ตอนที่6
แสบจริงนะตัวแค่นี้
“ทำงานประสาอะไร” เสียงแหลมๆของหญิงวัยกลางคนตวาดดังลั่น
“ขอโทษค่ะ” ภาพตะวันเอ่ยเสียงสั่น ก่อนยกมือขึ้นไหว้กับความผิดที่ก่ออย่างลนลาน
“พูดเป็แค่นี้เหรอ”หัวหน้านางพยาบาลถามผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังยืนตัวสั่น
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ”ชัชพลรีบสาวเท้าเข้ามาภายในวอร์ด หลังจากได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย
“คุณหมอโซลมาพอดีดิฉันมีเื่จะรายงานให้ทราบว่าคุณภาพตะวันได้ให้คนไข้ห้อง 3001 ที่เตรียมทำบายพลาสกินน้ำค่ะ” หญิงวัยกลางคนมองคนที่เอาแต่ก้มหน้าอย่างเข่นเขี้ยวกี่ครั้งแล้วที่เด็กคนนี้ทำให้วอร์ดต้องปั่นป่วน
“ผมขอคุยกับเธอสักครู่นะครับ”เสียงทุ้มนุ่มบอกคนาุโกว่าก่อนยิ้มให้อีกฝ่ายใจเย็นลง แม้จะโมโหคนก่อเื่มากแค่ไหนก็เก็บเอาไว้ในใจเพราะไม่อยากต่อว่าภาพตะวันต่อหน้าใคร แต่พอพ้นหลังหัวหน้าพยาบาล ชัชพลก็หันหน้ามาเอาเื่คนของตัวเองทันที
“นี่เธอใช้ brain หรือ spinal cord คิดฮะคิดได้ยังไงให้คนไข้กินน้ำก่อนผ่าตัด” น้ำเสียงกระด้างตวาดลั่นทำให้คนทำผิดสะดุ้งสุดตัวดวงตาเรียวเล็กมองเด็กในบ้านที่เขาให้มาทำงานด้วยอย่างดุดัน
‘สร้างแต่เื่’
“อ้อน ขอโทษค่ะคุณโซล”ด้วยความใทำให้นางพยาบาลสาวเผลอเรียกชื่อเล่นของอีกฝ่ายตามความเคยชิน เพราะนอกเวลางานคนตรงหน้าถือได้ว่าเป็ลูกชายของเ้านายให้ที่ซุกหัวนอนและข้าวน้ำให้แก่เธอและแม่ั้แ่ยังจำความไม่ได้
“อยู่ในเวลางานอย่ามาเรียกชื่อเล่นฉัน เธอไม่ได้สนิทกับฉันขนาดนั้น” คนที่อยู่ในอารมณ์โกรธเอ็ดตะโรเสียงดังเพราะเคยเตือนแม่ตัวดีอยู่หลายครั้ง เป็ปลาทองหรืออย่างไร ถึงได้ความจำสั้นนัก สมองทึบั้แ่เล็กจนโตดวงตาดุดันมองคนตรงหน้าอย่างเอาเื่ จนอีกฝ่ายรีบงุดหน้าลง “ไหนบอกมาสิว่าทำไมเธอถึงทำพลาดได้ขนาดนี้”
“คือว่าคนไข้บอกว่าปวดหัวจึงขอยาพาราค่ะ”ภาพตะวันพูดออกไปโดยที่ไม่ยอมมองหน้าคนที่ต่อว่าตัวเองรู้ดีว่าคนตรงหน้ากำลังโกรธมากแค่ไหน เพราะเขากำลังด่าว่าเธอไม่มีสมองแต่ใช้ไขสันหลังคิด
“เธอได้อ่านประวัติคนไข้หรือเปล่า”ขาเรียวค่อยๆสาวเท้าเข้าไปหานางพยาบาลสาวอย่างคุกคาม
“อ่านค่ะ แต่ว่า…” คนทำผิดยังแก้ตัวไม่ทันจบเสียงทุ้มก็ตวาดดังลั่น
“อ่านแล้วทำไมยังทำผิดพลาดอีกไม่รู้เหรอไงว่าคนไข้ต้องผ่าตัดแล้วมีประวัติอัลไซเมอร์ด้วยฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเวลามาทำงานให้พกสมองมาด้วย ไม่ใช่เอาขี้เลื่อยมา!” นิ้วเรียวยาวจิ้มไปที่ขมับของภาพตะวันแรงๆสามทีจนศีรษะโยกคลอน
“ดิฉันหยิบแฟ้มคนไข้ผิดค่ะตอนให้ยาดิฉันทวนออเดอร์แล้วจึงไม่พบข้อความว่าต้องผ่าตัดค่ะ แล้วป้ายงดน้ำงดอาหารก็ยังร่วงไปที่พื้นก็เลยไม่เห็นค่ะ”คำอธิบายที่ออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม แม้จะพูดความจริงแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นกลับทำให้แย่ลงกว่าเดิม
“แก้ตัวได้ดีมากภาพตะวันไปเขียนใบบันทึกข้อความรายงานความผิดถึงหัวหน้าแผนกกับฝ่ายการพยาบาล และเตรียมตัวรับผิดชอบกับการกระทำสิ้นคิดของเธอได้เลย”ชัชพลบอกด้วยน้ำเสียงห้วนจัดก่อนชี้ไปที่ประตูร่างกายสั่นเทาและสูดลมหายใจลึกๆเพราะกำลังโกรธคนตรงหน้าอย่างสุดขีดเขาบอกไม่ถูกว่าตอนนี้ควรจะบีบคอๆเล็กของหล่อนหรือเอาหัวตัวเองเคาะกับโต๊ะให้ตายไปจากโลกนี้ดี คนอะไรโง่เง่าชะมัดเรียนจบมาได้ยังไง
“เข้าใจแล้วค่ะคุณหมอ”ภาพตะวันพยักหน้ารับแต่โดยดี พร้อมกำมือเข้าหากันแน่น ร่างกายสั่นเทาและกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาเพราะกลัวว่าจะถูกดุอีกครั้ง
“เดี๋ยว!” เสียงทุ้มเรียกคนที่กำลังจะเดินเปิดประตูออกไป “ต่อไปนี้ตั้งใจทำงานให้ดีอย่าให้เสียชื่อฉัน ถ้าไม่ติดว่าแม่ของเธอขอร้องให้ฝากเธอเข้าทำงาน ฉันไม่มีทางยอมให้คนสมองขี้เลื่อยแบบนี้มาทำงานที่นี่หรอกเสียชื่อชะมัด”
“ค่ะคุณหมอ”
“ไปทำงานได้แล้วอย่าให้มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่อย่างนั้น ฉันไม่เอาเธอไว้แน่”
ไม่วายขู่เสียงเข้มให้อีกฝ่ายนึกน้อยใจจนวิ่งหนีออกไปข้างนอกก่อนพ่นระบายลมหายใจอย่างหนักหน่วง ศัลยแพทย์หนุ่มยกมือกุมขมับเพราะเหนื่อยใจกับเด็กในบ้านทำงานมาเกือบเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีพัฒนาการอะไรเลย ผิดพลาดได้ทุกวันจนแทบจะรับหน้าแทนไม่ไหวยังดีที่ชื่อเสียงและตำแหน่งที่เขามีพอจะคุ้มกันคนซุ่มซ่ามได้บ้างแต่หากว่าในอนาคตเธอยังไม่พัฒนาตัวเอง เกรงว่าไม่พ้นโดนเลิกจ้างแน่ๆ
ยอมรับว่าพอเห็นน้ำตาของภาพตะวันหัวใจก็หวั่นไหวเหมือนกัน อยากจะเดินเข้าไปปลอบ แต่ถ้าเขาไม่ทำตัวให้เด็ดขาดและต่อว่าเพื่อให้เธอปรับปรุง เด็กในบ้านคนนี้ก็คงไม่มีแรงฮึดสู้เพื่อพัฒนาตัวเองไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะวางใจและไว้ใจภาพตะวันได้บ้าง เมื่อไหร่จะโตเป็ผู้ใหญ่สักทีก็ไม่รู้
“อ้อน” แพววนิดทักคนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำทำให้เ้าของชื่อเล่นชะงักฝีเท้าและหันมาทางต้นเสียงใบหน้าจิ้มลิ้มเอียงคอมองผู้มาใหม่ด้วยสายตางุนงงก่อนที่จะยิ้มกว้างเมื่อจำคนตรงหน้าได้ดี
“เฮ้ย ยายพริ้นท์จะกลับมาทำไมไม่บอกกันบ้าง รู้ไหมว่าฉันเป็ห่วงแกแค่ไหน เฟซบุ๊กก็ไม่ออนก็นึกว่าไปทริปเข้าป่าขึ้นเขาอย่างที่บอก” ภาพตะวันโผเข้าไปกอดเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้วก็นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอกันแล้ว
“กลับมาได้สักสามวันแล้วตอนแรกก็ว่าจะไปอุลูรูกับแทสมาเนีย แต่อยากกลับมาเซอร์ไพส์วันเกิดพี่พลัสมากกว่า ออสเตรเลียจะกลับไปเที่ยวอีกเมื่อไหร่ก็ได้”
แพรววนิดกำลังพูดถึงโขดหินอุลูรู(Uluru) หรือเรียกอีกอย่างว่า หินแอร์ส (Ayers Rock) เ้าก้อนหินั์สีแดงตั้งอยู่ใจกลางประเทศออสเตรเลียเนื่องจากเป็พื้นที่แห้งแล้ง ไม่มีสัญญาโทรศัพท์ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งต้องพักอาศัยในเต็นท์เป็สถานที่ท่องเที่ยวที่นักผจญภัยชอบไปกัน ส่วนแทสมาเนียเป็เกาะที่ขึ้นชื่อว่าเป็ดินแดน์ของนักเดินทางเพราะมีทรัพยากรและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่สุด ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย
“แล้วแกจะมาทำงานที่นี่ไม่เห็นบอกกันบ้างเลยนะ มันน่างอนจริงๆ” เ้าของดวงตากลมโตแสร้งหนีหน้าไปอีกทางทำเอาคนกลัวโดนเคืองรีบจับแขนอีกฝ่ายไว้
“อย่าโกรธฉันเลยนะยังทำไม่ถึงเดือนเลย เรียนจบก็มาทำงานที่นี่ที่แรก เพราะว่า…” เสียงเล็กเงียบไปเมื่อนึกถึงคนที่ทำให้เธอได้ทำงานที่นี่
“เพราะอะไรเหรอ” แพรววนิดเลิกคิ้วถามก่อนจะสังเกตเห็นว่าดวงตาเรียวเล็กแดงก่ำฉายความเศร้าจนอดห่วงไม่ได้ “แล้วนี่แกร้องไห้เหรอ ใครทำอะไรแก บอกฉันมา จะไปจัดการให้”
“เปล่าๆฉันไม่ได้เป็อะไร แค่ฝุ่นมันเข้าตาน่ะ” ภาพตะวันรีบปฏิเสธแล้วรีบเมินหน้าไปอีกข้างเพราะกลัวว่าเพื่อนสนิทจะคาดคั้นต่อ แล้วเธอจะเผลอหลุดพูดออกไปว่าใครกันที่ทำให้เธอร้องไห้หากแน่นอนว่าพูดออกไปแล้ว สุดท้ายคนที่เดือดร้อนก็คงไม่พ้นตัวเธอเอง
“ใช้มุกเดิมๆนะแกเนี่ยเออ ไม่บอกก็ไม่บอก เอ๊ะ อีตานั่นนี่หว่า อ้อนๆคนนั้นน่ะเป็หมอของโรงพยาบาลเราใช่ไหม คนที่ยืนหลังผู้ชายเสื้อเหลือง” เ้าของเสียงหวานถามก่อนชี้ไปทางชายหนุ่มสวมแว่นตาในชุดกาวน์สีขาวเพิ่งก้าวเท้าขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกชั้นในมือของเขากำลังถือแฟ้มประวัติคนไข้เธอจำได้ดีกว่าเป็คนเดียวกับที่ด่ากันเมื่อวันก่อน
“อ๋อ เขาชื่อคุณหมอพีทน่ะเป็หมอศัลยกรรมกระดูก” นางพยาบาลสาวบอกเมื่อเห็นว่าเป็ใคร
“เขามีแฟนหรือยัง”มนุษย์เ้าคำถามยังคงถามต่อไปแต่ไม่ยอมละสายตาไปจากเป้าหมายจนอีกฝ่ายหายลับไป
“แกจะจีบคุณหมอเหรอ เฮ้ย!ขอเตือนไว้ก่อนนะ อย่าไปยุ่งกับเขาเชียวพวกพยาบาลซุบซิบกันว่าคุณหมอพีทชอบผู้ชายด้วยกัน เพราะไม่เคยเห็นสนใจสาวคนไหนเลยนี่อายุก็ปาไปสามสิบสามแล้วเนี่ย แล้วแกรู้ไหมว่าคนที่เป็คู่ขาก็คือคุณโซลน่ะเห็นไปไหนด้วยกันบ่อยๆ”
ภาพตะวันนึกถึงชัชพลผู้ชายเอาแต่ใจที่เธอต้องคอยรับใช้และยอมให้กดขี่ข่มเหงมาั้แ่เด็กวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่เคยได้ไปเที่ยวเหมือนคนอื่น เพราะต้องไปทำความสะอาดและเตรียมอาหารให้ที่คอนโดแทนยิ่งถ้าวันไหนเ้านายหนุ่มพาแฟนมานอนที่ห้องด้วยก็ต้องอยู่รับใช้คนรักของเขาจนดึกดื่น กว่าจะได้บ้านก็เมื่อพากันเข้าห้องนอนไปแล้วโชคดีหน่อยที่ตอนนี้เขากลับมาเป็โสดอีกครั้ง เธอจึงไม่ต้องเหนื่อยมากเหมือนเมื่อก่อน
แต่ว่าก็มีข่าวอีกกระแสว่ารัชยุทธ์ไม่ใช่เกย์แต่กำลังคบพยาบาลคนหนึ่งในแผนกของเขาเองนั่นแหละซึ่งข่าวดูจะมีความเป็ไปได้มากกว่า แต่เื่นี้เธอขอไม่เล่าก็แล้วกันเพราะนางพยาบาลคนนั้น มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับแพรววนิดสักเท่าไหร่ ถ้าเล่าออกไปยายเพื่อนสนิทคงไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่ ก็โดนกระทำมาซะขนาดนั้น มีหรือที่ปล่อยไปง่ายๆเธอรู้จักนิสัยของแพรววนิดดี งานนี้บอกเลยว่าฝ่ายตรงข้ามต้องเตรียมตัวให้ดีงานนี้มียับ
“อ้าว เป็เกย์หรอกเหรอถึงว่าปากจัดจ้านเหลือเกิน ด่าทีะเืถึงไส้ติ่ง” แพรววนิดย่นจมูกเพราะนึกเสียดายเบาๆถึงจะปากคอเราะรายไปหน่อย แต่หน้าตาก็ดีไม่ใช่น้อย ผู้ชายแท้สมัยนี้หายากจริงๆ
‘โถ อปป้าของน้อง เป็เพื่อนสาวไปแล้ว เสียดาย’
“แกว่าอะไรนะพริ้นท์”เพราะฟังไม่ถนัด นางพยาบาลสาวจึงถามอีกครั้ง
“เปล๊า ไม่มีอะไรเลยแก”สาวแสบพูดเสียงสูงแล้วส่ายหน้าปฏิเสธอย่างมีพิรุธก่อนตากลมโตจะเบิกกว้างเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ “ว่าแต่เมื่อกี้บอกว่าเขาเป็คู่ขากับคุณโซลเดี๋ยวนะ ใช่คนที่เป็เ้านายแกและเป็น้องชายเฮียซันหรือเปล่า”
“อืม ใช่”
“บ้า เฮียโซลเนี่ยนะไม่น่าเป็ไปได้ ก็ตอนนั้นเขายังมีแฟนเป็ผู้หญิงอยู่เลย” แพรววนิดร้องเสียงหลงเพราะไม่อยากเชื่อว่าน้องชายของอดีตคนรักจะเป็อย่างที่เพื่อนสนิทเล่า
“ก็ใช่ แต่ก็ไม่แน่หรอกบางทีเขาอาจจะเพิ่งพบทางของตัวเองก็ได้” ภาพตะวันเบ้ปากเล็กน้อยแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้เป็พวกรักร่วมเพศ แต่นางพยาบาลสาวก็ไม่ยอมแก้ต่างคลายความเข้าใจผิดให้คนอื่นๆฟังปล่อยให้พวกนั้นคิดต่อไปก็ถือว่าเป็เอาคืนเล็กๆน้อยๆคนเผด็จการก็แล้วกันโทษฐานที่ชอบบังคับขู่เข็ญและต่อว่าให้เสียใจอยู่บ่อยๆ
“ห้องพักคุณหมอพีทอยู่ไหนเหรออยากเข้าไปทำความรู้จักกับเขาสักหน่อย” คนเ้าแผนการยิ้มเ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรบางอย่างได้
แพรววนิดบังคับให้ภาพตะวันพาเธอไปที่ห้องพักของคู่อริเพื่อไปทักทาย โดยตอนแรกภาพตะวันไม่ยอมพาไปเพราะเื่ของการละเมิดความเป็ส่วนตัว เนื่องจากแพรววนิดไม่ใช่บุคลากรของที่นี่ไม่ควรมีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับห้องพักส่วนตัวของใคร แต่พอเธอบอกว่าไม่เป็ไรเดี๋ยวจะไปวอร์ดศัลยกรรมกระดูกเพื่อถามเอง หรือไม่ก็อ้างสิทธิ์ความเป็ลูกสาวเ้าของโรงพยาบาลข่มขู่ให้เ้าหน้าที่บอกข้อมูลเอง
ภาพตะวันกลัวจะเกิดเื่ใหญ่เพราะรู้นิสัยของเพื่อนสนิทดีว่าแสบสันแค่ไหน แม้จะสงสัยว่ารัชยุทธ์ หรือคุณหมอพีทไปทำอะไรให้แพรววนิดเจ็บแค้นนัก เพราะดูจากสีหน้าและแววตาของเพื่อนไม่ใช่คนที่หลงรักคุณหมอเหมือนสาวๆทั่วๆไป แต่เหมือนมีความแค้นกันมาแต่ปางก่อน
แต่ที่แน่ๆ เธอบอกได้เลยว่านับจากวันนี้รัชยุทธ์จะไม่รู้จักคำว่าความสงบอีกต่อไป
นั่น! ดูนั่นสิสายตากระหยิ่มยิ้มย่องของคนที่อยู่ภายในลิฟต์ด้วยกัน ฉายให้ภาพตะวันเห็นหมดแล้วเ้าของดวงตาแสนสวยจะสื่ออะไร มันบอกว่า
‘คุณเสร็จฉันแน่คุณหมอที่รัก’
รัชยุทธ์เดินตรงไปที่ห้องของปฐวี หลังได้รับโทรศัพท์ว่าเ้านาย้าพบไม่นานนักขาเรียวก็หยุดลงตรงหน้าเลขาของผู้อำนวยการใหญ่ ก่อนบอกวัตถุประสงค์ของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ยิ้มกลับให้อีกฝ่ายที่ส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตร
ไม่นานเสียงอนุญาตจากอินเตอร์คอมก็เชิญให้เขาเข้าไปด้านในเลขาสาวมองตามแผ่นหลังของศัลยแพทย์หน้าหวานที่หายเข้าไปในห้องเ้านายก่อนส่ายหัวกับความเ็าคงเส้นคงวาของเขา หนึ่งเดือนที่แล้วเป็ยังไงตอนนี้ก็เป็แบบนั้น คนอะไรไม่มีมนุษยสัมพันธ์เอาซะเลย ก็ยอมรับว่าหล่อหรอกนะแต่ก็ไม่ได้คิดจะพิศวาสเหมือนสาวคนอื่น เพราะเธอไม่ชอบผู้ชายที่ทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบอย่างนี้
“สวัสดีครับท่าน” ศัลยแพทย์หน้าหวานยกมือไหว้เ้านายอย่างนอบน้อม
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกหมอพีทนั่งก่อนสิ” ปฐวียิ้มแล้วผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่ง
“ขอบคุณครับท่านเรียกผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ” รัชยุทธ์ถามขึ้นเมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
“ไม่มีอะไรมากหรอกผมแค่จะขอบคุณเื่ที่คุณมาช่วยผ่าตัดในวันเกิดอุบัติเหตุใหญ่ แม้จะไม่ใช่เวรแต่คุณก็มา ขอบคุณมากๆนะหมอพีท” น้ำเสียงนุ่มลึกแต่ทรงอำนาจบอกกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างซาบซึ้งใจเขาคิดไม่ผิดจริงๆที่รับคุณหมออนาคตไกลคนนี้เข้ามาร่วมงาน จากคำชักชวนของชัชพลให้รัชยุทธ์มาสมัครเป็ศัลยแพทย์ที่นี่เพราะก่อนหน้านี้รัชยุทธ์ทำงานอยู่โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง
“เื่การรักษามันเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”คนถูกชมบอกอย่างนอบน้อม
“ทำงานเป็อย่างไรบ้างโอเคไหม ปรับตัวได้หรือยัง” ผู้อำนวยการใหญ่ถามคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือนอย่างห่วงใย
“ผมชอบที่นี่มากครับต้องขอขอบคุณท่านที่ให้โอกาสผม” มือเรียวบางยกขึ้นไหว้เ้านายอีกครั้ง
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้คุยอะไรกันต่อเสียงหวานของใครบางคนก็ดังขึ้นมา พร้อมกับนำพาร่างระหงก้าวเข้ามาในห้อง
“คุณพ่อขา…” เสียงแหลมที่คุ้นหู ทำให้ศัลยแพทย์หน้าหวานหันไปมอง ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อจำได้ดีว่าเป็คู่กรณีที่เกือบขับรถชนกัน
“อ้าวยายหนูมาทำอะไรที่นี่ลูก ไหนว่าจะออกไปหาเพื่อนไง” ปฐวีถามก่อนส่งยิ้มนุ่มนวลให้ลูกสาวเมื่อเ้าหล่อนเดินเข้ามาใกล้
“หนูแวะมาหาคุณพ่อค่ะ”แพรววนิดพร้อมกับก้มลงกอดและหอมแก้มบิดาแต่สายตากลับจ้องศัตรูเบอร์หนึ่งไม่วางตา
“นี่ลูกสาวของผมเองชื่อพริ้นท์ ยายหนูนี่คุณหมอพีท” ปฐวียิ้มและรู้สึกดีใจที่ลูกสาวกลับมาหอมแก้มเหมือนตอนเธอเป็เด็กๆอีกครั้งเขาคิดไปไกลว่าลูกให้อภัยเขาแล้ว ผู้อำนวยการใหญ่แนะนำให้คนทั้งสองได้รู้จักกันโดยที่เขาไม่ได้สังเกตว่าทั้งคู่ลอบมองกันอย่างจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ คุณหมอพลีสสส”แม่สาวแสบลากเสียงยาวทักทายคู่อริพร้อมส่งสายตายั่วเย้าจนคนมองอยากจะควักดวงตานั้นออกมา
“สวัสดีครับผมชื่อพีทครับ ใช้ท.ทหาร ไม่ใช่ส.เสือ” แม้จะไม่พอใจลูกสาวเ้านายแต่รัชยุทธ์ก็ยังเก็บอาการได้ดี
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”แพรววนิดเดินเข้าไปหาร่างสูงโปร่งก่อนจะหย่อนสะโพกมนลงกับตักของอีกฝ่าย ท่ามกลางความใของคุณหมอทั้งสอง
“ทำอะไรน่ะยายหนู ลุกออกจากตัวหมอพีทเดี๋ยวนี้เลย”เมื่อเห็นลูกสาวถึงเนื้อถึงตัวผู้ชายมากเกินไปคนเป็พ่อมีหรือที่จะทนได้ ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนี้จะเป็คนที่เขาชื่นชมว่าทำงานดีแค่ไหนก็ตามแต่ไม่ได้คิดไกลขนาดอยากได้มาเป็ลูกเขย เพราะกิตติศัพท์ความเ้าชู้ของคุณหมอคนนี้ดีว่าเปลี่ยนคู่นอนบ่อยแค่ไหนเื่อะไรที่เขาจะอยากเห็นลูกสาวน้ำตาเช็ดหัวเข่ากันล่ะ
“แหม…คุณพ่อขาพริ้นท์ก็แค่ทักทายคุณหมอแบบที่ฝรั่งเขาทำกันก็เท่านั้นเองอ่ะค่ะ” ริมฝีปากเล็กจีบปากจีบคอพูดกับบิดาดวงตากลมโตเหล่มองคนที่นั่งนิ่งราวกับเป็รูปปั้น ใบหน้าที่หวานกว่าผู้หญิงเรียบเฉยไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆแต่ร่างกายกลับแข็งเกร็งจนเธอััได้ สงสัยว่าเขาจะโกรธจนพูดไม่ออกล่ะสิแม่สาวแสบแอบขำในใจ
“ยายหนู!พ่อบอกให้ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้” ปฐวีลุกขึ้นยืนและขึ้นเสียงใส่คนที่ยังลอยหน้าลอยตาไม่ได้สนใจเสียงห้ามเลยแม้แต่น้อย
‘โอ๊ย ยายหนูจะทำให้พ่อคลั่งตายอยู่แล้วนะ’
“เอ่อ…ท่านครับผมขอตัวก่อนนะครับ” เมื่อรู้สึกอึดอัดกับการกระทำไร้ยางอายของลูกสาวเ้านายไม่ไหวรัชยุทธ์ก็ลุกพรวดขึ้นจนเกือบทำให้คนที่นั่งอยู่บนตักเกือบหน้าทิ่มยังดีที่เธอเกาะโต๊ะทำงานได้ทัน
“เดี๋ยวเราค่อยคุยกันใหม่ก็แล้วกันนะหมอพีทผมยังมีเื่ที่ต้องคุยกับคุณ” ผู้อำนวยการใหญ่บอกศัลยแพทย์ในปกครองด้วยน้ำเสียงเกรงใจก่อนหันไปมองเ้าตัวแสบอย่างเอือมระอา
“จะรีบไปไหนล่ะคะเรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันไปมากกว่านี้เลย” เสียงหวานถามคนที่ก้าวเท้าเร็วๆออกไปจากห้องโดยที่คนถูกถามไม่แม้แต่จะหันกลับมา
‘ดูจากอาการรังเกียจผู้หญิงแบบนี้ชักสงสัยว่าจะเป็เกย์จริงๆแล้วสิ ต้องพิสูจน์กันหน่อยแล้วล่ะมั้ง’
เมื่อคิดได้แบบนั้นรอยยิ้มร้ายผุดขึ้นที่ริมฝีปากเล็ก เพราะหาอะไรสนุกๆทำได้แล้ว
“ยายหนูก่อเื่อีกแล้วนะ” เสียงปรามทักคนที่กำลังจะตามไปหาเื่ลูกน้องตัวเอง
นอกจากแพรววนิดจะไม่สนใจคำพูดบิดาแล้วเธอยังเหยียดยิ้มให้ท่านก่อนออกจากห้องไป
เมื่อเสียงปิดประตูเงียบลงผู้อำนวยการใหญ่ก็ทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้ เพราะเห็นความสะใจผ่านดวงตากลมโตเธอคง้าให้เขาอับอายและเสียใจเหมือนที่ผ่านๆมาดวงกลมๆคู่นั้นฉายความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบังปฐวียกมือกุมขมับกับการกระทำของลูกสาวคนเล็ก เมื่อไหร่กันหนอเธอจะให้อภัยพ่อเลวๆคนนี้
“จะรีบไปไหนล่ะคะคุณหมอเรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลยนะคะ” แม้จะเดินห่างกันอยู่มากแต่แพรววนิดก็ยังไม่ล้มเลิกที่จะก่อกวนคู่อริ ทั้งสองเริ่มตกเป็จุดสนใจของผู้คนทั้งเ้าหน้าที่คนไข้และญาติต่างก็หันมามองคู่หนุ่มสาวที่เดินตามต้อยๆกันเหมือนพระเอกนางเอกในหนังอินเดีย
“ผมไม่อยากรู้จักผู้หญิงอย่างคุณ”เมื่อหันหน้ามาเผชิญกับผู้หญิงที่เขามองว่าไร้สมองก่อนจะกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า ถึงแม้ว่าเธอจะเป็ลูกสาวของเ้านายแต่ถ้าก่อกวนกันมากๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเกรงใจกัน รัชยุทธ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามบอกตัวเองว่าให้อดทนไว้ อย่าได้เผลอไปบีบคอเล็กๆขาวๆของคนก่อกวนให้แหลกคามือ
“แหม… คุณหมอขาผู้หญิงอย่างพริ้นท์ ไม่สวยถูกอกถูกใจคุณหมอบ้างเลยเหรอคะ” เ้าของเสียงหวานเอ่ยเย้าพลางนำพานิ้วเรียวเล็กแตะที่ริมฝีปากของรัชยุทธ์
“สวย… แต่ต้องขอโทษด้วยผมไม่ชอบสัตว์ป่าสงวน โดยเฉพาะสัตว์ที่มีสองนอ” เสียงทุ้มตอบกลับอย่างไม่เบานักเขาปัดมือของหญิงสาวด้วยความรังเกียจทำเอาเหล่านางพยาบาลและคนไข้ที่อยู่บริเวณนั้นต่างหัวเราะชอบใจกับคำพูดของคุณหมอหนุ่มพวกเขารู้สึกสงสารผู้หญิงคนนี้ที่มาตามจีบผิดคนใครๆก็รู้ว่ารัชยุทธ์ไม่ได้ชอบผู้หญิง
“แหม ปากร้ายจังเลยนะคะไม่แน่หรอกค่ะ สักวันหนึ่งอาจจะเป็คุณหมอเองก็ได้ที่เอาตัวมายุ่งกับผู้หญิงแรดๆแบบพริ้นท์”แม้จะจี๊ดกับคำพูดของคู่อริมากแค่ไหนแต่แพรววนิดก็เลือกที่จะฉีกยิ้มต่อไป แม้ในใจจะเต้นร่ากับความปากร้ายของเขา
“คงไม่มีวันนั้นหรอกครับคุณหนูสองนอ”รัชยุทธ์ย้ำอีกครั้งผู้หญิงพรรค์นี้อย่าหวังว่าเขาจะเอามาเป็แม่ของลูกเลยแม้แต่จะให้เป็คู่นอนยังไม่คิดเลยด้วยซ้ำ ผู้หญิงอะไร สะกดคำว่ายางอายไม่เป็
“ปฏิเสธผู้หญิงไร้เยื่อใยจังเลยนะคะแต่ถ้าพริ้นท์เป็ผู้ชายคุณหมอคงไม่ขัดข้องใช่ไหมคะ” นิ้วเรียวเล็กเชยคางอีกฝ่ายขึ้นก่อนถามด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า
“คุณหมายความว่ายังไง”เสียงทุ้มถูกกดให้ต่ำลงถามตามอารมณ์คุกรุ่น เขาปัดแรงมือเธอออกไป
“ก็หมายความว่าคุณหมอเป็…”แพรววนิดทำทีปิดปากราวกับว่าคำพูดนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีนักทำให้คนฟังรู้ได้ทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร ดวงตาของเขาฉายความโกรธอย่างไม่ปิดบังก่อนใช้สายตาดุดันตำหนิพฤติกรรมผู้หญิงน่ารังเกียจคนนี้ เป็ถึงลูกสาวเ้าของโรงพยาบาลั์ใหญ่แต่กลับมาเสนอตัวให้ผู้ชายแบบไร้ค่า ดูไม่มีศักดิ์ศรีและแย่กว่าผู้หญิงขายบริการทั่วไปคนพวกนั้นขายร่างกายเพื่อได้เงิน ส่วนผู้หญิงคนนี้นำตัวเองใส่พานเพื่อจับตัวเองล้างน้ำล้างข่าวคาวในอดีตอย่าคิดว่าเขาไม่รู้นะว่าเธอหนีไปต่างประเทศทำไม
“ผมไม่ใช่เกย์” รัชยุทธ์ตวาดเสียงดัง ก่อนจะสำนึกได้ว่าตนเองอยู่ต่อหน้าสาธารณชน ดวงตาหวานกวาดมองหลายๆคนที่เริ่มให้ความสนใจให้ตายสิ สาบานได้ว่าเกิดมาเขายังไม่เคยคิดฆ่าใครมาก่อนเลยคนถูกกล่าวหาคิดอย่างเข่นเขี้ยว ยายตัวแสบ พอผู้ชายไม่เล่นตัวก็กล่าวหาว่าเป็พวกรักร่วมเพศอย่างนั้น นิสัยไม่ดี แพ้แล้วพาล
“จุ๊ๆพริ้นท์ยังไม่ได้บอกเลยนะคะ ว่าคุณหมอเป็เกย์ อย่าร้อนตัวสิคะ” แม่สาวแสบไม่วายเย้าให้คู่อริหัวร้อนเล่น
“คุณนี่มัน…” คนถูกยั่วโทสะกำมือแน่น เพราะไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าเธออีกแล้วด่าไปก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง
“อุ๊ย!พริ้นท์ต้องไปแล้วค่ะ แล้วเจอกันใหม่” แพรววนิดโน้มคอรัชยุทธ์ลงมาก่อนจะจรดริมฝีปากลงบนแก้มเนียนละเอียดยิ่งกว่าผู้หญิงท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนโดยเฉพาะคนที่ถูกลวนลาม
“นี่คุณ…” ศัลยแพทย์หน้าหวานรีบดันร่างแม่ตัวดีออก ก่อนมองอีกฝ่ายอย่างรังเกียจ
‘ยายผู้หญิงไร้ยางอาย’
“รักนะคะคุณหมอที่รัก”ไม่วายส่งจูบลาให้คู่อริอีกรอบ ก่อนดวงตากลมโตจะกวาดมองผู้คนที่มองมาอย่างตำหนิแม่สาวแสบทำเพียงแค่ยักไหล่และเชิดหน้าเดินตรงไปที่ลิฟต์อย่างไม่ใส่ใจ
ด้านรัชยุทธ์ก็รีบเดินไปที่ห้องพักก่อนหาแอลกอฮอล์มาล้างคราบจากคนไร้ยางอาย พลางนึกคิดว่าวันนี้มันวันซวยอะไรกันทำไมเขามาเจอยายป้าหน้าลิเกจองเวรจองกรรมด้วย หรือว่าชาติที่แล้วจะทำกรรมร่วมกันมาสงสัยว่าต้องไปเข้าวัดกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ จะได้ไม่ต้องมาพบเจอกันอีก
ทันทีที่รถของปฐวีจอดที่บริเวณหน้าประตูบ้าน ผู้อำนวยการใหญ่ก็รีบลงจากรถเพื่อไปจัดการลูกสาวที่ก่อเื่งามหน้าไว้ที่โรงพยาบาล
“นิ่มไปตามยายหนูมาพบฉันที่ห้อง” เสียงทรงอำนาจบอกคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวอรณีขานรับและรีบเดินไปที่ห้องของแพรววนิด
ชายวัยกลางคนไขกุญแจเข้าไปในห้องทำงานก่อนเสียบกาน้ำร้อนและหยิบถุงชามาเตรียมไว้ในถ้วยดูท่าวันนี้คงต้องคุยกับเ้าตัวแสบยาว
ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นปฐวีะโบอกให้คนที่รออยู่ข้างนอกเข้ามาได้ ก่อนที่ร่างเล็กๆจะเดินนวยนาดเข้ามาอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“คุณพ่อมีอะไรจะคุยกับพริ้นท์เหรอคะ”แพรววนิดตีหน้ามึนทำตาใส ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเป็เื่ใดเ้าของร่างเล็กหย่อนสะโพกลงกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับบิดาด้วยท่านั่งสบายๆไม่สนใจกับสายตาขุ่นที่มองมาอย่างไม่พอใจ
“ยายหนู ทำไมถึงกล้าทำเื่น่าเกลียดแบบนั้นที่โรงพยาบาลรู้ไหมมันไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงจะกระทำต่อผู้ชายใครต่อใครเขาก็ว่าเราเป็ผู้หญิงไร้ยางอายที่ไล่ตามผู้ชายแถมยังหอมแก้มคุณหมอพีทต่อหน้าคนอื่นอีก พ่อไม่เคยสอนให้หนูทำตัวแบบนี้นะ” ปฐวีต่อว่าลูกสาวด้วยความโมโห แต่คนถูกดุกลับลอยหน้าลอยตาไม่ได้รู้สึกผิดสักนิด
“คุณพ่อจะคิดมากทำไมล่ะคะมากกว่านี้คุณพ่อก็ยังเคยทำมาแล้ว ต่อหน้าแม่และหนู จำได้ไหมคะ” นอกจากแพรววนิดจะไม่ตอบคำถามกลับยอกย้อนด้วยน้ำเสียงดุจเดียวกันดวงตากลมโตมองบิดาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ สิ่งที่เธอทำวันนี้ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งที่บิดทำไว้กับมารดาเลย
“พ่อ…” คนมีชนักปักหลังถึงกับพูดไม่ออกเพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ภรรยาและลูกๆเห็นในอดีตมันดูคล้ายว่าเป็เื่จริงแต่จะแก้ตัวไป เ้าตัวแสบก็คงไม่เชื่ออยู่ดี เขาจึงเลือกที่จะเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นว่า
“เอาเป็ว่าพ่อขอสั่งไม่ให้เราไปยุ่งกับหมอพีทอีก”ปฐวีบอกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดเพราะนึกกังวลกับเื่เมื่อตอนเย็นที่เขาเรียกรัชยุทธ์มาคุยหลังเลิกงาน
‘ผมต้องขอโทษแทนยายหนูด้วยนะแกถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ ยังไงผมจะตักเตือนไม่ให้เธอมาวุ่นวายกับคุณ’ ปฐวีเรียกรัชยุทธ์เข้าพบอีกครั้ง เมื่อมีคนมารายงานว่าลูกสาวไปก่อเื่ไว้อย่างไรบ้างเขาคิดอย่างเหนื่อยใจ ให้ตายสิ กลับมาไม่ถึงสัปดาห์ เ้าตัวแสบก็เริ่มก่อเื่อีกแล้ว
‘ได้ครับท่านแต่ถ้าเธอยังมาระรานผมอีก คราวหน้าคงจะไม่ใจดียอมปล่อยไปง่ายๆแต่จะสั่งสอนเธอด้วยตัวเอง ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าคนอย่างผมทำอะไรได้บ้าง’ รัชยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยความดุดัน สายตาของเขาจดจ้องเ้านายอย่างไม่กะพริบตาทำเอาคนฟังถึงกับพูดไม่ออก ทั้งยังรู้สึกร้อนๆหนาวๆแทนลูกสาวอีกด้วยนี่จึงเป็เหตุผลว่าทำไมเขาจึงต้องเรียกเ้าตัวแสบมาพบเป็การด่วน
ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจและมีอิทธิพลแค่ไหนทำไมจะไม่รู้ก็เขารู้จักบิดาของรัชยุทธ์เป็อย่างดี ถึงแม้ครอบครัวนี้จะไม่ได้เอาอำนาจมาใช้ในทางที่ผิดเลยสักครั้งแต่ถ้าพวกเขาเลือกที่จะทำจริงๆการทำให้ชื่อของแพรววนิดหายสาบสูญไปจากโลกนี้เป็เื่ง่ายมาก และแน่นอนว่าถึงเขาจะเป็บุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็ที่รู้จักของสังคมก็ไม่ได้มีอิทธิพลมากพอจะไปงัดข้อกับครอบครัวของรัชยุทธ์
“ยิ่งคุณพ่อห้ามมากเท่าไหร่พริ้นท์ก็จะแกล้งเขาให้หนักขึ้นเท่านั้น” แน่นอนว่าอะไรที่ทำให้บิดาหัวเสียได้แพรววนิดก็พร้อมที่จะทำ แม้ตอนแรกตั้งใจว่าจะแกล้งคุณหมอปากปลาร้าแค่เล่นๆก็ตามแต่พอเห็นพ่อบังเกิดเกล้าดูจะทุกข์ร้อนเมื่อเธอไปวุ่นวายกับผู้ชายคนนั้นเธอก็คงจะเอาเขามาเป็เครื่องมือในการแกล้งบิดา เพราะท่านต้องชดใช้ในสิ่งที่ก่อไว้
“ยายหนู ทำไมดื้อแบบนี้นะ”ปฐวีตวาดลั่นก่อนใช้ฝ่ามือฟาดลงกับโต๊ะอย่างแรง
“ขอตัวไปนอนก่อนนะคะง้วงง่วง” แม่สาวแสบแสร้งหาวยกมือปิดปากเพราะ้าจบบทสนทนา เธอยกมือไหว้บิดาและเดินออกจากห้องไป โดยไม่สนใจต่อเสียงเรียกจากด้านหลัง
ปฐวีมองนาฬิกาบนโต๊ะก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอา เมื่อพบว่าเพิ่งจะหนึ่งทุ่มเท่านั้น
“คงจะง่วงมากสินะ แสบจริงๆยายหนูเฮ้อ…” ชายวัยกลางคนถอนหายใจอย่างหนักหน่วงเพราะไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหายังไงดี คาดเดาไม่ได้ว่าเธอจะทำอะไรต่อไปก็เ้าตัวแสบนิสัยเหมือนใครซะที่ไหนล่ะในเมื่อขอร้องลูกสาวไม่ได้ผลก็คงต้องขอร้องคู่กรณีไม่ให้ถือสาเ้าตัวแสบก็แล้วกัน
ปฐวีรีบโทรหากับรัชยุทธ์ทันที แม้ว่าอีกฝ่ายจะแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะอดทนกับแพรววนิดเท่าที่เขารับไหวและจะพยายามไม่ถือสากับพฤติกรรมน่าระอา แต่หากวันใดที่ทนไม่ไหวขึ้นมาแน่นอนว่าการทำให้เ้าหล่อนหายตัวไปมันง่ายเกินไป เขามีวิธีที่ดีกว่านั้นรับรองว่าเธอจะจำจนลืมไม่ลง และไม่กล้ามาระรานกันอีก
แน่นอนว่าบทสนทนาที่เพิ่งจบไปเมื่อสักครู่ทำให้ผู้อำนวยการใหญ่ต้องกุมขมับอีกครั้งเห็นทีวันหยุดนี้เขาต้องไปทำบุญสวดมนต์อ้อนวอนให้รัชยุทธ์เมตตาลูกสาวเขาที…