ในชั่วเสี้ยววินาทีนั้น โรเบิร์ตคล้ายเห็นสิ่งต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นใน่ปีนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เขาดึงสติกลับมาในวินาทีต่อมาและเตรียมรับแรงกระแทก
แต่แล้ว... รถก็ส่ายวูบ จากนั้นภาพที่ผ่านกระจกหน้ารถเลื่อนไปทางทางขวาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะคืนการทรงตัว พุ่งออกไปตามทางแคบๆที่พอให้รถขนาดเล็กวิ่งสวนกัน แม้ไม่เคยผ่านสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนแต่เขาก็รู้ว่า เมื่อครู่ชายหนุ่มออกจากถนนหลักด้วยความเร็วสูงและดริฟรถราวกับนักแข่งกังปรีย์มืออาชีพ!
โซโลขับรถด้วยความเร็วที่ทวีสูงขึ้น ถนนเส้นนี้สามารถเรียกได้ว่าถนนลอยฟ้าเพราะสองข้างทางล้วนเป็หุบเขาลึกถนนสร้างคดเคี้ยวไปตามแนวสันเขาที่เกือบจะเปิดโล่ง ตลอดระยะทางไม่กี่กิโลเมตรเขาดริฟรถทั้งซ้ายและขวา อย่างชำนาญ ใจของโรเบิร์ต ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเขาเริ่มตาลาย หัวใจเต้นระรัวเกือบสองร้อยครั้งต่อนาที ต่อให้โดดร่มดิ่งแบบพิเศษ ที่เรียกว่าโดดสูงกางร่มต่ำก็ยังไม่รู้สึกหัวใจจะวายเท่ากับสถานการณ์ในขณะนี้
จนมาถึงโค้งยูเทิร์นที่เห็นหุบเขาลึกราวกับเหว สามร้อยหกสิบองศารอบทิศทางชายหนุ่มขับรถพุ่งเข้าไปโดยไม่ชะลอความเร็วรถแม้แต่น้อย โรเบิร์ต แหกปากร้องเสียงหลงแสบแก้วหู
“อ๊าก.....”
หัวรถปักเข้าโค้งอย่างแม่นยำตัวรถหมุนไสล์ตามโค้งที่ลาดชันต่ำลงสองร้อยเจ็ดสิบองศาก่อนที่จะตะกุยสี่ล้อพุ่งออกจากยูเทิร์น ด้วยความเร็วสูง โซโละโบอก โรเบิร์ต
“โทรไปบอกผู้กองว่าเราอยู่บนถนน Ashinoko Sky Lineจากแยกถนนหมายเลขหนึ่ง มุ่งหน้าด่านเก็บเงิน Hakone Pass ให้เขาเคลียร์เ้าหน้าที่ออกจากด่านไม่งั้นอาจโดนลูกหลง แล้วบอกเขาว่า ไอ้บ้านั่นใช้รถ ซูบารุฟอเรสเตอร์สีดำ ตามเรามาห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตร ส่วนทะเบียนให้เขาดูเอาจากกล้องที่ด่าน HakonePass”
โรเบิร์ต โทรประสานผู้กองในทันที ระหว่างที่รถดริฟซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่วพวกเขาก็ผ่านด่านเก็บเงินHakone Pass ที่เปิดไม้กั้นออกยังเห็นเ้าหน้าที่สองสามคนวิ่งหนีออกจากด่านไปหาที่กำบัง ชายหนุ่มกลับทำในสิ่งที่โรเบิร์ตไม่เข้าใจเขาชะลอความเร็วรถจนเกือบหยุดนิ่งก่อนที่จะเพิ่มความเร็วหนีอีกครั้งเมื่อเห็นรถสีดำของอีกฝ่ายบนกระจกมองหลัง
โรเบิร์ต วางโทรศัพท์แล้วบอกว่า “นายทำบ้าอะไรว่ะชะลอรถรอมันทำไม ผู้กองให้เราไปให้ถึงด่าน Kojirinเขาจะต้อนรับมันที่นั่น ผมไม่รู้ว่ามันอีกไกลไหม แล้วเราจะไปถึงหรือเปล่า”
ชายหนุ่มพยักหน้าทาง่นี้เริ่มตรงเขาเร่งความเร็วของรถจนถึงหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงจากนั้นเมื่อถึงทางคดเคี้ยว เขาใช้ฝีมือขับรถขั้นเทพ ลัดเลาะไปดริฟไปตามทางโค้งของถนนลอยฟ้าอย่างรวดเร็วโรเบิร์ต พยายามมองไปเส้นทางที่ผ่านมาเมื่อรถเบี่ยงซ้าย เขาะโบอกความระยะห่างทุกครั้ง
เมื่อถึงทางแยกที่เป็สี่แยกตัวเอ๊กซ์ขนาดเล็ก โซโลเหยียบเบรคอย่างรุนแรงจนล้อตายจากนั้นหมุนสามร้อยหกสิบองศาสองรอบ ก่อนที่จะปักหัวเลี้ยวขวาไป
โรเบิร์ต ะโออกมาอย่างใ
“เห้ย นายขับหมุนอยู่กับที่ทำไม ฉันกำลังจะอ๊วกแตก...”
“นั่นเขาเรียกว่าทำโดนัท... ฝ่ายตรงข้ามขับรถอ่อนเกินไป มันตามเราไม่ทันถ้าไม่ทำสัญลักษณ์เบิร์นยางทิ้งไว้บนพื้น แกล้งว่าเราเลยทางแยกต้องเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันหากไม่ทำเช่นนั้นมันอาจไม่ตามมา ”
โรเบิร์ต ทำท่าผะอืดผะอม จากนั้นรถโยโยต้าสีน้ำเงินเข้ม พุ่งทะยานลัดเลาะทางลงเขาอย่างรวดเร็วความเร็วพุ่งพรวดเกือบหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเข้าโค้งขวาแห่งหนึ่ง มองเห็นทิวสนเรียงรายเมื่อผ่านตู้เก็บเงินที่ด่าน Kojirin เขาเบิ้ลเครื่องตบเกียร์อัตโมมัติลดระดับความเร็วลงตามจังหวะเร่งขึ้นของเครื่องยนต์ก่อนที่จะถอนคันเร่งและเหยีบเบรดย้ำๆอย่างรวดเร็ว
“D..^ 3.. ^ 2..”
รถที่ทะยานผ่านตู้เก็บเงินด่าน Kojirin ทางด้วยความเร็วชะลอตัวเพราะแรงดึงจากเกียร์อัตโนมัติ ตามรอบเครื่องยนต์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเลี้ยวขวาเข้าที่พักริมทางที่เป็ป่าหนาทึบอย่างนิ่มนวลโดยไม่ทิ้งร่องรอยของยางรถเอาไว้
“นายจอดรถทำไม!”
“เรามาถึงที่หมายแล้ว ผมเห็นหน่วยซุ่มแล้ว”
สายตาของชายหนุ่มเห็น ทหารชุดพรางซุ่มอยู่ทางด้านขวาก่อนถึงด่านอย่างน้อยห้าคนพึ่งจอดรถหลบซุ่มอย่างเงียบเฉียบไม่เกินสองนาที ก็ได้ยินเสียงปืนกลเบาของเ้าหน้าที่ทหาร ที่ยิงแบบชุดดังสนั่น จากนั้นก็เป็เสียงของปืนสั้นสองนัด สามถึงสี่วินาทีต่อมาได้ยินเสียงดังสนั่นคาดว่ารถคนร้ายเสียหลักพุ่งชนด้านซ้ายของถนน ที่มีแนวต้นไม้ใหญ่และเป็หน้าผาตัดอยู่ด้านหลังจากนั้นมีเสียงปืนกลเบาดังขึ้นอีกหลายนัด
รออยู่พักใหญ่ มีทหารชาวตะวันตกในชุดพราง โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ะโเสียงดังโวกเหวก โรเบิร์ต ต้องเปิดกระจกด้านเขาลงเพราะฟังไม่ชัดทหารคนนั้นเข้าประชิดรถอย่างรวดเร็วก่อนที่จะตบหัวไหล่เขาอย่างแรง
“โรเบิร์ต พวกเราทำสำเร็จ ปิดงานได้แล้ว มันตายสนิท นายแน่มากถึงกับลงทุนไปวิ่งล่อะุของมันให้พวกเรายิงง่ายๆ”
โรเบิร์ต แยกเขี้ยว สะบัดหัวอย่างมึนงง เขาปลดเข็มขัดนิรภัยเปิดประตูก้าวขาซ้ายออกไป ก่อนที่จะลุกขึ้น ซวนเซไปเกาะต้นไม้ใหญ่แล้ว
“อ๊อก...พรวด...”
เขาอ๊วกออกมากองใหญ่ เพื่อนทหารคนนั้นใ รีบเข้าไปประคอง ปรกติ โรเบิร์ตคือยอดฝีมือที่แกร่งที่สุดในหน่วยนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะหนักหน่วงแค่ไหนเขาไม่เคยแสดงความสะดุ้งะเื ขนาดอยู่กลางสนามกับะเิ เหงื่อยังไม่ออกสักหยด คิดไม่ถึงว่าคราวนี้ถึงกับอ๊วกแตกราวกับโดนมาอย่างหนักสักสี่สิบแปดชั่วโมง เอ... หรือว่ามันแพ้ท้องแทนเมียแต่... มันก็ยังไม่มีเมียนี่นา...
หลังจากโอ๊กเป็ไก่ขันออกมาสามสี่ครั้ง โรเบิร์ต ค่ยรู้สึกดีขึ้น เขารั้งแขนเสื้อทหารคนนั้นเอาไว้แล้วพูดเสียงอ่อยๆว่า
“บิล นายกลับอย่างไร ฉันขอติดรถกลับไปด้วย ไม่ไหว… ขืนนั่งรถไปกลับไอ้บ้านี่อีกรอบข้าหัวใจวายตายแน่...”
เสียงฮอลิคอปเตอร์ร่อนลงบริเวณหน้าด่าน โซโลจอดรถทิ้งไว้เดินตามนายทหารคนนั้น ออกไปที่ด่าน ผู้กองโยชิดะปรากฏตัวลงมาจากฮอลิคอยเตอร์ในเวลาเดียวกันรถตำรวจสามคันวิ่งมาถึง
ก่อนถึงด่านรถตรวจการณ์สีดำ พลิกตะแคงอัดติดอยู่กับผนังผาแม้ว่ามีต้นไม้ใหญ่ขึ้นตลอดแนว แต่โชคร้าย รถพุ่งผ่านแนวต้นไม้ อัดเข้ากับหน้าผาที่จริงคนร้ายถูกสไนเปอร์ยิงเข้าที่แสกหน้า หลังจากยิงปืนสวนออกมาได้สองนัดเป็การปิดคดีไล่ล่ามือะเิและการลอบนำะเิเข้ามาสังหารวีไอพี
โซโลมองรถส่ายหัวเล็กน้อย
ผู้กองโยชิดะ สั่งการเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินมาหาเขากับ โรเบิร์ต ที่หน้าซีดเซียวพร้อมเอ่ยถามและปากชมเชย
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าคนร้ายคนนี้สมควรตายแล้วไม่ต้องใส่ใจกับมัน แต่ว่าฝีมือขับรถของคุณไม่เลวเลยนี่สิบกิโลเมตรบนถนนลอยฟ้าอะชิโนะ ใช้เวลาแค่สิบนาที ความเร็วนี้เทียบได้กับมือระดับโลกเลยนะเนี่ย ความจริงคุณคงขับเร็วได้มากกว่านี้ ผมเห็นจากโดรนว่าคุณลดความเร็วหลายครั้งทีเดียว”
“ผมไม่ได้ใส่ใจกับคนร้าย ผมเสียดายรถ..”
ผู้กองผงะหงายหลังไปนิด แต่เขาก้เข้าใจโดยเร็ว รถรุ่นนี้แพงมากในเมืองไทยเมื่อเขาหันมาเห็นโรเบิร์ต ท่าทางซีดเซียวราวกับปลาตาย ต้องส่ายหัวก่อนที่จะหันมาทางชายหนุ่มอีกครั้ง พร้อมถามคำถามเดียวกับโรเบิร์ต
“ทำไมคุณไม่หนีไปเมือง มิชิมา”
โซโล ตอบอย่างใจเย็นว่า “ถนน่นั้นไปเมืองมิชิมาเป็ทางลงเขาค่อนข้างตรงมีโค้งยาวเพียงไม่กี่โค้ง รถของอีกฝ่ายคือ ซูบารุฟอเรสเตอร์ ติดตั้งเครื่องบอกซ์เซอร์สองพันสองร้อยซีซีไอ้คันที่ผมขับนะมันเครื่องแค่พันหกร้อยซีซี ทั้งแรงม้าและอัตราเร่งมันคนละชั้นกันไม่เกินสองกิโลเมตรเขาก็ตามทัน แน่นอนว่าทางตรงโค้งน้อยอย่างนั้น มันส่องผมได้แน่หากเลือกทางนั้นพวกผมไม่มีทางรอด”
เขาหยุดก่อนที่จะอธิบายต่อไป
“เส้นทาง Ashino Sky Line เกือบทั้งหมดแคบลัดเลาะไปตามสันเขาสองข้างทางเป็หุบเขาลึก เขาต้องใช้ฝีมือและสมาธิในการขับขี่สูงมาก ในสถานการณ์ใช้ความเร็วแทบไม่มีโอกาสที่พวงมาลัยจะนิ่งพอที่จะเล็งปืนแล้วยิงถูกพวกผมน้อยมาก และที่สำคัญผมเคยผ่านถนนเส้นนี้มาแล้ว คิดว่าผมมีความชำนาญมากกว่าย่อมสามารถฉีกหนีระยะห่างออกไปเรื่อยๆ ในขณะที่อีกฝ่ายตามไม่ทันและที่สำคัญบนถนนเส้นนี้ มันไม่มีที่ซ่อนมีเพียงแยกถนนสามสามเจ็ด ขอเพียงผมวางแผนลวงให้คนร้ายเห็นรถไกลๆแล้วติดตาม ก็ไม่ยากที่จะจับคนร้ายได้ที่ปลายทาง”
ผู้กอง “หมายความหากจะหนี คุณคงไปไกลแล้ว มันตามไม่ทันแน่นอน”
โซโล หัวเราะหึๆ “สำนวนไทยเขาเรียก ใส่เกียร์หมากับปลุกหลวงพ่อโกยวัดหน้าตั้ง หากจะซิ่งจริงๆ มันคงไม่ทันได้กินฝุ่นรถผมหรอกแต่ว่า เื่มันคงไม่จบนะซิ ไม่รู้ว่าคราวหน้าผมจะโชคดีอีกหรือไม่”
โรเบิร์ต บ่นอุบอิบว่า “นายมันบ้า เส้นทางแบบนั้นกล้าขับด้วยความเร็วนั้นได้อย่างไร”
ผู้กองโยชิดะ หัวเราะลั่น “ไหนคุยนักคุยหนาว่าเป็คนเหล็กไงโรเบิร์ต เขาขับด้วยความเร็วเฉลี่ยแค่หนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงเองนะนั่น”
โซโลก็หยอกเล่น “โธ่แค่นั้นเอง นี่ขับรถสี่ล้อออลวิลนะผมเคยขับมอเตอร์ไซด์ ที่สองร้อยห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงมาแล้วว่างๆไปหาสนามแข่งขับกัน”
โรเบิร์ต ตาเหลือกโพลง ร้องเสียงดังออกมาราวกับแมวถูกสาดด้วยน้ำเย็น “No….”
รถโตโยต้าคันนั้นถูกยิงไม่สามารถให้ โรเบิร์ต นำไปใช้ได้อีก และเนื่องจากเป็หลักฐานประกอบคดีไปแล้วความฝันขับรถชิวๆ ของเขาก็พังทลาย อันที่จริงเขาไม่สมควรขับรถด้วยซ้ำใช้บริการรถสาธาณณะจะปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นมากกว่า จากด่านKojirin หากขับตรงต่อไปไม่กี่กิโลเมตร ก็จะวิ่งผ่านเขื่อนของทะเลสาบอาชิเลี้ยวขวาก็สามารถกลับมาฮาโกเนะได้
สรุปพวกเขาสองคนนั่งรถตำรวจกลับมาที่หมู่บ้านฮาโกเนะ และลงที่สถานีกระเช้าฮาโกเนะ โกมาคาเทเกะ ก็คือสถานีที่สี่นักศึกษาชาวไทยลงผิดไปเมื่อวานนั่นเองเมื่อมาถึงก็เป็เวลาบ่ายแก่ๆ แล้ว
โรเบิร์ต ยืดอกเลี้ยงข้าวกลางวัน สถานีนี้มีร้านอาหารขนาดใหญ่ริมทะเลสาบแน่นอนว่าไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ระหว่างรออาหาร โรเบิร์ตระบายลมหายใจออกมาสายตาเหม่อมองไปในทะเลสาบ ปากพึมพำ
“ไปสู่์เถอะเพื่อน แค้นของนายได้รับการชำระแล้วเื่ทุกอย่างมันจบแล้ว”
แล้วเขาก็ดึงสายตากลับมาพร้อมกับตบมือดังเพี้ยะ
“ทีนี้จะได้พักและเที่ยวอย่างสบายใจเสียที... หมดเื่กันที” สายตาของเขาจับจ้องไปที่นักท่องเที่ยวผิวขาวกลุ่มหนึ่งที่มีแต่สาวๆ ทำท่าผิวปากและยักคิ้ว
โซโลซดน้ำชาร้อนลงไปดังเฮือก ก่อนที่จะส่ายศีรษะ
“เื่ยังไม่จบสิ้นง่ายๆหรอก... โรเบิร์ต”
โรเบิร์ต หันควับมา “นายจะบอกว่าไอ้เปรตนั้นจะลุกขึ้นมาจากหลุมแล้วมาไล่ยิงฉันกับนายอีกเหรอ มันคงไม่ใช่ซอมบี้หรอกนะ ฮ่าๆๆๆ” เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ชายหนุ่ม “ผมไม่สนใจคนตาย ต่อให้มันฟื้นขึ้นมาถ้าไม่ให้เลขเด็ด* ผมก็พร้อมที่จะส่งมันลงนรกได้อีกหลายรอบ”
“What….” โรเบิร์ต ย่อมไม่เข้าใจ มุกให้หวยของคนไทย เขาเข้าใจแต่คำพูดท้ายๆ
ชายหนุ่มโบกมือ “ลืมมันไปเถอะ ที่ผมจะสื่อก็คือมันรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ในรถคันนั้น จุดเดียวที่มันจะรู้ว่าเราอยู่ในรถคันนั้นก็คือเราลงเปลี่ยนคนขับที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ผมว่าเื่ราวยังไม่จบสิ้นยังมีพวกของมันแฝงอยู่ในกลุ่มคน... นักเลงท้องถิ่น”
โรเบิร์ต นิ่งไปแล้วยิ้มทำหน้าเหี้ยม “พวกกุ้ยยากูซ่านะหรือ ทหารอย่างผมไม่กลัวพวกมันหรอก ยังเหลือคนให้อัดก็ดีผมก็คันไม้คันมืออยู่เหมือนกัน”
ชายหนุ่มส่ายหัว “พวกมันไม่โง่พอที่จะปะทะกับคุณซึ่งหน้าหรอก มีวิธีลอบกัดมากมายในโลกนี้กระทั่งคุณาเ็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ถูกพวกมันเล่นงาน ระวังตัวเอาไว้ดีกว่า...”
บ่ายนั้นเขาฉวยโอกาศขึ้นกระเช้าไปดูวิวบนเขาโกมาคอทาเกะ แน่นอนโรเบิร์ตติดตามไปด้วยแต่ไม่ใช่เพราะเขาพิสมัยวิวอันสวยงามของทะเลสาบอาชิแต่เพราะอยากหลีสาวชาวตะวันตกกลุ่มนั้นมากกว่าและชายหนุ่มก็แยกจากเขาเพราะตนเองเดินตามทางที่เป็เส้นทางท่องเที่ยวบนยอดเขากว่าเขาจะกลับลงมาก็เกือบสิบห้านาฬิกาครึ่ง
วิวสามร้อยหกสิบองศาของยอดเขา ทำให้เขาไม่อยากกลับลงมาเลย ถ้าไม่ใช่เพราะรถบัสกลับเข้าหมู่บ้านกำลังจะหมดเขาอาจอยู่ถึงแสงสุดท้ายบนเขาเลยก็ได้

ภาพกระเช้าโกมาคอทาเกะ(ภาพจาก JapanGuide Book)
ชายหนุ่มลงรถบัสที่หมู่บ้านฮาโกเนะ แม้ว่าห่างจากโรงแรมถึงสองกิโลเมตรกว่าๆแต่ระยะทางเท่านี้เขาเดินได้สบาย บริเวณนี้แม้ท้องฟ้าจะมืดลง แต่ยังคึกคักมีร้านค้ามากมายยังเปิดให้บริการอยู่เขาแวะกินอาหารที่ร้านเล็กๆน่ารักแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นก็สำรวจสภาพแวดล้อมไปด้วย
ชายหนุ่มแม้ไม่ชอบมีเื่ แต่การที่ความเคลื่อนไหวของตกอยู่ในการเฝ้ามองของแก๊งท้องถิ่นเป็เื่ที่เขาไม่สบายใจดังนั้นแทนที่จะนั่งรถบัสกลับโรงแรม เขากลับลงที่หมู่บ้านนั่งกินอาหารเปิดเผยร่องรอยของตัวเองออกไป เขาอยากให้พวกมันแสดงตัวออกมาอย่างน้อยจะได้ซัดกันให้รู้ดำรู้แดงเขาไม่อยากถูกลอบยิงโดยมือปืนที่แอบซุ่มอยู่อีก
อย่างน้อยตอนนี้เขาเชื่อว่า ผู้กองโยชิดะยังคงเฝ้าระวังแม้ว่าไม่ถึงกับส่งคนประกบเขาทุกย่างก้าวแต่เชื่อว่ามีตำรวจจับจ้องการเคลื่อนไหวของเขาผ่านกล้องวงจรปิดที่มีมากจนเหมือนตาสัปรด ด้วยความรอบคอบของผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษนานาชาติเขาเชื่อว่า ผู้กอง้าถอนรากถอนโคน ต้องควานหาสายของคนร้ายที่รายงานร่องรอยของเขากับโรเบิร์ตออกมาเพื่อสาวต่อไปถึงขบวนการที่ใหญ่ขึ้น
ในที่สุดเขาก็มั่นใจว่าพบร่องรอยของคนที่สะกดรอยเขาจากการที่เดินวนไปวนมาในบริเวณหมู่บ้านหลายรอบ จากนั้นเขาก็เดินกลับโรงแรมด้วยการเดินเท้าอีกฝ่ายสะกดรอยตามเขามาด้วยจักรยาน ยังไม่เดินไม่ถึงถึงทางเข้า OnshiHakone Park ด้วยซ้ำข้างหนึ่งเป็ทะเลสาบ อีกข้างหนึ่งเป็ไหล่เขารถตำรวจปราดเข้ามารวบตัวนักสะกดรอยไป ชายหนุ่มอมยิ้ม วันพรุ่งนี้เขาจะเดินทางออกจากที่นี่แล้วย่อมไม่เป็ห่วงเื่นี้อีก
เร่งความเร็วเป็กึ่งวิ่งเหยาะ พอพ้นโค้งขวาก็พบสี่นักศึกษาเดินอยู่ข้างหน้าเขาเร่งฝีเท้าตามไปจนทัน ทั้งหมดหันมาทักทายเขาอย่างดีใจแล้วก็มาหยุดแวะที่ตู้กดเครื่องดื่มกระป๋อง วันนี้อากาศค่อนข้างหนาวมีหิมะโปรยปรายลงมา เวลาตอนนี้ยี่สิบนาฬิกาเศษ แม้ว่าสี่สหายอยากเดินตากหิมะกินสาเกร้อนที่กดมาจากตู้อีกพักใหญ่แต่ชายหนุ่มต้องเตือนพวกเขาว่า วันพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้าพวกเขาต้องจัดกระเป๋า เตรียมส่งไปด้วยบริการแมวดำ
ไม่เหมือนตอนขามาพวกเขา นำกระเป๋าเดินทางมากับรถบัสโดยสารซึ่งไม่สะดวกเป็อย่างยิ่ง เดิมแผนของพวกเขาก็คือนั่งรถบัสกลับทางเดิมแล้วแวะโกเทมบะ โซโลแนะนำให้เขาเปลี่ยนวิธีเดินทางเป็เที่ยวไปในเส้นทางใหม่ในขากลับ ส่วนโกเทมบะนะหรือ นักศึกษาทั้งสี่คนไม่ได้มีเป้าหมายในการซื้อของอะไรเป็พิเศษอยู่แล้วจึงไม่มีความจำเป็ต้องไปโกเทมบะแม้แต่น้อย พวกเขาสามารถไปเที่ยววัด Sensoji แล้วไปต่อย่านกินซ่า หาก้าซื้อของจริงๆ
การแยกกระเป๋ามีความวุ่นวายเล็กน้อยพวกเขาต้องปรับเปลียนนำของจำเป็บางอย่างออกมา และนำของไม่จำเป็เข้าไปเก็บทุกอย่างต้องเสร็จในค่ำคืนนี้ เพราะพรุ่งนี้พวกเขาต้องฝากกระเป๋าไว้กับพ่อบ้านเ้าของโรงแรม หลังจากกินอาหารเช้าแล้วทุกคนจะไปล่องเรือโจรสลัดเที่ยวแรกกัน
...
ทุกคนร่ำลาพ่อบ้าน เ้าของโรงแรม และเดินข้ามถนนมายังท่าเรือโจรสลัดหรือที่เรียกว่า Hakone Sightseeing Cruise เนื่องจากทุกคนใช้Hakone Pass ดังนั้นเมื่อช่องบริการเปิดให้ขึ้นเรือเพียงเข้าแถวเพื่อขึ้นเรือและเพียงแสดง Pass เท่านั้น
พวกเขาออกมาั้แ่เจ็ดนาฬิกาครึ่ง เรือเที่ยวแรกออกแปดนาฬิกาครึ่งเนื่องจากเมื่อคืนมีหิมะตก บริเวณท่าเรือที่เป็ที่จอดรถด้วยจึงเต็มไปด้วยหิมะที่สำคัญมีร้านรวงแผงลอยกับอาหารปิ้งย่างและเครื่องดื่มร้อนสารพัดชนิด่เช้านี้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวมามากนัก
ชายหนุ่มเคยมา่หลังเที่ยง นักท่องเที่ยวมากมายราวกับฝูงมดแน่นเสียจนแทบไม่อาจก้าวเดิน แต่ยามเช้านี้ ประมาณด้วยสายตามีคนมารอไม่ถึงสองร้อยคนอย่างแน่นอน สี่นักศึกษาทั้งเติมเสบียงและถ่ายรูปโดยเฉพาะถ่ายกับเรือโจรสลัดที่จอดทอดสมอรอเปิดบริการ
ในที่สุดก็ถึงเวลา ทั้งหมดเข้าแถวเดินขึ้นเรือแล้วก็เริ่มยิง...ยิงชัทเตอร์รัวๆ
