ก่อนทั้งสองปะทะกัน พลังปราณในจุดตันเถียนของหมิงหลงถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็วได้ไหลไปหลอมรวมเท้าทั้งสอง มันถูกควบแน่นด้วยกระแสลมอันบ้าคลั่ง จนร่างกายบิดเล็กน้อยพร้อมสายตาที่คมกริบจับจ้องไปทางคู่ต่อสู้ที่พุ่งเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน
ภายในเสี้ยววินาทีนั้น สายลมรอบกายถูกดูดเข้าไปในร่างกายหมิงหลง ปราณวายุใต้ฝ่าเท้าได้ระเบิดพลังงานอัดแน่นออกมา
ฟุ้มมม!! ฟุ่บบ
“เอ๊ะ มันหายไปแล้ว!!”
ขณะที่ปลายดาบของโหย่งเจาที่เกลือบจะทลวงทรวงอกเจ้าคนจองหองเบื้องหน้านั้น มันพลันหายไปในอากาศธาตุทิ้งไว้เพียงพายุโหมกระหน่ำที่สลายตัวออก
เหล่าผู้ชมรอบลานประลองอ้าปากค้าง
“นั้นมันวิชาอันใดกัน ถึงรวดเร็วปานนี้”
“ก้าวพริบตา!! ต้องใช่แน่ๆ พลังสายความเร็วในระดับปราณนภาขึ้นไปเท่านั้นที่กระทำได้”
“เขายังอายุเพียงเท่านี้ เขาไม่ธรรมดาอีกต่อไป”
ผู้ชมต่างจ้องมองอย่างจริงจัง วิชานี้ไม่ใช่จะปรากฏให้เห็นได้ง่ายดายนัก
ท่วงท่าของโหย่งเจาได้หลุดการทรงตัวหลังจากพลาดโจมตีเป้าหมาย
ซับบ คลิกก!!
เสียงบางอย่างหักลงกระทบกับพื้นลานประลองในขณะเขาตกตะลึงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
มันเป็นภาพดาบเหล็กในมือของเขาถูกแยกออกเป็นสองท่อนอย่างไร้สาเหตุ ดาบครึ่งบนลอยคว้างอยู่บนอากาศ อาการตกตะลึงจึงทวีเข้าไปอีก กลายเป็นความสับสนลนลานไร้ซึ่งคำตอบ
ช่วงเวลาหมิงหลงหายตัว ท่องนภาถูกระเบิดออกอย่างรุนแรง ความรวดเร็วถูกเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา กระทั้งท่องนภาแปรเปลี่ยนกระบวนท่าเป็นก้าบพริบตา พร้อมดาบในมือตวัดฟันในเวลาเดียวกัน
โหย่งเจาล้มขมำจนใบหน้าไถลไปกับพื้นลานประลอง เป็นความผิดพลาดของตนเองอย่างน่าอับอายขายขี้หน้าคนนับพันที่นั่งชมการประลองอยู่
ทันใดนั้น ก็รู้สึกมีบางสิ่งเย็นๆกระทบเข้าที่คอของเขาอย่างจัง ขนทั้งกายได้ลุกขึ้นอย่างหวาดเสียว
หมิงหลงปรากฏตัวด้านหลังโหย่งเจาราวภูติผี และในมือมีดาบจี้ไปทางคอของโหย่งเจาจนทำให้เขาสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัว
‘จ…จบสิ้นแล้ว อันดับของข้า ไม่น่าโลภมากเห็นแก่เงินเลย ไอ้…เอ้ย!!’ โหย่งเจาสบดดังลั้นในใจอย่างขมขื่น
โหย่งเจาเข้าใจทันที ดาบเหล็กที่หักลงจากการถูกฟัน สิ่งที่ตื่นตะลึงก็คือปราณไร้คลุมอาวุธสามารถตัดเหล็กจนขาด ไม่ใช่สิ่งผู้ฝึกตนในขอบเขตปราณคลุมกายสามารถทำได้
ผลการประลองถูกตัดสินลงเพียงหนึ่งกระบวนท่า ยิ่งไปกว่านั้นเขาใช้เพียงแขนข้างเดียวสยบคู่ต่อสู้
“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะถีบเจ้าลงเหว!!”
ใบหน้าหมิงหลงปรากฏความเย็นชา และปลดปล่อยแรงกดดันคุกคามจิตใขของโหย่งเจา
“ผู้คุมกฎ ต้องให้ข้าอัดมันให้น่วมก่อนใช่รึไม่ ก่อนจะได้รับชัยชนะ?” หมิงหลงกล่าวขึ้นพร้อมส่งหางตามองไปที่โหย่งเจาที่มีอาการสั่นเทาเพราะจิตสังหารจากหมิงหลง
“ไม่ไม่ ข้าขอยอมแพ้” โหย่งเจาเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีทีท่าดื้อดึงอยากแก้มือแม้แต่น้อย
หากดาบเล่มนั้นเปลี่ยนเป็นร่างกายของเขา แค่นึกคิดก็เสียวสันหลังวาบแล้ว
“ผู้ชนะได้แก่ หมิงหลง ไร้สังกัดพรรค อันดับใหม่ที่ได้รับ อันดับ215 ครับ” ผู้คุมกฏได้ประกาศขึ้น
“พละกำลังอันใดกัน สามารถฟันเหล็กจนขาดเป็นรอยเรียบได้ขนาดนี้”
“สามารถล้มคู่ต่อสู้เพียงหนึ่งกระบวนท่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่กระทำได้”
“ความเร็วขนาดนี้ หาตัวจับได้ยากยิ่งนัก”
ผู้ชมอีกส่วนมากก็คร่ำครวญเสียเงินพนัน ไม่คาดคิดว่ามีม้ามืดไร้สังกัดพรรค และขั้นปราณด้อยกว่าหนึ่งขั้นจะสามารถล้มคู่ต่อสู้ได้นั้นเหนือความคาดหมายไปมากนัก
เงินจากชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก15ทอง รวมหมดทั้งสิ้น เขามี45ทองแล้ว
พลังอำนาจสมารถไขว่คว้าได้ทุกสิ่ง กฏของผู้แข็งแกร่งนั้นกลืนกินผู้อ่อนแอตลอดมา ในสังคมใหม่รอบกายหมิงหลง ที่ไม่มีประสบการณ์มากมายนัก ต้องการแสวงหาความรู้ให้มากที่สุด เพื่อเปิดประตูสู่โลกกว้างสู่ความรู้อันไม่มีจำกัด
ประสบการณ์จริงเท่านั้นที่สามารถขัดเกลาฝีมืออย่างแท้จริง ยิ่งศัตรูแข็งแกร่งเท่าใดพลังย่อมก้าวกระโดดมากขึ้นเท่านั้น
หมิงหลงกวาดสายตามองเหล่าผู้ชมด้วยแววตามั่นใจ และได้ประกาศอีกครั้ง
“มีผู้ใดหาญกล้ามาเผชิญหน้ากับข้า… ก็ลงมา!!”
น้ำเสียงหยิ่งทะนงได้ประกาศกร้าว ทว่าในใจนั้นกำลังสนุกสนาน คิดไม่ถึงว่าความสามารถของเขาจะก้าวล้ำผู้เยาน์ในวัยน์เดียวกันไปแล้ว
คู่ต่อสู้ที่พอสูสีกับเขาได้บ้างน่าจะเป็นผู้ครอบครองบัลลังผู้ไร้พ่าย เมื่อใดเขาใช้ห้วงลึกที่4 เขาจะกลายเป็นคนละคนในทันทีและไม่มีผู้ใดในขอบเขตก่อกำเนิดปราณสามารถเป็นคู่มือเขาได้อีกต่อไป
พลังจิตวิญญาณของเขาได้ศึกษาถึงแก่นแท้จนสามารถดึงประสิทธิภาพพลังวิญญาณมาปิดช่องโหว่ระหว่างความต่างชั้นของระดับปราณ
พลังวิญญาณนั้นเป็นสายพลังลึกลับไม่อาจจับสัมผัสได้โดยง่าย หากใช้มันย่อมไม่มีผู้ใดสัมผัสได้อย่างแน่นอน ความแข็งแกร่งของเขาจึงไม่อาจประเมิณได้ด้วยตาเปล่า
ผู้ชมมีท่าทีเงียบสงบ ต่างก็ลุ้นจะมีผู้ใดกล้าตอบรับประลองกับเด็กหนุ่มที่หน้าหวาดหวั่นผู้นี้
“ข้าเอง!!”
คู่ต่อสู้ต่อสู้ถัดไปของหมิงหลง รูปร่างหน้าตาสี่เหลี่ยม ร่างกายใหญ่โตดูเทอะทะ ขอบเขตกำเนิดปราณขั้น9
“ไม่ต้องพูดให้มากความ เข้ามา” หมิงหลงกวักมือให้เข้ามา สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้ายักษ์เป็นอย่างมาก
“เจ้านั้นมันหยิ่งยโสและมั่นใจเกินไป!!”
“อัดมันให้เละไปเลยเจ้ายักษ์”
“อันดับ215 หมิงหลง ประลองกับ อันดับ180 โจวจี้ไหล พรรคกระทิงเหล็ก เริ่มประลองได้” ผู้คุมกฎประกาศ
เจ้าโจวจี้ไหลสวมใส่ชุดเกราะเหล็กทั้งกาย มันวิ่งตรงมาใช้ร่างกายอันใหญ่โตพุ่งเข้าใส่ด้วยน้ำหนักเท้าที่มากพอกระทั้งสามารถบดขยี้ลานประลองจนเป็นร่องรอยปริแตก
ท่วงท่าดูเทอะทะแต่แผงไปด้วยพละกำลังอันมหาศาล แขนที่หุ้มเกราะเหล็กหนาคืออาวุธของมัน
ปราการเหล็กกระแทก!! แขนได้เกร็งงอพร้อมโครจรปราณธาตุปฐพีจนหนาแน่น
หมิงหลงบิดตัวเล็กน้อยอยู่ในท่าชักดาบฟัน
หนึ่งดาบสังหาร!!
ในตอนที่ดาบยาวถูกวาดออกไป ภาพที่ทุกคนเห็นทำให้สีหน้าทุกคนแปรเปลี่ยนไป สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเหนือเรื่องสามัญไปมาก
ซิ้งงง ซับบ!!
เมื่อดาบได้ฟันลง เจ้ายักษ์ถูกฟันจนเกราะเหล็กและเกราะปราณแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ปรากฏรอยเลือดซึมผ่านเกราะเหล็กตั่งแต่หัวจรดเอวของมัน
ร่างกายอันใหญ่โตได้ล้มลงหมดสติอย่างรวดเร็ว
พ่ายแพ้ภายในหนึ่งกระบวนท่าอีกครั้ง