"สุ่ยเออร์คือหลานสาวของสุ่ยตี้อย่างไงล่ะ" มู่ชีหยางกล่าวพร้อมชี้นิ้วไปทางสุ่ยตี้
"นี่เ้าพูดมากเกินไปละนะ" สุ่ยตี้ไม่พอใจเขาชักสีหน้าใส่มู่ชีหยาง มู่ชีหยางหัวเราะพร้อมกับตบหลังสุ่ยตี้เบาๆ "เอาหน่าๆ จะอย่างไรเขาก็เป็แค่เด็ก 5 ขวบ เขาไม่รู้เื่อะไรหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
. . .นี่ถ้าข้ายังเป็าาอยู่เ้าคงได้หัวหลุดออกจากบ่าไปแล้ว. . . สุ่ยตี้คิดในใจ
"ท่านชื่อสุ่ยตี้อย่างนั้นหรือ ข้าควรเรียกท่านว่าเช่นไรดี?" มู่หรูเซิ่งถามสุ่ยตี้
สุ่ยตี้ลูบเคราของตนแล้วกล่าวว่า "ถ้าเช่นนั้นเ้าก็จงเรียกข้าว่า ท่านปู่ตี้ เป็อย่างไร" มู่หรูเซิ่งพยักหน้า "ก็ดี งั้นข้าจะเรียกท่านว่าท่านปู่ตี้ ท่านสองคนก็เพลาๆเสียงลงหน่อย ข้าจะกลับไปนอนต่อแล้ว" หลังกล่าวเสร็จ มู่หรูเซิ่งก็หันหลังเดินจากไปทิ้งชายสองคนนั่งอยู่ที่เดิมท่ามกลางลมทะเลและเสียงคลื่น
"คํ่าคืนนี้ยังอีกยาวไกล ชน!" หลังสิ้นเสียงมู่ชีหยาง เสียงแก้วกระทบกันก็ดังขึ้น หยดเหล้ากระฉอกขึ้นสะท้อนกับแสงจันทร์ ช่างเป็คํ่าคืนที่ยาวนานยิ่งนักที่ชายผู้แบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ทั้งสองคนมานั่งจับเข่าคุยกัน
. . .เช้าวันต่อมา มู่หรูเซิ่งเปิดประตูออกมาพร้อมกับเห็นชายทั้งสองนอนราบที่กลางชายหาด คลื่นพัดเข้ามาโดนปลายเท้าของชายทั้งสอง ทำให้ชายทั้งสองคนสะดุ้งตื่น เขารีบลุกขึ้นแล้วแยกย้ายกันไปอาบนํ้าอาบท่า
ก๊อก ก๊อก. . .หลังสิ้นเสียงประตูที่ทำจากไม้ก็เปิดขึ้น สุ่ยตี้ชะโงกหน้าออกมาเห็นมู่หรูเซิ่งถืออาวุธที่ตนพึ่งให้เขาเมื่อวานยืนอยู่หน้าห้อง "มีอะไรรึเด็กน้อย?" สุ่ยตี้เอ่ยขึ้น
"ท่านช่วยสอนข้าเกี่ยวกับวิธีใช้ไอ้นี่หน่อยได้หรือไม่ เมื่อข้าฟันมันหามีความคมไม่ เมื่อข้าปามันหามีความเร็วไม่ เมื่อข้าทุบมันหามีความแรงไม่" สุ่ยตี้ได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะดังลั่น เขาไม่เคยได้ยินอะไรที่ตลกเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าเด็กน้อย เ้ารู้หรือไม่ว่ามันคืออะไรแล้วมันมีไว้ทำอะไร" สุ่ยตี้ถามออกไปด้วยความขบขัน. . .เ้าเด็กน้อยนี่ช่างไร้เดียงสาเสียจริง
"ข้าไม่รู้ ฮ่า ฮ่า ท่านอย่าหัวเราะข้าเช่นนั้นสิ ข้าก็กำลังมาถามท่านอยู่นี่ไง!" หน้ามู่หรูเซิ่งเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ เขาขายหน้ายิ่งนัก. . . อันที่จริงข้าควรไปถามท่านพ่อของข้ามากกว่าที่จะมาถามท่านปู่ตี้ เขาหัวเราะเยาะเย้ยข้ามากเกินไป!. . .มู่หรูเซิ่งคิดในใจ
"เ้าเด็กน้อย มันเรียกว่าคันธนูไตรธาตุ เ้าจะต้องมีลูกธนูเพื่อใช้ยิง มันคือคันธนูระดับพระเ้า! ! ระดับนี้จะแตกต่างจากระดับที่เ้ารู้โดยสิ้นเชิง มันคือระดับที่สามารถพัฒนาและวิวัฒนาการได้ ตอนนี้หากเทียบตามระดับปกติแล้วมันอยู่แค่ระดับม่วงเท่านั้น เมื่อระดับของมันพัฒนาขึ้นมันก็สามารถพัฒนาเป็ระดับแดงได้! เมื่อเลยระดับแดงแล้วนั่นจึงจะเป็ขั้นวิวัฒนาการของมัน ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อมันวิวัฒนาการแล้วนั้นมันจะเป็อย่างไรแต่ข้าสามารถบอกได้เลยว่า มันสามารถพังทวีปหนึ่งให้ย่อยยับโดยการยิงเพียงครั้งเดียว!"
"มันคือของลํ้าค่าเช่นนี้ เหตุใดท่านจึงให้มันกับข้าง่ายดายนักเล่า" มู่หรูเซิ่งถามสุ่ยตี้ด้วยความสงสัย เหตุใดสมบัติที่ลํ้าค่าเช่นนี้จึงมาอยู่ในมือของมันได้ง่ายดายยิ่งนัก
"เ้าหารู้อะไรไม่ ฮ่า ฮ่า คันธนูนี้คือคันธนูไตรธาตุ หากพลังปราณของเ้ามีไม่ถึงสามธาตุ เ้าก็มิสามารถดึงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้ มันจึงเป็เพียงแค่คันธนูธรรมดาที่ทำได้เพียงดึงแล้วปล่อยเท่านั้น" สุ่ยตี้อธิบาย ในอดีตสุ่ยตี้ได้รับคันธนูนี้มาจากบรรพบุรุษของเขาซึ่งเป็เซียนที่แท้จริง บรรพบุรุษได้มอบคันธนูแก่สุ่ยตี้ก่อนที่จะละทางโลกผู้ฝึกตนสู่โลกเบื้องบน ในบันทึกมีเพียงว่าหาก้าเข้าสู่โลกเบื้องบน จำเป็ต้องละทิ้งทุกอย่างบนโลกนี้เสีย
"แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าข้ามีพลังปราณธาตุอะไรบ้าง" มู่หรูเซิ่งถามสุ่ยตี้ด้วยท่าทางสงสัย
สุ่ยตี้ส่ายหน้า "เ้าไม่มีพลังปราณเสียหน่อยตอนนี้ เ้าจะรู้ได้อย่างไรกัน เ้าจึงใช้มันได้แค่ดึงแล้วยิงเพียงแค่นั้นแหละ" เขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ มู่หรูเซิ่งทำให้เขานึกถึงกิ้งก่าได้ทองเสียจริง
"แค่ดึงแล้วยิงก็เพียงพอแล้วสำหรับข้าในตอนนี้ เอาล่ะ ท่านออกมาจากห้องได้แล้ว ข้า้าผู้สอน" มู่หรูเซิ่งดึงแขนของสุ่ยตี้แล้วลากเขาอย่างสุดแรง
. . .เมื่อทั้งสองออกมาข้างนอก มู่หรูเซิ่งจึงวิ่งไปที่กลางชายหาด พร้อมกวักมือเรียกสุ่ยตี้ให้มาโดยเร็ว "เอาล่ะๆ ไหนท่านช่วยข้าหาเ้าลูกธนูหน่อยสิ ข้าไม่รู้มันเป็อย่างไร" สุ่ยตี้ส่ายหัวและถอนหายใจแล้วกล่าวกับมู่หรูเซิ่งว่า "เมื่อตกคํ่า เ้าจงไปหาแท่งไม้ยาวขนาดประมาณ 1 แขนของเ้าและเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 2 หุนครึ่งพร้อมเหลาปลายของมัน จากนั้นเ้าจงไปถอนขนไก่ทุกตัวที่เ้าพบตามจำนวนไม้ที่เ้าหาได้"
"แล้วตอนนี้เล่า?" มู่หรูเซิ่งทำหน้างงพร้อมกับดีดสายธนูของเขาไปมา
สุ่ยตี้ก้มลงหยินหินขนาดประมาณครึ่งนิ้วโป้งขึ้นมา "เอาล่ะ เ้าจงยืนแยกเท้าให้ห่างกันประมาณ 1 ฟุต ทิ้งนํ้าหนักตัวลงตรงกลางจากนั้นหันไหล่ข้างที่เ้าไม่ถนัดเข้าหาเป้าหมาย จงใช้มือข้างนั้นของเ้ายกคันธนูขึ้น แล้วน้าวสาย" มู่หรูเซิ่งทำตามที่สุ่ยตี้บอกอย่างถูกต้องภายในครั้งเดียว . . .เ้าเด็กนี่ช่างเรียนรู้เร็วยิ่งนัก. . .สุ่ยตี้คิดในใจ
"แล้วอย่างไรต่อเล่าท่านปู่ตี้?" มู่ชีหยางหันหน้าของเขาไปทางสุ่ยตี้
"ปล่อยนิ้วของเ้าสิ. . ." เขามองดูมู่หรูเซิ่งทำอย่างช้าๆ สุ่ยตี้ยืนกอดอกแล้วพึมพำชมมู่หรูเซิ่งตลอดทุกการกระทำของเขา "เยี่ยมๆ ปล่อยมันเลย จงแสดงให้โลกรู้ว่าแม้เ้าจะไม่มีพลังปราณแต่พร์ของเ้าแม้เทพเซียนก็เทียบไม่ติด!" ในขณะที่เขากำลังกล่าวชมมู่หรูเซิ่งอยู่นั้นรอยยิ้มของเขาก็กระตุกขึ้น
"เ้าเด็กโง่! ใครบอกให้เ้าปล่อยคันธนูกัน ปล่อยสายสิ ปล่อยสาย!" สุ่ยตี้เอามือกุมขมับเขาคิดในใจว่า. . .เมื่อกี้ข้าไม่น่าชมมันเยอะเลย
เมื่อหรูเซิ่งจัดท่าทางของเขาได้ สุ่ยตี้จึงนำก้อนหินที่เขาพึ่งหยิบขึ้นมาจากพื้นวางลงบนไป้าของคันธนูที่มู่ชีหยางกำลังถืออยู่ "คราวนี้เ้าลองยิงเหมือนเมื่อสักครู่ดู แต่เ้าห้ามทำให้ก้อนหินตกเป็อันขาด เมื่อเ้าสามารถยิงได้ 100 ครั้งติดต่อกันโดยที่หินไม่ตกเ้าจงมาหาข้า" เมื่อกล่าวเสร็จ สุ่ยตี้จึงเดินกลับไปที่ห้องของเขา ทิ้งให้มู่หรูเซิ่งยืนยิงธนูอยู่เพียงลำพัง
พลบคํ่ามาถึงพระอาทิตย์เริ่มจางหายไปจากขอบฟ้า มู่ชีหยางยังคงยืนยิงธนูอยู่อย่างนั้นไม่ขยับแม้สักก้าว แต่ละครั้งที่เขาทำก้อนหินตกเขาจะพึมพำออกมา บางครั้งก็ดัง บางครั้งก็เบา . . ."ไอเ้าลมชั่ว! ! ! 85 ทีแล้วเ้าจะพัดมาหาบิดาเ้าหรอ! เมื่อไหร่ข้าจะครบร้อยเสียทีเนี่ย!" หลังกล่าวเสร็จเขาจึงหยิบก้อนหินขึ้นมาและยิงอีกครั้ง
"ข้าว่าเขาคงลืมที่ข้าบอกไปเมื่อเช้าแล้วล่ะ ไม่เป็ไรอย่างไรข้าก็เป็ชายแก่ใจบุญอยู่แล้ว" เขากล่าวขึ้นเบาๆหน้าบ้านหลังเห็นมู่หรูเซิ่งกำลังฝึกยิงธนูอยู่ที่ชายหาด จากนั้นเขาจึงเดินกลับเข้าบ้านพร้อมเคาะประตูเรียกมู่ชีหยาง
ก๊อก ก๊อก. . .ประตูห้องของมู่ชีหยางเปิดขึ้น เมื่อเขาเห็นสุ่ยตี้เขาจึงเดินกลับเข้าไปหยิบขวดเหล้าแล้วหันมายิ้มให้สุ่ยตี้ "ในเมื่อท่าน้าดื่มงั้นเราไปกันเถอะ!"
ป๊าบ!. . .สุ่ยตี้ใช้มือตีหัวมู่ชีหยางพร้อมกล่าวว่า "เ้านี่ก็จะเมาทุกวี่ทุกวัน ไปเก็บเหล้าของเ้าซะ แล้วตามข้ามา!"
"ตามท่าน? ท่านจะไปไหนดึกๆดื่นๆเช่นนั้นหรือ?" มู่ชีหยางใช้มือเกาหัวของเขา
"เราจะออกไปหากิ่งไม้และตามล่าขนไก่. . ." เมื่อสิ้นเสียงสุ่ยตี้ มู่ชีหยางจึงทำหน้างงอีกครั้ง เขาโยนขวดเหล้าไปที่เตียงของเขาจากนั้นจึงเดินตามสุ่ยตี้ออกไป
"หากิ่งไม้กับตามล่าขนไก่งั้นรึ อะไรกันว่ะเนี่ย!"