KORN3 : ทะยานสู่ด้านมืด
ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้าแสงสีทองอ่อนๆ ทอผ่านหมู่เมฆลงมาสู่สวนหลังบ้าน แพรนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้เล็กๆมองกรที่กำลังใช้พลังอย่างคล่องแคล่วยกดินขึ้นจากพื้นอย่างนุ่มนวลก่อนจะฝังเมล็ดพืชลงไปแล้วปล่อยน้ำรดผักแถวอื่นอย่างพิถีพิถันราวกับการใช้พลังนี้กลายเป็เื่ธรรมดาของชีวิตประจำวันสำหรับเขา
แพรเหม่อมองเขาด้วยความรู้สึกที่แปลกๆภาพความทรงจำในหัวเธอยังคงแจ่มชัด ความรู้สึกถึงพลังที่เธอเคยพบเจอระหว่างการล่าอสูรอัปสราความน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้เธอขนลุก ทุกครั้งที่นึกถึงเหมือนเธอกำลังยืนอยู่บนขอบของการล่มสลายของโลกความกลัวนั้นยังคงหลงเหลืออยู่ในใจของเธอ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว
เสียงของกรขัดจังหวะความคิดนั้น"เธอดูเหม่อๆ นะ คิดอะไรอยู่รึเปล่า" กรเอ่ยถามขณะเดินมานั่งข้างๆ
แพรยิ้มเล็กน้อยพยายามซ่อนความรู้สึก"เปล่านี่"
"ถ้ามีอะไรบอกฉันได้ทุกเื่เลยนะ" กรย้ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับว่าเขารู้ว่าเธอมีบางอย่างในใจ
แพรส่ายหน้าเบาๆ"ไม่มีอะไรหรอก" เธอตอบกลับแต่ภายในใจยังคงไม่อาจลบล้างภาพของพลังที่เธอเคยเห็นได้
กรยิ้มและเปลี่ยนเื่"เย็นนี้เราทำอะไรกินกันดี"
"แล้วนายอยากกินอะไรล่ะ"แพรถามกลับเบาๆ
"ตามใจเธอเลย"กรตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
แพรยิ้มขำเล็กน้อย"ตามใจฉันอีกแล้วเหรอ"
"ก็เธอทำอะไรก็อร่อยหมดทุกอย่างนิ"กรตอบพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาที่อบอุ่น
แพรหันมามองกรด้วยแววตาที่สะท้อนความกังวลลึกๆในใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น "กร บางทีนายควรจะคิดสิ่งที่้าเองบ้างนะเพราะสักวันหนึ่งฉันอาจไม่ได้อยู่ทำแบบนี้ให้นายแล้ว"
กรหยุดชะงักเล็กน้อยกับคำพูดของเธอก่อนจะยิ้มและหัวเราะเบาๆ พยายามทำให้บรรยากาศกลับมาผ่อนคลาย"อย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันเริ่มหิวแล้วละ" เขายื่นมือออกไปลูบแขนแพรเบาๆอย่างที่เขามักทำเมื่อรู้สึกไม่อยากให้เธอกังวล
แพรยิ้มจางๆก่อนที่จะลุกขึ้น "งั้นฉันไปทำอาหารรอนะ" เธอเอ่ยอย่างนุ่มนวลแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ทิ้งกรไว้กับความคิดที่เริ่มจะซึมลึกเข้าไปในจิตใจของเขา
แม้ว่าเขาจะพยายามไม่สนใจคำพูดของแพรแต่ในใจลึกๆ เขารู้ดีว่าสิ่งที่เธอพูดมีความหมายลึกซึ้งมากกว่านั้น...
หลังจากกรเสร็จสิ้นการทำสวนเขาเดินเข้าไปในครัว กลิ่นหอมของอาหารที่แพรกำลังปรุงลอยอบอวลอยู่ในอากาศเธอกำลังตั้งใจปรุงอาหารโดยไม่สังเกตเห็นกรที่เดินเข้ามาใกล้
กรก้าวเข้ามาอย่างเงียบๆแล้วโอบกอดเธอจากด้านหลัง พร้อมสูดกลิ่นหอมจากอาหารและจากตัวเธอ"หอมจังเลย" เขากระซิบเบาๆ
แพรสดุ้งเล็กน้อย"จู่ๆ ก็อย่ามาทำแบบนี้สิ ฉันใหมดเลย" เธอหันไปมองเขาอย่างขำๆแต่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรัก
กรยิ้มกวนๆ"หน้าอร่อยจัง" เขาเอ่ยล้อเลียนขณะที่ยังคงกอดเธอไว้แน่น
แพรหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะดันเขาเบาๆ "ก่อนกินนายไปอาบน้ำก่อนเลย ตัวนายเหม็นเหงื่อนะ"
กรยักคิ้วขี้เล่น"ไปอาบด้วยกันไหม"
แพรส่ายหัวและยิ้ม"ไปอาบเลย"
กรหัวเราะเบาๆแล้วตอบอย่างล้อเลียน "ค้าบบบ"ก่อนจะปล่อยเธอและเดินออกไปเตรียมตัวอาบน้ำ
หลังจากกรกลับมาจากการอาบน้ำเขาพบว่าแพรได้จัดอาหารเต็มโต๊ะไว้เรียบร้อย กลิ่นหอมชวนให้เขารู้สึกหิวจนท้องร้อง
แพรยิ้มอย่างอ่อนโยนและตักข้าวให้เขา"กินเยอะๆ นะ ฉันทำไว้เพียบเลย"
กรรับจานข้าวแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความขอบคุณ"ขอบคุณนะ"
ทั้งสองนั่งลงทานอาหารด้วยกันบรรยากาศที่สงบสุขทำให้กรรู้สึกพึงพอใจ เขามองหน้าแพรแล้วพูดขึ้น"มีความสุขจังเลยที่ได้อยู่กับเธอและ่หลังมานี้ก็ไม่มีพวกตัวปัญหาด้วย"
แพรยิ้มตอบ"ก็เพราะมีคนแข็งแกร่งอย่างนายไง ตัวปัญหาพวกนั้นเลยไม่กล้าออกมา"
กรหัวเราะเบาๆ"นี้ฉันแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ"
แพรยิ้มกว้าง "แข็งแกร่งเกินไปด้วยซ้ำแต่ก็เพราะพลังของนายนี้แหละ หมู่บ้านเราถึงอยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้นายอาจเป็มนุษย์ที่มีพลังเยอะที่สุดเลยก็ได้นะ น่าจะเยอะกว่าพวกฝรั่งอีก"
กรขมวดคิ้วด้วยความสงสัย"พวกฝรั่งเหรอ"
"ก็พวกที่ตัวใหญ่ๆผิวขาวๆ ไง" แพรอธิบายพร้อมหัวเราะเบาๆ
กรยิ้มเล็กน้อย"ฉันรู้นะว่าคืออะไร แต่ในโลกนี้มีด้วยเหรอ? พวกเขาเป็ยังไงล่ะ"
แพรยิ้มขำ"ก็ที่ฉันบอกเมื่อกี้ไง"
กรยิ้มพร้อมกับส่ายหัว"ไม่ใช่แบบนั้น ฉันหมายถึงพวกเขามีพลังเหมือนคนที่นี่เลยเหรอ"
แพรยิ้มและหันไปพูดกับกร"มันก็คล้ายๆ กันนั้นแหละ ฉันเองก็ไม่เคยเห็นหรอกได้ยินมาว่าพวกเขาใช้ไม้เท้าเพื่อรวบรวมสมาธิแล้วใช้พลัง"
กรยิ้มกว้างขึ้นและแหย่เบาๆ"งั้นแสดงว่าคนแถวพวกเราเก่งกว่าสินะ ที่ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อะไร"
แพรหัวเราะ"ไม่เกี่ยวหรอก มันก็อยู่ที่บุคคลและการฝึกฝนนั่นแหละ"
กรนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้นอย่างสนุกสนาน"แล้วมีพวกแม่มดขี่ไม้กวาดไหม"
แพรหัวเราะออกมาเล็กน้อย"อาจมีมั่ง มันดูแปลกๆ นะ ฉันเองก็เคยได้ยินมา แต่ไม่รู้ว่าเชื่อได้ไหมและทำไมต้องขี่ไม้กวาดละ เอ๋...ฉันไม่เคยเล่านายเลยนี่ แล้วนายไปรู้มาจากที่ไหน"
กรหัวเราะเบาๆ"เคยเห็นมาจากในนิทาน และการ์ตูนนะ"
แพรขมวดคิ้วด้วยความสงสัย"การ์ตูนคืออะไรเหรอ"
กรยิ้มและเริ่มอธิบาย"จริงสิ โลกนี้ไม่มีสินะ มันคือภาพเคลื่อนไหวตัวละครน่ารักๆที่เอาไว้ให้เด็กดูนะ"
แพรตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น"ฉันอยากเห็นจัง สิ่งที่เรียกว่าการ์ตูนน่ะ"
กรถอนหายใจเบาๆพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคิดถึง"พูดถึงสิ่งที่อยู่ในโลกที่ฉันจากมา ทำเอาฉันคิดถึงแม่เลยตอนนี้แม่จะเป็ยังไงบ้างนะ ฉันเองก็ไม่มีวี่แววว่าจะหาทางกลับโลกเดิมได้เลย"
แพรยิ้มพร้อมตบไหล่เขาเบาๆเพื่อปลอบใจ "โอ๋ สักวันนายต้องได้กลับแน่และต้องพาฉันไปดูการ์ตูนด้วยนะ"
กรหัวเราะ"ได้สิ จริงสิ ฉันมีไอเดียเราไปหาวิธีเปิดประตูกลับโลกเดิมของฉันจากพวกฝรั่งกันเถอะบางทีพวกเขาอาจรู้คาถาโบราณที่จะช่วยได้"
แพรหยุดคิดแล้วเอ่ยด้วยความกังวล"แต่พวกเขาอยู่ไกลมากเลยนะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากให้นายไปหรอก แต่เพราะมันไกลเราอาจไม่ได้เจอกันนานเลย"
กรยิ้มอย่างอ่อนโยนและตอบด้วยความตั้งใจ"เธอเองก็ไปกับฉันสิ"
แพรส่ายหัวเบาๆ"ฉันจะเป็ตัวถ่วงนายเปล่าๆ"
กรยิ้มและพูดอย่างมั่นใจ"กับคนรักของฉัน ไม่มีคำว่าตัวถ่วงหรอก ถือโอกาสนี้พาเธอไปเที่ยวเลยไง"
แพรยิ้มกว้างด้วยความดีใจ"ว้าว ขอบคุณนะ รักเธอที่สุดเลย จะได้ไปเที่ยวอาณาจักรฝั่งตะวันตกแล้ว"
กรหัวเราะเบาๆพร้อมสัญญา "และเมื่อฉันหาทางกลับอีกโลกได้ฉันสัญญาว่าจะพาเธอไปดูการ์ตูน"
แพรยิ้มอย่างมีความสุข"สัญญาแล้วนะ ห้ามผิดคำพูด"
กรยิ้มและตอบอย่างมั่นใจ"ฉันสัญญา"
แพรดีใจจนอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความตื่นเต้น"เย้ ไปเที่ยวตะวันตกกัน"
วันถัดมากรและแพรขึ้นเรือสำเภาลำใหญ่ ออกเดินทางข้ามทะเลกว้างใหญ่คลื่นลมที่สงบในตอนแรกเปลี่ยนเป็แรงขึ้นเรื่อยๆแต่ทั้งคู่ยังคงตื่นเต้นกับการผจญภัยครั้งนี้
ระหว่างทางมีปลาขนาดั์ว่ายเข้ามาใกล้เรือ พร้อมกับเสียงหวีดร้องจากลูกเรือ จู่ๆก็มีเงาทะมึนโผล่ขึ้นจากน้ำทะเล เป็คราเค่นขนาดมหึมาที่พยายามโจมตีเรือกรไม่รอช้า ใช้พลังลมมหาศาลพัดคราเค่นลอยขึ้นไปบนฟ้า ก่อนที่มันจะหายไปในอากาศท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนบนเรือ
เสียงปรบมือดังขึ้นจากเหล่าชาวต่างชาติที่มาค้าขายและลูกเรือทุกคนต่างชื่นชมในความกล้าหาญและพลังอันยิ่งใหญ่ของกร
ทันใดนั้นสาวฝรั่งผิวขาว 3 คนก็เดินเข้ามาหากรพร้อมส่งยิ้มหวานๆ "รูปหล่อ ไว้ถึงฝั่งไปเที่ยวกับพวกเราไหม" พวกเธอพูดด้วยเสียงกระซิบล้อเลียน
กรหน้าแดงและเขินอย่างเห็นได้ชัดทำตัวไม่ถูก
แพรที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรีบเข้ามาทันทีด้วยสายตาที่ไม่พอใจพยายามแสดงความเป็เ้าของ "นี่ผัวฉันยะ" เธอตอบกลับอย่างแรง
กรยังคงอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเขินจนหน้าแดงกว่าเดิม
แพรจ้องกร"หน้าแดงใหญ่เลยนะ" เธอพูดด้วยความโกรธ
กรพยายามแก้ตัวอย่างรวดเร็ว"อะ เอ๋ อย่าโกรธกันสิ ฉันรักเธอแค่คนเดียวนะ"
แพรยักคิ้วและหันไปทางอื่น"หึ"
กรยิ้มแห้งๆพยายามง้อ "เค้าขอโทษน้า" เขาพูดพร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสาร
แพรยิ้มเล็กน้อยแต่ยังคงแกล้งไม่สนใจทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองกลับมาสนุกสนานและเต็มไปด้วยความรักอีกครั้ง
หลายวันต่อมาเรือสำเภาของกรและแพรก็แล่นมาถึงฝั่งของอาณาจักรฝั่งตะวันตกที่นี่ดูเจริญรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเขาเคยเห็นมาก่อนปราสาทหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ ท่ามกลางชาวเมืองที่เดินไปมาอย่างคึกคักทุกคนดูแตกต่างจากคนในอาณาจักรฝั่งตะวันออกที่พวกเขาจากมาชาวเมืองส่วนใหญ่มีผิวขาว บางคนมีผมสีทองหรือสีขาว แต่งกายแปลกตาบางคนสวมหมวกแหลมและถือไม้เท้าคล้ายกับผู้ใช้เวทมนตร์ผู้หญิงบางคนก็ถือไม้เท้าเช่นกัน
แพรหันไปมองรอบๆอย่างตื่นเต้น "ว้าว ดูเมืองนี้สิ สวยมากเลย"
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมเมืองชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายพวกเขาด้วยภาษาอังกฤษ "(สวัสดีครับพวกคุณไม่ใช่คนแถวนี้นิ?)"
กรและแพรเกาหัวพร้อมกันด้วยความงุนงงเพราะฟังไม่เข้าใจ "เอ่อ...คือว่า เราพูดภาษาคุณไม่ได้"
ชาวต่างชาติหัวเราะเบาๆ"เอ่อลืมไป ดีนะที่ผมบ้านอยู่ติดกับท่าเรือ ผมเจอนักท่องเที่ยวแบบพวกคุณบ่อยๆเลยพอรู้ภาษาพวกคุณนิดหน่อย"
แพรถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อยแต่ยังคงแสดงความกังวล "แย่แล้วสิ... ถ้าเราคุยภาษาพวกเขาไม่ได้จะหาข้อมูลเื่คาถาโบราณของนายได้ยังไงล่ะ... แล้วยังเื่หาห้องพักแล้วก็สั่งอาหารด้วย"
กรมองไปทางแพรแล้วพยักหน้า"ใช่... เราต้องหาทางคุยกับคนที่นี่ให้ได้ ไม่งั้นทุกอย่างจะลำบากไปหมด"
ทั้งสองเริ่มตระหนักถึงความท้าทายที่รออยู่ในอาณาจักรฝั่งตะวันตกซึ่งไม่เพียงแต่ความแตกต่างทางภาษาแต่ยังต้องพยายามหาทางเปิดประตูกลับสู่โลกเดิมของกรอีกด้วย
ชาวต่างชาติยิ้มพร้อมกับเอ่ยขึ้น"มันมีเวทย์มนต์แปลภาษาอยู่นะครับ ผมเปิดร้านขายอยู่ ราคาคนละ 1เหรียญทองแต่ผมได้ยินมาจากลูกชายว่าคุณผู้ชายช่วยไล่คราเค่นที่พยายามโจมตีเรืองั้นผมยกให้ฟรีๆ เลย ถือเป็การตอบแทน"
กรส่ายหัวพร้อมกับพูดอย่างสุภาพ"ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมจะขอจ่ายเอง"
ชาวต่างชาติยืนกราน"รับไปเถอะน่า ถือว่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตลูกชายฉันไว้"
กรยิ้มอย่างสุภาพและยังคงปฏิเสธอย่างหนักแน่น"ไม่เป็ไรจริงๆ ครับ ผมทำเพราะอยากช่วย ไม่้าสิ่งใดตอบแทน"
แพรหันไปเสริม"ขอบคุณมากนะคะ แต่พวกเราขอจ่ายดีกว่าค่ะ สามีฉันเขาเป็คนดีเขาทำไปเพราะอยากช่วย ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนจริงๆ"
ชาวต่างชาติยิ้มอย่างเข้าใจ"เข้าใจแล้วครับ คุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ขอให้เที่ยวสนุกๆ นะครับขอให้โชคดีในอาณาจักรนี้"
หลังจากนั้นชายต่างชาติก็เดินจากไปปล่อยให้กรและแพรมองดูเวทมนต์แปลภาษาที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถสื่อสารกับผู้คนในอาณาจักรนี้ได้
กรและแพรเดินทางท่องเที่ยวในอาณาจักรฝั่งตะวันตกด้วยกันอย่างสนุกสนานเมืองนี้เต็มไปด้วยสิ่งใหม่ๆ ให้ค้นพบทั้งตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้ามากมายจากต่างแดน ปราสาทหินสูงตระหง่านและชาวเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งคู่ต่างสนุกกับการสำรวจเมือง ชิมอาหารแปลกๆและพูดคุยกับผู้คนใหม่ๆ
ในขณะเดียวกันกรและแพรก็ไม่ลืมเป้าหมายสำคัญของพวกเขานั่นคือการหาเบาะแสเกี่ยวกับวิธีการเปิดประตูข้ามไปอีกโลกด้วยคาถาโบราณพวกเขาแวะเยี่ยมร้านค้าและห้องสมุดต่างๆสอบถามผู้รู้เกี่ยวกับเวทมนต์และตำนานของอาณาจักรนี้ แต่ทุกครั้งที่ถามกลับไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็ประโยชน์ทั้งหมดเป็เพียงตำนานหรือเื่เล่าที่ขาดความชัดเจน
แม้จะไม่ได้ข้อมูลอะไรมากแต่ทั้งคู่ก็ยังคงสนุกสนานไปกับการผจญภัยในอาณาจักรนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกรและแพรก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาหัวเราะด้วยกันพูดคุยถึงสิ่งที่พวกเขาได้พบเจอ และเพลิดเพลินกับการใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางความลึกลับและความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า
ณ์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดีที่เปล่งประกายด้วยแสงสีทองอร่าม ท้าวมาราธิราชนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สูงส่งรายล้อมด้วยอำนาจแห่ง์ แต่ดวงตาของเขากลับเ็ามองลงมายังโลกมนุษย์ด้วยความดูถูกเหยียดหยามใบหน้าเต็มไปด้วยความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีสงบนิ่งแต่ภายในใจกลับแฝงไปด้วยความอาฆาต
"พวกมนุษย์นับวันยิ่งทำบาปให้พวกมารในนรกแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ"ท้าวมาราธิราชเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ ราวกับสายลมแห่งความตายที่พัดผ่าน"มันคงใกล้เวลาที่ต้องกวาดล้างแล้ว..."
คำพูดของเขาเสมือนคำสั่งที่ก้องกังวานไปทั่วทั้ง์เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของท้าวมาราธิราชดังก้องไปทั่วบริเวณ ขณะที่เงาของเขาค่อยๆแผ่ขยายไปทั่วอาณาเขต แสงสว่างแห่ง์ถูกกลืนกินโดยความมืดที่คืบคลาน
เงามืดนั้นทวีความหนาและเข้มขึ้นเรื่อยๆก่อนจะเปลี่ยนรูปร่าง เผยให้เห็นอีกหนึ่งร่างที่ซ่อนอยู่ในเงานั้นพญามารที่สิงสถิตอยู่ในร่างของท้าวมาราธิราชปรากฏขึ้นเงารูปร่างน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้บรรยากาศที่เคยสงบสุขกลับกลายเป็อึดอัดและน่าสะพรึง
ท้าวมาราธิราชลุกขึ้นยืนประกาศก้อง "เหล่าทหารของข้า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกวาดล้างพวกมนุษย์!เราจะเริ่มจากโลกที่เวทมนต์ถูกใช้อย่างแพร่หลายก่อน พวกมันที่มีพลังเ่าั้ถ้าเรากวาดล้างได้ การไปกวาดล้างอีกโลกที่ไร้ซึ่งพลังนั้นก็ไม่ใช่เื่ยาก!"
เสียงคำรามกึกก้องของเหล่ากองทัพนับล้านดังก้องไปทั่วทั้ง์เสียงกึกก้องนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตและความกระหายในการทำลายล้างพวกเขาพร้อมแล้วที่จะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ณแผ่นดินใหญ่ฝั่งตะวันออกเสียงกัมปนาทดังก้องไปทั่วทุ่งเมื่อประตูมิติขนาดั์ปรากฏขึ้นกลางฟ้าชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นต่างพากันงุนงงและหวาดกลัวพวกเขามองขึ้นไปเห็นพลังงานที่ส่องแสงวิบวับออกมาจากประตูนั้นแต่สิ่งที่น่าสะพรึงกว่าคือกองทัพปีศาจที่เริ่มทะลักออกมาอย่างไม่รู้จบ
ปีศาจเหล่านี้ไล่ล่าฆ่าชาวบ้านอย่างโเี้เืสาดกระจายทั่วทุ่ง ชาวบ้านที่ถูกฆ่าบางคนไม่ได้จากไปอย่างสงบแต่ร่างกายของพวกเขากลับแปรเปลี่ยนกลายเป็ผีปอบอันน่ากลัวด้วยพลังชั่วร้ายจากเหล่าปีศาจพวกผีปอบที่กลายร่างมาใหม่เริ่มโจมตีชาวบ้านคนอื่นๆ ต่อไป เป็วงจรแห่งความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ไกลจากจุดนั้นอาณาจักรที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงได้รับข่าวเื่ความหายนะนี้อย่างรวดเร็วพวกเขาไม่รอช้ากองทัพทหารได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่เคยพบมาก่อนเสียงสัญญาณศึกดังก้องชาวบ้านที่หนีตายวิ่งผ่านแนวกองทัพด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวพวกเขาร้องบอกถึงสิ่งที่กำลังตามหลังมานั่นคือกองทัพปีศาจมหาศาลที่แห่กันเข้ามาจากทุ่งด้วยความเร็วอันน่ากลัว
กองทัพทหารไม่รอช้าพวกเขาชาร์จพลังและระดมยิงเวทมนตร์ใส่ปีศาจที่วิ่งเข้ามาปีศาจตัวที่โดนพลังโจมตีร่างะเิตาย เืสีดำกระจายทั่วพื้นดินแต่ความหายนะไม่ได้สิ้นสุดลงเท่านั้นเพราะยังคงมีปีศาจอีกมากมายที่ยังคงไหลออกมาจากประตูมิติไม่หยุด
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเป็เวลานานแม้กองทัพทหารจะพยายามสู้เต็มกำลังแต่จำนวนของศัตรูที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ทำให้พวกเขาเริ่มหมดแรงและหมดความหวังเสียงะเิและเสียงกรีดร้องของปีศาจและมนุษย์ดังผสมกันกองทัพมหาศาลนี้ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด
ผู้นำของกองทัพทหาระโสั่งเสียงดัง"อดทนไว้ กองทัพจากอาณาจักรอื่นกำลังมาช่วย"เขาพยายามปลุกใจทหารที่เริ่มเหนื่อยล้าและหมดกำลังใจ แต่ทันใดนั้นเสียงหัวเราะเย็นะเืก็ดังก้องขึ้นบนท้องฟ้า
ท้าวมาราธิราชปรากฏตัวขึ้นลอยอยู่เหนือกองทัพทหารด้วยท่าทางที่ยิ่งใหญ่และสง่างาม "จะพยายามสู้ไปทำไม เพราะยังไงพวกเ้าก็ไม่มีวันชนะ"น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
เขามองลงมายังทหารเบื้องล่างด้วยสายตาเหยียดหยาม"พวกมนุษย์ที่แสนต่ำต้อย ข้าคือเทวดาจาก์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี"
ผู้นำกองทัพทหารจ้องมองท้าวมาราธิราชอย่างสงสัย"เทวดาเหรอ แล้วทำไมต้องโจมตีพวกเราด้วย"
ท้าวมาราธิราชยิ้มเยาะแล้วตอบอย่างเรียบๆ"พวกมนุษย์นับวันยิ่งทำบาปให้พวกมารในนรกแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ถ้าปล่อยไปสักวันพวกมารอาจแข็งแกร่งกว่าพวกเรา เื่แบบนั้นมันเสี่ยงเกินไปเราจึงต้องกวาดล้างมนุษย์ยังไงละ"
ผู้นำกองทัพทหารพยายามหาเหตุผล"แต่มนุษย์ไม่ได้เลวไปหมดทุกคนหรอก จะมาฆ่ามั่วซั่วแบบนี้ไม่ได้"
ท้าวมาราธิราชหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบกลับอย่างเ็า "ข้าจะไม่ให้พวกเ้าสูญพันธุ์หรอกข้าจะเหลืุ์ไว้ให้เริ่มต้นใหม่...สักสองคนก็เพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นใหม่"
ผู้นำกองทัพทหารส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง"ขอให้โอกาสพวกเราได้แก้ไขเถอะ พวกเรายังมีเวลา..."
ท้าวมาราธิราชหรี่ตาลง"โอกาสมีมาตลอด แต่พวกเ้าไม่เคยใช้ ยอมรับการลงโทษซะ"
ผู้นำกองทัพทหารจ้องมองท้าวมาราธิราชด้วยความโกรธ"จะบ้าหรือไง! พวกเราไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก"
ความเงียบแผ่กระจายไปทั่วบริเวณท้าวมาราธิราชแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่สนใจ"เตรียมตัวพบกับจุดจบของพวกเ้าซะ"
ท้าวมาราธิราชมองลงไปยังผู้นำของกองทัพและทหารที่เหลือด้วยความไม่แยแสดวงตาของเขาเริ่มส่องแสงสีขาวจ้า เขาชูมือขึ้นสูงเหนือศีรษะชาร์จพลังที่เปล่งประกายด้วยแสงสีขาวเจิดจ้าราวกับจะดึงพลังแห่ง์ทั้งหมดมาไว้ในกำมือ
พลังที่ถูกชาร์จเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแสงนั้นกลายเป็ลูกพลังงานขนาดมหึมาเสียงกึกก้องของพลังนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ยากจะอธิบาย
"ถึงเวลาของพวกเ้าแล้ว"ท้าวมาราธิราชเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังก้อง และในชั่วพริบตาเขาปล่อยพลังแสงสีขาวลงมาใส่กองทัพเบื้องล่าง
เกิดเสียงะเิขนาดั์ก้องไปทั่วท้องฟ้าแสงสว่างจ้าแผ่กระจายออกไปไกลสุดสายตาทั้งกองทัพทหารและอาณาจักรที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ถูกกลืนหายไปในแสงนั้นทันทีราวกับไม่เคยมีอะไรอยู่ตรงนั้น พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็หลุมขนาดใหญ่พื้นดินและสิ่งก่อสร้างทั้งหมดถูกทำลายอย่างสมบูรณ์
ท้าวมาราธิราชมองลงมายังผลงานของเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยอยู่ที่นั่น...ได้หายไปหมดแล้วไม่มีอะไรเหลืออยู่นอกจากความว่างเปล่า
ทันใดนั้นแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงเกิดขึ้นทั่วทั้งแผ่นดินเสียงสั่นะเืดังก้องไปทั่วบริเวณกองทัพที่กำลังเดินทางมาช่วยเหลือััได้ถึงการสั่นไหวอย่างรุนแรงหัวหน้ากองทัพหยุดลงและมองไปที่ท้องฟ้าพวกเขาเห็นแสงสีขาวขนาดั์จากการะเิที่อยู่ไกลออกไป ปกคลุมฟ้าอย่างน่าสะพรึงเสียงแผ่นดินไหวยังคงดังอย่างต่อเนื่องเสมือนธรรมชาติทั้งมวลตอบสนองต่อการทำลายล้างครั้งยิ่งใหญ่
“นั่นมันอะไรกัน…”ทหารนายหนึ่งพูดด้วยความใ ขณะที่พวกเขามองไปยังแสงที่เจิดจ้า
แต่พวกเขาไม่มีเวลาคิดนานเพราะทันใดนั้น กองทัพปีศาจมหาศาลก็เริ่มเคลื่อนตัวมาทางพวกเขาเหล่าปีศาจที่วิ่งและบินอย่างรวดเร็วเริ่มปรากฏขึ้นในทัศนวิสัยของกองทัพพวกมันวิ่งเข้ามาเป็กลุ่มใหญ่ไม่รู้จบ ราวกับน้ำท่วมที่ไม่มีวันหยุด
หัวหน้ากองทัพสั่งการอย่างรวดเร็ว"ตั้งแนวรบเดี๋ยวนี้ เตรียมพร้อมโจมตี"
ทหารทุกนายต่างตั้งแนวรบอย่างแข็งแกร่งพวกเขาชาร์จพลังและเริ่มยิงพลังเวทมนตร์ใส่กองทัพปีศาจที่กำลังเข้ามาพลังเวทมนตร์นั้นทำให้ปีศาจบางตัวะเิและสลายไปแต่จำนวนปีศาจนั้นมากเกินกว่าจะนับได้ มันยังคงวิ่งและบินเข้ามาเรื่อยๆไม่หยุดหย่อน
เสียงะเิดังสนั่นและการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดแต่ทุกครั้งที่ปีศาจล้มลง ก็จะมีอีกหลายสิบตัววิ่งตามเข้ามากองทัพทหารพยายามอย่างสุดกำลัง แต่พวกปีศาจเริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆราวกับคลื่นทะเลที่ไม่มีวันหมดสิ้น
เสียงะโสั่งการ และเสียงเวทมนตร์ที่ถูกปล่อยออกมาสะท้อนทั่วบริเวณท่ามกลางความหวังที่เริ่มเลือนลาง กองทัพทหารยังคงสู้สุดกำลังแต่พวกเขารู้ดีว่าความหวังของพวกเขากำลังถูกทดสอบ
ทหารคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก"แย่แล้ว ไม่ไหวแน่แบบนี้" เขามองไปยังจำนวนปีศาจที่ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความหวังในใจของทหารเริ่มเลือนลางทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที
ทันใดนั้นกองทัพเสริมจากอาณาจักรอื่นก็มาถึงพวกเขามาช่วยเสริมกำลังเพื่อต้านทานกองทัพปีศาจที่กำลังบุกเข้ามาทหารทุกคนเริ่มมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีพันธมิตรจากอาณาจักรอื่นเข้ามาช่วยเหลือ
แต่ท้าวมาราธิราชที่ลอยอยู่เหนือการต่อสู้นั้นเพียงหัวเราะเยาะเบาๆ"พยายามดิ้นรนกันเข้าไปเถอะ" เขายิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะชูมือขึ้นและเปิดประตูมิติอีก 9 ประตูพลังอำนาจของเขาทำให้กองทัพปีศาจเพิ่มจำนวนอย่างมหาศาลปีศาจทั้งหลายวิ่งและบินออกมาจากประตูมิติอย่างไม่หยุดหย่อนมันดูเหมือนว่าจะไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ
ทหารนายหนึ่งะโด้วยความสิ้นหวัง"แบบนี้มันเยอะเกินไปแล้ว" เขามองไปที่กองทัพปีศาจที่เริ่มเข้ามาใกล้กองทัพปีศาจที่ถาโถมเข้ามา เริ่มล้อมและฆ่าทหารทีละคนด้วยความโหดร้ายพวกมันฉีกกระชากร่างของทหารออกเป็ชิ้นๆ และทุบทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าเืไหลนองพื้น เสียงกรีดร้องของทหารดังก้องไปทั่วบริเวณ
แม้กองทัพเสริมจะพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลังแต่พวกปีศาจก็ยังคงแห่กันเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนความโกลาหลและความสิ้นหวังแผ่ขยายไปทั่วสนามรบ
ทหารนายหนึ่งกำลังจะถูกจับกินด้วยกรงเล็บของปีศาจขนาดใหญ่แต่ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีบางอย่างพุ่งเข้ามาโจมตีปีศาจตัวนั้นด้วยพลังมหาศาลเพียงแค่การโจมตีครั้งเดียว ปีศาจตัวนั้นก็เลาะร่างออกเป็ชิ้นๆทหารที่เกือบสิ้นหวังมองขึ้นด้วยความตกตะลึง สิ่งที่มาช่วยเหลือพวกเขาคือสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์และกองทัพสัตว์วิเศษที่น่าเกรงขาม
เสียงหัวเราะกึกก้องดังขึ้น"ได้ออกมาเล่นสนุกสักที" นรสิงห์ คำรามพลางพุ่งเข้าสังหารปีศาจด้วยกรงเล็บทรงพลังของเขา
มโหราคผู้ยืนอยู่ท่ามกลางกองทัพสัตว์วิเศษ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น"กองทัพของท้าวมาราธิราชสินะ ข้าอยากลองวัดกับมันมานานแล้ว"
พญานาคที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าสูงจ้องมองลงมา"มันคงยังแค้นจากการที่เคยพ่ายแพ้ให้มนุษย์ในอดีต"
กองทัพสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ประกอบไปด้วยสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดจำนวนมากทั้งช้างงามที่มีพลังวิเศษ งูั์ที่สามารถบิดร่างกลายเป็อาวุธได้และสัตว์วิเศษอีกมากมาย รวมถึงัและพญานาคที่ทรงพลังพวกเขาเข้าปะทะกับกองทัพปีศาจของท้าวมาราธิราชอย่างอลังการ าระหว่างสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และปีศาจเกิดขึ้นอย่างดุเดือดพลังงานมหาศาลสาดกระจายไปทั่วสนามรบ
ัพ่นไฟใส่ปีศาจที่กำลังโจมตีมนุษย์พญานาคเหวี่ยงหางทำลายพวกปีศาจในพริบตานรสิงห์ใช้กรงเล็บและเขี้ยวคมตะปบปีศาจทีละตัวในขณะที่มโหราคกวัดแกว่งพลังของเขาทำลายศัตรูที่อยู่รอบๆ ด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
การปะทะนี้เต็มไปด้วยความอลังการกองทัพสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทำให้สนามรบที่เคยสิ้นหวังเต็มไปด้วยความหวังและพลังใหม่พวกมนุษย์ที่ยังเหลืออยู่ต่างยืนดูด้วยความชื่นชมการต่อสู้ครั้งนี้ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของาความหวังที่เคยริบหรี่กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
ท้าวมาราธิราชยืนอยู่เหนือสนามรบมือของเขาเริ่มส่องประกายแสงสีขาวที่ทรงพลังอีกครั้ง เขาชาร์จพลังอย่างรวดเร็วเตรียมที่จะปล่อยลำแสงทำลายล้างลงมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง"ข้าจะทำลายทุกอย่าง..." เขาพูดเบาๆ ก่อนที่จะยิงลำแสงสีขาวเจิดจ้าออกไปพลังนั้นเต็มไปด้วยอำนาจที่สามารถลบทุกสิ่งได้ในพริบตา
แต่ทันใดนั้นนรสิงห์พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติะโขึ้นสูงก่อนจะปัดลำแสงสีขาวนั้นขึ้นฟ้าไปอย่างง่ายดายราวกับพลังที่เคยทรงอำนาจนั้นกลายเป็เพียงสิ่งเล็กน้อยสำหรับเขา
นรสิงห์หัวเราะเบาๆ"ข้าจะไปจัดการมันเอง" เขาะโเสียงดังด้วยความมั่นใจแล้วพุ่งฝ่ากองทัพปีศาจไปอย่างรวดเร็วกองทัพปีศาจที่เขาวิ่งผ่านถูกพลังของนรสิงห์ทำลายและล้มตายเป็แถวก่อนจะทันได้โจมตีร่างของพวกปีศาจกระจายออกไปทั่วสนามรบ
เมื่อถึงตัวท้าวมาราธิราชนรสิงห์ไม่รีรอ เขาต่อยใส่ท้าวมาราธิราชเต็มๆ ด้วยพลังมหาศาลหมัดนั้นพุ่งกดร่างของท้าวมาราธิราชลงไปยังพื้นดินแรงกระแทกนั้นทำให้พื้นดินแตกออกเป็เสี่ยงๆ รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นทั่วบริเวณ
แต่เมื่อฝุ่นควันจางลงท้าวมาราธิราชใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็า "มันเจ็บนะ รู้ไหม"เขาพูดเสียงเบา แต่สายตายังคงไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
นรสิงห์มองท้าวมาราธิราชด้วยสายตาเยาะเย้ย"ยังไม่ตายเหรอ ข้ากะจะฆ่าในทีเดียวเลยนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจราวกับความพยายามของเขาจะไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่รีรอนรสิงห์ใช้พลังอันมหาศาลของเขาต่อยลงพื้นอย่างรัวๆทุกหมัดที่กระแทกลงมาทำให้แผ่นดินแยกและแตกออกเป็เสี่ยงๆเสียงของแผ่นดินสั่นะเืก้องไปทั่วบริเวณแผ่นดินใต้เท้าท้าวมาราธิราชกลายเป็รอยแยกขนาดใหญ่แต่ละหมัดที่นรสิงห์ปล่อยออกมาเหมือนจะทำให้โลกทั้งใบสั่นะเื
"ตายซะ"นรสิงห์คำราม พลางใช้แรงเต็มที่ต่อยลงไปอีกครั้งพลังทำลายล้างจากหมัดของนรสิงห์ทำให้พื้นดินแตกออกเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดก้อนหินและเศษดินลอยขึ้นมาในอากาศ พายุแห่งการทำลายเกิดขึ้นรอบตัวเขา
ทว่า...ท้าวมาราธิราชยังคงยืนอยู่ท่ามกลางการทำลายนั้นอย่างสงบนิ่งแม้พื้นดินจะแตกออกเป็ชิ้นๆ รอบตัวเขา แต่ร่างกายของเขายังไม่เป็อะไรเลยสีหน้าของท้าวมาราธิราชยังคงเ็า "ข้าเคยบอกแล้วว่าพวกเ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก"
เสียงแผ่นดินสั่นะเืยังคงดำเนินต่อไปแต่การต่อสู้ครั้งนี้กำลังเข้าสู่่ที่ดุเดือดที่สุดนรสิงห์ที่เต็มไปด้วยความโกรธและพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ท้าวมาราธิราชหรี่ตามองนรสิงห์ที่ยังคงโจมตีอย่างไม่หยุดทันใดนั้นเขาก็ชาร์จพลังมหาศาลรวบรวมแสงสีขาวเจิดจ้าในมือก่อนจะปล่อยพลังใส่นรสิงห์เต็มๆร่างของนรสิงห์ถูกพลังมหาศาลนั้นผลักให้ลอยขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็วพญานาคที่เฝ้าดูอยู่รีบพุ่งเข้ามารับตัวนรสิงห์ไว้ได้ก่อนที่เขาจะตกลงพื้น
มโหราคที่ยืนรอดูสถานการณ์หัวเราะเบาๆ"ถึงคิวข้าแล้ว" เขาพูดด้วยความมุ่งมั่นก่อนจะพุ่งเข้าใส่ท้าวมาราธิราชด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ
ท้าวมาราธิราชยิ้มเย็นเยียบเขาชูมือขึ้นและใช้พลังอำนาจยกูเาทั้งลูกจากพื้นดินก่อนจะโยนมันใส่มโหราคอย่างไร้ความปรานี แต่เมื่อูเานั้นเข้าใกล้มโหราคเพียงต่อยหนึ่งที ูเาทั้งลูกก็แตกกระจายเป็เศษหินทันทีความแรงจากหมัดของมโหราคทำให้เขาสามารถพุ่งผ่านเศษหินและโผล่มาอยู่ด้านหลังของท้าวมาราธิราชอย่างรวดเร็ว
มโหราคไม่รอช้าเขารวบรวมพลังและต่อยเข้าไปที่หลังของท้าวมาราธิราชอย่างรุนแรงพลังมหาศาลของหมัดนั้นทำให้ร่างของท้าวมาราธิราชจมลงไปในพื้นดินแผ่นดินสั่นะเือย่างรุนแรงจากแรงกระแทก
แต่ท้าวมาราธิราชไม่ได้พ่ายแพ้ง่ายๆเขาะเิพลังจากใต้ดินออกมาอย่างรุนแรง เศษดินและหินกระจายไปทั่วท้องฟ้าก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินใบหน้าของท้าวมาราธิราชเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและเขาเตรียมตัวสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป การต่อสู้กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ท้าวมาราธิราชจ้องมองไปยังมโหราคด้วยดวงตาที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงเพลิงเขาแสยะยิ้มเยาะ "ข้าเริ่มโมโหแล้วนะ"เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ทันใดนั้นร่างของเขาเริ่มแยกออกเป็นับพันร่าง ทุกๆร่างของท้าวมาราธิราชส่องประกายด้วยแสงสีขาว ราวกับจะโจมตีพร้อมกันในทุกทิศทาง
แสงสีขาวะเิออกมาเป็เส้นสายยิงใส่มโหราคอย่างรัวๆพลังโจมตีที่ไม่หยุดหย่อนจากท้าวมาราธิราชทำให้มโหราคแทบตั้งตัวไม่ทันแต่ถึงอย่างนั้น มโหราคยังคงยืนหยัดได้ แม้จะเริ่มท้อจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
นรสิงห์ที่สังเกตเห็นสถานการณ์รีบะโเข้ามาเสริมกำลัง"น่าสนุกดีนี่"เขาะโอย่างร่าเริงพร้อมพุ่งเข้าประจัญหน้ากับท้าวมาราธิราช
แม้ว่ามโหราคจะดูเหมือนจะพ่ายแพ้จากการโจมตีอย่างหนักแต่ทันใดนั้น เขากลับฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยพลังที่ดูแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม "ข้ายังไม่แพ้หรอก"มโหราคเอ่ยพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเข้าต่อสู้กับท้าวมาราธิราชอีกครั้ง
การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้งอย่างอลังการนรสิงห์และมโหราคช่วยกันรุมโจมตีท้าวมาราธิราชพวกเขาใช้พลังทั้งหมดที่มีในการต่อกรกับท้าวมาราธิราชทุกครั้งที่นรสิงห์ถูกโจมตีอย่างรุนแรงร่างของเขากลับไม่แสดงอาการสะทบสะท้านหรือได้รับความเสียหายใดๆ เลยเหมือนกับว่าพลังโจมตีของท้าวมาราธิราชไม่สามารถทำอะไรเขาได้
ในขณะเดียวกันทุกครั้งที่ดูเหมือนร่างของมโหราคจะถูกทำลายเขากลับฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และยิ่งไปกว่านั้นเขาปรับตัวให้แข็งแกร่งกว่าเดิมทุกครั้งที่ฟื้นตัวการต่อสู้ครั้งนี้ทวีความดุเดือดและเข้มข้นขึ้นทุกวินาทีท่ามกลางสนามรบที่เต็มไปด้วยพลังมหาศาล
ท้าวมาราธิราชมองไปยังนรสิงห์และมโหราคที่ยังคงต่อสู้ไม่หยุดเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรำคาญ "น่ารำคาญชะมัด...คงต้องเริ่มเอาจริงสักนิดแล้ว" ทันใดนั้น ปีกนกสีขาวของท้าวมาราธิราชค่อยๆเปลี่ยนเป็ปีกค้างคาวสีแดงเือย่างน่ากลัว และเขายังมีเขางอกขึ้นมาบนศีรษะดวงตาของเขาส่องประกายแสงสีแดงดุจปีศาจ
มโหราคมองท้าวมาราธิราชด้วยความระแวดระวัง"เผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ"เขาพูดก่อนจะพุ่งเข้าหาท้าวมาราธิราชด้วยพลังมหาศาล แต่ในขณะที่เขากำลังพุ่งเข้ามาท้าวมาราธิราชยกมือขึ้นและปล่อยพลังงานมืดออกมา พลังนั้นพุ่งเข้าใส่มโหราคเต็มๆร่างของมโหราคกลายเป็เถ้าถ่านในทันที ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อีก
นรสิงห์หันไปมองร่างที่กลายเป็เถ้าถ่านของมโหราคด้วยความตกตะลึง"แพ้แล้วเหรอ... มโหราค..." เขาพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองแต่ในวินาทีนั้นเอง นรสิงห์ก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่ง เขาหันกลับมาทันทีท้าวมาราธิราชที่หายตัวไปปรากฏขึ้นด้านหลังนรสิงห์แล้ว เขาใช้พลังมืดแบบเดิมโจมตีนรสิงห์จากด้านหลัง
แต่ครั้งนี้นรสิงห์กลับได้รับเพียงแค่รอยแผลนิดหน่อยบนร่างกายและเขายังคงยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง เขายิ้มอย่างท้าทาย "ได้แค่นี้เองหรือ"แล้วพุ่งเข้าสู้กับท้าวมาราธิราชต่ออย่างไม่ยอมแพ้การต่อสู้ระหว่างทั้งสองเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆพลังที่ทั้งสองปล่อยออกมาทำให้แผ่นดินและท้องฟ้าสั่นะเื
พญานาคที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ามองลงมาด้วยความกังวลเขาเห็นว่าท่าไม่ดีแน่ "แบบนี้ไม่ดีแน่ ข้าจะไปตามหาคนมาช่วย"เขาพูดขณะบินเข้ามาใกล้นรสิงห์
นรสิงห์ยังคงต่อสู้อย่างดุเดือดแต่ก็เอ่ยถามอย่างไม่เชื่อ "จะมีใครเก่งไปกว่าข้าอีก"
พญานาคตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม"ถ่วงเวลาไว้ ข้าจะไปตามกำลังเสริมมา"
นรสิงห์ยิ้มอย่างมั่นใจ"รีบไป ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง"
พญานาคไม่รอช้าบินหายไปในอากาศ ขณะที่นรสิงห์ยังคงเผชิญหน้ากับท้าวมาราธิราชอย่างกล้าหาญ
ณนรกที่เป็ที่อยู่ของเหล่ามาร ซาตานบาปแห่งโทสะนั่งเฝ้ามองการต่อสู้ผ่านพลังของเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและเกลียดชัง"ท้าวมาราธิราช... ไม่อยากให้พวกเรามีพลังมากขนาดนั้นเลยเหรอ พวกเทพเทวดานี่มันขี้ขลาดจริงๆเราควรจะร่วมสนุกกับมันดีไหมนะ" ซาตานหัวเราะเบาๆขณะที่ดวงตาของเขายังจับจ้องการต่อสู้ที่ดุเดือด
อัสโมดัสบาปแห่งราคะ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มเยาะ"อย่าลืมสิว่า ถ้าหากมนุษย์ไม่อัญเชิญพวกเรา หรือไม่มีเงื่อนไขบางอย่างพวกเราไม่สามารถไปยังโลกมนุษย์ได้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเล็กน้อย
ซาตานเหลือบตามองอัสโมดัสพร้อมยิ้มเ้าเล่ห์"หน้าอิจฉาเ้าจริงๆ ที่มีมนุษย์อัญเชิญให้ไปสนุกบ่อยที่สุดจริงสิ...ข้าได้ยินว่ามีมนุษย์คนหนึ่งที่มีสายเืเ้าอยู่นิ"
อัสโมดัสขมวดคิ้วเล็กน้อย"คนไหนละ จะไปรู้ได้ไง... เ้าก็รู้นิว่าไม่ได้มีแค่คนเดียว"
ซาตานยิ้มอย่างชั่วร้าย"คนที่เ้าไปข่มขืนมนุษย์จนกลายเป็อสูร...ที่ชื่อว่าอะไรนะ อ่อ ใช่ๆอาสูรา"
อัสโมดัสหัวเราะเบาๆ"ข้าจำไม่ค่อยได้หรอก แต่ว่าถ้าพูดถึงอัปสรา ข้าจำได้ว่ามีอยู่หนึ่งคนแต่คิดว่าน่าจะตายไปแล้ว"
ซาตานหรี่ตาอย่างสนใจ"อัปสรางั้นเหรอ... แล้วลูกนางกับเ้าตายแล้วจริงๆ หรือ"
อัสโมดัสพยักหน้าเล็กน้อย"ก่อนตาย นางอาจจะมีลูกไว้แล้ว ข้าเคยได้ยินว่ามีคนที่ฆ่าอสูรอัมพิกาของข้าไปข้าคิดว่าคนนั้นอาจจะเป็หลานของอัปสรา"
ซาตานหัวเราะออกมา"หลานของเ้างั้นเหรอ"
อัสโมดัสยิ้มอย่างเ้าเล่ห์"ถ้าเขามีพลังมากพอที่จะเอาชนะของเล่นของข้าได้ก็น่าจะมีพลังจากสายเืของข้าแน่นอน ไม่ผิดแน่เพราะข้าเริ่มััได้ถึงเขา..."
ซาตานหัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปมองอัสโมดัส "ข้าขอยืมเล่นหน่อยได้ไหม?"เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายดวงตาของซาตานส่องประกายด้วยความกระหายที่จะได้เข้าควบคุมบางสิ่งบางอย่าง
อัสโมดัสยิ้มเยาะพร้อมกับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "จะทำอะไรก็ทำ ข้าไม่สนใจอยู่แล้ว"เขาพูดอย่างเ็า ราวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ได้มีความสำคัญกับเขา
ซาตานหัวเราะอีกครั้ง"ดี... ข้าจะทำให้มันสนุกแน่" เขาพูดพลางหรี่ตามองอย่างเ้าเล่ห์ขณะที่ความมืดค่อยๆ แผ่กระจายออกจากตัวเขาพร้อมกับการเคลื่อนไหวของพลังชั่วร้ายที่เตรียมจะนำความวุ่นวายและการทำลายล้างสู่โลกมนุษย์
ณทวีปฝั่งตะวันตก ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับมืดครึ้มอย่างกะทันหันลมพัดแรงขึ้นจนผู้คนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ในขณะนั้นกรและแพรกำลังเพลิดเพลินกับการเที่ยวเล่นรอบเมืองอย่างสนุกสนานทั้งสองเดินชมตลาดและซื้อของฝากจากเมืองใหม่ที่พวกเขาเพิ่งสำรวจ
เหล่าทหารที่อยู่รอบๆเริ่มแตกตื่น พวกเขาวิ่งกันไปมาอย่างวุ่นวายท่ามกลางความโกลาหลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แพรหันไปมองทหารที่วิ่งไปมา"เกิดอะไรขึ้นเหรอ" เธอถามด้วยความสงสัย
กรที่ถือของจำนวนมากจากที่แพรซื้อมาเดินตามเธออย่างเหนื่อยล้า"ไม่รู้สิ... แต่ฉันว่าเรากลับที่พักกันเถอะ ฉันเริ่มเมื่อยแล้ว"
แพรหันมายิ้มขำๆ"ยังมีอีกหลายอย่างเลยที่ฉันอยากจะซื้อ แต่ต่อไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน"
กรถอนหายใจอย่างโล่งใจ"เย้! ในที่สุด" เขาพูดออกมาเบาๆ พร้อมเดินตามแพรกลับที่พัก
กรและแพรเดินกลับที่พักด้วยกันหลังจากวันที่ยาวนานและสนุกสนาน พวกเขาก็ถึงห้องพักที่สบายแพรโยนตัวลงบนเตียงนุ่มๆ ทันที พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข
"สนุกจังเลย"แพรพูดขึ้นพร้อมหัวเราะเบาๆ ขณะที่นอนบนเตียงอย่างสบายใจ
กรที่ยังคงถือของที่แพรซื้อมาอยู่เต็มมือหันไปมองเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ "ซื้อเยอะขนาดนี้จะดีเหรอ"
แพรยิ้มอย่างดื้อๆ"ก็ฉันชอบนิ ไม่ได้เหรอ"
กรหัวเราะแล้วตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น"ได้สิ" เขาพูดพลางวางของที่เธอซื้อไว้บนโต๊ะ
จู่ๆกรเริ่มรู้สึกเวียนหัว ความรู้สึกแปลกๆ ถาโถมเข้ามาในหัวของเขาจากนั้นเสียงลึกลับที่เพียงเขาได้ยินก็ดังขึ้น เสียงนั้นต่ำลึกและน่ากลัว
"มนุษย์เอ้ย..."เสียงนั้นดังแทรกเข้ามาในความคิดของกร
กรหันไปมองรอบๆด้วยความสับสน "ใครนะ" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
แพรที่นอนอยู่บนเตียงหันมามองด้วยความสงสัย "เอ๋ มีอะไรเหรอ"
กรขมวดคิ้ว"เสียงใครบางคน... ฉันได้ยิน"
แพรยิ้มขำ"ฉันไง" เธอตอบอย่างไม่คิดอะไร
กรส่ายหัวอย่างสับสน"ไม่ใช่... เธอไม่ได้ยินเหรอ"
แพรลุกขึ้นนั่งพร้อมกับมองไปรอบๆห้อง "ก็ไม่เห็นมีใครเลยนี่นา นายไปแอบกินอะไรแปลกๆ มาหรือเปล่า"
แต่เสียงลึกลับยังคงก้องอยู่ในหัวของกร"เ้ามีชื่อว่ากรสินะ" เสียงนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้น
กรมองไปรอบๆอย่างตื่นตระหนก "นั้นไง ดังขึ้นอีกแล้ว" เขาพูดพร้อมกับจับหัวของตัวเอง
แพรเริ่มกังวล"เอ๋ นายโอเคไหมเนี่ย"
เสียงนั้นยังคงพูดต่อ"เสียงของข้าจะมีแค่เ้าที่ได้ยินเท่านั้น"
กรกัดฟันด้วยความโกรธและสับสน"แกเป็ใคร ้าอะไรจากฉัน"
เสียงของซาตานหัวเราะเบาๆในความคิดของกรราวกับว่าความสนุกกำลังจะเริ่มต้น...
เสียงของซาตานดังขึ้นอีกครั้งในหัวของกร"คำเตือนไง ข้ามาบอกคำเตือนแก่เ้า ตอนนี้ฝั่งตะวันออกจากที่นี่มีเทวดาที่คิดจะล้างบางมนุษย์ให้หมดสิ้น มันได้ฆ่ามนุษย์ไปเป็แสนแล้ว"
กรรู้สึกใและสับสน"เทวดาเหรอ ทำไมเทวดาต้องฆ่ามนุษย์ด้วย"
เสียงของซาตานหัวเราะในความมืดมิด"ฟังนะมนุษย์ ข้าคือซาตาน เ้าแห่งนรก เทวดาตนนั้นคือท้าวมาราธิราชมันกวาดล้างมนุษย์เพราะมนุษย์ทำบาป และทำให้มารอย่างพวกเรามีพลังมากขึ้นเทวดาพวกนั้นหวาดกลัวที่พวกเราจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น"
กรขมวดคิ้วด้วยความไม่เชื่อ"ทำไมฉันต้องเชื่อแกด้วย"
ทันใดนั้น ซาตานก็ทำให้กรเห็นภาพของกองทัพท้าวมาราธิราชที่กำลังไล่ฆ่ามนุษย์อย่างโเี้ภาพความโกลาหลและการล้มตายปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของกรผู้คนจำนวนมากถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี
"ที่นี้เ้าเชื่อข้าได้รึยัง"ซาตานพูดต่อ "ถึงพวกเราจะเป็มารแต่พวกเราก็ไม่เคยคิดจะกวาดล้างมนุษย์พวกเราก็แค่เล่นสนุกกับพวกมนุษย์ก็เท่านั้น"
กรมองภาพเ่าั้ด้วยความใและโกรธ"ท้าวมาราธิราช... นั่นเหรอเทวดา ไม่สิ นั่นมันพญามารชัดๆ"
เสียงของซาตานยังคงดังในหัวของกร"ที่เ้าพูดก็ถูกแล้วล่ะมนุษย์เ้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าพวกเทพพวกนั้นไม่ได้ดีอย่างที่เ้าคิด เรามาทำสัญญากันดีไหมข้าจะมอบพลังให้เ้า"
กรกำหมัดแน่น"ไม่้าหรอก" เขาพูดออกมาอย่างมั่นคง
ซาตานหัวเราะเบาๆ"พลังของเ้าไม่มากพอที่จะเอาชนะท้าวมาราธิราชได้หรอกนะถึงแม้เ้าจะมีสายเืของอัสโมดัสก็ตาม"
กรขมวดคิ้วด้วยความสับสน"แกพูดเื่อะไรของแก"
"ช่างมันเถอะ"ซาตานตอบ "แต่เ้ารู้ไหม ถ้าเ้าดื้อด้านไม่ยอมรับพลังจากข้าแล้วเกิดแพ้ขึ้นมา คนที่เ้ารักทุกคนจะต้องตาย"
คำว่า"ตาย" ทำให้กรนิ่งไปชั่วขณะ เขาหันไปมองแพรที่นอนอยู่บนเตียงอย่างสงบรู้สึกถึงความกลัวที่เริ่มเข้าครอบงำจิตใจ
"ไม่ว่าจะเป็โลกนี้หรือโลกที่เ้าจากมา" ซาตานพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
กรพึมพำออกมาเบาๆ"แม่..."
ซาตานยิ้มเยาะ"ใช่แล้ว...แม่ของเ้า และทุกคนที่เ้าแคร์ จะต้องพบจุดจบเช่นกัน"
กรเริ่มรู้สึกถึงความสับสนและความหวาดกลัว"ไม่ๆ ฉันกำลังโดนมารปั่นหัว ไม่มีทางที่ฉันจะทำตามเ้า"
ซาตานหัวเราะอีกครั้ง"งั้นก็ตามใจ ข้าก็แค่ยื่นข้อเสนอให้เ้า แต่จำไว้เมื่อความโทสะของเ้าถึงขีดสุด นั่นหมายความว่าเ้าจะยอมรับพลังของข้าเอง"
ก่อนที่เสียงของซาตานจะจางหายไปเขาทำให้กรเห็นภาพที่น่ากลัวภาพของท้าวมาราธิราชที่กำลังไล่ฆ่าผู้คนอย่างโเี้และจบด้วยภาพของแพรที่ถูกสังหาร ภาพเหล่านี้ซาตานปลอมขึ้นมาเพื่อกดดันกร
ทันใดนั้นกรมองไปที่มือของตัวเองและเห็นลำแสงสีดำเริ่มไหลออกมาจากร่างกายของเขาความมืดมิดที่ไม่เคยรู้จักเริ่มครอบงำจิตใจเขาช้าๆ
แพรรู้สึกถึงพลังงานมืดที่แผ่ออกมาจากกรเธอใเล็กน้อยและพึมพำ"พลังงานมืดที่ชั่วร้ายแบบนี้...เหมือนกับเ้าปีศาจเมื่อตอนนั้นเลย"
กรที่กำลังสับสนและทุกข์ใจมองแพรด้วยความกลัว"ไม่... ไม่... ไม่นะแพร อย่าทิ้งฉันไป"เขาะโออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเสียใจ
แพรมองกรด้วยความอ่อนโยนแล้วก้าวเข้ามากอดเขาแน่น "ฉันอยู่ตรงนี้ไง กร ได้สติสักทีสิ"
กรที่กำลังสับสนและหวาดกลัวได้สติกลับมาเมื่อััถึงการกอดของแพรเขาร้องไห้ออกมาและกอดเธอแน่น "เธอยังอยู่... ฉันกลัวว่าเธอจะหายไป"
แพรลูบหลังของกรเบาๆและตอบด้วยเสียงอ่อนโยน "ฉันยังอยู่ ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหนหรอก"
กรกอดแพรแน่นขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความรัก"ฉันรักเธอนะ... ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เธอเป็อะไรไป"
แพรปล่อยกรและมองเขาด้วยความห่วงใย"นายเป็อะไรไปนะ ทำตัวแปลกๆ ั้แ่เมื่อกี้แล้ว"
กรถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า"มาร... มีมารติดต่อหาฉันมา"
แพรใเล็กน้อย"มารเหรอ งั้นเราไปที่โบสถ์กันดีไหม"
กรส่ายหัวเล็กน้อย"ไม่ต้องหรอก มันไปแล้วล่ะ"
แพรพูดด้วยความเป็ห่วง"ไม่ได้หรอก นายต้องไปกับฉันด้วย ถ้านายเป็อะไรไป ฉันจะทำยังไง"
เมื่อแพรพากรไปที่โบสถ์ทั้งคู่เดินเข้าไปในอาคารที่เงียบสงบ แต่ทันทีที่กรก้าวข้ามธรณีประตูพลังงานมืดที่แผ่ออกจากตัวเขาก็ทำให้เหล่าแม่ชีที่กำลังทำความสะอาดหยุดชะงักทุกคนต่างมองมาที่กรด้วยความใและหวาดกลัว ััได้ถึงความมืดที่แผ่ออกมา
หนึ่งในแม่ชีร้องสั่ง"หยุดอยู่ตรงนั้น!" เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
แพรรีบหันไปพูดกับแม่ชีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล"พวกเรามาขอให้ช่วยค่ะ เขาโดนมารร้ายทำอะไรบางอย่าง"
แม่ชีมองไปที่กรด้วยสายตาเ็าและตอบกลับอย่างหนักแน่น "หรือพูดให้ถูก เขานี่แหละคือมารร้าย"
แพรหันไปเถียงแม่ชีด้วยความโมโห"เขาเป็มนุษย์นะ! อย่ามาใส่ร้ายกันสิฉันมาที่นี่เพราะอยากให้พวกคุณช่วยเขา" เธอดึงแขนกรเข้าไปใกล้แต่แม่ชีกลับสั่งเสียงแข็ง
"หยุดนะ"แม่ชีร้องเสียงดัง
กรถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า"พอได้แล้ว แพร...เรากลับกันเถอะ พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้หรอก"เขาพูดพร้อมกับดึงมือแพร แต่เธอยังคงยืนหยัดไม่ยอมไป
แพรหันหลังและพูดด้วยความผิดหวัง"ทั้งที่มีคนกำลัง้าการช่วยเหลือ แต่พวกคุณกลับไม่ยอมช่วยน่าผิดหวังจริงๆ" เธอหันหลังเตรียมจะเดินออกไป
แม่ชีคนหนึ่งรีบเอ่ยขึ้น"เดี๋ยวก่อน! ขอฉันตรวจดูหน่อย" เธอพูดอย่างเร่งรีบขณะที่เหล่าแม่ชีคนอื่นๆ ก็มองไปที่กรด้วยความสงสัยและหวาดกลัว ก่อนจะค่อยๆเข้ามาตรวจดู
พวกแม่ชีเริ่มทำการตรวจสอบกรอย่างละเอียดจับมือเขา ััรอบๆ ตัว พลางพึมพำบทสวดบางอย่างสักพักแม่ชีคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงใ "มนุษย์จริงๆ ด้วยแต่ทำไมถึงััได้ถึงพลังงานมืดล่ะ"
แพรมองไปที่แม่ชีด้วยสายตาท้าทาย"นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่าเขาเป็มนุษย์เพียงแค่มีบางอย่างผิดปกติกับเขาเท่านั้น"
กรถอนหายใจและสารภาพ"มีมารที่ชื่อว่าซาตานติดต่อขอทำสัญญากับผมนะ แต่ผมปฏิเสธไปแล้ว"
แม่ชีที่ยืนอยู่ใกล้ๆใ "ซาตานเหรอ" เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
กรพยักหน้า"ใช่ และมันบอกว่าผมมีสายเืของอัสโมดัสด้วย"
เมื่อได้ยินชื่ออัสโมดัสแม่ชียิ่งใไปอีก "อัสโมดัส"เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
แพรมองแม่ชีด้วยความสงสัย"ชื่อพวกนั้นมันทำไมเหรอ" เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ
แม่ชีสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะอธิบาย "ตัวตนของมารมหาบาปทั้ง 7 ประการ...อัสโมดัส บาปแห่งราคะ และซาตาน บาปแห่งโทสะทั้งสองเป็มารที่แทบจะเป็มารที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดามารทั้ง 7"
กรฟังอย่างตั้งใจและพึมพำกับตัวเอง"เพราะผมมีสายเืของอัสโมดัสสินะ... เลยแข็งแกร่ง"
แพรที่ยืนข้างๆจับมือกรไว้แน่นและพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น"ถึงเขาจะมีสายเืของมารร้ายก็เถอะ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็คนไม่ดีนะ!กรเป็สามีของฉัน เขาเป็คนดีที่ช่วยเหลือผู้คนมาเยอะแล้ว"
แม่ชีมองแพรและกรด้วยความเข้าใจแต่ก็ยังคงแสดงสีหน้าเป็กังวล "เข้าใจแล้วล่ะ...แต่พวกเราคงช่วยอะไรพวกเธอไม่ได้ เพราะนั่นคือสายเืของเขา...การมีสายเืมารแห่งมหาบาปทั้ง 7 ประการทำให้พวกเราที่เป็มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทำอะไรได้"
บรรยากาศในโบสถ์กลับมานิ่งเงียบขณะที่ทุกคนตระหนักถึงความจริงที่ว่าสายเืที่กรแบกรับอยู่อาจเป็สิ่งที่เกินกว่าที่พวกเขาจะจัดการได้
เมื่อกรและแพรกลับไปยังห้องพักทั้งสองคนต่างเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา กรค่อยๆ นอนลงข้างๆ แพรและยกแขนขึ้นกอดเธอไว้แน่นบนเตียง
แพรถามด้วยความห่วงใย"นายไม่เป็อะไรแล้วใช่ไหม"
กรพยักหน้าเบาๆ"อืม ฉันสบายดี" เขาตอบด้วยเสียงที่แ่เบา แต่ก็เต็มไปด้วยความอุ่นใจ
แพรยิ้มและจับมือของกรไว้"ไม่ว่านายจะเป็อะไร ฉันก็จะรักนายเสมอนะ นายไม่ต้องกังวลหรอกจำไว้นะว่าฉันรักนาย"
กรยิ้มพร้อมมองแพรด้วยความรักและซาบซึ้ง"ฉันเองก็รักเธอ"
ทั้งสองคนกอดกันแน่นท่ามกลางความอบอุ่นของความรักที่ทำให้พวกเขาลืมเื่ราวที่หนักหนาไปชั่วขณะขณะที่ความมืดภายนอกยังคงปกคลุม แต่ในห้องพักเล็กๆแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความสงบและความรัก
เช้าวันถัดมาเสียงกลองศึกและคำสั่งต่างๆ ดังก้องไปทั่วอาณาจักรทหารจำนวนมากเริ่มถูกเกณฑ์เข้ากองทัพ และตั้งแนวรบอยู่ข้างอาณาจักรดูเหมือนว่าจะมีการเตรียมพร้อมสำหรับาครั้งใหญ่
แพรมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นทหารเดินขวักไขว่ และพูดขึ้นด้วยความกังวล "พวกเขาจะมีากันเหรอ?"
กรที่นั่งอยู่ข้างๆตอบเบาๆ "คงจะเป็แบบนั้น"
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น แพรหันไปมองประตูด้วยความสงสัย "ใครนะ"
กรลุกขึ้นจากที่นั่ง"เดี๋ยวฉันไปเปิดเอง" เขาพูดพร้อมเดินไปเปิดประตู
เมื่อเปิดประตูออกกรเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ แต่ััได้ถึงพลังที่ไม่ธรรมดา"พลังแบบนี้...พญานาคสินะ" กรเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจแต่ก็รู้ว่าผู้ที่มาหาคือพญานาคในร่างมนุษย์ เขาพยักหน้าและเชิญพญานาคเข้ามาในห้อง
เมื่อเข้ามาพญานาคเล่าเื่ราวทั้งหมดให้กรและแพรฟังเกี่ยวกับท้าวมาราธิราชและกองทัพปีศาจของเขาที่มีจำนวนนับล้านซึ่งกำลังทำลายล้างโลกมนุษย์
แพรและกรต่างใอย่างมากกับสิ่งที่ได้ยินกรมองพญานาคด้วยความสับสนและไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น "เื่จริงเหรอเนี่ย"
พญานาคพยักหน้า"ใช่ มันเป็เื่จริง และพวกเรากำลังอยู่ใน่เวลาที่วิกฤตท้าวมาราธิราชกำลังเคลื่อนไหวเพื่อกวาดล้างทุกอย่าง หากไม่หยุดมันไว้โลกมนุษย์อาจจะไม่เหลืออะไรเลย"
พญานาคถอนหายใจและพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม"ไม่รู้ว่านรสิงห์จะต้านท้าวมาราธิราชได้นานแค่ไหนแต่เ้าเป็เพียงคนเดียวที่อาจพอจะสู้กับมันได้"
กรที่ฟังเื่ราวทั้งหมดพยักหน้าอย่างมั่นคง"เข้าใจแล้ว ฉันจะไปสู้กับมัน"
แพรที่ยืนอยู่ข้างๆกร หันไปมองเขาด้วยความแน่วแน่ "ฉันจะไปด้วย"
กรส่ายหัวเล็กน้อยและพูดด้วยความเป็ห่วง"มันอันตรายนะ แพร ฉันไม่อยากให้เธอเสี่ยง"
พญานาคที่ยืนอยู่ข้างๆพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้า "ข้าจะปกป้องนางเอง ไว้ใจข้าได้เลย"
กรหันไปมองพญานาคด้วยความเชื่อมั่นแต่ก็ยังคงกังวล "อย่าให้นางเป็อะไรนะ"
พญานาคมองกรด้วยสายตาแน่วแน่"ข้าสัญญา นางจะไม่เป็อะไร ข้าจะคุ้มครองนางอย่างเต็มกำลัง"
ไม่นานหลังจากนั้นความมืดอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วทั้งอาณาจักรฝั่งตะวันตกแผ่นดินอันกว้างใหญ่ถูกอาบไปด้วยเงามืดราวกับไม่มีแสงสว่างหลงเหลือทุกอาณาจักรในฝั่งตะวันตกรวมกองกำลังเข้าด้วยกันเพื่อต่อสู้กับกองทัพของท้าวมาราธิราชที่นับล้านซึ่งกำลังบุกเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
ท่ามกลางาที่ดุเดือดกองทัพฝั่งตะวันตกส่งัที่มีปีกขนาดใหญ่และกรงเล็บคมกริบเข้าสู่สมรภูมิัพ่นไฟออกมาอย่างรุนแรง บางตัวพ่นสายฟ้าที่ทำให้ปีศาจหลายตัวล้มลงบางตัวพ่นน้ำแข็งที่แช่แข็งกองทัพปีศาจที่วิ่งเข้ามาอย่างโเี้การโจมตีจากัที่เต็มไปด้วยพลังหลากหลายธาตุทำให้ท้องฟ้าและพื้นดินสั่นะเืไปทั่ว
จอมเวทย์ที่ประจำอยู่ในแนวหน้าเริ่มร่ายเวทย์อย่างต่อเนื่องพวกเขารวบรวมพลังเวทย์ทั้งหมด โถมพลังใส่กองทัพปีศาจที่ถาโถมเข้ามา เวทย์อัคคีเวทย์พายุ และเวทย์ทำลายล้างอื่นๆถูกปล่อยออกไปในทิศทางของกองทัพท้าวมาราธิราชอย่างไม่มีหยุดพักพลังของเหล่าจอมเวทย์เปล่งประกายเป็แสงสว่างที่พยายามต่อต้านความมืดอันน่ากลัวที่แผ่ปกคลุมไปทั่ว
การต่อสู้ระหว่างกองทัพของอาณาจักรฝั่งตะวันตกและกองทัพปีศาจของท้าวมาราธิราชเป็การต่อสู้ที่ดุเดือดและยิ่งใหญ่ไม่มีใครสามารถคาดเดาผลลัพธ์ของาครั้งนี้ได้
พญานาคพากรลงสู่แนวหน้าของสมรภูมิรบอย่างรวดเร็วขณะที่เขาพาแพรไปยังแนวหลังเพื่อให้เธออยู่ในที่ปลอดภัยกรยืนสง่างามท่ามกลางเสียงก้องกังวานของาและเสียงคำรามของปีศาจที่ถาโถมเข้ามา
กรหลับตาลงชั่วขณะเพื่อรวบรวมพลังแล้วััมือลงไปบนพื้นดิน ทันใดนั้น พื้นดินรอบตัวเขาเริ่มสั่นะเืหนามแหลมขนาดมหึมาพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินทิ่มแทงและทำลายล้างกองทัพปีศาจไปทีเดียวหลายหมื่นตัวปีศาจที่ถูกหนามพุ่งใส่ส่งเสียงกรีดร้องก่อนจะล้มลงบนพื้นอย่างไร้ชีวิตเืสีดำสาดกระจายไปทั่วสนามรบ
ไม่หยุดเพียงเท่านั้นกรยกมือขึ้นสู่ท้องฟ้า พายุลมหมุนที่ทรงพลังเริ่มก่อตัวขึ้นท้องฟ้ามืดครึ้มเปลี่ยนเป็กระแสลมที่บ้าคลั่งพายุลมหมุนรุนแรงนี้พัดเข้ากวาดล้างกองทัพปีศาจอย่างรวดเร็วทุกสิ่งที่อยู่ในทางของพายุถูกพัดปลิวและทำลายไม่เหลือซาก ลมที่พัดผ่านรุนแรงจนไม่มีปีศาจตัวใดต้านทานได้
การโจมตีของกรเปรียบเสมือนพลังแห่งธรรมชาติที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้เขายืนอย่างมั่นคงในสนามรบ ท่ามกลางสายลมและหนามแหลมที่เขาสร้างขึ้นความหวังของอาณาจักรฝั่งตะวันตกเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้งจากพลังอันมหาศาลของกรขณะที่กองทัพปีศาจค่อยๆ ลดจำนวนลง
ท้าวมาราธิราชมองดูพลังอันมหาศาลที่กรได้ปลดปล่อยออกมาเขาบินลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็วเพื่อดูด้วยตาของตนเองขณะที่พญานาคที่ยืนอยู่ในระยะไกลสังเกตเห็นท้าวมาราธิราช เขาพึมพำเบาๆด้วยความกังวล "ท้าวมาราธิราชอยู่ที่นี่... นรสิงห์คงแพ้แล้วสินะ"
ท้าวมาราธิราชพุ่งลงมายืนตรงหน้ากรพื้นดินสั่นะเืจากพลังที่เขาปลดปล่อยออกมาดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและความโกรธ "มนุษย์น่ะหรือเ้าไปเอาพลังมากขนาดนี้มาจากไหนกัน"
กรจ้องมองกลับด้วยสายตาแน่วแน่"เทวดาอย่างเ้าหรือ ข้านึกว่าเ้าคือผู้ปกป้องมนุษย์แต่เ้าน่ะร้ายยิ่งกว่าพวกมารเสียอีก"
ท้าวมาราธิราชหัวเราะเยาะอย่างเ็า"มนุษย์ก็เป็แค่มนุษย์นั้นแหละ... เ้าอ่อนแอและโง่เขลาข้าจะฆ่าเ้าเองเพื่อหยุดการต่อต้านอันไร้ประโยชน์นี้"
กรยืดตัวตรงพร้อมจ้องมองท้าวมาราธิราชด้วยความกล้าหาญ"ถ้าคิดว่าทำได้... ก็ลองดูสิ"
การต่อสู้ระหว่างกรและท้าวมาราธิราชเริ่มขึ้นอย่างอลังการพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากทั้งสองฝ่ายทำให้ทั้งมนุษย์และปีศาจที่อยู่ในสนามรบได้รับลูกหลงจากการโจมตีที่มหาศาลพลังของพวกเขารุนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้สนามรบที่เคยมีชีวิตชีวากลับกลายเป็เวทีแห่งการทำลายล้าง
กรยกมือขึ้นสูงััพลังของธาตุน้ำจากพื้นดินมวลน้ำขนาดั์พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินด้วยความเร็วสูงมันหมุนวนเป็กระแสน้ำมหึมาที่พุ่งเข้าใส่ท้าวมาราธิราชด้วยแรงดันมหาศาลแต่ท้าวมาราธิราชยังคงยืนหยัดอยู่กลางอากาศอย่างสงบนิ่งมวลน้ำที่ควรจะทำลายทุกอย่างที่ขวางทางกลับไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับท้าวมาราธิราชได้เลย
ทว่ามวลน้ำที่กรสร้างขึ้นกลับพัดกองทัพปีศาจที่อยู่รอบๆออกไปอย่างไม่ปรานี ร่างของปีศาจถูกพัดหายไปในพริบตา พลังของกรทำให้สนามรบเต็มไปด้วยน้ำและซากปีศาจที่ลอยอยู่ในกระแสน้ำที่พัดไปไกล
ท้าวมาราธิราชมองลงมาอย่างเยาะเย้ย"แค่นี้หรือที่เ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้" เขาใช้พลังของตนเองสร้างฝนลูกไฟขนาดมหึมาลูกไฟร้อนแรงพุ่งลงมาจากท้องฟ้าเป็จำนวนมาก ท้องฟ้ากลายเป็สีแดงเพลิงฝนลูกไฟเริ่มตกลงมาใส่สนามรบ ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องล่างทั้งมนุษย์และปีศาจต่างต้องพยายามหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด
ลูกไฟจำนวนมากตกลงสู่พื้นดินเปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็ทะเลเพลิงการต่อสู้ครั้งนี้กลายเป็การทำลายล้างในระดับที่เกินความคาดหมายของทุกคน
การต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างกรและท้าวมาราธิราชดำเนินต่อไปในตอนแรกทั้งสองดูเหมือนจะสูสีพลังของกรที่ควบคุมธาตุและพลังธรรมชาติทำให้เขาสามารถต่อกรกับท้าวมาราธิราชได้อย่างทัดเทียมแต่เมื่อเวลาผ่านไป กรเริ่มเหนื่อยล้า พลังของเขาก็เริ่มลดลงอย่างช้าๆ ในขณะที่ท้าวมาราธิราชยังคงแข็งแกร่งไม่มีท่าทีจะอ่อนแรงเลย
กรโดนโจมตีอย่างต่อเนื่อง"บ้าเอ้ย โครตจะแข็งแกร่งเลย" เขาพึมพำอย่างเหนื่อยล้าขณะที่พยายามตั้งตัวแต่ก็ไม่ทันการ
ท้าวมาราธิราชยิ้มเยาะเย้ย"ยอมตายไปซะดีๆ เ้าจะไม่สามารถเอาชนะข้าได้"
ในขณะเดียวกันกองทัพปีศาจที่ดูเหมือนจะไม่รู้จบก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้งพวกมันบุกเข้ามาจากทุกทิศทาง ความหวังที่เคยมีเริ่มเลือนหายไปกองทัพมนุษย์ถูกกดดันหนักขึ้น และสถานการณ์ก็เริ่มกลายเป็สิ้นหวังสุดๆ
กรที่โดนโจมตีอย่างหนักจากท้าวมาราธิราชและกองทัพปีศาจล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดแรง หายใจหอบหนักพื้นดินที่เคยเป็ที่ยืนหยัดของเขากลับกลายเป็จุดที่เขาต้องต่อสู้เพื่อชีวิต"ไม่... ข้าจะไม่แพ้..." เขาพึมพำเบาๆแต่พลังในร่างของเขากำลังลดลงเรื่อยๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะหมดหวัง
แม้จะถึงขีดจำกัดแล้วแต่กรก็ยังพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านจากความเหนื่อยล้าแต่จิตใจยังไม่ยอมแพ้
แพรที่อยู่แนวหลังมองไปที่กรและนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้"จริงสิ! มีคนตายเยอะเลยนี่ กรมีพลังควบคุมิญญาอยู่นะ ลืมไปแล้วหรือไง นายทำได้กร"
พญานาคที่ยืนเฝ้ามองอยู่ะโออกมา"จริงอย่างที่แพรพูด! กร ใช้พลังที่แท้จริงของนายสิ! ตัวตนที่แท้จริงของนายอย่าลืมสิ! เพื่อปกป้องมวลมนุษย์ เพื่อปกป้องทุกชีวิต และเพื่อปกป้องคนที่นายรัก!ิญญาที่ถูกพวกมันฆ่าไปเ่าั้พร้อมจะเป็พลังให้นาย! พวกเราเชื่อมั่นในตัวนายกร"
กรที่ได้ยินเสียงของแพรและพญานาคจิตใจเริ่มกลับมาเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น เขามองขึ้นฟ้าแล้วพูดเบาๆ"พ่อครับ... ผมขอยืมพลังอีกครั้งนะ"
ทันใดนั้นอากาศรอบตัวกรเริ่มหนาวสะท้าน ลมพัดแรงขึ้นจนทุกคนในสนามรบเริ่มรู้สึกถึงพลังที่ไม่ธรรมดาิญญาที่ถูกกองทัพท้าวมาราธิราชฆ่าไปทั่วโลกเริ่มรวมตัวกันอย่างช้าๆหมุนวนรอบตัวกรและไหลเข้าสู่ร่างของเขา พวกิญญาเ่าั้ส่งพลังมหาศาลให้กับกรขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
กรที่เคยร่อแร่กลับค่อยๆฟื้นฟู ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณออร่าที่เปล่งออกมาจากตัวกรเป็สีม่วงแผ่พุ่งออกมาเต็มสนามรบ กระโเสียงดัง"อ้าาาาาาาาาาาาาาา" เสียงคำรามของเขาดังก้องไปทั่วสนามรบทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่กรด้วยความตกตะลึง
ท้าวมาราธิราชมองกรด้วยความประหลาดใจ"เห้ยๆ มนุษย์จะมีพลังมากขนาดนี้ได้ยังไง"
เพียงแค่ชั่วพริบตากรปรากฏตัวอยู่ด้านหลังท้าวมาราธิราชท้าวมาราธิราชยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นร่างของเขารู้สึกเ็ปราวกับโดนพลังมหาศาลพุ่งใส่เขาเริ่มรอยไปด้านหน้าโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโดนอะไรเข้าไป
ท้าวมาราธิราชร้องออกมาด้วยความเ็ป"อ่า... โครตเจ็บเลย"
การต่อสู้ที่ดูเหมือนจะสิ้นหวังในตอนแรกกลับกลายเป็จุดเปลี่ยนอีกครั้ง
ไฟ น้ำ ลม ดินสายฟ้าน้ำแข็ง—ทุกพลังที่กรสามารถสร้างได้ถูกโถมเข้าใส่ร่างของท้าวมาราธิราชอย่างไม่ยั้งพลังมหาศาลเหล่านี้รวมตัวกันกลายเป็กระแสที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าและพื้นดินแรงะเิและเสียงฟ้าร้องดังสนั่นไปทั่วสนามรบขณะที่กรปลดปล่อยพลังทุกอย่างที่เขามี
ท้าวมาราธิราชที่พยายามต้านทานพลังทั้งหมดกัดฟันแน่นและพุ่งออกจากกระแสนั้นด้วยความโกรธ "หน่อยแหนะ" เขาะโด้วยความโกรธขณะที่พยายามสลัดพลังที่กำลังถาโถมเข้ามา
การต่อสู้กลายเป็การปะทะเวทย์มนต์ที่อลังการเกินคำบรรยายะเิของพลังงานธรรมชาติและเวทย์มนต์ก่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่วทุกที่ที่พวกเขาต่อสู้เต็มไปด้วยเศษซากและรอยแยกบนพื้นดินแสงสีสันจากพลังเวทย์ที่ปะทะกันสว่างไปทั่วท้องฟ้า
เมื่อทั้งสองฝ่ายทิ้งระยะห่างจากกันท้าวมาราธิราชมองไปที่กรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและโกรธเกรี้ยว"หืม... ข้าใมากจริงๆ ที่มนุษย์จะมีพลังมากขนาดนี้ได้"เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
กรจ้องหน้าท้าวมาราธิราชด้วยสายตาแข็งแกร่งและมั่นใจ"อย่าดูถูกมนุษย์ให้มากนัก" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขณะที่เตรียมตัวสำหรับการปะทะครั้งสุดท้าย
ท้าวมาราธิราชหัวเราะเบาๆก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง"ฉันจะยอมเอาจริงให้ก็ได้"
ทันใดนั้นร่างของท้าวมาราธิราชเริ่มเปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อของเขาขยายใหญ่ขึ้นร่างกายทั้งหมดกลายเป็สีแดงเข้มและดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมปีกค้างคาวสีแดงงอกขึ้นจากหลังของเขาพร้อมด้วยฟันแหลมคมที่เปล่งประกายราวกับสัตว์ร้ายแห่งนรก
ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารพุ่งเข้าโจมตีกรอีกครั้งทั้งสองฝ่ายต่างใช้พลังที่มีทั้งหมดในการปะทะกันคราวนี้การต่อสู้ดูเหมือนจะสูสีมากขึ้นกรใช้พลังจากิญญาและธาตุธรรมชาติเข้าต่อกรกับพญามารแสงสีม่วงจากพลังของกรปะทะกับพลังมืดสีแดงที่พญามารปล่อยออกมา
แต่ถึงแม้การต่อสู้จะดูเหมือนใกล้เคียงกันพลังของท้าวมาราธิราชในร่างพญามารกลับยังเหนือกว่ากรเล็กน้อยความรุนแรงของการต่อสู้ทำให้แผ่นดินแยกออกเป็สองฝั่งลาวาที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดินพุ่งขึ้นมาไหลออกเป็แม่น้ำลาวาร้อนแรงที่ลุกไหม้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า
การต่อสู้ของพวกเขาทำให้ธรรมชาติรอบตัวแปรปรวนลมพัดแรง ฟ้าผ่าลงมา พลังที่ปะทะกันก่อให้เกิดความหายนะที่ยิ่งใหญ่ขณะที่กรพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลังเขารู้ว่าทุกชีวิตในโลกนี้ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ครั้งนี้
กรที่กำลังจะโจมตีท้าวมาราธิราชรู้สึกถึงความเ็ปที่รุนแรงพุ่งเข้ามาทั่วร่างกายราวกับร่างมนุษย์ของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว "อ้า... ไม่ไหวแล้ว..."กรพึมพำออกมาอย่างทรมาน เืเริ่มไหลออกจากปาก ตา และจมูกของเขาแสดงให้เห็นว่าพลังอันมหาศาลที่เขาได้รับจากิญญากำลังทำลายร่างกายของเขาเอง
ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารยิ้มเยาะเย้ย"ไม่ไหวแล้วสินะ เ้าเป็เพียงมนุษย์เท่านั้นเ้าไม่อาจทนรับพลังที่เกินกว่าตัวเ้าเองได้หรอก"
พญานาคและแพรที่ยืนมองจากระยะไกลต่างใกับสิ่งที่เกิดขึ้นแพรรีบหันไปหาพญานาคด้วยความตื่นตระหนก "เขาเป็อะไรนะ?ทำไมเขาถึงเป็แบบนี้"
พญานาคที่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "เขาถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่สิ...เขาเกินขีดจำกัดไปแล้วด้วยซ้ำ เขาพยายามฝืนมันมาตลอดเพื่อปกป้องทุกคน"
แพรร้องไห้ด้วยความเ็ป"ไม่นะ... อย่าให้เขาตายเลย"
กรที่ยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบพยายามฝืนร่างกายตัวเองต่อสู้ แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะหมดพลังลงร่างกายของเขาที่อัดแน่นไปด้วยพลังิญญาเริ่มล้มเหลวขณะที่ท้าวมาราธิราชยืนเยาะเย้ยพร้อมที่จะทำลายเขา
ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารมองไปที่พญานาคด้วยสายตาเย้ยหยัน"นั่นเ้าพญานาคเมื่อตอนนั้นนี่ กำลังปกป้องผู้หญิงอยู่รึ"เขาหันไปมองแพรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเจตนาร้าย
กรที่กำลังล้มลงไปกับพื้นพยายามร้องออกมา "อย่ายุ่งกับเธอนะ"
ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารหัวเราะเยาะ"คนรักของเ้าสินะ" เขาใช้มือจับที่แผลที่เขาได้รับจากการต่อสู้กับกรความเ็ปและความโกรธแค้นที่กรทำให้เขามีแผลเริ่มปะทุขึ้นเขาตัดสินใจที่จะทำให้กรทรมานทางจิตใจก่อนที่จะฆ่าทิ้ง
"ก่อนที่ข้าจะฆ่าเ้าข้าจะทำให้เ้าทรมานให้ถึงที่สุด" ท้าวมาราธิราชกล่าวด้วยเสียงเ็าขณะที่กรพยายามลุกขึ้น แต่ไม่สามารถทำได้ ร่างของเขาหมดแรงเต็มที
ซาตานที่กำลังมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านพลังของตนเองยิ้มอย่างชั่วร้ายกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเขารู้ว่าท้าวมาราธิราชกำลังจะทำสิ่งที่โเี้ที่สุดเพื่อทำลายจิตใจของกร
ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารหันไปหาฝูงชนของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่ยังคงเหลือรอดอยู่ในสนามรบ"เหล่ามนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เราฆ่ามนุษย์มาเยอะพอแล้วแต่เ้ามนุษย์คนนี้ทำให้ข้าโกรธมาก หากพวกเ้าฆ่าผู้หญิงคนนั้นแทนข้าข้าจะเลิกล้างบางมนุษย์ และยกทัพกลับไปยัง์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี"
เสียงของท้าวมาราธิราชดังก้องไปทั่วสนามรบมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างเริ่มหวั่นไหวกับคำพูดนั้นหลายคนมองไปที่แพรด้วยความสับสนและความกลัว
กรที่พยายามลุกขึ้นแต่ไม่สามารถทำได้ เขาร้องออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "ไม่นะได้โปรด... อย่าทำแบบนั้น"
ท้าวมาราธิราชยิ้มอย่างชั่วร้ายขณะที่สนามรบเต็มไปด้วยความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว
สนามรบเต็มไปด้วยความวุ่นวายเมืุ่์ในกองทัพเริ่มถกเถียงกันบางคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของท้าวมาราธิราช ขณะที่บางคนไม่ยอมรับหลายคนต่างมองไปรอบๆ ด้วยความสับสนและความหวังริบหรี่
พญานาคที่ยืนอยู่แนวหลังมองท้าวมาราธิราชแล้วะโถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม"เ้าพูดเื่จริงหรือไม่ว่าจะยกทัพกลับไป"
แพรมองพญานาคด้วยความใเมื่อได้ยินคำพูดนั้นเธอไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่พญานาคกำลังจะทำเป็เื่จริงขณะที่กรยังคงคลานอยู่บนพื้นด้วยร่างที่อ่อนแรง เขาพยายามยกมือออกไปหาพญานาคและแพร"ไม่นะ... ได้โปรด... อย่าทำแบบนั้น!"
ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารยิ้มเยาะ"ข้าให้สัญญา ถือว่าเป็การปิดพิธีที่สวยงาม"
พญานาคหันไปมองแพรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหนักใจและขอโทษ"ขอโทษนะ... ฉันสัญญาว่าเธอจะไม่รู้สึกเจ็บ"
แพรมองพญานาคด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัวน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอหันไปมองกรเป็ครั้งสุดท้าย "ลาก่อนนะ กร..."
พญานาคปล่อยพลังอันรุนแรงใส่แพรร่างของเธอสลายหายไปในพริบตา แพรได้จากโลกนี้ไปแล้วอย่างสมบูรณ์ขณะที่กรที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตายังร้องไห้ด้วยความเ็ป"ไม่... แพร..."
ซาตานที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านพลังของเขายิ้มอย่างชั่วร้าย "แกพลาดแล้ว ท้าวมาราธิราช... เอาไปสิ พลังของข้า...มารร้ายได้จุติลงโลกมนุษย์แล้ว!"
ท้องฟ้าที่เคยเงียบสงบกลายเป็ความมืดมิดท้องฟ้าผ่าทั่วไปทั่วท้องฟ้า เสียงฟ้าร้องดังขึ้นราวกับธรรมชาติกำลังโกรธเกรี้ยวพายุก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวกร ขณะที่เขายืนขึ้นด้วยน้ำตาที่ไม่อาจหยุดไหลท้องฟ้าหมุนรอบๆ ราวกับสะท้อนความโกรธแค้นของเขา
ออร่ามืดค่อยๆก่อตัวขึ้นรอบตัวกร พลังงานสีดำหนาแน่นที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ปกคลุมร่างของเขา"อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!" เสียงะโที่ดังก้องออกมาจากปากของกรเริ่มเปลี่ยนจากเสียงของมนุษย์กลายเป็เสียงคำรามของปีศาจที่โกรธแค้นราวกับความมืดที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเขาถูกปลุกขึ้นมา
เพียงพริบตาเดียวพลังอันรุนแรงจากกรก็ปะทุขึ้น ร่างของพญานาคที่เคยปกป้องเขาและแพรตายลงไปในทันทีด้วยมือของกรที่เปลี่ยนไปเป็ปีศาจความโกรธแค้นและความเ็ปของกรทำให้เขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
กรที่เคยเป็มนุษย์บัดนี้กลายเป็มารร้ายเต็มตัว ท่ามกลางความโกลาหลท้าวมาราธิราชเองก็ใเมื่อเห็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังปลดปล่อยออกมาจากร่างของกร
ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารมองด้วยความตกตะลึง“ไปั้แ่มือไหร่กัน...” คำพูดของเขายังไม่ทันจบดีมือซ้ายของเขาก็ขาดหายไปในพริบตาทิ้งให้ท้าวมาราธิราชต้องร้องออกมาด้วยความเ็ปและใ
“แย่แล้ว...ข้าต้องใช้พลังทั้งหมดแล้ว” ท้าวมาราธิราชพูดด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านขณะที่เขารวมพลังเพื่อสู้กับกรอีกครั้ง
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดการโจมตีของกรด้วยพลังงานมืดที่ไม่หยุดยั้งทำให้เขาเริ่มได้เปรียบกรปล่อยพลังออกมารัวๆ โดยไม่สนใจว่าลูกหลงจะโดนใคร ทุกแรงะเิที่ปล่อยออกมาฆ่าทั้งปีศาจและมนุษย์ไปเป็จำนวนมากสนามรบเต็มไปด้วยความหายนะและความตาย
ท้าวมาราธิราชที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องแม้จะรู้สึกถึงความเ็ป แต่เขายังยืนหยัดอยู่"พลังของแกอาจทำให้ข้าาเ็ได้... แต่ไม่มากพอที่จะฆ่าข้าหรอก"เขาพูดออกมาด้วยความมั่นใจ
กรมองท้าวมาราธิราชด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น"งั้นเหรอ" เขากล่าวเบาๆก่อนที่จะเริ่มดึงพลังจากิญญาของคนตายและิญญาของทุกชีวิตในบริเวณกว้างเท่าที่เขาจะทำได้ ภายในเวลาเพียง 1 วินาที ชีวิตนับล้านถูกดึงพลังออกไปจนตายทันที
ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารเริ่มหวาดกลัว"ไม่... ไม่ พลังของแกมันมากเกินไปแล้วพลังแบบนี้มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ด้วยซ้ำ แกเป็ใครกันแน่ นี่มันพลังของซาตาน...และอัสโมดัสด้วย แกกำลังถูกความมืดครอบงำ"
กรไม่ได้สนใจคำเตือนเขาชาร์จพลังงานมืดเป็ทรงกลมใหญ่จนร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยพลังที่ไร้แสงสว่างความมืดที่ปกคลุมไปทั่วแผ่นดิน "ถ้าเพื่อได้ฆ่าแกต่อให้ต้องกลายเป็ปีศาจหรือมารร้าย... ฉันก็ยอม"
ทันใดนั้นกรปล่อยพลังทั้งหมดใส่ท้าวมาราธิราชในร่างพญามารการโจมตีครั้งนี้รุนแรงจนร่างของท้าวมาราธิราชถูกสลายหายไปในทันทีท้องฟ้ามืดมิดเงียบลง รอบตัวกรในระยะหลายกิโลเมตรไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่มีเพียงกรคนเดียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็ที่รกร้างไร้ซึ่งชีวิต
เสียงจากซาตานแ่เบาแต่เยาะเย้ย"การแก้แค้นของเ้านะ ยังไม่จบหรอกนะ"
กรที่ยังยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของสนามรบเงยหน้าขึ้น"แกอีกแล้วเหรอ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ปและโกรธแค้น
เสียงจากซาตานดังขึ้นอีกครั้ง"ท้าวมาราธิราชมากวาดล้างมนุษย์ เพราะมนุษย์จากอีกโลกหนึ่งที่เ้าจากมาพวกนั้นทำบาปกันเยอะ โลกนี้เลยต้องรับเคราะห์ร้ายไปด้วย"
กรหายใจหนักขึ้น"งั้นเหรอ... จริงด้วยสินะ"
ซาตานยิ้มผ่านพลังของเขา"แม่ของเ้าเองก็ตายแล้วนะ..."
กรที่ยังเต็มไปด้วยความเ็ปน้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตาของเขา "จริงเหรอ... แม่ตายแล้วงั้นเหรอ"
เสียงจากซาตานดังต่อไปด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น"หลังจากเ้าจากมา มีหลายสิ่งเกิดขึ้น าของพวกอันธพาลาของพวกก่อการร้าย มนุษย์พวกนั้นทำให้แม่ของเ้าต้องตาย... และที่สำคัญพวกมนุษย์จากโลกของเ้าเองที่ทำบาปจนท้าวมาราธิราชมาที่นี่ และทำให้คนรักของเ้าต้องตาย"
กรที่ยืนอยู่ในความเงียบจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นน้ำตายังคงไหลออกมาพร้อมกับความเ็ปที่ไม่มีที่สิ้นสุด"ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด...ฉันจะฆ่าพวกมนุษย์ทุกคนที่ทำให้แม่และคนรักของฉันต้องตายทั้งหมดเป็เพราะพวกมัน"
ความมืดในจิตใจของกรเริ่มเข้าครอบงำเต็มที่ขณะที่เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางทางความแค้นในใจของเขาพร้อมที่จะทำให้เขากลายเป็มารร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย
กรที่ถูกซาตานวาร์ปมายังประตูมิติที่เขาเคยข้ามจากโลกนี้ซาตานร่ายคาถาโบราณเพื่อเปิดประตูให้กรผ่านกลับไปยังโลกที่เขาจากมาเสียงเย้ยหยันของซาตานดังขึ้นในหัวของกร "กลับไปสิ...กลับไปยังโลกที่เ้าจากมา และแก้แค้นพวกมัน"
กรที่มีแววตาไร้อารมณ์ไม่มีความรู้สึกใดๆ เดินเข้าไปในประตูมิติอย่างช้าๆเขากลับมายังโลกเดิมที่เขาเคยจากมา แต่เมื่อก้าวออกมาบรรยากาศรอบตัวกลับแตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน นี่คือโลกปกติที่เขาจำได้ทันทีที่เขาออกมา ประตูก็ปิดลงทันที
ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นกลุ่มคนถืออาวุธปืนอยู่แถวๆ นั้น พวกเขาคือสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย BIRDROCKสามคน พวกนั้นมองกรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
หนึ่งในผู้ก่อการร้ายพูดขึ้น"โผล่มาจากไหนวะนั่น"
กรไม่ลังเลเขาพยายามใช้พลังควบคุมดิน งอกหนามแหลมขึ้นมาเพื่อสังหารทั้งสามคนแต่พลังของเขากลับไม่เป็อย่างที่คิดหนามดินที่เคยทรงพลังกลับกลายเป็เพียงดินก้อนเล็กๆที่พอจะฆ่าได้แค่หนึ่งคนเท่านั้น
ผู้ก่อการร้ายที่เหลือหันไปมองกรอย่างงุนงง"อะไรวะนั่น ฝีมือแกเหรอ"
กรที่ยังคงสับสนพยายามรวบรวมพลังของตนเองอีกครั้งเขาสร้างพลังดินขนาดเท่ามีดพุ่งเข้าไปสังหารผู้ก่อการร้ายที่เหลืออีกสองคนได้สำเร็จแต่ความกังวลเริ่มเกาะกุมจิตใจของเขา "ซาตาน... ทำไมพลังของฉันถึงหายไป"
เสียงของซาตานเงียบหายไปไม่มีการตอบกลับใดๆเหลือแต่เพียงกรที่ยืนอยู่ท่ามกลางร่างไร้ิญญาของผู้ก่อการร้ายสามคนเขาเริ่มตระหนักได้ว่าพลังที่เขาเคยได้รับจากซาตานอาจไม่ได้เป็นิรันดร์
กรยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบพร้อมกับเรียกหาซาตาน "ยังอยู่ไหม ซาตาน"
เสียงของซาตานเงียบหายไปสักพักก่อนที่จะกลับมา"เหมือนว่าพวกเทพจากโลกนี้พยายามตัดการเชื่อมต่อระหว่างฉันกับนายพวกมันปิดประตูก่อนที่พลังของเ้าจะตามมา พลังของเ้ายังติดอยู่อีกโลกหนึ่ง"
กรฟังด้วยความสับสน"แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะ"
เสียงจากซาตานกลับมาอีกครั้งแต่ดูเบาลงกว่าเดิม "พวกเทพมันพยายามขวางพวกเรานายต้องฆ่ามนุษย์และเอาิญญาของพวกมันมาเป็พลังนายต้องหาทางเปิดประตูนั้นอีกครั้งให้ได้ พวกมันอาจขวางฉันได้...แต่พวกมันขวางนายไม่ได้หรอก เราคงไม่ได้คุยกันอีกแล้ว…"
เสียงซาตานเงียบหายไปอย่างสมบูรณ์กรมองไปที่ท้องฟ้า แววตาไร้ความรู้สึกของเขาสะท้อนแสงจากพระจันทร์"หายไปแล้วเหรอ..." เขาพึมพำเบาๆ
ขณะที่กรยืนอยู่ท่ามกลางความมืดน้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาของเขา "ขอโทษนะ แม่... ที่ไม่ได้กลับมาหา...และแพร... ขอโทษที่ฉันพาเธอมาดูการ์ตูนตามที่สัญญาไว้ไม่ได้..."
แม้น้ำตาจะไหลออกมาแต่แววตาของกรยังคงไร้ความรู้สึก เหมือนกับว่าจิติญญาของเขาถูกทำลายไปแล้วเหลือเพียงความว่างเปล่าและความโกรธแค้นที่หลงเหลืออยู่ในใจ
End CreditScene
ณบ้านร้างแห่งหนึ่ง กรเดินเข้ามาในบ้านที่ทรุดโทรมและเงียบงันท่ามกลางความมืด มีชายสวมฮูดสีน้ำเงินนั่งอยู่ในห้องกรมองชายคนนั้นด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึกก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นและเรียกพลังของตนเอง ก้อนหินลอยพุ่งเข้าไปด้วยความรวดเร็ว"ตายซะ"
PALMER46ขยับตัวหลบก้อนหินได้อย่างเฉียดฉิว "ฝีมือนายเหรอ"เขาพูดอย่างสงบ
กรยิ้มเล็กน้อย"หลบทันด้วยเหรอ... งั้นถ้าแบบนี้ล่ะ" เขาเรียกหนามแหลมโผล่ขึ้นมาจากพื้นตามด้วยฝูงดินจำนวนมหาศาลที่โถมเข้าใส่ชายสวมฮูด
PALMER46 หลบการโจมตีอย่างรวดเร็วเขาขยับตัวเข้าไปประชิดกรด้วยหมัดที่รวดเร็วและทรงพลังต่อยเข้าที่ท้องของกรโดยไม่ลังเล
กรที่โดนต่อยเต็มๆเอ่ยขึ้น "อะไรกัน... ทั้งที่ใช้เวทย์มนต์ไม่ได้แท้ๆ แต่ใช้พลังกายภาพเหรอ"ขณะที่กรพูด หนามแหลมงอกขึ้นมาจากพื้นอีกครั้ง ทำให้PALMER46 ต้องะโหลบและเตะกรด้วยแรงมหาศาล
PALMER46 ควักมีดออกมาหมายจะฆ่ากร แต่กรใช้พลังสร้างคุกดินขึ้นมาขังPALMER46 ไว้ในทันที PALMER46 พยายามทุบทำลายคุกนั้นอย่างเต็มที่แต่เมื่อเขาหลุดออกมา กรได้หนีหายไปแล้ว
PALMER46 มองไปที่คุกดินที่เพิ่งทำลายได้ "เวทย์มนต์เหรอ?" เขาพึมพำกับตัวเอง
ณที่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครสาวสวยที่มีรอยสักอันงดงามนอนอยู่บนเตียง เธอขยับตัวไปมาสีหน้าของเธอแสดงถึงความไม่สบายใจ เหมือนกำลังเผชิญกับฝันร้าย
เธอลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วเหงื่อท่วมหน้า "ฝันร้ายเหรอ...รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้นเลย" เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอชื่อ มายาและสิ่งที่เธอฝันอาจไม่ใช่เพียงแค่ฝันเท่านั้น...