เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 30

    จิ๊บๆ จิ๊บๆ“โอ๊ย!! โอ๊ยๆ หยุดนะ!!”เสียงที่เหมือนเสียงนกร้องเป็นสัญญาณเตือน ว่ายามเช้ามาได้เยือนแล้ว ปลุกให้ภามตื่นขึ้นมาเหมือนเช่นในทุกวัน แต่วันนี้กลับแปลกที่มีเสียงเด็กผู้ชายร้องปนมากับเสียงจิ๊บๆ ด้วย ภามยกมือเกาหัว งัวเงียเหมือนสมองยังไม่สั่งการดีอยู่สักพัก “โอ๊ย!!” เสียงเด็กผู้ชายดังมาอีกครั้ง ภามรีบลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง เพิ่งนึกได้ว่า เขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว จึงรีบเดินออกจากห้อง ตรงไปยังแปลงผักด้านหน้าบ้านด้วยความรวมเร็ว ทันทีที่ก้าวออกมาจากตัวบ้าน ภามก็ได้เห็น เจ้าสิ่งมีชีวิตก้อนกลมๆ มีตาเดียว เจ็ดถึงแปดตัวกำลังบินวนไปรอบๆ ตัวอามิน ที่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นป้องกันบางตัวที่กำลังยื่นปากที่แหลมเหมือนปากนกของมันจิกลงมา ส่วนอีกมือถือไม้ยาวโบกไปมาหมายจะปัดไล่มอนสเตอร์เหล่านั้นให้ไปไกลๆ ภามรีบหยิบไม้ไผ่ยาวอีกอันที่วางอยู่ข้างประตูบ้านขึ้นมาถือไว้ แล้วเข้าไปช่วยอามินไล่สอนสเตอร์เหล่านั้นทันที เมื่อพวกมันเห็นภามถือไม้เดินเข้ามา เหมือนจะมีบางตัวหยุดชะงัดไปเล็กน้อย จนเมื่อไม้โบกผ่าน พวกมันจึงบินหนีไปคนละทิศคนละทาง “เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าออกมาทำอะไรตรงนี้” ภามถาม พร้อมกับจับตัวอามินหมุนไปมาดูว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่“ข้าออกมาดูต้นไม้ในแปลงขอรับ เห็นเจ้าพวกนั้นกำลังจะจิกต้นอ่อนก็เลยเอาไม้มาไล่” อามินตอบพร้อมกับชี้ไปที่แปลกผักที่มีฟางคลุมอยู่“แล้วพ่อแม่เจ้าล่ะ เหตุใดปล่อยเจ้ามาไล่มอนสเตอร์พวกนี้อยู่คนเดียว อ่าว ดูนี่สิ แขนโดนจิกเลือดออกแล้ว”“ท่านพ่อจับปลาอยู่หลังบ้าน ส่วนท่านแม่กับแอนเน่ให้อาหารเจ้าดำอยู่ขอรับ”“ทีหลังหากไม่มีคนช่วย เจ้าก็ไปเคาะเรียกข้าที่ห้องได้ เอาล่ะๆ ไปทำไป” ภามบอก พลางดันหลังให้อามินเดินกลับเข้าไปในบ้าน หลังจากอามินเดินเข้าบ้านไปแล้ว ภามก็หันกลับมาสนใจแปลงผักต่อ เขาเดินเข้าไปเปิดฟางที่คลุมแปลงไว้ พบว่าเมล็ดงอดออกมาเป็นเป็นต้นอ่อนที่มีขนาดพอสมควรแล้ว และดูเหมือนทุกต้นจะแข็งแรงดี คาดว่าอีกสักวันสองวันน่าจะเอาฟางที่คลุมไว้ออกได้แล้ว “เจ้ามอนสเตอร์พวกนั้นจมูกไวจริงๆ ต้นอ่อนงอกปุ๊บ พวกมันก็ออกมาหาอาการกินปั๊บ” ภามบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ ภามเดินเข้าไปดูเมล็ดที่เพาะไว้เมื่อวานในโรงเรือนต่อ แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าเมล็ดเหล่านั้นเหมือนจะมียอดอ่อนแทงออกมาบ้างแล้ว เขามองไปรอบๆ โรงเรือนอย่างใช้ความคิด ...หรือว่าการเพาะเมล็ดในโรงเรือนจะช่วยให้ต้นกล้างอกได้เร็วขึ้น? “สงสัยเดี๋ยวต้องลองปลูกในแปลงข้างนอก ไว้นำมาเทียบระยะเวลาการงอกกับข้างในดูหน่อยแล้ว” ภามกล่าวอย่างหมายมาด ก่อนจะเดินกลับเข้าไปล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำแต่งตัว หลังจากภามจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เมมี่ก็ทำอาหารเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วพอดี ภามเดินมานั่งกินอาหาร และมองทั้งสี่คนตรงหน้าพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่เงียบๆ “ข้าเริ่มจะเบื่อปลาย่างแล้ว” แอนเน่บ่นขึ้น ในขณะที่มือเล็กๆ ก็ยังแกะเนื้อปลาส่งเข้าปากของตนอยู่“เช่นนั้นไว้เข้าเมืองคราวหน้า พ่อจะซื้อแป้งมาให้แม่ทำขนมปังดีหรือไม่” อลันบอก พร้อมกับลูบหัวแอนเน่เบาๆ“แต่ข้าอยากกินเนื้อ” อามินพูดขึ้นบ้าง“เนื้อมันแพงนะลูก อย่าใช้เงินเปลืองนักเลย” เมมี่รีบเตือนลูกชายทันที“เนื้อคัลเลอร์เบิร์ดก็ได้ขอรับ เมื่อเช้าข้าเจอมันที่หน้าบ้านหลายตัวเลย ท่านพ่อจับมันมาทำอาหารได้หรือไม่” อามินรีบอธิบาย พร้อมกับขอให้อลันช่วย เมื่อสี่คนตรงหน้าสนทนาถึงมอนสเตอร์ชื่อ ‘คัลเลอร์เบิร์ด’ ภามที่นั่งกินปลาย่างเพลินๆ ก็หันมาสนใจทันที เขายังจำรสชาติเนื้อคัลเลอร์เบิร์ดเสียบไม้ย่างที่ซื้อมาจากจัตุรัสการค้าในเมืองได้ ไม่คิดเลยว่า ยังไม่ทันได้ไปค้นหาว่ามันคือเนื้อของมอนสเตอร์ตัวไหน ก็มีคนพูดถึงมันขึ้นมาก่อนแล้ว “เอ๊ะ! เจ้ามอนสเตอร์ตัวเมื่อเช้าที่บินได้พวกนั้น ชื่อคัลเลอร์เบิร์ดหรือ” ภามถามขึ้นมาทันที“ใช่ขอรับ” อามินตอบ“มอนสเตอร์พวกนี้แพร่พันธุ์เร็วมาก อีกทั้งไม่ดุร้ายเท่าไรนัก คนจึงนิยมล่าเนื้อมันมาทำอาหารขอรับ” อลันหันมาอธิบายเพิ่มเติมด้วยอีกคน“ข้าเคยกินเนื้อชนิดนี้ที่ในเมือง รสชาติไม่เลว” ภามกล่าว“เช่นนั้น ไว้พรุ่งนี้ข้าจะไปล่าเอาเนื้อมันมาให้ทำอาหารเองขอรับ” อลันรีบเสนอตัว เมื่อเห็นว่าภามอยากกินเนื้อมอนสเตอร์ชนิดนี้“เย้!!!” แต่คนร้องดีใจกลับเป็นเด็กๆ ทั้งสองคน โดยมีภามมอง และพยักหน้ายิ้มๆ ตามมา หลังจากเก็บกวาด ล้างจานเรียบร้อย ภามก็พาทุกคนออกจากบ้าน เขาเดินมาที่กล่องอุปกรณ์ซึ่งตั้งอยู่หน้าบ้าน หยิบเสียมสองอันยืนให้อลัน ก่อนจะหยิบไม้กวาดยื่นให้เมมี่กับแอนเน่ สุดท้ายก็ค้นลงไปที่ก้นกล่อง หยิบถุงผ้าเนื้อหยาบเก่าๆ มายื่นให้อามิน “เดี๋ยวน้าเมมี่พาเด็กๆ ไปเก็บพวกเศษใบไม้แห้งมาให้ได้มากที่สุด อยู่ตามขอบๆ ป่าก็พอ อย่าเข้าไปลึกเกิน มันค่อยข้างอันตราย ส่วนข้ากับน้าอลันจะไปขุดหลุมไว้ใช้หมักปุ๋ยกันทางด้านโน้น” ภามแจกแจงงาน พร้อมกับชี้ไปยังตำแหน่งที่เมื่อวานเขาปักไม้ไว้สำหรับขุดหลุม“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ภามกับอลันช่วยกันขุดหลุมขนาด 5x5 เมตร ลึก 1 เมตร จำนวน 4 หลุม ตามตำแหน่งที่ภามปักไม้ทิ้งไว้เมื่อวาน ซึ่งกว่าจะขุดเสร็จแต่ละหลุม อามินก็เดินเอาถุงผ้าที่ใส่ใบไม้แห้งจนเต็มมาเทกองไว้บริเวณใกล้ๆ ได้หลายรอบแล้ว จนเมื่อขุดกันมาถึงหลุมสุดท้าย ภามที่เห็นว่าใบไม้แห้งน่าจะเพียงพอแล้ว จึงให้เมมี่กับเด็กๆ ไปช่วยกันตัดหญ้าที่หญ้าบ้าน กับนำขี้ม้าจากคอกม้ามาเพิ่ม และหลังจากขุดหลุมเสร็จ ภามกับอลันก็ช่วยกันยกถังที่ใส่น้ำจากก๊อกหน้าบ้าน มาเตรียมไว้ข้างๆ หลุม “เอาล่ะ ต่อไปเรามาผสมส่วนผสมพวกนี้กัน ข้าจะใช้ใบไม้แห้ง 4 ส่วน หญ้าสดที่ตัดมานี่ 1 ส่วน แล้วก็ขี้ม้าเล็กน้อย ผสมเข้ากับดิน เดี๋ยวข้ากับน้าอลันจะช่วยกันคลุกส่วนผสมพวกนี้ เด็กๆ ก็ช่วยกันเทดินลงมาเรื่อยๆ ส่วนน้าเมมี่ก็ช่วยพรมน้ำลงมา ไม่ต้องเยอะมาก ค่อยๆ ทำไปจนผสมได้สูงถึงครึ่งหลุม มา มาลองกัน” ภามอธิบาย และบอกให้ทุกคนทดลองลงมือทำ ทุกคนช่วยกันลงมือหมักปุ๋ยอย่างขยันขันแข็ง โดยมีภามคอยกำกับงานไปพลาง ช่วยอลันคลุกส่วนผสมไปพลาง จนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงกว่าๆ พวกเขาก็ทำเสร็จสี่หลุมพอดี ภามมองหลุมที่มีส่วนผสมในการหมักปุ๋ยอยู่ครึ่งหนึ่ง ทั้งสี่หลุมตรงหน้า แล้วก็พบว่ามีบางอย่างที่เขาลืมนึกถึงไป หากไม่มีอะไรมาปิดปากหลุม กระบวนการหมักจะเกิดขึ้นได้ยังไงกัน! “เดี๋ยวทุกคนช่วยกันหาไม้มาวางพาดปากหลุมกันหน่อย เดี๋ยวข้าจะไปเอาฟางในโกดังมาคลุม” ภามบอกกับทุกคน ก่อนเขาจะเดินตรงไปที่โกงดัง