หวัดดีครับ ผมชื่อ กาย อายุ 30 ปี จะมาขอเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับตัวเองก็แล้วกันนะ ซึ่งจะว่าไปผมก็ งง ตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะแต่แรกเริ่มเดิมที ดวงเื่ผู้หญิงนั้นผมไม่ค่อยมีเสียเท่าไร... จริงแล้วมันก็มีบ้างไม่ได้ขาดแคลนอะไรหรอกก็มีๆ เลิกๆ ซึ่งที่เลิกกันส่วนใหญ่มาจากนิสัยของผมเองที่ไม่ค่อยเอาใจหญิงเสียเท่าไร...
หลังจากเลิกกับสาวคนสุดท้าย ชีวิตผมก็ห่างจากสาวๆ มาร่วม 2-3 ปี หรือ พูดอีกอย่าง คือหลังเลิกกับคนสุดท้ายชีวิตผมก็โสดยาวจนถึงตอนนี้ ใช่ ใช้ชีวิตโสดจนเกือบจะชินชาราวกับว่าอยู่แบบนี้ไปจนตายก็ยังได้ แต่แล้วปีนี้ ปีที่ผมอายุครบ 30 เนี่ยแหละ ชีวิตของผมกลับมามีสาวๆ เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง และที่สำคัญผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตผมนั้นก็ล้วนแล้วแต่ มีสถานะเบื้องต้น เป็” เพื่อน” หรือ คนรู้จัก ของผมทั้งสิ้น...จนเพื่อนบางคนที่สนิทที่รู้เื่ของผมนั้นก็ได้ขนานนามยกให้ผม เป็คนเอาเพื่อนเอาฝูงไปเสียแล้ว....
โดยที่เื่ราวการเอาเพื่อนเอาฝูงของผมนั้นก็เริ่มต้นจากคืนนั้น คืนที่ไปงานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนสมัยมัธยม..ซึ่งปกติแล้วผมก็ไม่ค่อยชอบไปงานเลี้ยงรุ่นเสียเท่าไร เพราะนิสัยของผมปกตินั้นรักสันโดษ ไม่ค่อยเอาใคร และอีกอย่างความรู้สึกที่พบเจอเพื่อนนั้นมันก็ไม่เหมือนสมัยเด็กแล้ว เคยเจอแบบที่ชอบพูดทับถม ไม่ก็กลับมาคบหาเพราะหาผลประโยชน์ มันไม่ใช่เป็การคบหาเหมือนสมัยก่อน เหมือนในสมัยเด็ก ซึ่งมันก็ทำให้ผมไม่ค่อยชอบเสียเท่าไร อีกนัยหนึ่งมันเสียความรู้สึกแหละที่เพื่อนที่เรารู้จักกลายเป็คนประเภทแบบนั้น...
แต่สำหรับงานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนสมัยมัธยมนั้นเป็ข้อยกเว้น ไม่ใช่ว่าเพื่อนกลุ่มนี้แตกต่างจากพวกข้างต้นที่ผมว่ามาหรอก คือมันมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้น ไม่สิ หรือ ถ้าพูดง่ายๆ คือ มาเพราะผู้หญิงต่างหาก ใช่...ถ้าพูดโดยสรุปผมมาเพราะ้าเจอผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น...
และผู้หญิงคนที่ว่า เธอชื่อ ‘ตาล’ เป็สาวสวยคนหนึ่งของห้อง ซึ่งตอนสมัยเรียนเธอจัดเป็คนที่สวยพอควร..ตอนนั้นว่าสวยแล้ว ตอนนี้ขอบอกเลยว่า ‘โคตรสวย’ เลยครับ..ผิวขาว ผมดำยาวรูปร่างดีราวกับนางแบบ.และที่สำคัญที่สุดของเื่ เธอเป็ รักแรก หรือ คนที่ผมเคยแอบชอบด้วย...
แต่ถ้าเพื่อนๆ คิดว่าผมมาเพราะ้าพูดคุยกับเธอละก็คิดผิด หรือ คาดหวังกับผมสูงไปแล้วละครับ...ไอ้ผมก็แค่เฝ้ามองจากที่นั่งห่างๆ เท่านั้น...ใช่ แค่เฝ้ามองก็รู้สึกดีแล้ว และถ้าถามว่าทำไมไม่เข้าไปคุย หรือ จีบเธอ เพราะตอนนี้ผมไม่ใช่เด็กๆ อีกแล้ว อายุก็ตั้ง 30 มีงานมีการทำแล้ว...คำตอบคือ ก็อยาก แต่ทุกอย่างก็หยุดลง เมื่อรู้ว่า เธอมีแฟนอยู่แล้วนะครับ..
ใช่...เธอมีแฟน แฟนที่คบหาดูใจมาราวๆ 4 ปีได้..ซึ่งผมก็เคยได้ยินมาว่าแฟนของตาลนั้น นิสัยไม่ดีมากๆ (ไม่ดียังไงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน)
แต่พอได้ยินว่าเธอมีแฟนแล้ว ความตั้งใจที่ตอนแรกจะพุ่งเข้าหา เข้าจีบนั้นจึงถูกยับยั้งไว้เหลือเพียงแค่การเฝ้ามองดูเธอเหมือนดั่งสมัยก่อน โดยที่งานเลี้ยงรุ่นเพื่อนสมัยมัธยมนี้ก็จัดมา 3 ครั้งแล้ว ซึ่งผมก็ไปทุกครั้งไปมองเธอ ทั้งๆ เกือบจะไม่ได้คุบยอะไรกับเธอเลย คือได้คุยกับเธอน้อยมาก แทบจะนับประโยคไดเลย 3 ครั้ง พูดคุยกับเธอได้ไม่ถึง 10 ประโยคด้วยมั้ง..
และในคืนนั้นที่เป็งานเลี้ยงรุ่นที่จัดเป็ครั้งที่ 4 ซึ่งจำนวนเพื่อนที่มานั้นก็น้อยลงเรื่อยๆ จากที่ทีแรกมากันครบเต็มห้องปัจจุบันหรือตอนนี้ก็มาเพียง 10 กว่าคนเท่านั้น แน่นอนว่า ในนั้นก็มีผมและตาลด้วย ซึ่งในคืนนั้นผมก็สังเกตถึงความผิดปกติบางอย่างได้จากตัวของตาล สีหน้าของเธอที่เคยสดใสยิ้มแย้มนั้น กลับเศร้าหมองมากๆ ราวกับมีเื่อะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอ...
แน่นอนว่ามันทำให้ผมเจ็บและรู้สึกเป็ห่วง แต่ผมก็ไม่มีโอกาสได้ถามเธอเลย เพราะดันนั่งซะไกลและแถมก็มีเพื่อนผู้หญิงคนอื่นก็คอยดูแลเธออยู่เช่นกัน สรุปคือ ก็มีบางคนที่รู้ถึงความผิดปกตินั้นเหมือนกันนั้นแหละ ส่วนสาเหตุของการเศร้าสร้อยนั้นผมมาได้ยินเอาตอนที่ไปเข้าห้องน้ำ และได้ยินพวกเพื่อนผู้หญิงที่เข้ามาห้องน้ำเหมือนกัน พูดกัน...
“สงสารยัยตาลเนอะ ขนาดคบกันมาตั้งหลายปีแท้ๆ ยังเลิกได้หน้าตาเฉย ทั้งที่มันก็ออกตามใจแฟนขนาดนั้นแล้วแท้ๆ ..”
“ก็ชั้นถึงบอกไงว่า เื่พวกนี้ไม่ได้อยู่กับระยะเวลา แต่มันอยู่กับสันดานผู้ชายต่างหาก ต่อให้คบกันนานแค่ไหนแต่ถ้าสันดานมันเหี้ย ก็เลิกได้ทั้งนั้นแหละ..”
ใช่...นั้นก็ทำให้ผมเริ่มรู้ถึง สาเหตุคราวๆ ว่าทำไม หน้าตาของตาล ในค่ำคืนนี้ ถึงได้เศร้าสร้อยแบบนั้น ซึ่งมันทำให้ผมทั้งเจ็บทั้งเศร้าแทน อยากเจอหน้าผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน อยากถามว่า ตาลไม่ดียังไงถึงได้ทำกับเธอแบบนี้กันนะ....
ผมทั้งเจ็บทั้งช้ำ จนเผลอ ดื่มทานไปหนักราวกับระบายความคับแค้นนั้นแทนเธอ...และนั้นก็เป็ผลทำให้ผมจำอะไรไม่ค่อยได้เลย มารู้สึกตัวอีกที...ก็ตอนที่พวกเพื่อนๆ ผมปลุกเพื่อเอ่ยถามนั้นแหละ…
“เฮ้ย กาย มึงจะไปไหนต่อกับพวกกูรึเปล่า? ...” เพื่อนชายคนหนึ่งของผมเอ่ยถาม ซึ่งผมก็มึนๆ งง ก่อนจะตอบไปตามตรง
“อืมมมม ไม่ไป..” คำตอบของผมก็ทำให้เพื่อนชายเพื่อนสาวผมต่างยิ้มและเอ่ยกล่าวต่อ...
“ดีเลย งั้นฝากช่วยพา ยัยตาลไปส่งบ้านทีนะ เราไว้ใจนายเพียงคนเดียวนะ...” เพื่อนผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเพื่อนผู้ชายนั้นเอ่ย ซึ่งถ้อยคำนั้นก็ทำให้ผมรู้สึก งงๆ ก่อนที่จะต้องตาสว่างสุดๆ เพราะหันไปด้านข้างที่เป็อีกฝั่งที่เพื่อนๆ ยืนนั้น ผมก็พบว่า ตาล กำลังนอนพิงซบที่ไหล่ของผมอยู่....
“ฝากด้วยละ...พาไปส่งให้ถึงบ้านเลยนะ..” เพื่อนสาวคนเดิมเอ่ยย้ำ ก่อนที่เพื่อนๆ ของผมจะพากันไปต่อ ซึ่งกว่าผมจะได้สติอีกทีพวกมันก็ไปกันแล้ว จนไม่มีโอกาสถามเื่ที่สำคัญที่สุดออกไป เื่สำคัญที่ว่าคือ ‘บ้านของตาลอยู่ไหน?’
ใช่...ผมไม่รู้จริงๆ ว่าบ้านของเธออยู่ไหน...
ผมที่หันไปมองเธอที่ซบอยู่ที่ไหล่ ซึ่งกำลังหลับใหล เป็ผลมาจากการดื่มทานนั้น ผมที่มองก็มองด้วยแววตาที่รู้สึกสงสารเธอ ใช่เพราะได้ยินเื่ราวคราวๆ นั้นก็พอเข้าใจ ว่าทำไม เธอถึงได้ดื่มทานมากมายจนเมาพับไปแบบนี้....
“เฮ้อ....เอาละ...” ผมที่เอ่ยขึ้นหลังจากจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพาเธอไปที่รถ และก็พยายามที่จะปลุกเธอเพื่อให้เธอบอกเส้นทางไปบ้างทั้ง เขย่า ทั้งเอาผ้าเย็นลูบ แต่ก็ไม่มีผลเลย จริงๆ เธอก็มีปฎิกิริยานะ แต่ มันไม่ได้อยู่ในระดับที่ผมคาดหวังเอาไว้เลย มากสุดก็เหมือนๆ จะตื่นแต่ก็หลับต่ออีก...