เฟิ่งเฉี่ยนเหลือกตามองบน “ท่านอ่อนข้อให้ข้าหรือ ท่านยังมีหน้ามาคุยโวโอ้อวดอีก!”
อย่าคิดว่านางไม่รู้ว่าหมากกระดานเมื่อสักครู่เขาไม่ได้เดินหมากเพียงคนเดียว ที่นางไม่เปิดโปงเขานั่นเป็นเพราะให้เกียรติเขายังไม่สำนึกอีก
ทำเกินไปจริงๆ!
เฟิ่งเฉี่ยนโมโหจนต้องขบฟันแน่นไม่เคยพบเห็นท่านอาวุโสที่ไม่ให้เกียรติตนเองและพาลเช่นนี้มาก่อน!
หานไท่ฟู่พูดราวเป็นเรื่องถูกต้องดีอยู่แล้ว “ข้าอ่อนข้อให้เจ้าเจ้าจึงชนะ! เจ้ากล้าประลองกับข้าอีกกระดานหรือไม่ ครั้งนี้ข้าไม่อ่อนข้อให้เจ้าแน่นอน ข้าจะเดินหมากจนเจ้าต้องหลีกทาง!”
เฟิ่งเฉี่ยนกลอกตาขาว
คุยโว คุยโวต่อไป! ไม่กลัวฟ้าผ่าบ้างหรือไร!
หานไท่ฟู่เห็นนางไม่พูดจา จึงเร่งนางอีก “แม่นางอย่างไรเล่า เจ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่”
เฟิ่งเฉี่ยนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นางนับว่ามองออกแล้วว่าหานไท่ฟู่จับจุดอ่อนที่นางต้องการแมวเทพได้ต้องอ้อนวอนขอร้องเขา ดังนั้นเขาจึงกล้าทำตัวอันธพาลเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่นางไม่มีวิธีอื่นเช่นกันหากต้องการแมวเทพนี่เป็นทางออกเพียงทางเดียวของนางในตอนนี้!
“หากข้าชนะหมากกระดานนี้อีก ท่านจะว่าอย่างไร ท่านคงไม่ตระบัดสัตย์ไม่ยอมรับอีกหรอกนะ”นางกล่าว
หานไท่ฟู่สะบัดหน้าพ่นลมออกทางจมูก “ข้าเคยตระบัดสัตย์ตั้งแต่เมื่อใดกันคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นพยานได้ หากข้าแพ้อีกกระดานหนึ่งข้าจะมอบแมวเทพให้เจ้าทันที ข้าพูดได้ทำได้!”
หานหลินเยว่ได้ยินเช่นนั้นจึงร้อนใจทันที นางรีบห้ามปราม “ท่านปู่ ไม่ได้เจ้าค่ะ!”
หานไท่ฟู่ยื่นมือออกมาขัดขวางนาง “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้นเรื่องนี้ข้าเป็นคนตัดสินใจ!”
“แต่...” หานหลินเยว่ขมวดคิ้วทำทีจะพูดแต่กลับอึกอัก
เฟิ่งเฉี่ยนดวงตาเป็นประกาย นางรีบพูดว่า “ได้คำไหนคำนั้น!”
คนมากมายในชุมนุมเดินหมากเป็นพยาน เขาคงไม่กล้ายึกยัก
“เช่นนั้นพวกเราเริ่มเลยเถิด!” นางเร่ง
ใครเลยจะรู้ว่าหานไท่ฟู่จะโบกมือ “วันนี้ไม่ได้! วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว ต้องการพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยประลองกับเจ้า!”
เฟิ่งเฉี่ยนขมวดคิ้วขบริมฝีปาก นางใคร่ครวญแล้วพยักหน้า “ได้ พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้! นัดกันแล้วไม่พบไม่เลิกรา!”
หานไท่ฟู่ปิดหน้าต่างฝั่งตรงข้าม
เฟิ่งเฉี่ยนหันกลับมาพูดกับมู่ชิงเซียว “พี่ใหญ่มู่พวกเรากลับเถิด!”
คนทั้งสองออกไปจากห้องพิเศษ
คนที่อยู่ในห้องโถงด้านล่างต่างรู้สึกยินดีปรีดา
“ดีเหลือเกิน! พรุ่งนี้มีหมากดีๆ ให้ดูอีก!”
“ดูแม่นางเฟิงเดินหมาก มีความประหลาดใจเสมอ คุ้มค่า!”
“ใช่แล้ว เริ่มจากค่ายกลเจดีย์สามเหลี่ยม ต่อด้วยค่ายกลเจดีย์คู่ พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะมีค่ายกลอะไรใหม่ๆหรือไม่”
“ช่างทำให้คนตั้งหน้าตั้งตารอคอย!”
“พรุ่งนี้มาเร็วหน่อย จะได้หาที่นั่งดีๆ!”
“ช่วยจองที่ให้ข้าด้วย!”
ท่ามกลางผู้คน มู่ชิงหว่านรีบพาสาวใช้ออกไป “ไปจะให้พี่รองเห็นพวกเราไม่ได้!”
สาวใช้ไม่กระจ่างแจ้ง “คุณหนู เหตุใดเจ้าคะ”
มู่ชิงหว่านฮึดฮัด “ข้าไม่ต้องการเห็นท่าทางอวดดีของเฟิงเฉี่ยนต่อหน้าข้า!”
สาวใช้พูดอีก “เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราจะมาอีกหรือไม่เจ้าคะ”
มู่ชิงหว่านแทบไม่ต้องคิด “มาสิ! เหตุใดจะไม่มา ข้าอยากจะดูว่าเฟิงเฉี่ยนเดินหมากเป็นจริงๆหรือชนะเพราะโชคช่วย”
สนทนากันไปเรื่อยๆสองนายบ่าวหายตัวไปจากหน้าประตูชมุนุมเดินหมากอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องพิเศษ เสวียนหานหลินเยว่มองหานไท่ฟู่ด้วยแววตาไม่เข้าใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจนางร้อนดังไฟสุม “ท่านปู่เหตุใดท่านจึงรับปากว่าจะมอบแมวเทพให้กับนาง แมวเทพนั้นนำมาใช้กับ...”
หานไท่ฟู่ยกมือขึ้นตัดบทนาง เขาพูดด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ “เจ้าวางใจเถิด พรุ่งนี้ข้าต้องชนะแน่!”
หานหลินเยว่มืดแปดด้าน “แต่ท่านแพ้มาสามกระดานติดๆกันแล้วนะเจ้าคะ”
หานไท่ฟู่หน้าแดง เขาแผดเสียง “ดังนั้นข้าจะต้องเอาชนะให้ได้! ไม่อย่างนั้นข้าจะอยู่ในวงการเดินหมากต่อไปได้อย่างไร”
หานหลินเยว่กลัดกลุ้ม “ความสามารถของแม่นางเฟิงพวกเราก็เห็นกับตามาแล้ว พวกเราผนึกกำลังกันสามคนก็ยังเอาชนะนางไม่ได้การเดินหมากพรุ่งนี้จะชนะได้อย่างไร”
หานไท่ฟู่กลับมั่นใจ โบกมือ “วางใจข้าบอกว่าชนะก็ต้องชนะ”
ดวงตาทั้งคู่ของเขาหรี่ลงเผยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “ข้ายังมีไม้ตายอีก...”
หน้าประตูวัง เฟิ่งเฉี่ยนและมู่ชิงเซียวแยกกันตรงนั้น
“พี่ใหญ่มู่ ข้ามาถึงแล้ว ท่านรีบกลับไปเถิด”
มู่ชิงเซียวมองตามนางด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ “เฉียนเฉี่ยนเดือนหน้าวันที่ห้าเป็นวันรับสมัครลูกศิษย์ของสำนักศึกษาเทียนหงข้าได้ลงชื่อให้เจ้าแล้วท่านอาวุโสกู่และสำนักศึกษาได้แจ้งมาว่าขอเพียงเจ้าไปรายงานตัวตามเวลาที่กำหนดดำเนินการตามขั้นตอน จะถือว่าเจ้าเป็นศิษย์ของสำนักศึกษาเดิมทีข้าคิดจะเข้าวังด้วยเรื่องนี้เพื่อพูดกับเจ้าด้วยตนเองคิดไม่ถึงว่าจะเจ้าออกมาจากวัง ข้าดีใจเหลือเกิน เฉียนเฉี่ยน เจ้าจะไปใช่หรือไม่”
เฟิ่งเฉี่ยนแปลกใจอยู่บ้าง “เดือนหน้าวันที่ห้าหรือ”
“ถูกต้อง เดือนหน้าวันที่ห้า!” แววตาของมู่ชิงเซียวเปล่งประกายราวดวงดาวระยิบระยับเขาตอบอย่างกระตือรือร้น “ขอเพียงเจ้ามีฐานะเป็นศิษย์ของสำนักศึกษาเทียนหงแล้วก็สามารถไปจากวังหลวงได้อย่างสง่าผ่าเผย! เฉียนเฉี่ยนข้าหวังว่าเจ้าจะไปตามวันเวลาได้!”
เฟิ่งเฉี่ยนกลับกำลังคิดเรื่องอื่นไม่ได้เห็นความรู้สึกและอารมณ์จากแววตาของเขา
นางยังไม่ได้ปรึกษากับเซวียนหยวนเช่อเรื่องไปสำนักศึกษาเทียนหงประการแรกไม่มีโอกาสที่เหมาะสม ประการที่สองนางไม่แน่ใจว่าเขายินยอมหรือไม่หากนางเป็นแค่นางกำนัลธรรมดาคนหนึ่ง เรื่องคงจะง่ายดายขึ้นมาก แต่นางเป็นฮองเฮา...
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางคลี่ยิ้ม “พี่ใหญ่มู่ขอบคุณท่านมาก ข้าจะพยายามไปให้ทันเวลา!”
มู่ชิงเซียวได้ยินเช่นนั้น เขาดีใจมากดวงตาสะอาดบริสุทธิ์คู่นั้นเปล่งประกายทันที “ข้าจะรอเจ้า!”
มองส่งเฟิ่งเฉี่ยนเดินเข้าไปในประตูวังทีละก้าวเขาอาลัยอาวรณ์เนิ่นนานจึงหมุนตัวจากมาเขาเพิ่งออกเดินได้ไม่กี่ก้าวพลันได้ยินองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังร้องขึ้นว่า “ฮองเฮาเหนียงเหนียง!”
เท้าของเขาหยุดชะงัก หันไปมองอย่างประหลาดใจเงาร่างของเฟิ่งเฉี่ยนลับหายไปจากประตูวังแล้ว เขาสะบัดศีรษะ “หรือเป็นเพราะเราคิดไปเอง เฉียนเฉี่ยนจะเป็นฮองเฮาได้อย่างไร”
เขาส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ หันหน้าเดินจากไปก้าวใหญ่ๆ
เฟิ่งเฉี่ยนเพิ่งจะก้าวเข้าไปในตำหนักเว่ยยาง ก็ปะทะเข้ากับเงาร่างเล็กๆที่โถมเข้ามา
“เสด็จแม่!”
เฟิ่งเฉี่ยนก้มหน้าลงมอง เจ้าตัวเล็กที่กอดขาทั้งคู่ของนางเอาไว้ไม่ใช่องค์ไท่จื่อน้อยแล้วจะเป็นใครได้
“เย่เอ๋อร์ ไฉนเจ้าจึงอยู่ที่นี่” เห็นบุตรชายเฟิ่งเฉี่ยนอารมณ์ดีอย่างที่สุด
องค์ไท่จื่อเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างเบิกบานใจแก้มของเขาแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นดีใจ คิ้วเฉียงขึ้นข้างบนเล็กน้อยกล่าวว่า “เสด็จแม่ เย่เอ๋อร์และเสด็จพ่อเพิ่งจะดูท่านเดินหมากกับหานไท่ฟู่เสด็จแม่ชนะหานไท่ฟู่ เสด็จแม่เก่งเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ!”
หัวใจของเฟิ่งเฉี่ยนบีบรัดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ “เจ้าและเสด็จพ่อของเจ้าไปที่ชุมนุมเดินหมากหรือ”
องค์ไท่จื่อน้อยส่ายหน้า “พวกเราไม่ได้ไปชุมนุมเดินหมากพ่ะย่ะค่ะพวกเราดูอยู่ในวัง”
“อยู่ในวัง” เฟิ่งเฉี่ยนไม่เข้าใจ
ดังนั้นองค์ไท่จื่อน้อยจึงเล่าเรื่องการชมการเดินหมากให้นางฟังเฟิ่งเฉี่ยนยิ่งฟังยิ่งประหลาดใจนางคิดไม่ถึงเลยว่าเซวียนหยวนเช่อถึงกับทำอะไรใหญ่โตเช่นนี้เพื่อชมการเดินหมากของนางและหานไท่ฟู่จิตใจของนางไหววูบด้วยความรู้สึกแปลกๆ
เหตุใดเขาต้องทำเช่นนี้
เป็นเพราะเย่เอ๋อร์อยากดูนางเดินหมากหรือเป็นเพราะเขาใส่ใจว่านางจะพ่ายแพ้หรือชนะ
ในใจเพิ่งจะคิดเช่นนี้นางกลับส่ายหน้าเพื่อสลัดความคิดที่เป็นไปไม่ได้เช่นนี้ออกไปจากหัวสมองซะนาทีนี้เขาควรยืนอยู่ข้างเดียวกับไทเฮา องค์หญิงหลานซิน รอดูนางพ่ายแพ้การเดิมพันให้นางไปจากวังหลวงให้เร็วที่สุดจึงจะถูก ต่อให้เขาใส่ใจการเดินหมากก็เป็นเพราะต้องการเห็นนางพ่ายแพ้!
ถูกต้อง ต้องเป็นเช่นนี้แน่!