเกียจผมที่ร่วมรักกับผู้หญิงอื่นต่อหน้าต่อตาเธอ?
เมื่อขับรถมาถึงคอนโดหรูของริน ผมรีบจอดรถในพื้นที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อ เดินเข้าโถงต้อนรับและขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 28 อย่างรวดเร็ว
โถงทางเดินยาวของคอนโดหรูในยามค่ำคืนนี้เงียบสงัดและเย็นเยือก แสงไฟสีเหลืองอ่อนสลัวที่ส่องมาจากเพดานนำทางผมมาจนหยุดอยู่หน้าห้องของริน หัวใจในอกซ้ายเต้นรัวเร็วและหนักหน่วงด้วยความตื่นเต้นและประหม่าอาย ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พยายามควบคุมความสั่นเทาของมือขณะหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแตะล็อกประตู
ติ๊ด...
เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นเบา ๆ บ่งบอกว่าประตูล็อกได้ถูกปลดเรียบร้อยแล้ว ผมค่อย ๆ เอื้อมมือจับที่บิดประตู หมุนเปิดออกช้า ๆ และผลักบานประตูเข้าไปในห้องชุดของรินอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจเพียงว่าจะแวะเข้ามาเช็กดูเงียบ ๆ เพื่อความปลอดภัยของเธอ หากเธอนอนหลับไปแล้วผมก็จะกลับ แต่หากเธอยังไม่นอน ผมคงต้องคุยปรับความเข้าใจเพื่อเคลียร์เื่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้
ภายในห้องชุดมืดสลัวเกือบสนิท มีเพียงแสงสว่างสลัวกะพริบแ่เบาจากเครื่องปรับอากาศ และแสงไฟระยิบระยับของตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างกระจกที่สาดส่องเข้ามาจาง ๆ ทว่า ทันทีที่สองเท้าของผมก้าวพ้นธรณีประตูและปิดประตูลงเงียบกริบ
ประสาทหูของผมกลับได้ยินเสียงแปลกประหลาดลอยมาตามอากาศ
“อื้อ... ฮ้า... พี่ภัทรคะ...”
เสียงครางกระเส่าแ่เบาที่แฝงไปด้วยความทรมานและกระสันสวาทอย่างลึกซึ้งดังแว่วมาจากห้องนอนใหญ่ที่เปิดประตูแง้มทิ้งไว้เกือบครึ่งบาน เสียงลมหายใจอุ่นชื้นที่หอบถี่กระชั้นดังสะท้อนคลอเคลียกับเสียงพายุฝนภายนอกอย่างน่าหวาดเสียว
เสียงหวานใสที่ผมจำได้ดีว่าเป็ของริน ทว่าในเวลานี้มันกลับสั่นสะท้านและแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ดิบที่ปะทุขึ้นจนน่าตระหนก
หัวใจของผมเต้นรัวแรงราวกับกลองรบที่กระหน่ำตี สองเท้าของผมขยับก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าบนพื้นห้องปาร์เก้หนานุ่ม ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระทึกใจและความอยากรู้ยากจะยับยั้ง ผมค่อย ๆ พาตัวเองเคลื่อนเข้าใกล้บานประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ทีละนิด จนกระทั่งร่างของผมแนบชิดอยู่กับขอบประตูไม้ สายตาของผมลอบมองลอดผ่านช่องว่างที่กว้างพอประมาณเข้าไปในห้องนอนสลัวของรินทันที
และภาพตรงหน้า... ก็ทำให้แก่นกายใต้กางเกงยีนส์ของผมขยายตัวแข็งปั๋งปวดหนึบขึ้นมาในพริบตา
ใต้แสงไฟสีส้มสลัวดวงเล็กจากโคมไฟหัวเตียง รินนอนบิดเร่าเรือนร่างเนียนขาวไปมาบนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม
เสื้อยืดคอกลมสีขาวบางเบาตัวนั้น บัดนี้ถูกรั้งขึ้นไปกองอยู่เหนือเนินอกอวบอิ่ม เผยให้เห็นเต้าทรวงอกคู่สวยอวบอัดขาวละมุนตาทั้งสองข้างอย่างโจ่งแจ้งปราศจากสิ่งใดบดบัง ยอดปทุมถันสีหวานชูชันแข็งสู้ลมแอร์เย็นเฉียบ สองมือเล็ก ๆ ของเธอกำลังกุมกระชับทรวงอกของตัวเอง บีบเค้นพัลวันเบียดเต้าเต่งตึงทั้งสองข้างเข้าหากันจนเห็นร่องอกลึกขาวผ่อง ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาขยับสะกิดและบดขยี้ยอดอกอ่อนไหวของตัวเองซ้ำ ๆ พลางครางเสียงสั่นระริก
“อ๊าส์... อลัน... อื้อ... ไม่ใช่... พี่ภัทร...”
ดวงหน้าหวานชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อบางเบา แก้มใสขึ้นสีแดงซ่านน่ามอง ริมฝีปากบางเผยอออกหอบหายใจระรัว ดวงตากลมโตปรือปรอยสะท้อนความใคร่ที่คั่งค้างและปะทุขึ้นจนเตลิดเปิดเปิง ภาพความเร่าร้อนที่เธอได้เห็นผมและนุ่นเมื่อครู่ คงจะกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของรินจนแผ่ซ่านสะสมกักเก็บไว้ในกายสาวที่ไม่เคยมีเซ็กซ์มาหลายเดือนนับั้แ่ภัทรเดินทางไปต่างประเทศ ความเหงา ความเงียบ และความกระสันที่ถูกจุดชนวนขึ้นทำให้เธอจำต้องใช้นิ้วมือเรียวของตนเองช่วยระบายอารมณ์ปั่นป่วนตรงนี้
สะโพกมนกลมกลึงบิดร่อนสะบัดส่ายไปมาบนผืนที่นอนอย่างทรมาน กางเกงขาสั้นสีเทาอ่อนหลุดออกไปจากเรียวขาขาวเนียนั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ เหลือเพียงแพนตี้ผ้าลูกไม้ตัวจิ๋วสีหวานที่เปียกชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำรักใส ๆ ที่หลั่งออกมาตามอารมณ์สวาทที่พุ่งสูง
รินขยับนิ้วมืออีกข้างหนึ่งสอดลึกลงใต้ขอบกางเกงชั้นในตัวจิ๋ว ปลายนิ้วัับดเบียดเข้ากับกลีบเนื้ออุ่นชื้นและร่องรักที่เปียกแฉะสั่นไหว เสียงเฉอะแฉะของการเสียดสีระหว่างนิ้วมือกับรอยแยกสวาทดังระคนเสียงครางหวานหูส่งมาปะทะประสาทััของผมอย่างจัง
แจ๊ะ... แจ๊ะ... อื้อ... อ๊าส์... พี่ภัทรขา... รินเสียว...
เสียงของรินดังหวิวหวานในห้องเงียบ รอยบิดเร่าของร่างกายและน้ำเสียงที่เรียกหาแฟนหนุ่มของเธอเพื่อพยายามสะกดความรู้สึกผิดในใจ แต่ร่างกายส่วนล่างกลับกำลังเฉอะแฉะกระสับกระส่ายด้วยความซ่านสวาทปั่นป่วน ปลดปล่อยลมหายใจอุ่นชื้นฟุ้งกระจายเต็มหน้าตัก
ผมยืนพิงขอบประตูแน่น ร่างกายร้อนผ่าวราวกับจะลุกเป็ไฟ ลมหายใจหอบถี่กระชั้น สายตาจ้องเขม็งไปยังเรียวขาขาวเนียนที่อ้ากว้างออกเผยร่องรักที่สั่นระริกตอดรัดนิ้วมือของตัวเอง แก่นกายอันคับแน่นขยายตัวใหญ่โตจนปวดหนึบแทบะเิคากางเกงยีนส์ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในหัวสมองของผมพังทลายลงไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มที่อยากจะพุ่งตัวเข้าไปบนเตียง ผลักมือเล็ก ๆ ของรินออก แล้วบดกระแทกแก่นกายร้อนผ่าวเข้าใส่ช่องทางรักที่เปียกชุ่มฉ่ำน้ำนั้นให้รู้แล้วรู้รอด
มันช่างเย้ายวนและชวนล้ำเส้นศีลธรรมเหลือเกิน
ผู้หญิงตรงหน้าคือเมียของไอ้ภัทรเพื่อนรักของผม...
แต่ร่างกายเนียนขาวที่กำลังบิดเกร็งสะบัด สองมือขยำอก สองขาเรียวที่ถ่างกว้างและเสียงหอบครางอย่างเสียวกระสันของเธอมันช่างทำลายสามัญสำนึกของความเป็คนดีจนหมดสิ้น ผมสะกดกลั้นอารมณ์อย่างสุดความสามารถ สองมือที่จับขอบประตูสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
“ฮ้า... อ๊าส์... พี่ภัทร... รินไม่ไหวแล้ว...”
เสียงของรินแหลมสูงขึ้น สะโพกงอนงามบิดเกร็งลอยเด่นขึ้นเหนือกองที่นอน นิ้วมือขยับถี่รัวบดเบียดเข้าใส่ร่องรักอันฉ่ำแฉะอย่างหนักหน่วง ก่อนที่ร่างกายบอบบางจะกระตุกเกร็งสะท้านไปสามสี่ครั้ง ลมหายใจยาวเหยียดถูกพ่นออกมาพร้อมเสียงครางแ่เบา ร่างกายส่วนล่างผ่อนคลายลงล้า ๆ แขนขาอ่อนแรงทอดราบไปกับที่นอน หอบหายใจเบา ๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อนระคนสุขสมจากการได้ระบายความอัดอั้นทางเพศชั่วคราว
ผมนิ่งเงียบ สูดลมหายใจยาวลึกเพื่อระงับความอุ่นพลุ่งพล่านของตนเองที่ยังคงคั่งค้างจนปวดหนึบตรงแก่นกาย ลำคอแห้งผากราวกับขาดน้ำมานานวัน
หากผมก้าวเข้าไปตอนนี้... ทุกอย่างคงจะเลยเถิดจนไม่มีวันหวนกลับ
ผมตัดสินใจกลืนน้ำลายขม ๆ ลงคอ หักห้ามอารมณ์สัญชาตญาณดิบในวินาทีสุดท้าย ค่อย ๆ ก้าวเท้าถอยหลังห่างออกจากบานประตูห้องนอนแ่เบาที่สุด ขยับตัวเดินกลับออกไปทางห้องโถง แล้วทาบคีย์การ์ดเปิดบานประตูหน้าคอนโดก่อนจะเดินจากมาเงียบ ๆ โดยไม่ให้รินรู้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียวว่า... ในค่ำคืนพายุฝนกระหน่ำคืนนี้ ได้มีสายตาของชายอีกคน แอบจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าอันเย้ายวนและความอับอายของเธอผ่านบานประตูที่เปิดแง้มบานนั้นอยู่จนจบกิจกรรม
ปล่อยให้ความกระสันปั่นป่วนและอารมณ์ดิบที่ใกล้จะะเิเต็มทีเกาะกุมจิตใจของผมและรินไว้... รอวันที่จะปะทุออกมาอย่างรุนแรงในเวลาอันใกล้นี้...
---
หลังขับรถกลับมาถึงห้องนอนของตัวเอง ผมทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่มท่ามกลางพายุฝนภายนอกที่ดูเหมือนจะเริ่มซาลงบ้างแล้ว แต่อารมณ์ดิบและแรงกระสันในร่างกายของผมกลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเนื้อเนียนขาวของรินที่นอนบิดเร่าอยู่บนเตียง สองมือลูบไล้เต้าเต่งตึงสีขาวนวล และนิ้วมือที่สอดลึกลงไปััจุดซ่อนเร้นที่ฉ่ำน้ำสลับเสียงเฉอะแฉะกระตุ้นประสาทัั ก็ยังคงฉายชัดวนเวียนเข้ามาทำร้ายหัวใจและจิตสำนึกของผมอยู่ซ้ำ ๆ
ผมพลิกตัวไปมาด้วยความทุรนทุราย สลัดความคิดฟุ้งซ่านและกิเลสตัณหาออกจากสมองไม่ได้เลย มือหนาของผมเอื้อมลงไปกุมแก่นกายร้อนผ่าวที่ยังคงแข็งตึงแน่นอยู่ภายใต้กางเกงนอน ลูบไล้บีบเค้นความยาวใหญ่ของตนเองเพื่อผ่อนคลายความปวดหนึบที่ค้างคาจากการแอบดูสาวสวยเมียเพื่อนระบายความใคร่เมื่อชั่วโมงก่อน
“ริน... ริน...”
ผมพึมพำเรียกชื่อเธอออกมาเบา ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ความคิดในสมองเริ่มบิดเบี้ยวและจินตนาการล้ำเส้นศีลธรรมไปไกลแสนไกล ผมนึกภาพตนเองเข้าไปมีส่วนร่วมในเตียงนอนหลังนั้น นึกภาพนิ้วของผมที่เป็คนััเข้ากับร่องรักเปียกชื้นฉ่ำเยิ้มของเธอแทนที่จะเป็นิ้วของเธอเอง นึกภาพที่ตนเองบดเบียดแก่นกายใหญ่โตหนาปูดโปนสอดแทรกเข้าไปในช่องทางสวาทที่แคบคับอุ่นร้อนตึงแน่น ตอกย้ำสะโพกซอยรัวรวดเร็วจนเกิดเสียงดังกระเพื่อมไปพร้อมกับเสียงร้องครางอย่างระงับความเสียวซ่านไม่ได้ของหญิงสาวหน้าหวาน
จินตนาการอันสกปรกและหวานหูเ่าั้ยิ่งทำให้อารมณ์ดิบของผมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมขยับมือรูดรั้งแท่งเอ็นั์ของตัวเองขึ้นลงเป็จังหวะถี่กระชั้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกเสียวแปลบแล่นปราดไปทั่วร่าง ท้องน้อยหดเกร็งอย่างรุนแรงก่อนที่น้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นร้อนจะพุ่งทะลักออกมาเปรอะเปื้อนหน้าตักและหน้าท้องเพื่อระบายอารมณ์ความค้างคาในค่ำคืนแสนทรมานนี้จนจบสิ้น
ผมหอบหายใจยาวนอนกอดหมอนแน่น ความสุขสมชั่วคราวจากการปลดปล่อยไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดและความอยากรู้ในตัวรินจางหายไป มีแต่จะทำให้ความกระวนกระวายและความปรารถนาล้ำเส้นซ่อนเร้นฝังรากลึกเข้าไปในก้นบึ้งสัญชาตญาณดิบของผมยิ่งขึ้น
ความลับแห่งภาพแอบมองสองต่อสองในคืนฝนตกพายุนี้ จะกลายเป็ตราบาปและความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ไร้ศีลธรรมแบ่งกั้นในบทถัดไปอย่างแน่นอน... และผมรู้ดีว่าผมไม่มีวันจะถอยกลับหลังได้อีกแล้ว
---
จบตอนที่ 2: ภาพแอบมอง