(11)
ผู้บุกรุก
เช้าวันใหม่ในคำดลรีสอร์ตได้เริ่มต้นขึ้น ธงรบแต่งตัวสบาย ๆสวมเสื้อยืดกางเกงกีฬาขาสั้น แว่นกันแดดสีชาและหมวกแก๊ปถูกนำมาใช้อำพรางตัวเช่นเดิมชายหนุ่มเดินสำรวจรอบ ๆ รีสอร์ตเพื่อหาเบาะแสภรรยาในฐานะนักท่องเที่ยวหนุ่มหล่อ
เดินไปได้สักพักก็เจอกับบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่รีสอร์ตเกือบห้าร้อยเมตรแต่ไม่ยักจะเห็นคนเดินเข้าออกเหมือนบริเวณที่เ้าตัวพักอยู่ในวินาทีนั้นก็บังเอิญเห็นคนทำสวนจึงเดินตรงเข้าไปถาม
“สวัสดีครับลุง”
“สวัสดีครับมีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ” แม้จะเหงื่อท่วมหน้าแต่คนสวนก็เงยขึ้นมายิ้มให้อย่างเป็มิตร
“พอดีผมอยากถามว่าบ้านหลังนั้นเป็บ้านใครครับ”เขาว่าพลางชี้ไปที่บ้านเป้าหมาย
“อ๋อ บ้านของพ่อเลี้ยงคำดลเ้าของรีสอร์ตนี้ไงครับ”
“มิน่าล่ะถึงได้หลังใหญ่จังรวยขนาดนี้พ่อเลี้ยงพอจะมีลูกสาวสวย ๆ ให้จีบบ้างไหมครับเนี่ย” ธงรบแกล้งพูดติดตลกเพื่อหลอกเอาข้อมูล
“ถ้าเป็ลูกสาวคงไม่มีให้จีบครับเพราะพ่อเลี้ยงมีแต่ลูกชาย แต่ก็จีบอีกไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะเพราะตอนนี้คุณฟ้าแต่งงานแล้วล่ะครับ”
“อ๋อครับ เป็ลูกชายคนเดียวทั้งที คงจะอยู่ช่วยงานในรีสอร์ตนี้สินะครับ”
“ใช่ครับ อ้อ! ไม่ใช่ครับตอนนี้คุณฟ้าอยู่กรุงเทพฯโน่น”คนสวนรีบกลับคำในทันที ตบปากตัวเองสองสามครั้งราวกับมันเป็คำต้องห้าม
“ทำไมต้องตบปากตัวเองด้วยล่ะครับผมไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นสักหน่อย” ธงรบแสร้งทำเป็ยิ้ม
“เอ่อพอดีผมพลั้งปากพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไปน่ะครับ”
“เื่อะไรเหรอครับผมไม่เห็นว่ามันน่าจะเป็ความลับอะไรเลย”
“ลุงพูดไม่ได้จริง ๆ ครับพ่อเลี้ยงกำชับไม่ให้พูด”
“ลุงพูดอย่างนี้ผมชักจะสงสัยซะแล้วสิแม้กระทั่งคนที่เพิ่งมาอย่างผมก็รู้ไม่ได้เชียวหรือครับ” ธงรบมั่นใจแล้วว่าคนงานที่นี่จะต้องเก็บความลับอะไรบางอย่างไว้ และต้องเป็เื่เกี่ยวกับเขียนฟ้าอย่างแน่นอน
“ไม่ได้ครับใครก็รู้ไม่ได้นอกจากคนงานที่นี่”
“ถ้าอย่างนั้นผมให้ลุงเท่านี้แลกกับความลับพอจะได้ไหม” ธงรบหยิบธนบัตรสีเทาออกมาจากกระเป๋าสองใบ เพื่อเป็สินบนให้กับชายที่อยู่ตรงหน้า
คนสวนมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังก่อนจะรีบคว้าเอาไปเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อทันที
“คุณอยากรู้ไปทำไมครับ”
“ไม่รู้สิผมชอบเสือกเื่ของชาวบ้านมั้ง ทั้งที่ไม่รู้จักกับใครที่นี่เลย” ธงรบเอ่ยพลางขำ
“ได้ยินอย่างนี้ค่อยโล่งใจหน่อยหวังว่าคุณคงไม่ใช่สามีคุณฟ้า แอบมาหลอกเอาข้อมูลจากลุงหรอกนะ”
ได้ยินอย่างนั้นธงรบก็ผงะเล็กน้อยแต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็ปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ลุงดูละครเยอะไปไหมเนี่ยใครจะมาทำอย่างนั้นไม่มีหรอก”
“ถ้างั้นเขยิบเข้ามาใกล้ ๆ”
ธงรบเขยิบเข้าไปใกล้แล้วเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
“พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงสั่งให้พนักงานทุกคนปิดปากเงียบถ้ามีใครมาถามหาคุณฟ้าให้ตอบว่าไม่ได้อยู่ที่นี่”
“อ้าว! ทำไมล่ะครับลุง ลูกชายบ้านนี้ทำอะไรผิดมางั้นเหรอ”
“ลุงก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่าตอนนี้คุณฟ้ากำลังตั้งท้องสงสัยจะทะเลาะกับผัวเลยกลับมาอยู่ที่นี่ คิดว่าคงไม่อยากเจอหน้าผัว คนดี ๆอย่างคุณฟ้าไม่น่าไปแต่งงานกับผู้ชายเหี้ย ๆ อย่างนั้นเลยเมียท้องขนาดนี้ยังหาเื่ทะเลาะจนต้องหนี ไอ้นั่นมันโง่ฉิบหายที่ทิ้งคนดี ๆอย่างคุณฟ้า”
ธงรบเหมือนถูกด้ามเสียมที่คนสวนถืออยู่ฟาดเข้าที่ใบหน้าซ้ำ ๆ เพราะโดนด่าซึ่ง ๆ หน้าแต่แสดงออกไม่ได้ทำได้เพียงยิ้มรับฟังอย่างตั้งใจ
“อ๋อ เป็แบบนี้นี่เองว่าแต่ลุงเคยรู้จักผู้ชายคนนั้นเหรอ ถึงได้ด่าเขาเอาเป็เอาตายอย่างนี้”
“ไม่เคยรู้จักก็พอจะรู้นิสัยล่ะครับทำคนดี ๆ ต้องเสียใจมันเป็ผู้ชายที่ใช้ได้ที่ไหนกัน”
“โอเค ๆ ครับ แล้วแต่ลุงเลยครับงั้นผมไปล่ะตั้งใจทำงานต่อเถอะครับลุง”
“ครับ ขอบคุณมาก ๆนะครับสำหรับค่าเหล้าค่ากับแกล้มลุงเย็นนี้”ดูเหมือนว่าคนสวนผู้นั้นจะยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อนึกว่าจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง
ธงรบไม่ตอบเพียงแค่ยิ้มแล้วโบกมือให้ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปที่บ้านหลังนั้น เมื่อรู้ว่าเขียนฟ้าพยายามกันไม่ให้เขาได้เจอยิ่งต้องใช้ความพยายามมากขึ้น หาทางที่จะได้เข้าไปขอโทษให้ได้
การได้กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดทำให้ความสุขของเขียนฟ้าถูกเติมเต็มอีกครั้ง ได้กลับมาอยู่กับครอบครัวที่แสนน่ารักบรรยากาศดี ๆ ท่ามกลางธรรมชาติเหมาะแก่การพักผ่อนใน่ที่กำลังตั้งท้องเป็อย่างยิ่งแม้ว่าจะมีความสุขมากแค่ไหน แต่ก็มีบางวันที่เขาก็อดคิดถึงเื่นั้นไม่ได้เื่ที่ธงรบกล่าวหาว่าเขามีชู้ และไม่ยอมรับลูกในท้อง ในเมื่อเป็อย่างนั้นเขาจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เห็นหน้าลูกแม้แต่ครั้งเดียว
“จะไปไหนเหรอลูก”
“ผมกำลังจะไปตัดดอกไม้มาจัดแจกันครับแม่แล้วคุณพ่อไปไหนล่ะครับ”
“พ่อเข้าไปดูความเรียบร้อยที่รีสอร์ตจ้ะกำลังท้องกำลังไส้เดินระวัง ๆ ด้วยล่ะ”
“ครับแม่”
“ถ้างั้นแม่เข้าครัวก่อนนะเดี๋ยวจะทำกับข้าวอร่อย ๆ ไว้รอ”
“ครับ”
สนทนากันแล้วทั้งสองก็แยกย้ายกัน เขียนฟ้าเดินถือตะกร้าหวายออกมาเดินตรงไปที่สวนดอกไม้ข้างบ้านอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าว ตอนนี้ใบหน้าหวานอวบอิ่มดูมีน้ำมีนวลมากกว่าเดิม เนื่องจาก่นี้กำลังบำรุงร่างกายอย่างเต็มที่ เพื่อให้เ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องสุขภาพแข็งแรง
เมื่อถึงสวนกุหลาบหลากสีแปลงใหญ่ เ้าตัวก็ยืนสูดอากาศอันบริสุทธิ์ที่เจือกลิ่นหอมของดอกไม้เข้าปอดอย่างสดชื่นทำอย่างนี้ทุกเช้าเพื่อสร้างพลังบวกให้กับชีวิต
“สดชื่นจัง” ว่าแล้วก็ยิ้มน้อย ๆวางตะกร้าลงบนพื้นหญ้า หยิบกรรไกรตัดกิ่งขึ้นมาดวงตาคู่สวยกลอกไปมาเพื่อหาดอกที่ชื่นชอบโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังแอบซุ่มดูอยู่
ธงรบยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อได้เห็นหน้าร่างเล็ก่สองเดือนที่ผ่านมาเขาพยายามไม่คิดถึงผู้ชายคนนี้แต่ทุกวันก็ยังคงมองไปที่ว่างข้างตัว ไม่ว่าก่อนนอนและตื่นนอนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต
แกร็ก!
กำลังนั่งมองอยู่ดี ๆก็เผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดัง เขียนฟ้าหันขวับไปมองที่พุ่มไม้ทันที เมื่อเห็นพุ่มไม้สั่นก็มั่นใจว่าต้องมีคนอยู่ตรงนั้น
“ใครน่ะ!”
“...”
“ถามว่าใคร”
“...” ธงรบได้แต่นั่งนิ่งทำตาเลิ่กลั่กกำลังคิดหาทางออก
“ได้! ถ้าไม่ออกมาฉันจะเดินเข้าไปหาเอง” ว่าแล้วเ้าตัวก็เดินดุ่ม ๆตรงไปอย่างไม่กลัวยื่นกรรไกรตัดกิ่งนำหน้าเพื่อป้องกันตัวเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น
“ฉันจะเตือนเป็ครั้งสุดท้ายแล้วนะ”
เขากล่าวเตือนก่อนจะเดินเข้าไปที่หลังพุ่มไม้แต่ทว่ามีเพียงความว่างเปล่า มองไปรอบตัวก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ
“ใครกันนะ” เ้าตัวขมวดคิ้ว ครุ่นคิดด้วยความสงสัยเพราะหากเป็คนในพื้นที่จะไม่มาแอบซุ่มมองดูเขาอย่างนี้แน่
เขียนฟ้ามองไปรอบตัวอีกครั้งก็ไม่เจอใครจึงเดินกลับไปที่สวนดอกไม้ รีบตัดให้เสร็จแล้วกลับเข้าไปในบ้าน
่เย็นวันนั้น...
“วันนี้กับข้าวอร่อยมากเลยครับแม่” เขียนฟ้าเอ่ยปากชมหลังจากรับประทานมาได้พักหนึ่ง่นี้เขาทานอาหารได้เยอะกว่าปกติ โดยเฉพาะอาหารเหนือเมนูโปรด
“อร่อยก็ทานเยอะ ๆหลานแม่จะได้แข็งแรงไปด้วย” หทัยรัตน์กล่าวด้วยรอยยิ้มครั้งแรกที่รู้ความจริงจากปากลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เธอยอมรับว่าโกรธธงรบมากและโกรธตัวเองที่ให้ลูกชายแต่งงานกับผู้ชายอย่างนั้น
“ครับแม่”
“เห็นลูกมีความสุขอย่างนี้พ่อกับแม่ก็สบายใจหัวเด็ดตีนขาดพ่อก็ไม่มีวันให้ฟ้ากลับไปหามันอีกแน่ ไอ้ชาติชั่ว ไอ้สารเลวไอ้หน้าตัวเมีย” คำดลกล่าวอย่างใส่อารมณ์ เมื่อนึกถึงเื่ที่ลูกชายเล่าให้ฟังเมื่อตอนหอบกระเป๋ากลับมาบ้าน
“ผมก็ไม่มีทางกลับไปแล้วครับแต่ก็เป็ห่วงผู้ใหญ่ฝั่งโน้น กลัวว่าท่านจะน้อยใจ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกลูกถ้าได้เจอกันอีกครั้งพ่อกับแม่จะเคลียร์ให้เอง ลืมแล้วเหรอว่ากิ่งดาวน่ะเป็เพื่อนสนิทแม่แม่รู้ว่ายัยกิ่งเป็คนมีเหตุผลพอ”
“ครับแม่ ผมจะไม่คิดมากเพื่อไม่ให้ลูกเครียดตามไปด้วย”
“เราเลิกคุยเื่พวกนี้กันดีกว่าเสียอารมณ์กันเสียเปล่า ๆ”
“ครับพ่อ”
ทั้งสามต่างก็ยิ้มทำให้บรรยากาศในโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าในใจเขียนฟ้ายังคงนึกถึงเื่เมื่อ่เช้าเขาอยากรู้ว่าใครกันที่เข้ามาแอบซุ่มดู รู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่างกลัวว่าจะเป็คนที่เขาคิดเอาไว้
“คุณพ่อครับ่นี้แขกที่มาพักเยอะไหมครับ”
“เยอะมากเลยลูกตอนนี้ไม่มีว่างเลยสักห้อง” คำดลกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดีใจที่่หลังมานี้กิจการเติบโตมากขึ้นนั่นทำให้ผลประกอบการเป็ไปตามที่ตั้งเป้าไว้
“ดีจังเลยครับ ถ้าผมอยากจะขอดูรายชื่อแขกที่มาพักจะได้ไหมครับ”
“ได้สิลูก ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ว่าแต่ฟ้าจะดูไปทำไมเหรอ”
“นั่นสิแม่อยากให้ลูกพักผ่อนให้เต็มที่ เื่งานพ่อกับแม่จะจัดการเองแม่ไม่อยากให้ไอ้ลูกเขยตัวแสบมันรู้ว่าลูกอยู่ที่นี่”
“ผมแค่อยากดูเฉย ๆ ครับเผื่อว่าจะมีคนที่ผมรู้จักเข้ามาพักแค่นั้นเอง”
“งั้นก็ดูในระบบละกันทานข้าวเสร็จแล้วก็เอาแท็บเล็ตพ่อไปเช็คดูได้ พรุ่งนี้ค่อยเอามาคืน”
“ครับพ่อ”
ทานข้าวเย็นเสร็จแล้ว เขียนฟ้าก็รีบเดินถือแท็บเล็ตเข้ามาในห้องนอนขึ้นไปนั่งพิงหลังบนเตียงเพื่อเช็กรายชื่อแขกที่เข้ามาพัก นิ้วเรียวเขี่ยบนหน้าจอสายตาหวานจ้องมองอย่างตั้งใจ ชื่อแล้วชื่อเล่าที่ผ่านตา แต่ยังคงไม่มีชื่อที่เขา้าตามหา
“ขออย่าให้มีชื่อคุณเลยนะ”
“ปณิตา”
“ทศพล”
“ยี่หวา”
“สมิธ”
“แอนดรูส์”
“ธงรบ”
“กรกะ...”
กำลังจะอ่านต่อไปเ้าตัวก็ชะงักแล้วเลื่อนสายตาขึ้นไปอีกครั้ง ก่อนจะตั้งใจอ่านทั้งชื่อและนามสกุลออกเสียง
“ธงรบ วรกิจโชติไพศาล! ผมนึกแล้วว่าต้องเป็คุณคงโดนคุณพ่อคุณแม่บังคับมาสินะ คนอย่างคุณคงไม่มีทางสำนึกได้เองหรอก”ในที่สุดสิ่งที่เขียนฟ้าสงสัยก็เป็จริง เขามาที่นี่ทำไมในเมื่อเป็คนออกปากไล่เอง จะไม่มีวันยอมญาติดีด้วยแน่นอน
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเ้าตัวก็รีบเดินไปที่ระเบียงชะโงกหน้าเพื่อมองดูว่ามีอะไรผิดปกติไหม แต่ด้วยที่อยู่ใน่ค่ำจึงแทบมองไม่เห็นอะไรเลยเห็นเพียงแค่เงาของต้นไม้ที่อยู่บริเวณโดยรอบเท่านั้น
“ถ้ากล้ามาผมก็กล้าไล่ คอยดูพรุ่งนี้ผมจะสั่งให้คนไปลากตัวคุณออกจากที่นั่น”เ้าตัวไม่เคยคิดว่าจะโกรธใครได้ถึงเพียงนี้ ต่อให้อีกฝ่ายมากราบแทบเท้าก็ไม่มีวันยอมกลับไปคืนดีด้วยเด็ดขาด
เขียนฟ้ากำลังจะปิดม่านทว่าเห็นมือใครบางคนเกาะที่ขอบระเบียงด้านนอกเข้าเสียก่อนกำลังจะกรีดร้องเพราะนึกว่าเป็ผีแต่พอเห็นใบหน้าหล่อโผล่พ้นขึ้นมาก็ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน
“คุณรบ!”
เ้าตัวอุทานแล้วรีบปิดม่านทันทีเดินเร็วกลับมานั่งที่เตียงจ้องมองไปยังทิศทางที่เขาพยายามปีนป่ายขึ้นมาด้วยแววตาที่แข็งกร้าว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะกระจกดังขึ้นหลังจากนั้นไม่นานแต่เ้าตัวยังคงนั่งนิ่ง ไม่ยอมส่งเสียงออกไปแม้แต่คำเดียว
“เขียนฟ้า ฉันขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” ธงรบพยายามพูดให้เบาเสียงที่สุดเพราะกลัวว่าคนอื่น ๆ จะมาได้ยินเข้า
“...” คนที่นั่งอยู่ในห้องยังคงเงียบ
“ออกมาคุยกันข้างนอกก็ได้ ฉันมีเื่อยากจะคุยด้วย”
“...” ยิ่งได้ยินเสียงยิ่งรู้สึกรำคาญเขียนฟ้ากวาดสายตามองไปรอบห้อง เพื่อดูว่าพอจะมีอะไรจัดการผู้บุกรุกได้บ้าง เ้าตัวนึกขึ้นได้ว่าในตู้มีเครื่องช็อตไฟฟ้าจึงเดินไปที่ตู้แล้วหยิบมันออกมาลองใช้งานดู พบว่าสภาพยังคงดีใช้งานได้ตามปกติ
“คุณได้เจอดีแน่”ว่าแล้วก็เดินตรงไปเปิดม่าน ก็เห็นอีกฝ่ายยืนยิ้มอยู่ข้างนอก โบกมือให้เขาหย็อย ๆราวกับไม่เคยทำเื่ร้าย ๆ มาก่อนหน้านี้ เห็นแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้เหลือเกิน
เขียนฟ้าซ่อนเครื่องช็อตไฟฟ้าไว้ด้านหลังแล้วใช้มืออีกข้างเลื่อนประตูกระจก
“ขอบใจนะที่เปิดประตูให้”คนพูดยิ้มอย่างดีใจจะเดินเข้าไปในห้อง แต่เขียนฟ้ารีบยกเครื่องช็อตไฟฟ้าขึ้นขู่เสียก่อน
“หยุด! ถ้าเข้ามาผมจัดการคุณแน่”
“อ้าว! ฉันก็นึกว่านายจะเปิดประตูให้ฉันเข้าไปเสียอีก”
“ทำไมผมจะต้องใจดีกับคุณขนาดนั้นถอยออกไป!” เ้าตัวขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โธ่ ฉันมาดีนะฟ้า ตั้งใจมาขอโทษนะ”
“ผมไม่รับคำขอโทษใด ๆจากผู้ชายอย่างคุณ กลับไปซะแล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก ที่นี่ไม่ต้อนรับผู้ชายเลว ๆอย่างคุณ”
“เอาเลยฉันยอม ถ้ามันจะทำให้นายหายโกรธแล้วกลับไปกับฉัน”ธงรบเดินตรงเข้ามาอย่างไม่กลัว แม้ว่าเครื่องช็อตไฟฟ้าที่อยู่ในมืออีกฝ่ายกำลังทำงานอยู่ก็ตาม
“คุณคิดว่าผมไม่กล้าเหรอ”
“เอาเลย!”
แคล๊ก ๆ ๆ ๆ
“โอ๊ย!”
ธงรบโดนช็อตเข้าที่ต้นแขนทำให้ชายหนุ่มส่งเสียงร้อง ล้มตัวลงนอนดิ้นทุรนทุรายบนพื้นอย่างทรมานแต่เ้าตัวยังคงตั้งสติจ้องมองมาที่ภรรยา ราวกับ้าบอกเขาว่าไม่ยอมแพ้
“ถ้าคุณไม่ออกไปจากบ้านผมตอนนี้รับรองว่าคุณได้กินลูกตะกั่วพ่อผมแน่”
“ฉัน...ไม่ยอมแพ้หรอก” ชายหนุ่มพยายามเปล่งเสียงออกมาขณะพยุงตัวลุกขึ้นยืน
“ได้! ถ้าไม่กลัวผมจะทำให้คุณได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ ช่วยด้วยครับ! ช่วยด้วย! มีโจรขึ้นบ้านครับ ช่วยด้วย” เขียนฟ้าะโร้องดังลั่นบ้านทำให้ธงรบเริ่มลังเลใจ หากโดนจับได้ตอนนี้มีหวังทุกอย่างพังแน่นอน
“ฉันยังยืนยันคำเดิมว่ามาที่นี่เพื่อขอโทษนายฉันจะไม่ยอมแพ้จนกว่านายจะยอมให้อภัย”
“รอชาติหน้าเถอะ ผมไม่มีทางเชื่อคนอย่างคุณหรอก”
“ฟ้าเกิดอะไรขึ้นลูก”
ปัง ๆ ๆ
“ฟ้าระวังตัวด้วยนะลูก”
เสียงบุคคลที่สามดังขึ้น ทำให้ธงรบรีบพยุงร่างเดินออกไปอย่างช้าๆ ด้วยพละกำลังอันน้อยนิดทำให้เขาตกลงไปที่พื้นด้านล่างก่อนจะรีบวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าอย่างทุลักทุเล
เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว เขียนฟ้าก็รีบเดินไปเปิดประตูให้ผู้เป็พ่อและแม่
“เกิดอะไรขึ้นฟ้า มันทำอะไรลูกไหม” หทัยรัตน์รีบโผเข้ามากอดลูกชายเมื่อประตูถูกเปิดส่วนคำดลรีบถือปืนลูกซองตรงไปที่ระเบียงห้อง
“ผมไม่เป็ไรครับแม่”
“ไอ้นั่นมันไปทางไหนกูจะเอาลูกปืนกรอกปากมัน” เมื่อไม่เห็นใครคำดลก็หันมาถามลูกชาย
“จริง ๆ แล้วผมไม่ได้เห็นตัวเป็ ๆหรอกครับพ่อ พอดีว่าตอนจะไปปิดประตูเห็นเงาแวบ ๆ ใจึงะโร้องโดยยังไม่แน่ใจเลยว่าเป็เงาคนหรือเงาต้นไม้กันแน่”
“สรุปว่ามันเป็คนหรืออะไรกันแน่” คำดลถามย้ำอีกครั้ง
“ผม...ไม่แน่ใจเหมือนกันครับคิดว่าสงสัยจะตาฝาด” เขายิ้มแหยราวกับเป็คนผิดเสียอย่างนั้น
“ดีแล้วล่ะถ้าไม่ใช่โจรพ่อจะได้สบายใจ ถ้าอย่างนั้นก็ล็อกประตูให้ดีรีบเข้านอนเถอะนี่ก็ดึกมากแล้ว” คำดลถอนหายใจแล้วลดปืนลงข้างลำตัว
“ครับคุณพ่อ ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ทุกคนต้องใ”
“ไม่เป็ไรหรอกลูก ดีแล้วล่ะถ้าเผื่อว่ามันคือโจรจริงๆ เราจะได้ป้องกันตัวได้ทันการไงล่ะ” หทัยรัตน์กล่าวอย่างเข้าใจ
“ถ้างั้นพ่อกับแม่ไปนอนเถอะครับราตรีสวัสดิ์ครับ”
“ราตรีสวัสดิ์จ้ะ”
หอมแก้มกันแล้วทั้งสองก็ออกไปจากห้อง เขียนฟ้ารีบล็อกประตูแล้วเดินไปที่ระเบียงแหวกม่านมองออกไปข้างนอก เพื่อให้มั่นใจว่าธงรบไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว
“ต่อให้คุณจะมาไม้ไหนก็ตาม ผมจะไม่มีวันยกโทษให้เด็ดขาดผมไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณอีกต่อไปแล้ว...คุณรบ”กล่าวถึงเขาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดเช่นเดิม ก่อนจะเดินไปเอนหลังลงบนที่นอนนุ่มปิดโคมไฟที่หัวเตียงแล้วพยายามข่มตาให้หลับไม่ให้คิดฟุ้งซ่านเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้