————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
เื่นี้หยกเปิดให้ อ่านฟรี! จนจบเลยค่ะ ~
แต่จะเป็การอ่านฟรีในแบบที่กำหนดนะคะ
โดยแต่ละตอนที่ลงไปแล้วจะเริ่มติดเหรียญในเวลา 00.00 น. ของทุกวันค่ะ
เพราะงั้นอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้ด้วยน้าจะได้ไม่พลาดตอนใหม่ ๆ กันนะคะ ^^'
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บ้านกล้วย อะพาร์ตเมนต์
หัวค่ำ
“ขอบคุณนะคลื่น” เมื่อรถมาจอดเทียบหน้าที่พัก ฉันก็หันไปพูดกับคนขับที่เอาแต่ทำหน้านิ่งมองฉันไม่ละสายตา เขาเป็แบบนี้ั้แ่ที่พูดถึงบุคคลที่สามเมื่อตอนอยู่ร้านอาหารแล้วละ
“แน่ใจนะว่าไม่อยากออกไปนั่งรถเล่นด้วยกัน” เขาถามฉันด้วยคำถามเดิมอีกครั้ง เพราะก่อนหน้าระหว่างทางเขาก็ถามแบบนี้ออกมาเหมือนกัน
“พรุ่งนี้เพลงมีสอน”
“แต่คลื่นอยากอยู่กับพี่เพลงนานกว่านี้” เขาทำหน้าอ้อนแถมยังดึงมือฉันเข้าไปกุมไว้แน่น
“เพลงก็อยากอยู่...แต่ว่า...” ฉันทำหน้าหนักใจเล็กน้อยเพราะความจริงวันนี้เราใช้เวลาด้วยกันยังไม่ถึงครึ่งวันเลยด้วยซ้ำแถมพรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกัน หรือได้ไปทานข้าวด้วยกันอีกไหมนอกจากแชตหากัน หรือวิดีโอคอลมากกว่า
“คลื่นหยอกเล่นเอง พี่เพลงไม่เห็นต้องขมวดคิ้วขนาดนี้เลยก็ได้นี่นา” ปลายนิ้วสากแตะลงมาตรงระหว่างคิ้วฉันพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา
เวลาที่เขายิ้มทีไรบรรยากาศรอบข้างมักจะเปลี่ยนไปเสมอ คล้ายกับว่ามีดอกไม้บานอยู่รอบตัวเขา และดอกไม้พวกนั้นก็กำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้ตกหลุมเสน่ห์ด้วยเช่นกัน
“ถ้าคลื่นว่างตอนไหนบอกเพลงนะ” ฉันส่งยิ้มไปให้เขาก่อนที่จะหมุนตัวไปอีกด้านเพื่อลงจากรถยนต์คันหรู
“ขับรถดี ๆ นะคลื่น เพลงเป็ห่วง อย่าขับเร็วนักละเข้าใจไหม?” ฉันก้มตัวลงมองผ่านกระจกเข้าไปที่คนขับ
“ครับแม่” เขาส่งยิ้มกวนขณะที่กระจกกั้นก็กำลังเลื่อนขึ้นช้า ๆ จนในที่สุดทั้งคนและรถที่คุ้นตาก็ค่อย ๆ ห่างไกลออกไป
“…” ถึงแม้รถคันเมื่อกี้จะหายไปจากบนท้องถนนแล้ว แต่ฉันกลับยังคงยืนอยู่ที่เดิม และมองไปข้างหน้าเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงต้องทำอย่างนี้ เพียงแต่ภาพในอดีตมันย้อนกลับมาให้นึกถึง ่เวลาที่เราเจอกัน และความยากลำบาก ทำให้ฉันรู้สึกรักใครอื่นไม่ได้นอกจากผู้ชายคนนี้แล้ว
เพราะเขาเป็คนทำให้ฉันรู้ว่าพระเ้าไม่ได้ใจร้าย อย่างน้อยท่านก็ยังใจดีส่งผู้ชายคนนี้เข้ามา แม้ว่าตลอดเวลาก่อนที่จะเจอกัน ฉันเคยมีความรู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกนี้ทุกวินาทีก็ตาม
“ไง...ไม่เจอกันนานเลยนะน้องสาว” เหมือนเวลาหยุดเดินเมื่อเสียงคุ้นเอ่ยทักทายขึ้นมาขณะที่ฉันกำลังหมุนตัวเดินกลับเข้าที่พัก
ขาสองข้างแข็งราวกับถูกจับตรึงเอาไว้จนไม่สามารถขยับก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ ลมหายใจที่เคยปกติก็ค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็หอบถี่คล้ายกำลังจะจมดิ่งลงใต้น้ำทะเลลึก
“พี่...แวน” ชื่อที่ฉันไม่เคยลืม และไม่เคยเอาออกจากหัวสมองได้เลยสักครั้งได้หลุดออกมาจากปากของฉันพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้ชายร่างสูงที่กำลังเดินออกมาจากเงามืด
‘แวน’ คือชื่อพี่ชายของฉัน
“ปลื้มจังที่น้องสาวยังจำพี่ชายคนนี้ได้อยู่” ใบหน้าหล่อคมเข้ม กรอบหน้าชัดราวกับนายแบบอินเตอร์ แต่เขาเป็คนไทยแท้มาพร้อมผมทรงมัลเล็ต แสดงให้เขาดูดิบเถื่อน และดูน่าค้นหามากกว่าเก่า ยังไม่รวมกับสีผมน้ำตาลทองแบบทูโทนก็ยิ่งทำให้เขาดูเท่และแบดบอยไปอีกแบบกำลังเอ่ยพูดด้วยสีหน้าและท่าทางรวมถึงน้ำเสียงที่ชวนให้คนฟังอารมณ์เสีย
“นึกว่าจะลืมกันไปแล้วซะอีก” ั์สีดำเข้มจ้องมองฉันด้วยความแข็งกร้าว แตกต่างจากก่อนหน้าสิ้นเชิง
เพราะอีกฝ่ายสูงถึง 187 ซม. เลยทำให้ฉันสามารถก้มหน้ามองพื้นหลบสายตาน่ากลัวพี่แวนได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาเลยสักนิด
พี่แวนดูแตกต่างไปจากเดิม เพราะตอนนี้บนใบหน้าพี่เขาเต็มไปด้วยเครื่องประดับเงินเจาะทั่วใบหน้า ไม่ว่าจะเป็ที่หางคิ้วลิ้นและปาก แต่นั่นกลับทำให้เห็นว่าเขายังคงเป็พวกเสพติดความเ็ปอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
มันก็หลายปีมาแล้วที่ฉันหนีจากพี่ชายคนนี้มาได้
แต่ทำไม...ทำไมเขาถึงรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่กันได้นะ!
“จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ อย่าเอาแต่เงียบสิ...รู้นี่ว่ากูไม่ชอบ! เวลาผู้ใหญ่ถาม เด็กที่ดีก็ต้องรู้จักตอบกลับสิวะ” ปลายคางถูกอีกฝ่ายบีบแน่นพร้อมบังคับให้ฉันเงยหน้าขึ้น
แม้จะรู้สึกเ็ปมากแค่ไหน แต่สุดท้ายฉันก็ทำได้แค่ซ่อนเอาไว้ เพราะถ้ายิ่งแสดงออก คนตรงหน้าก็จะยิ่งทำให้ฉันเ็ปมากขึ้นกว่าเดิม
“พะ...พี่แวนปล่อยเพลงก่อน” ฉันเอื้อมมือขึ้นไปกุมมืออีกฝ่ายพร้อมออกแรงดันเบา ๆ จากนั้นก็ภาวนาให้ใครก็ได้สักคนเดินผ่านมาแถวนี้ที อย่างน้อยมันอาจช่วยฉันได้บ้าง ถึงจะแค่ไม่กี่วินาทีก็ตามเถอะ
แต่ทว่าคำขอของฉันเห็นทีคงหมดหวัง หรือผิดที่ฉันเองก็ได้นะที่ดันเลือกมาพักอยู่ในสถานที่ห่างไกลความเจริญ เพียงเพราะค่าเช่ามันถูก จนลืมคิดไปเลยว่าความน่ากลัวที่ฉันเก็บเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจมันยังคงตามไล่ล่าฉันอยู่ทุกวัน
และต่อให้จะเก็บไว้ลึก หรือซ่อนตัวดีแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องถูกจับได้อยู่ดี เหมือนอย่างตอนนี้ที่ความน่ากลัวหรือฝันร้ายในชีวิตมันได้ไล่ตามมาทันเสียแล้ว
“นำไป” พออีกฝ่ายยอมปล่อยให้ฉันเป็อิสระ เขาก็เอ่ยพูดต่อ พร้อมพเยิดหน้าไปตรงทางเข้าอะพาร์ตเมนต์
“อ้าว หนูเพลงมาพอดีเลย” ระหว่างทางเดินไปห้องของตัวเอง จู่ ๆ เสียงของลุงกล้วยก็เรียกฉันเอาไว้ซะก่อน
“สวัสดีค่ะลุง” เพราะเลี่ยงไม่ได้ ก็เลยต้องเดินไปหาลุงแกพร้อมกับพี่แวนที่ตอนนี้เอาแต่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด จนฉันเริ่มรู้สึกเสียวสันหลัง
“ลุงกำลังเอาบิลค่าเช่าเดือนนี้ไปให้ แล้วก็ค่าน้ำค่าไฟด้วย เดือนนี้อย่าจ่ายช้าอีกล่ะเข้าใจไหมหนู” แผ่นกระดาษใบเล็กถูกยื่นมาหาฉันสามใบ พร้อมด้วยตัวเลขที่ชวนให้หนักใจ
“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับมาลวก ๆ แต่ก็ไม่ลืมเอ่ยพูดขอบคุณกับผู้ใหญ่ ถึงแม้อีกฝ่ายจะมาด้วยเื่นี้ก็ตาม
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————