การสอบปลายภาคผ่านพ้นไปแล้วหลังจากนี้อีกสองเดือนก็จะประกาศผลสอบและออกใบรับรองให้กับนักศึกษาจบใหม่ได้นำไปสมัครงานก่อนจะมีงานรับปริญญาบัตรใน่ปลายปี ซึ่งจะถือว่าเป็การเสร็จสิ้นพ้นสภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโดยสมบูรณ์
เฟื่องกลับมาที่บ้านอีกครั้งหลังจากวันนั้นที่แม่ไล่เธอออกไปเธอก็ติดต่อแม่ไม่ได้อีกเลยเป็เวลาเกือบสองสัปดาห์แล้ว แต่ที่หายห่วงก็เพราะเธอโทรมาสอบถามกับป้าบ้านตรงข้ามซึ่งคราวที่แล้วเธอแอบไปขอเบอร์เอาไว้ป้าบอกว่าแม่ปิดประตูล็อกบ้านเหมือนเดิมแต่กลางคืนดึกดื่นหรือรุ่งสางเช้ามืดแม่จะแอบออกไปซื้ออาหารหอบหิ้วมาตุนไว้จากนั้นก็อยู่แต่ในบ้านเงียบเชียบและยังมีชายชุดดำขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้านเขย่าประตูบ่อยๆ อีกด้วย
แต่วันนี้จู่ๆแม่เธอก็โทรมาหาบอกว่าคิดถึงและอยากให้เธอกลับมากินข้าวเย็นที่บ้านเธอจึงรีบตอบรับทันทีอย่างไม่ลังเล เพราะคิดว่าแม่คงหายโกรธเธอแล้ว
“แม่...แม่อยู่หรือเปล่า” เด็กสาวร้องเรียกเดินหาผู้เป็แม่ทั่วบ้านก็ไม่เห็นแม้แต่เงาจึงออกไปถามกับป้าที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้าม
“ป้าคะเห็นแม่หนูบ้างไหมคะ”
“พอดีวันนี้ป้าไปหาหมอที่โรงพยาบาลั้แ่เช้าน่ะก็เลยไม่ทันเห็น... คงออกไปซื้อของกินเหมือนเดิมนั่นละเดี๋ยวก็กลับมา”
“ขอบคุณค่ะป้า”เฟื่องยกมือไหว้แล้วเดินกลับมาที่บ้านของตัวเอง
เธอใช้เวลาว่างปัดกวาดทำความสะอาดบ้านและซักผ้ารอแม่กลับมาจนค่ำแล้วก็ยังไม่มีวี่แววของแม่จนเธอเริ่มร้อนใจร่างบางเดินกระวนกระวายชะเง้อมองไปบนถนนทางเข้าซอยอย่างใจจดจ่อจากนั้นก็มีรถตู้สีดำติดฟิล์มทึบทั้งคันวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้านก่อนผู้เป็แม่จะก้าวลงมา
“แม่! แม่ไปไหนมา เฟื่องเป็ห่วงแทบแย่”ร่างบางวิ่งเข้าไปดึงแม่ออกมาจากผู้ชายชุดดำสองคนที่ตามแม่ลงจากรถมาด้วย
“เฟื่อง...ยกโทษให้แม่ด้วยนะลูก แม่ขอโทษ”
สิ้นประโยคนั้นเฟื่องก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้วเนื่องจากสติดับวูบไปทันทีด้วยฤทธิ์ยาสลบ
ณสนามบินนานาชาติที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนสัญจรเดินทางระหว่างประเทศ ร่างสูงของเตวิทย์ออกมาจากประตูทางออกแล้วเดินไปขึ้นรถที่ลูกน้องจอดรออยู่ทันที
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาบินไปเจรจาธุรกิจที่ต่างประเทศหลายวันในหลายๆประเทศจนแทบไม่ได้อยู่เมืองไทยและไม่ได้ติดต่อกับเด็กสาวในความดูแลที่หมดสัญญาไปแล้วคนนั้นด้วย...เพราะยุ่งจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะหนีหน้าในวันจากลา
“จัดการเื่นั้นเรียบร้อยดีไหม”เสียงเข้มถามขึ้นมาลอยๆ หลังจากนั่งอยู่ในรถสักพักจนหายเหนื่อยแล้ว
“เรียบร้อยครับ”กรตอบออกมา ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็เื่อะไร
กรเป็ลูกน้องคนสนิทที่ควบทั้งตำแหน่งผู้ช่วยและบอดี้การ์ดกรจะเป็คนไปจัดการจบสัญญากับเด็กสาวในความดูแลของเ้านายทุกคนจนเป็เื่ปกติทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงอย่างง่ายดายตามขอบเขตของสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ั้แ่ต้นจึงไม่มีเด็กคนไหนดื้อรั้นให้ต้องรำคาญใจ
“...อือ”เตวิทย์พยักหน้าแล้วปิดตาลงด้วยความเหนื่อยล้า
จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงกรคุยโทรศัพท์กับใครบางคนที่หน้ารถเขาไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เข้ามาเพราะอีกฝ่ายคงปิดเสียงเอาไว้เพื่อไม่ให้เป็การรบกวน
“นายครับ...เจ๊หวานบอกว่าหาเด็กคนใหม่ได้แล้วครับ จะให้พามาดูตัววันไหนดีแล้วยังกำชับอีกว่าเด็กคนนี้เกรดพรีเมียม”
“เดี๋ยวนี้มีโฆษณาชวนเชื่อหึ... จนไม่น่าเชื่อน่ะสิ”เตวิทย์กดเสียงต่ำพึมพำกับตัวเองโดยไม่ได้ให้คำตอบกับลูกน้องคนสนิท
ั้แ่ได้พบกับเด็กสาวคนนั้นส่วนลึกภายในจิตใจของเขาก็พลันแต่จะคิดถึงใบหน้าสวยหวานที่เขาจำได้ไม่เคยลืม ‘คงไม่มีโอกาสได้พบกันอีกแล้วสินะ... เฟื่อง’
“คืนนี้ก็แล้วกันไปเจอที่โรงแรมเลย”
“ครับ”กรรับคำสั่งแล้วกดโทรศัพท์ติดต่อหาเจ๊หวานให้จัดการตามที่นัดไว้ทันที
“ไปโรงแรมเลยนะกันต์”เตวิทย์บอกกับบอดี้การ์ดอีกคนที่กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่
“ครับนาย”
เตวิทย์หลับตาถอนหายใจยาวอย่างใช้ความคิดเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำว่าสินค้าพรีเมียมอะไรนั่นหรอก จริงๆแล้วเขาเหนื่อยจากการทำงานที่ต้องวิ่งวุ่นมาหลายวันจึงอยากได้รับการดูแลเอาอกเอาใจยามที่อยากพักผ่อนเท่านั้นสำหรับเด็กคนนี้อาจจะแค่ใช้บริการชั่วคราวเพียงคืนเดียวเท่านั้น และเขาก็ยังไม่มีอารมณ์ที่จะรับเลี้ยงดูแลเด็กสาวคนใหม่ในเร็วๆนี้ด้วย
ใช้เวลาเดินทางอีกเพียงสามสิบนาที ก็มาถึงโรงแรมหรูระดับห้าดาวในย่านธุรกิจใจกลางเมือง
รปภ.โค้งคำนับจนหัวเกือบถึงเอวเมื่อเห็นรถของนายใหญ่ผู้เป็เ้าของโรงแรมเคลื่อนเข้ามากันต์ลดกระจกข้างตัวเองลงเผยให้เห็นเตวิทย์ที่นั่งอยู่ด้านหลังเล็กน้อย ซึ่งผู้เป็นายทำเพียงพยักหน้านิดๆเป็การรับรู้เท่านั้น
“ไม่ต้องบอกใครนะว่าฉันกลับมาแล้ว”เตวิทย์บอกกับลูกน้องคนสนิทที่เดินตามเข้ามาในห้องพักแล้ว
“ครับ”กรขานรับแล้วนำกระเป๋าเอกสารของเ้านายไปวางบนโต๊ะตรงมุมห้อง
‘ใคร’ที่ว่านั่นก็คือคุณหญิงนาตยาและท่านนายพลจรัญผู้ซึ่งเป็บุพการีของเตวิทย์นั่นเอง
“ฉันจะนอนพักหน่อย”ว่าจบร่างสูงก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนโดยไม่ได้สนใจสิ่งใดอีก
กรก้มมองนาฬิกาข้อมือที่บ่งบอกว่าเป็เวลาหนึ่งทุ่มแล้วเขานัดเจ๊หวานไว้สี่ทุ่มคืนนี้ถือว่ายังพอมีเวลาให้เ้านายได้พักเหนื่อยจากการเดินทางบ้างสักเล็กน้อย
แสงจันทร์สีนวลอ่อนสุกสว่างส่องลอดผ่านลูกกรงหน้าต่างสีดำเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆสไตล์หอพักทั่วไปบนชั้นสามของตึกแถว
หญิงสาวร่างบอบบางค่อนข้างผอมนั่งกอดเข่าอยู่บนฟูกที่นอนหนาบนพื้นห้องแพขนตายาวสั่นไหวพร้อมกับหยาดน้ำที่หลั่งรินลงมาอาบแก้มนวลจนเปียกชื้นริมฝีปากสวยขยับอยู่หลายครั้งแล้วก็เม้มแน่นด้วยพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นจากการร้องไห้
“มันยอมกินข้าวหรือยังคืนนี้ต้องใช้งานแล้วนะ”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นที่หน้าห้องทำให้เฟื่องหันไปมองด้วยความสนใจเพราะั้แ่เธอตื่นขึ้นมาก็เจอแต่ผู้ชายตัวใหญ่หน้าตาดุดันสองคนที่ไม่พูดอะไรกับเธอเลยสักคำเธอจึงประชดพวกเขาด้วยการไม่กินข้าวหรือแม้แต่น้ำสักหยดที่คนพวกนั้นนำมาให้
“ไม่ยอมกินครับเจ๊แม้แต่น้ำก็ไม่แตะ” คนที่เฝ้าหน้าประตูเอ่ยบอก
“ฮึย!... อยากตายหรือไงนังเด็กนี่ เปิดประตูสิ๊”
สิ้นคำพูดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างอวบอัดแต่ดูเย้ายวนของผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามา
“นี่นังหนูกินข้าวกินปลาซะสิ เดี๋ยวฉันจะให้ออกไปทำงานแล้วนะ”ดวงตาโฉบเฉี่ยวที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางชั้นดีก้มมองเด็กสาวตัวเล็กที่เอาแต่นั่งร้องไห้จนน่ารำคาญ
ครั้งแรกก็แบบนี้ทั้งนั้นทำเป็สะดีดสะดิ้งเล่นตัว พอผ่านไปสักครั้งสองครั้งก็เรียกร้องแย่งกันรับงานจนคนจัดคิวปวดหัววุ่นวายไปหมด
“คุณ...คุณจับหนูมาทำไม แล้วแม่หนูอยู่ที่ไหน หนูอยากเจอแม่ค่ะ” เป็คำถามเดิมที่เธอเฝ้าถามซ้ำๆกับผู้ชายหน้าดุสองคนนั้นแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบใดๆ กลับมา
“เฮ้อ...เรียกฉันว่าเจ๊หวาน ฉันเป็นายหน้าขายสินค้า และเธอก็เป็ ‘สินค้า’ ของฉัน” เจ๊หวานแนะนำตัวเองอย่างที่เข้าใจกันง่ายๆ
“ไม่ไม่จริง หนูจะเป็สินค้าของคุณได้ยังไง แล้วแม่ล่ะ หนูอยากคุยกับแม่” เด็กสาวคร่ำครวญทั้งน้ำตา
“นี่นังหนู...ชื่อเฟื่องใช่ไหม เธอฟังฉันให้ดีนะ แม่ลำไพของเธอน่ะเขาขายเธอให้ฉันแล้ว ดังนั้นตอนนี้เธอก็เป็เด็กในความปกครองของฉันและต้องช่วยฉันทำมาหากินด้วย ฉันเสียเงินซื้อเธอมาไม่ใช่ถูกๆ นะยะ”
“แม่...ฮือ...ทำไมแม่ต้องทำกับเฟื่องแบบนี้ ฮือ...” เฟื่องร่ำไห้พลางนึกไปถึงประโยคสุดท้ายของผู้เป็แม่ที่พูดกับเธอเมื่อคืนแม่ขอโทษเธอทำไมหรือเพราะแม่ขายเธอให้คนพวกนี้จริงๆ
เจ๊หวานส่ายหน้าทอดถอนใจอยู่ในอกส่วนหนึ่งก็นึกสงสารเด็กสาวไม่น้อย ทั้งที่เพิ่งเรียนจบกำลังจะหางานทำมีอนาคตสดใส แต่ดันถูกแม่แท้ๆเอามาเร่ขายตามซ่องเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้พนันในบ่อนใหญ่ที่ขึ้นชื่อเื่การทวงหนี้มหาโหดซึ่งถ้าไม่อยากตายก็ต้องหาเงินมาคืนให้ได้ และแม่ของเธอก็เป็หนึ่งในนั้น
ลูกสาวของนางลำไพคนนี้เป็เด็กสาวที่สวยสะพรั่งในวัยย่างยี่สิบสองเพิ่งจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีมาสดๆ ร้อนๆ รูปโฉมสะคราญไร้ที่ติ ผิวพรรณนั้นขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีสันจมูกโด่งเชิดรับโครงหน้าเหมาะเจาะถือเป็สินค้าชั้นดีเกรดพรีเมียมที่หาได้ยากทีเดียวที่สำคัญยังบริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งภายนอกภายในอีกด้วยเธอจึงตัดสินใจซื้อมาในราคาหลายแสนแถมยังต้องแย่งชิงกับพวกเอเย่นรายใหญ่ในตลาดมืดพวกนั้นด้วย
“อะ...กินข้าวกินปลาซะ แล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดนี้เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะพาไปทำงาน”
เจ๊หวานส่งจานข้าวกับเสื้อผ้าชุดใหม่วางไว้บนฟูกที่เฟื่องนั่งอยู่จากนั้นก็เดินออกไป
เมื่อถึงเวลานัดหมายดูตัวสินค้าที่คุยกันเอาไว้แล้วเจ๊หวานก็พาเฟื่องมาที่โรงแรมพร้อมกับลูกน้องร่างใหญ่อีกสองคน เพราะกลัวว่าสินค้าของเธอจะดื้อดึงขัดขืนจนคุมไม่อยู่
แม้จะยอมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ตามที่เจ๊หวานสั่งแล้วก็ตามแต่ก็ใช่ว่าจะยอมกันง่ายๆ เฟื่องแกล้งทำเป็เหมือนว่ายินยอมทั้งที่ในใจคิดหาทางหนีทีไล่ตลอดเวลาขอแค่ได้ออกมาจากห้องนั้นเธอจะหาทางหลบหนีไปจากคนพวกนี้ให้ได้
[สวัสดีค่ะคุณกร ตอนนี้เจ๊มาถึงแล้วค่ะ]เจ๊หวานพูดบอกกับคนในสายโทรศัพท์หลังจากนั้นก็มีพนักงานต้อนรับพาพวกเธอไปที่ลิฟต์ส่วนตัวซึ่งจะขึ้นไปเฉพาะห้องพักผู้เป็เ้าของโรงแรมเท่านั้น
ขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเรียงคิวเดินเข้าไปในลิฟต์โดยเจ๊หวานเป็คนแรกที่ก้าวเข้าไปและตามด้วยเฟื่องแต่ในจังหวะนั้นร่างบางก็สะบัดแขนอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุมของชายร่างใหญ่ข้างตัวจากนั้นก็วิ่งออกไปทันทีอย่างไม่คิดชีวิต
“ว๊าย! ตายแล้ว! ไป!...พวกแกรีบไปตามจับมันมาให้ได้” เจ๊หวานใวิ่งออกมาจากลิฟต์ปากคอสั่นเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโหจนทำอะไรไม่ถูก...อีกนิดเดียวก็จะได้เงินอยู่แล้วเชียว หน็อย!นังเด็กบ้านี่มันน่าตีให้ตายจริงๆ
[เอ่อ... ค่ะคุณกร ต้องขอโทษด้วยนะคะพอดีน้องเขาลืมของไว้ที่รถน่ะค่ะก็เลยกลับไปเอา ขอเวลาอีกแป๊บนะคะ]
[คุณเตวิทย์อนุญาตเหรอคะ ค่ะ เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ]
เจ๊หวานกดวางสายโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มฝืดฝืนก่อนจะก้าวตามพนักงานต้อนรับคนเดิมเข้าไปในลิฟต์ตัวเมื่อครู่ เธอได้รับความอนุเคราะห์จากคุณเตวิทย์ให้ขึ้นไปรอเด็กสาวบนห้องก่อนได้
เมื่อมาถึงชั้นบนสุดก็พบบอดี้การ์ดของชายหนุ่มเ้าของโรงแรมยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“เชิญครับเจ๊หวาน”กรปฏิบัติอย่างสุภาพกับผู้เป็แขกของเ้านาย
“ค่ะขอบคุณค่ะ” เจ๊หวานก้าวเข้ามาในห้องรับแขกที่มีชุดโซฟาสวยหรูคุ้นตาเพราะเธอเคยมาที่นี่บ่อยครั้ง ตอนที่พาเด็กมาส่ง
“นั่งรอก่อนนะครับเ้านายกำลังแต่งตัวอยู่”
“...ค่ะ”ใบหน้าที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะตอนนี้เริ่มมีเหงื่อซึมเล็กน้อยจนต้องควานหากระดาษทิชชู่ในกระเป๋าออกมาซับด้วยอาการหวาดหวั่นในใจ ถ้านังเด็กนั่นมันหนีไปได้เธอควรทำอย่างไรดีจะหาเด็กคนไหนมาแทนได้ในเวลากระชั้นชิดแบบนี้กัน
จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น นิ้วเรียวรีบหยิบออกมากดรับทันที
[ว่าไงได้ตัวไหม] เจ๊หวานกระซิบกระซาบถามปากคอสั่นตื่นเต้นลนลานไปหมด
[ดี! อย่าให้ช้ำล่ะ พาขึ้นมาเลย] ข่าวดีที่ได้ยินจากคนปลายสายนั้นทำให้เธอโล่งใจเหมือนยกูเาออกจากอกริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีสวยยิ้มกริ่มเตรียมรอรับเงินได้เลย
“มาแล้วเหรอ”เสียงเข้มเอ่ยทักแขกผู้เยือนพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวออกมาจากห้องนอน
“สวัสดีค่ะคุณเตวิทย์”เจ๊หวานลุกขึ้นยืนยกมือไหว้ตามมารยาทอย่างนอบน้อมแม้ว่าชายหนุ่มจะมีอายุน้อยกว่าเธอก็ตามเป็การไหว้เพราะอำนาจบารมีของเขามากกว่า
“ครับ...แล้วน้อง...” เตวิทย์พยักหน้ารับพลางมองหาเด็กสาวที่อีกฝ่ายบอกว่าจะนำมาเสนอให้
“เอ่อกำลังขึ้นมาค่ะ รับรองว่าคนนี้สวยกว่าคนที่ผ่านมาแน่นอนค่ะ”
“ขนาดนั้นเชียวหึหึ” เตวิทย์หัวเราะเบาๆ กับคำโฆษณาของแม่ค้าจากนั้นก็หย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ทำให้อีกฝ่ายต้องรีบนั่งลงตามไปด้วย
ก๊อกก๊อก
กรยื่นมือไปเปิดประตูให้คนข้างนอกเข้ามาเพราะรู้ดีว่าเป็แขกของเ้านายที่ยังมาไม่ครบ
...พลั่ก!!!
ร่างบอบบางของเด็กสาวถลาลงไปกับพื้นอย่างทุลักทุเลผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิงเนื้อตัวมอมแมมดูไม่จืด พร้อมกับเสียงร้องไห้ดังระงม
“ปล่อยนะ! ปล่อยสิ! ฮือ... ฮึก... ปล่อยฉันนะ” เฟื่องฟูมฟายน้ำตานองพยายามสะบัดตัวออกจากมือใหญ่ที่ไล่จับเธออย่างไม่ลดละทั้งที่กำลังจะหนีได้อยู่แล้วเชียวเป็เพราะรองเท้าส้นสูงกับชุดเดรสกระโปรงสั้นแคบๆนี่ มันทำให้เธอล้มลุกคลุกคลานจนไปไม่รอด
ปากเล็กอ้างับฝังคมเขี้ยวลงไปสุดแรงที่มือของชายคนที่จับเธอไว้จนอีกฝ่ายผละสะบัดออกด้วยความเ็ป
“อ๊ะฮึย! นังสาระเลว” มันสบถด่าแล้วฟาดฝ่ามือหนาลงไปที่ใบหน้าสวยเต็มแรงจากความโมโห
…เพี้ยะ!!!
“โอ๊ย!” เฟื่องฟลุบหมอบลงไปกับพื้นและหมดสติทันที
หัวใจดวงแกร่งของเตวิทย์กระตุกวาบเมื่อเห็นร่างบางที่คุ้นตาซึ่งเขาจดจำได้ดีเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมากจนทุกคนในห้องยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะก่อนที่ร่างสูงของเตวิทย์จะพุ่งเข้าไปใช้ตัวเองบังร่างเด็กสาวเอาไว้ไม่ให้ถูกผู้ชายพวกนั้นทำร้ายได้อีก
“นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น!” สายตาเด็ดขาดเยือกเย็นตวัดมองชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง “พวกแกออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!”
เจ๊หวานถลึงตาใส่ลูกน้องที่เผลอทำสินค้าของเธอมีตำหนิสภาพยับเยินแบบนี้แถมยังสลบไปอีกและที่สำคัญตอนนี้ลูกค้าของเธอดูท่าจะไม่พอใจอย่างมากด้วย
เมื่อส่งคนพวกนั้นออกไปจากห้องแล้วกรก็รีบเข้ามาหาเ้านายที่กำลังประคองร่างน้อยบอบบางเอาไว้ในวงแขน
“ส่งมาให้ผมดีกว่าครับ”จะให้เ้านายลงมาทำเื่แบบนี้ได้อย่างไร
“ไม่เป็ไร”เตวิทย์ปฏิเสธก่อนจะช้อนอุ้มเด็กสาวขึ้นมาแล้วเดินไปวางที่โซฟาตัวยาว
“เอ่อให้หวานจัดการเองดีกว่านะคะ” เจ๊หวานรีบปรี่เข้าไปหมายจะช่วยดูแลจัดแต่งสินค้าของเธอให้มีสภาพดูดีกว่านี้หน่อย
“ไม่ต้อง!” สายตาคมเยือกเย็นนั้นทำให้เธอต้องหยุดชะงัก แล้วกลับไปนั่งที่เดิมด้วยใจระทึกแม้ภายนอกเขาจะดูสงบนิ่งอ่อนโยน แต่แท้ที่จริงภายในกลับซ่อนกรงเล็บพญาราชสีห์เอาไว้
คนผู้นี้ช่างน่ากลัวจริงๆ!
“คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบบังคับฝืนใจใคร”เตวิทย์พูดขึ้นทั้งที่ใจจริงเขาอยากจะถามมากกว่า ว่าเฟื่องมาเป็เด็กของเจ๊หวานได้อย่างไร
“เอ่อ...คือ...”
“พูดมา!”
“เอาตรงๆเลยนะคะคุณเตวิทย์” ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้วจะโกหกอะไรได้อีก“น้องชื่อเฟื่องค่ะ... เฟื่องลดา”
เตวิทย์สูดลมหายใจลึกเมื่อได้ยินชื่อของเด็กสาวซึ่งเป็การยืนยันตัวตนแน่ชัดแล้ว
“น้องอายุยี่สิบสองเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีรุ่นเดียวกับนุ้ยนั่นละค่ะน้องเฟื่องถูกแม่แท้ๆ ของตัวเองเอามาเร่ขายตามซ่องตลาดมืดเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้การพนัน พอดีหวานไปเจอเข้าก็เลยตัดสินใจซื้อน้องเขามาใจจริงก็สงสารด้วยนั่นแหละค่ะ ถ้าอยู่ในซ่องพวกนั้นน้องคงยับเยินเละเทะแน่ ทั้งหน้าตาสะสวยผิวพรรณดีแบบนี้เห็นแล้วก็เสียดายค่ะ”
“ผมก็จะบอกกับคุณตรงๆเหมือนกันว่าตอนนี้ผมยังไม่คิดจะเลี้ยงดูเด็กคนใหม่”
เตวิทย์พูดอย่างมีชั้นเชิงคล้ายยังไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธแม้ลึกๆ ภายในใจนั้นร้อนรุ่มจนแทบจะเซ็นเช็คส่งให้โดยไม่คิดต่อรองเลยด้วยซ้ำเขาถูกใจเฟื่องั้แ่แรกพบในร้านไอศกรีมวันนั้นแล้ว...แต่อยากรู้ที่มาที่ไปของเธอให้มากกว่านี้อีกหน่อย
“จริงๆแล้วหวานก็ไม่ได้จะพามาให้คุณเตวิทย์เลี้ยงดูหรอกค่ะ และรู้ด้วยว่าน้องเขาไม่ได้อยู่ในกฎที่คุณตั้งไว้”เพราะเฟื่องเรียนจบแล้วและกำลังจะมีอนาคตที่สดใส
“ครับ”คนฟังพยักหน้าให้เธอพูดต่อ
“หวานเห็นว่าน้องเขายังบริสุทธิ์สดใหม่ ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน หากเป็คุณเตวิทย์ ‘ครั้งแรก’ ของน้องคงไม่บอบช้ำมากนักน่ะค่ะ”
เธอเคยได้ยินจากพวกเด็กๆพูดให้ฟังว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีความเป็สุภาพบุรุษ แม้จะ ‘เซ็กส์จัดกินเก่งกินดุ’ แต่ก็อ่อนโยนมากกับผู้หญิงที่ขึ้นเตียงด้วย
“คุณซื้อมาเท่าไร?”
“อะอะไรนะคะ!?” แทนที่จะถามราคาขาย อีกฝ่ายกลับถามราคาที่เธอซื้อมาแบบนี้ดูจะละลาบละล้วงเกินไปหน่อยหรือเปล่า
“ช่างเถอะ!...” เตวิทย์สะบัดมือส่งๆ แล้วหันไปส่งสายตาให้ผู้ช่วยคนสนิท
กรเดินไปหยิบสมุดเช็คพร้อมกับปากกานำมาให้ผู้เป็เ้านายอย่างรู้ใจ
เตวิทย์เขียนยอดเงินลงไปตามใจตัวเอง เขาไม่อยากรู้แล้วว่าเจ๊หวานซื้อเฟื่องมาในราคาเท่าไรแต่เขาแค่อยากพาเด็กสาวออกมาจากวังวนพวกนี้ต่างหาก... หลังจากนั้นค่อยว่ากัน
“ผมซื้อขาดตัว”ชายหนุ่มส่งเช็คให้คนตรงหน้า
“ห๊ะ! หะ หะ ห้าล้านบาท” เจ๊หวานใมือไม้สั่นเมื่อเห็นตัวเลขที่อยู่บนเช็ค
“ไม่พอเหรอ?”
“พะพอค่ะ พอมากด้วย” ซื้อมาห้าแสนขายได้ห้าล้าน มันเกินคำว่า ‘พอ’ ไปมากโขเชียว
“งั้นก็ตามนี้ต่อไปเฟื่องคือคนของผม และอย่าได้เข้ามาวุ่นวายอีก”เตวิทย์บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังเหมือนเป็ประกาศิตของผู้มีอำนาจ
“ค่ะๆไม่มารบกวนแน่นอนค่ะ”
“กร...ส่งแขก”
ผู้ช่วยคนสนิทรับคำสั่งแล้วพาเจ๊หวานเดินไปที่ประตูห้อง
“เชิญครับ”
เตวิทย์ช้อนอุ้มร่างบางเข้าไปในห้องนอนแล้ววางลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือจากนั้นก็หาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้เด็กสาว คงเพราะอ่อนเพลียเหนื่อยล้าด้วยนั่นแหละถึงทำให้เธอหมดสติหลับลึกได้ขนาดนี้
มองเผินๆราวกับเ้าตัวกำลังเพลิดเพลินอยู่ในห้วงนิทราที่ยังไม่อยากตื่น แพขนตายาวงอนสวยงามโดยไม่ต้องดัดจัดแต่งใดๆจมูกโด่งเชิดรั้นรับกับริมฝีปากบางได้รูปที่ตอนนี้มีเืซึมออกมาเล็กน้อยจากมุมข้างหนึ่งเพราะาแที่ถูกตบก่อนหน้านี้
เตวิทย์ใช้ผ้าชุบน้ำซับที่รอยแผลนั้นเบาๆด้วยอาการปวดหนึบในหัวใจ ตอนนี้ใบหน้าสวยเริ่มสะอาดสะอ้านขึ้นแล้ว เผยให้เห็นความงามไร้ที่ติจนลมหายใจสะดุดผิวขาวเนียนละเอียดยามที่ผ้าเปียกลูบไล้ััลงไปตามแขนขาชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่ร่างบางสวมใส่ตอนนี้สกปรกเลอะเทอะจนเขาอยากจะจับถอดเปลี่ยนเหลือเกิน...ถึงแม้จะซื้อมาแล้วแต่เขาก็อยากให้เกียรติเธอได้พูดคุยตกลงกันก่อนเขาไม่เคยบังคับฝืนใจใครกับเื่พรรค์นั้น มือใหญ่ยื่นไปััที่หน้าผากสวยเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเมื่อพบว่าปกติดีร่างสูงก็ผละออกไป
“บอกที...ฉันทำแบบนี้ทำไม?” เสียงเข้มพูดออกมาลอยๆ ทิ้งตัวลงไปบนโซฟาตัวใหญ่ถอนหายใจหนัก
ทั้งที่ยังไม่อยากเลี้ยงดูใครแต่กลับซื้อเด็กสาวคนนี้มาในราคาที่ไม่เคยจ่ายให้เด็กคนไหนมาก่อนโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ได้เรียกร้องอะไรเลยด้วยซ้ำแม้จะเป็แค่เศษเงินของเขาก็เถอะ... เพราะสงสารเหรอ? หรือเพราะอยากกันแน่
“อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ไม่จำเป็ต้องหาเหตุผล... ครับนาย” กรเอ่ยขึ้นแล้ววางแก้วบรั่นดีลงตรงหน้าให้ผู้เป็นายเพราะเป็คนสนิทใกล้ชิดเขาจึงรู้ว่าเ้านายถูกใจเด็กสาวที่ชื่อเฟื่องคนนี้มานานแล้วั้แ่เจอกันที่ร้านไอศกรีม จนกระทั่งได้พบอีกครั้งที่ไนต์คลับของคุณนพดล
“...อืม”เตวิทย์ส่งเสียงในลำคอ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม
“พรุ่งนี้แกไปเอาบัตรประชาชนของเฟื่องจากเจ๊หวานแล้วสืบข้อมูลเื้ัมาให้ฉันทั้งหมด”
“ครับนาย”
“แกกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ครับ”
กรก้มศีรษะรับคำสั่งแล้วหมุนตัวเดินไปที่ประตูโดยไม่ลืมกดล็อกให้เรียบร้อยด้วย
เฟื่องขยับเปลือกตาขึ้นมาช้าๆสติเริ่มฟื้นคืนทีละนิด รู้สึกเจ็บแปลบที่แก้มข้างซ้ายทำให้ต้องยกมือขึ้นมากุมไว้พยายามกวาดตามองไปรอบตัว
‘ที่นี่ที่ไหน?’ เป็อีกครั้งที่ตื่นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยความทรงจำก่อนหน้านี้ค่อยๆหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดปานสายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ
ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมทั้งก้มมองสำรวจตัวเองว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า…เสื้อผ้าก็ยังอยู่ดีทั้งข้างนอกข้างใน เนื้อตัวมีเจ็บระบมเป็บางจุดจากการถูกกระชากถูไถหกล้มไปตามพื้นและรู้สึกแสบที่มุมปากจึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองถูกตบจนสลบไป
เธอจำได้ดีว่าถูกพามาที่นี่เพื่ออะไร…ไม่ว่าอย่างไรก็คงหนีไม่รอดแล้วสินะ
แกร๊ก!
เสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มเ้าของห้อง
“ตื่นแล้วเหรอ” ถือเป็คำทักทายที่ไม่ได้้าคำตอบ
“คุณ… คุณ… เราเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม”เฟื่องขมวดคิ้วครุ่นคิด ไม่นานก็นึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาตรงหน้าเป็คนที่มาทานไอศกรีมกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอเมื่อเดือนที่แล้ว…เขาเป็แฟนนุ้ยไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม…?
“ฉันชื่อเต… เตวิทย์และฉันก็เป็ลูกค้าวีไอพีของเจ๊หวานที่ซื้อเธอมาในคืนนี้”
“คุณเป็แฟนนุ้ยไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไม… เอ่อ…”
“หึหึ เธอนี่ไร้เดียงสาจริงนะ” เตวิทย์ส่ายหน้ากดยิ้มเยาะหยันแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดคลุมกับผ้าขนหนูมาส่งให้เด็กสาวที่นั่งตาแป๋วอยู่บนเตียง
“ลุกไหวไหม… ไปอาบน้ำก่อนเถอะฉันไม่อยากคุยกับคนสกปรกมอมแมม”
“ไหวค่ะ”
เฟื่องรับของจากชายหนุ่มมากอดไว้จากนั้นก็ขยับลงจากเตียงช้าๆร่างบางยืนโงนเงนเพราะรู้สึกปวดชาไปทั้งขาจนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
“อ๊ะ!”
เตวิทย์สะอึกตัวพุ่งเข้าไปคว้าเด็กสาวมาไว้ในอ้อมกอดได้ทัน
“เป็อะไร?” ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาแนบชิดใบหูเล็กกดเสียงต่ำแหบพร่า “หรือจะให้ฉันไปอาบให้”
เฟื่องเบิกตากว้างตื่นตะลึง รีบปฏิเสธทันควันตามสัญชาตญาณ
“ไม่ ไม่ต้องค่ะ” หัวใจดวงน้อยเต้นรัวไม่เป็จังหวะ
ร่างบางพยายามเบียดตัวออกจากอกแกร่งของชายหนุ่มอย่างกล้าๆกลัวๆ ซึ่งเตวิทย์ก็ยอมปล่อยเธอแต่โดยดีเพราะไม่อยากทำให้เด็กสาวหวาดกลัวเขาไปมากกว่านี้
...อยากให้ยินยอมพร้อมใจและมีความสุขด้วยกันมากกว่า...
หลังจากมองจนร่างบางหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วเตวิทย์ก็เปลี่ยนชุดนอนให้กับตัวเองแล้วขึ้นไปนั่งบนเตียงรออีกคนที่กำลังอาบน้ำอยู่ระหว่างนั้นก็หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเช็คอีเมล์ทำงานไปเรื่อยๆ
ผ่านไปยี่สิบนาทีร่างบางของเฟื่องก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมตัวยาวผูกสายรัดเอวอย่างแ่า
“มานั่งนี่” เตวิทย์ตบที่นอนข้างตัว โดยที่ตายังจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแท็บเล็ต
เฟื่องชะงักเล็กน้อยแต่ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปนั่งิ่ๆ ชิดริมขอบเตียง
“ขยับขึ้นมานั่งดีๆ” เตวิทย์ยื่นมือไปวางแท็บเล็ตไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงแล้วโอบเอวบางดึงเข้าหาตัวโดยไม่สนใจแรงทัดทาน “เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก”ออกแรงนิดเดียวร่างเล็กก็แทบจะขึ้นมาเกยบนตัก
เฟื่องลนลานนั่งตัวเกร็งทำอะไรไม่ถูก
“ชื่อเฟื่อง… เฟื่องลดาใช่ไหม” เตวิทย์ชวนคุยอย่างน้อยตอนนี้ก็เริ่มจากทำความรู้จักกันก่อน ไหนๆ ก็ตั้งใจซื้อมาแล้วนิ
“ค่ะ” เฟื่องก้มหน้าหลบสายตาคมอันทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มแล้วตัดสินใจเอ่ยคำอ้อนวอนโง่ๆ ออกไป “คุณปล่อยเฟื่องไปได้ไหมคะ”
เตวิทย์หัวเราะกระชับอ้อมแขนให้แน่นกว่าเดิม มือหนาจับใบหน้าสวยให้เงยขึ้นมาสบตาเขา
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ รู้ตัวไหม”
“รู้ค่ะแต่...”
“ไม่ได้เต็มใจมา”เตวิทย์ต่อประโยคนั้นอย่างเข้าใจ เพราะถ้าเต็มใจมาดีๆ ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวสะบักสะบอมแบบนี้
เฟื่องน้ำตารื้นเอ่อคลอจวนเจียนจะไหลริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้น...ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ตอบแทนบุญคุณของบุพการีด้วยการขายตัวยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจที่แม่เห็นเธอเป็เพียงสินค้าชิ้นหนึ่งเท่านั้น
“ไม่ต้องกลัวฉันไม่ชอบบังคับฝืนใจใครกับเื่พรรค์นี้หรอก” ดวงตาคมหรี่มองคนในอ้อมกอดที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“ฟังฉันให้ดีนะเฟื่อง... ต่อไปนี้ชีวิตเธอจะเป็ของฉันเพียงคนเดียวเท่านั้นไม่ต้องไปเปลืองเนื้อเปลืองตัวกับใครที่ไหนอีกเพราะฉันตกลงซื้อขาดกับคนพวกนั้นมาแล้ว”
“คะ?”เฟื่องเบิกตากว้าง หัวสมองพยายามไตร่ตรองคำพูดของชายหนุ่มอย่างละเอียด“หมายความว่าเฟื่องไม่ต้องกลับไปเจอคนพวกนั้นอีกเหรอคะ”
“ใช่”
“ขอบคุณนะคะขอบคุณมากจริงๆ” เฟื่องยกมือไหว้พร่ำบอกแต่คำขอบคุณไม่หยุดด้วยความดีใจจนปิดไม่มิด“เฟื่องจะขยันทำงานหาเงินมาคืนคุณทั้งหมดเลยค่ะ แต่ขอทยอยจ่ายเป็รายเดือนนะคะ”
เตวิทย์เลิกคิ้วประหลาดใจ
“หือ?...เงินห้าล้านบาทเธอจะผ่อนจ่ายให้ฉันเดือนละกี่พันกันเชียวค่าแรงเด็กจบใหม่สตาร์ทไม่น่าเกินหมื่นห้าละมั้ง กว่าจะได้คืนจนครบ... ไม่ฉันก็เธอคงแก่ตายกันไปข้างนึงแล้วนี่ฉันยังไม่ได้คิดดอกเบี้ยเลยนะ” คนตั้งตัวเป็เ้าหนี้อธิบายยืดยาว ‘ในเมื่ออยากเป็ลูกหนี้เขาก็ยินดีจะให้เป็’
“ห๊ะ! อะไรนะ หะ ห้าล้านบาทเหรอคะ”
ดีใจได้เพียงไม่นานเฟื่องก็ต้องใจนแทบสิ้นสติเธอถูกจับมาขายแต่ตอนนี้กลายเป็ว่าเธอเป็หนี้ก้อนใหญ่เสียอย่างนั้น
“แต่ฉันมีข้อเสนอ...”ฝ่ามือหนาเลื่อนลงไปเกาะกุมเนินสะโพกบางลูบไล้เบาๆ “ถ้าเธอยอมใช้หนี้ฉัน ‘บนเตียง’ จนกว่าฉันจะพอใจไม่แน่นะ... บางทีอาจจะแค่ปีสองปีฉันก็ปล่อยให้เธอเป็อิสระแล้วเพราะฉันเป็คนขี้เบื่อ นอนกับผู้หญิงคนเดิมซ้ำๆ ไม่เกินสองปีหรอก”ริมฝีปากหยักสวยยกยิ้มชั่วร้าย
เฟื่องนิ่งคิดแม้จะรู้ว่าเงินเดือนของลูกจ้างทั่วไปนั้นน้อยนิดเหลือเกินเทียบไม่ได้เลยกับหนี้ก้อนใหญ่ที่เธอใช้ซื้ออิสรภาพจากวงโคจรอุบาทว์พวกนั้นแต่การเอาตัวเข้าแลกเพื่อลดหนี้มันเป็เื่ที่ทำใจยอมรับได้ยากจริงๆ
“ว่าไง?...”
นิ้วมือของเตวิทย์ยังคงหมุนวนอยู่ที่สะโพกมิหนำซ้ำยังเพิ่มแรงกดมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย เฟื่องสะดุ้งขืนตัวเล็กน้อยรู้สึกถึงบางอย่างกำลังคุกคามเข้ามา เพื่อไม่ให้ทุกอย่างเลวร้ายลงกว่าเดิมการต่อต้านอาจไม่ส่งผลดีนัก แม้จะเสียเกียรติแค่ไหนแต่ก็เสียให้กับคนคนเดียวดีกว่าถูกขายร่อนเร่ไปทั่ว ในเมื่อไม่มีหนทางอื่นใดที่ดีกว่านี้สิ่งเดียวที่ต้องทำคือเชื่อฟังและพยายามทำให้เขาพึงพอใจถึงจะน่าอับอายแต่อย่างไรเสียเธอก็ไม่ได้ช่ำชองเก่งกาจในเื่แบบนั้นเชื่อว่าไม่นานเขาก็คงเบื่อแล้วปล่อยเธอไปเอง
“...ค่ะ”เฟื่องพยักหน้ารับด้วยสติเลื่อนลอย
เตวิทย์ยิ้มพอใจกับการตอบรับของเด็กสาว
“อ้อยังมีอีกเื่” ก้านนิ้วแกร่งสะกิดที่แก้มสวยของคนในอ้อมกอดที่เอาแต่เหม่อลอยให้หันมาสนใจเขา“นุ้ย ไม่ใช่แฟนฉันและก็ไม่ใช่แฟนเก่าด้วย”เพราะเขากับเด็กคนนั้นไม่ได้เป็แฟนกันั้แ่ต้นแล้ว
“...?”
“นุ้ยก็เหมือนเธอต่างกันตรงที่นุ้ยเต็มใจทำแบบนั้นและไม่ได้ถูกใครขายหรือบังคับมา...และตอนนี้ก็หมดสัญญากับฉันไปแล้วด้วย”
“ค่ะ”เฟื่องทำได้แค่รับรู้เอาไว้เท่านั้น
“ส่วนเื่แม่ของเธอฉันจะให้คนไปสืบหาข่าวคราวมาให้”
คำพูดนั้นของเตวิทย์ทำให้เฟื่องมองเขาอย่างสนใจ...แสดงว่าเขาคงรู้เื่ของเธอหมดแล้ว
“เฟื่องขอไปหาแม่ได้ไหมคะ”อยากจะไปหาแล้วถามสักคำว่าทำไมถึงทำกับเธอแบบนี้
“ฉันไม่อนุญาต...อย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน เธอจะไปหาแม่ใจดำอำมหิตแบบนั้นทำไมกันจะให้เขาเอาเธอไปขายอีกเหรอ”
คำพูดทิ่มแทงใจของเตวิทย์ทำให้เฟื่องน้ำตาไหลลงมาทันทีชายหนุ่มรวบร่างบางมากอดเอาไว้ในอกแกร่งได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆคงเกิดจากความผิดหวังเสียใจจนถึงที่สุดจริงๆ
“แม่เธอติดการพนันงอมแงมจนหน้ามืดตามัวขายลูกในไส้ได้ก็แทบจะไม่เหลือความเป็คนแล้ว แต่ถ้าเธอให้อภัยแม่เธอได้ฉันจะให้คนของฉันพาเธอไปเจอ แต่ต้องหลังจากที่ฉันสืบข้อมูลเื่ของแม่เธอให้มากกว่านี้ก่อน...เพื่อความปลอดภัยของเธอนะ”
หัวใจดวงน้อยอุ่นวาบรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนห่วงใยและการเอาใจใส่ของชายหนุ่ม
“อย่าคิดมากพักผ่อนเถอะ” เตวิทย์ขยับให้ร่างบางนอนลงบนเตียงพร้อมกัน มือหนาไล้เกลี่ยปอยผมตามกรอบหน้าสวยและปาดเช็ดน้ำตาที่พวงแก้มนุ่มออกเบาๆ
“เจ็บไหมครับ”นิ้วแกร่งแตะที่มุมปากข้างซ้ายของหญิงสาวที่ตอนนี้เป็รอยช้ำจางๆ
เฟื่องส่ายหน้าเล็กน้อยหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่อาจฝืนต่อไปได้อีกไม่รู้อะไรทำให้เธอไว้ใจเขา ยอมให้เขากกกอดนอนบนเตียงร่วมกันแบบนี้แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอรู้สึกดีและอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“เฟื่อง...”
เตวิทย์กระซิบเรียกเสียงแหบพร่าชิดริมฝีปากสวยทำเอาใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอกทั้งที่เกือบจะหลับไปอยู่แล้ว ชายหนุ่มยังคงอ้อยอิ่งคลอเคลียอยู่รอบๆปากอิ่มแดงระเรื่อ
“...คุณเตวิทย์”เฟื่องปรือตาขึ้นมามองเขาแต่ก็หมดแรงที่จะทัดทาน
“แค่จูบ...นะครับ” ชายหนุ่มพูดบอกแล้วก้มลงส่งริมฝีปากหยักลงไปบนกลีบปากนุ่ม ไล่เลาะชิมทีละนิดราวกับผึ้งที่หลงใหลในดอกไม้แรกแย้ม
ััที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนทำให้ร่างบางเผลอเกร็งตัวจนเตวิทย์ต้องคอยลูบไล้ให้เธอผ่อนคลายริมฝีปากหยักสวยขยับยิ้มมุมปากพออกพอใจกับความหวานล้ำของร่างบาง การมองเห็นของเฟื่องพร่ามัวใจดวงน้อยสั่นไหวก่อนที่สติจะค่อยๆเลือนไปเข้าสู่ห้วงนิทรา
“ราตรีสวัสดิ์”เตวิทย์พูดออกมาเบาๆ แม้อีกฝ่ายจะไม่รับรู้แล้วก็ตามแขนแกร่งโอบกอดร่างบางแล้วสูดดมความหอมที่แก้มนุ่มฟอดใหญ่จากนั้นก็หลับตาเข้าสู่ม่านราตรีตามหญิงสาวไปอีกคน...
ทั้งที่จะหาผู้หญิงมาดูแลเอาอกเอาใจให้หายเหนื่อย กลับต้องมาเหนื่อยทั้งกายและใจเป็ฝ่ายดูแลผู้หญิงซะงั้น
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในบางแอปมือถือค่ะ***