ตอนที่ 6
เมื่อสามพ่อลูกมาถึงบ้านก็เป็เวลาบ่ายแล้ว แต่ยังไม่เห็นคนเป็แม่ของเด็กๆ กลับมาเสียที คนเป็สามีจึงได้ถามลูกออกไป เพราะเป็ผู้หญิงเข้าป่าไปก็น่าเป็ห่วงอยู่เหมือนกัน
"ตงตง แม่ของลูกจะกลับมาตอนไหน นี่มันก็บ่ายแล้ว ทำไมยังไม่เห็นกลับมาเสียที" ถามลูกด้วยความเป็ห่วง
"แม่น่าจะกลับมา่เย็นครับ ถ้าได้ของป่ามากก็จะกลับมาเร็วกว่านั้น เพราะถ้าได้น้อย พรุ่งนี้จะไม่มีอะไรไปขายที่ตลาดประจำของหมู่บ้านครับ และพวกเราก็จะไม่มีอะไรกินกันอีกด้วยครับ"
อธิบายให้คนเป็พ่อได้ฟัง เพราะพ่อเขาจำอะไรไม่ได้เลย เพราะถ้าเป็แต่ก่อน ถ้าแม่กลับมาช้าอย่างนี้ เขาและน้องคงจะถูกด่า และถูกตีไปแล้ว เพราะไม่มีอะไรให้พ่อกิน ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ค่อยได้ออกไปหาของกินเข้าบ้านเลย มีแต่แม่ที่ทำทุกอย่าง ตัวเองเอาแต่กินเหล้าเสียเป็ส่วนใหญ่ หรือถ้าไปทำงานเงินที่ได้ก็ไม่เคยจะมาถึงบ้าน เอาไปกินเหล้ากับเพื่อนหมด ถ้าไม่มีก็มาบังคับเอาจากแม่ด้วย ถ้าไม่ให้ก็ทำร้ายแม่
"เป็อย่างนี้นี่เอง เดี๋ยวพ่อทำอะไรไว้รอแม่ของลูกกลับมาดีกว่า มาถึงคงจะหิวมาก ไม่รู้ว่าได้กินอะไรบ้างหรือเปล่า"
ถึงจะไม่ใช่เมียของเขา แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธไปได้ ว่าตอนนี้เขาเป็ทั้งสามีและพ่อไปแล้ว แต่ก็เอาเถอะ ดีกว่าต้องทนอยู่กับความเ็ปอยู่คนเดียว อย่างน้อยอยู่ที่นี่เขาก็มีครอบครัว ให้ต้องดูแล ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว
"พ่อจะทำอะไรครับ หรือว่าพ่อจะเอาเ้าหัวนี่มาทำอาหาร พ่อไม่คิดอีกทีหรือครับ" ยังพยายามที่จะบอกพ่อให้คิดใหม่อีกที
"เอาน่า รับรองว่ากินได้แน่นอน และอร่อยมากด้วย"
ต้าเฟยหลง จึงนำหัวเผือกสองหัว มาล้างให้สะอาด แล้วก็นำมาผ่าเป็แปดส่วน เพื่อที่เขานึ่งจะได้สุกง่ายๆ แล้วจึงนำไปนึ่ง โดยให้ลูกชายติดไฟให้ เพราะเขายังไม่ค่อยถนัดสักเท่าไร
"ตงตง ช่วยติดไฟให้พ่อหน่อย พ่อไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เดี๋ยวพ่อจะนำเผือกไปนึ่ง"
"ครับพ่อ เดี๋ยวผมทำให้ พ่อจะนึ่งเอาหรือครับ" รับปากพ่อพร้อมทั้งถามสิ่งที่้ารู้
"ใช่แล้วล่ะ ส่วนปลาพ่อจะย่างหลังจากที่นึ่งเผือกเสร็จแล้ว"
เมื่อลูกชายติดไฟให้แล้วจึงได้นำเผือกนึ่ง และเมื่อผ่านไปสักพัก น่าจะใกล้สุกแล้ว จึงคิดว่านำเกลือมาละลายน้ำเพื่อที่จะราดลงบนเผือกที่ใกล้สุกเพื่อที่จะเพิ่มรสชาติของเผือกให้อร่อยขึ้นไปอีก และนึ่งต่อไปอีกสักพักเมื่อเปิดดูและคิดว่าเผือกคงจะสุกแล้วและตอนนี้กลิ่นเผือกนึ่งก็หอมไปทั้งบ้านเลยทีเดียว หอมน่ากินมาก เท่านี้ก็เสร็จแล้ว
"พ่อครับเสร็จแล้วหรือครับ" ลูกชายที่คอยดูอยู่ไม่ห่าง เพราะอยากจะรู้ว่าพ่อจะทำออกมาอย่างไร ถึงบอกว่าเผือกสามารถกินได้
"หอม" ผิงผิง ที่ได้กินหอมของอาหาร ด้วยความเป็เด็ก ก็จะคิดถึงเื่กินมาก่อนเสมอ ไม่ได้สนใจว่าจะกินได้หรือไม่ก็ตามที
"เสร็จแล้วครับ ผิงผิง หอมหรือลูก แต่ว่ายังกินตอนนี้ไม่ได้นะครับ มันร้อนอยู่ และรอแม่กลับมาก่อนนะครับจะได้กินพร้อมกัน ทนไหวกันไหมครับ" ถามลูกทั้งสองด้วยเสียงที่อ่อนโยน
"ทนได้ครับ / ได้ค่ะ"
"ผมกับน้องออกไปรอแม่ที่หน้าบ้านนะครับ"
"ได้ ดูแลน้องด้วย ถ้าหิวก็กินกล้วยรองท้องไปก่อนนะครับ เดี๋ยวพ่อย่างปลาอีกอย่างก็เสร็จแล้วล่ะ"
แล้วทั้งสองคนจึงได้เดินออกไป ส่วนคนเป็พ่อจึงได้ย่างปลาทั้งสองตัวและเก็บกวาดครัว ให้สะอาดเพราะเขาทำไว้เลอะพอสมควร และผ่านไปสักพักใหญ่ เหมือนลูกทั้งสองคนจะคุยกับใครสักคนหนึ่งอยู่หน้าบ้าน สงสัยแม่ของทั้งสองคนกลับมาแล้ว
ทางด้านนอกบ้าน หงเลี่ยงหรู ที่วันนี้กลับมาช้า เพราะว่าผักป่าและเห็ดไม่ค่อยมี เธอจึงเดินหาเพราะถ้าได้น้อยเกินไป พรุ่งนี้คงจะขายได้น้อย คงจะไม่มีเงินเพื่อซื้อข้าวให้ลูกๆ ได้กินอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าลูกของเธอจะเป็อย่างไรบ้าง ข้าวที่เหลือคงจะไม่พอกินกัน ไม่รู้ว่าจะได้กินกันหรือเปล่า ถ้าคนเป็สามีตื่นมา ไม่รู้เป็อย่างไรบ้าง
เธออยากจะให้สามีเป็อย่างนี้ตลอดไปด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยลูกของเธอก็ไม่ถูกด่า ถูกตี ของกินก็ยังถึงลูกบ้าง ไม่ใช่สามีกินคนเดียวไม่แบ่งลูกเลย แต่ใจหนึ่งก็สงสารลูก ถ้าไม่มีพ่อจึงต้องทนอยู่กันอย่างนี้เรื่อยมา และด้วยความเป็ห่วงลูกจึงรีบเดินจนในที่สุดก็มาถึงบ้าน
"ตงตง ผิงผิง แม่กลับมาแล้ว" เมื่อมาถึงจึงได้เรียกหาลูกทั้งสองคน
"แม่ครับ แม่กลับมาแล้ว"
"ผิงผิง คิดถึง" เมื่อเห็นแม่ที่หายไปทั้งวันจึงได้รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
"อื้อ ฮื้อ คิดถึงแม่หรือคะ แล้วตงตง ลูกกับน้องได้กินอะไรบ้างหรือยัง" ถามลูกด้วยความเป็ห่วง
"กินแล้ว อิ่มมาก อร่อย" คนเป็ลูกสาวรีบบอกก่อน
"กินแล้วครับแม่ วันนี้พวกเราอิ่มมากเลย"
คนเป็แม่สงสัย เพราะว่าข้าวที่เหลือ ทั้งสองคนคงจะแบ่งกินกันได้แค่มื้อเดียว แต่บอกว่ากินอิ่ม จะเอาที่ไหนมากินอิ่มกัน คงจะพูดให้เธอสบายใจเท่านั้นเอง
"แล้วพ่อฟื้นหรือยังลูก"
เมื่อถามลูกเสร็จแล้วก็ถามถึงสามีแม้ไม่ได้รักกัน และถูกทำร้ายเป็ประจำก็ตาม แต่ก็อยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว จึงอดที่จะถามถึงไม่ได้ ก็คงต้องอยู่อย่างนี้จนตายจากกันนั่นล่ะ
"ฟื้นแล้วครับแม่ แต่ว่าพ่อเปลี่ยนไปมากเลยครับ" ตงตง บอกแม่ของตัวเอง เขาเหมือนได้พ่อใหม่มาเลย
"ใจดี" ผิงผิง ที่คิดถึงพ่อคนนี้ จึงได้พูดออกมา
"พ่อฟื้นแล้ว ทำอะไรพวกลูกหรือเปล่า แล้วผิงผิง ว่าอะไรนะ อะไรคือใจดีกันลูก"
"คืออย่างนี้ครับแม่ ตอนนี้พ่อฟื้นแล้ว แต่ที่ว่าพ่อใจดี เพราะว่าพ่อฟื้นมาแล้วจำอะไรไม่ได้เลยครับ จำไม่ได้ทุกคนและจำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเองครับ" ตงตง บอกให้คนเป็แม่ได้รับรู้
"ความจำเสื่อมหรือ แล้วทำไมผิงผิงถึงบอกว่าพ่อใจดีล่ะ ตงตง"
หงเลี่ยงหรู่ ยังคงสงสัย จะเป็ไปได้หรือที่สามีจะไร้ความทรงจำเลย หรือว่าที่ล้มหัวฟาดเมื่อสองวันก่อน จะทำให้ความทรงจำหายไป
"หลังจากพ่อฟื้นขึ้นมาก็ไม่ด่า ไม่ตี แล้วก็แบ่งข้าวให้กิน และยังออกไปหาของมาให้พวกเรากินด้วยครับ อย่างนี้จะไม่ให้ผิงผิง คิดว่าพ่อใจดีได้อย่างไรกันครับ"
"นั่นสิแปลกจริงๆ ด้วย แล้วพ่อเขาไปหาของกินจากที่ไหนให้ลูกกินกันล่ะ"
"พวกเราไปที่ลำธารหลังบ้านกันมาครับ พ่อหาปลาได้ด้วยครับแม่ ยังมีกล้วย และก็เผือกด้วยครับ แต่เผือกกับปลาผมยังไม่ได้กินครับ พ่อบอกว่าให้รอกินตอนแม่กลับมาครับ"
"มีอาหารมาทำเพื่อรอแม่ด้วยหรือ เป็ไปได้ยังไงกัน"
"เป็ไปแล้วครับแม่ ถ้าแม่เห็นพ่อตอนนี้พ่อไม่เหมือนเดิมเลยสักอย่าง พ่ออาบน้ำแล้วด้วยนะครับแม่ ไม่เหม็นแล้ว"
"อาบน้ำ ทำอาหาร ไม่ด่า ไม่ตี นี่ลูกกำลังพูดถึงพ่อของลูกแน่ใช่ไหม ไม่ใช่คิดไปเองนะ"
"จริงแน่นอนครับแม่ เอาไว้แม่ได้เจอแม่ก็จะเข้าใจที่ผมพูดอย่างแน่นอนครับ"
หงเลี่ยงหรู คิดถึงสามีที่ลูกพูดว่าแปลกไปเหมือนไม่ใช่คนเดิม หรือที่ลูกพูดจะเป็จริง แต่ถ้าความจำเสื่อมแล้วกลายเป็คนที่ดีขึ้นแบบนี้ เธอก็อยากให้เป็แบบนี้ตลอดไป เพราะอย่างไรเขาก็ยังเป็พ่อของลูกแม้จะไม่ได้ชอบกันก็ตาม แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อแต่งงานอยู่กินกันมาเนิ่นนานแล้ว