และแล้วในที่สุดก็ได้มาถึงวันกีฬาสี หลังจากที่ตูนและจอร์จได้มีการทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกันในวันนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นจอร์จอีกเลย จนมารู้ทีหลังว่าเขาเก็บตัวซุ่มซ้อมอย่างหนักหน่วงอยู่ที่ยิมส่วนตัวของเขา ส่วนทางด้านของตูนและเพื่อน ๆ ก็ได้มาปรึกษาหารือกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
“ให้ตายสิ ถ้ามันเป็นแบบนี้ไปแล้วก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ” หินบ่นออกมาพลางกอดอกด้วยท่าทางเคร่งเครียด
“ใครจะคิดล่ะว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ เจ้าจอร์จเอ้ย~”
เคที่ไม่ได้ออกความคิดเห็นเหมือนเพื่อน ๆ ก็ได้กวาดสายตามองไปที่ตูนที่กำนั่งหงอยอยู่ตรงมุมห้อง
“นี่ตูน นายต้องตัดสินใจแล้วนะว่าจะเอายังไง แล้วไปนั่งทำไมที่มุมห้อง เก้าอี้ก็มี”
“...ฉันไม่อยาก ทำอะไรแล้วล่ะ...”
ร่างเล็กเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยจนทำให้เพื่อน ๆ ของเขาต่างพากันเงียบไปตาม ๆ กัน และขณะนั้นเอง จู่ ๆ เคก็ได้ลุกขึ้นมาและเดินตรงเข้าไปหาเขาที่นั่งอยู่มุมห้อง เคใช้มือขวาจับไปที่คอเสื้อด้านหลังของตูนและหิ้วเขาจนตัวลอยขึ้นมานั่งตรงด้วยกันตรงกลางห้องเหมือนกับลูกแมว
“นี่ตูน ฟังนะ ฉันรู้นะว่าตอนนี้นายรู้สึกยังไง แต่ว่าเรามาไกลเกินกว่าที่จะถอยกลับไปแล้ว ถ้านายไม่ทำทุกอย่างก็จะพังหมดและไม่มีโอกาสสำเร็จ แต่ถ้านายทำ ทุกอย่างก็อาจจะพังหมดเหมือนกัน แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีโอกาสำเร็จที่กว่าไม่มีเลย จะหยุดหรือไปต่อก็มีโอกาสพังเท่ากัน แต่แค่แตกต่างกันที่ถ้าไปต่อเราก็จะมีโอกาสทำสำเร็จถึงแม้มันจะน้อยนิดกว่าตาม แต่ก็ดีกว่าไม่มีโอกาสเลย นายจะเลือกทางไหนล่ะ...”
เคพูดเตือนสติออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูหนักแน่นและชวนปลุกกำลังใจ ทำให้ตูนที่กำลังเหมือนคนอดอะไรตายดูค่อย ๆ เริ่มมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง ไบรท์และหินที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็พากันอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าตูนกลับมาเป็นปกติแล้ว
“ก็ได้ ฉันจะจัดการเรื่องที่เราค้างคาไว้ให้เสร็จ คอยดูได้เลย!”
หลังจากวันนั้น ถ้าไม่มีภารกิจอะไรที่ต้องไปทำ ตูนก็มักจะไปฝึกสายตาและฝึกความเร็วในการตอบสนองอยู่เป็นประจำ เพราะเขารู้ว่าถ้าไม่พัฒนาตัวเองล่ะก็ ชาตินี้คงมองตามหมัดของจอร์จไม่ทันแน่ แต่ทว่าตูนก็ไม่ได้เอาแต่ฝึกเพียงอย่างเดียว เขายังลงแข่งกีฬาและแข่งทักษะต่าง ๆ ที่ตนเองรู้สึกสนใจอีกด้วย อาทิเช่น แข่งทำอาหารของชมรมคหกรรม
“เฮ้ย! พวกเรา! ไอ่เจ้าตัวเล็กนั่นมันทำอาหารเป็นด้วยว่ะ! ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย!”
“เออใช่ ๆ วัน ๆ แห่งมันเอาแต่วิ่งเล่นไปทั่วโรงเรียน ไม่คิดว่าจะทำอาหารเป็นด้วย! แล้วมันเอาผ้าไปคาดหัวทำไมวะน่ะ!?”
แท้จริงแล้วการทำแบบนั้นคือการฝึกอีกอย่างหนึ่งในแบบของเขา ควันมากมายที่ลอยฟุ้งขึ้นมาจากในกระทะได้มาบังหน้าบังตาของเขาจนมิดแต่ทว่าเขากลับไม่ยืนทำอาหารอยู่อย่างงั้นไม่คิดจะหลบไปไหน
ไม่หลบ! ไม่หลบ! เราต้องอดทน ห้ามวอกแวก ฝึกใช้สายตา เพื่อที่จะมองเห็นหมัดของเจ้าหมอนั่นได้ทัน!
เขาก็คงมีวิธีฝึกในแบบของเขาแหละนะ และไม่นานจากนั้นตูนก็ได้ทำอาหารเสร็จทันเวลา เขาดึงผ้าคาดหัวออกพร้อมกับฉีกยิ้มออกมา
“ฮ่า ๆ เสร็จแล้ว ข้าวผัดสูตรสเปเชียลของฉัน ไม่ได้มากมายอะไรเลย!” (ยูคิฮิระ โซมะ : ยอดนักปรุงโซมะ)
ถึงแม้หน้าตาของมันจะเป็นเพียงข้าวผัดธรรมดา แต่ทว่าทันทีที่กรรมการทานเข้าไปความอร่อยของมันก็ได้ระเบิดพรั่งพรูออกมาทั่วทั้งปากจนเก็บอาการกันไว้แทบไม่อยู่ แต่เสื้อผ้าไม่ขาดเหมือนในอนิเมะนะ แต่ทว่าตูนก็ได้แพ้ไปอย่างน่าเสียดายเพราะทำอาหารไม่ตรงตามที่โจทย์กำหนด ถึงแม้ว่ามันจะอร่อยมากก็เถอะ เขาให้แข่งกันทำข้าวหน้าปลาไหล แต่เขาดันได้ยินผิดเป็นข้าวผัด มันฟังยังไงของมันวะน่ะ ข้าวหน้าปลาไหลกับข้าวผัดมันไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยสักนิด
“แฮะ ๆ ฟังผิดไปหน่อยน่ะ…”
ไม่หน่อยแล้วล่ะฉีกออกไปซะขนาดนี้…
ต่อมาก็ตูนก็ได้ไปแข่งจักรยานเพื่อฝึกพลังขา
“เข้าที่... ระวัง... ไป!!”
“เฟรมไคเซอร์! ร้อนแรงและดุดันให้เหมือนใจของฉันเลย! อินดาเทน โก!!” (ยามาโตะ โช : เจ้าหนูนักซิ่งสิงห์ภูเขา idaten jump)
มัวแต่พูดอยู่นั่นแหละ เขาไปกันหมดแล้ว...
“อ่าวเห้ย!”
ถึงแม้จะออกตัวช้ากว่าคนอื่นเขา แต่อย่างน้อยตูนก็เข้าเส้นชัยจนติด 1 ใน 10
มาต่อที่ชมรมเทนนิส ตอนนี้ตูนก็กำลังวิ่งตีโต้อยู่กับนักกีฬาเทนนิสมืออาชีพที่เป็นนักเรียนของโรงเรียนนี้ได้อย่างสูสีจนทำให้ผู้ชมต่างตกตะลึงไปทั่วสนาม
“โฮ่... นายนี่เก่งดีนี่ เป็นม้ามืดเหรอ? ไปอยู่ไหนมา ฝีมืออย่างนายเป็นมือโปรได้สบาย นายชื่ออะไร”
“ฮึบ! ฉันชื่อ เอจิเซ็น เรียวมะ ยินดีที่ได้รู้จัก” (เอจิเซ็น เรียวมะ : The Prince of Tennis เจ้าชายลูกสักหลาด)
“ลูกครึ่งญี่ปุ่นงั้นเหรอ... ดี! งั้นก็เข้ามาเล-- อะ-เอ๊ะ...?”
จู่ ๆ ตูนก็ทิ้งไม้เทนนิสละวิ่งออกไปจากสนามซะอย่างงั้นจนถูกตัดสิทธิ์และอีกฝ่ายก็ชนะไป เหตุเป็นเพราะว่าเขารู้สึกเบื่อเทนนิสขึ้นมากระทันหันก็เลยเลิกเล่นซะเลย คิดอยากจะทำอะไรก็ทำไอ่หมอนี่ อินดี้จริง ๆ
“นี่ ฉันต้องสู้กับจอร์จจริง ๆ เหรอ?”
ก็มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่ จะทำไงได้ เคพูดไปขนาดนั้นยังจะลังเลอยู่อีกหรือไง
“เอาตูนเย็นกับตูนร้อนออกมาหน่อยสิ อยากขอคำปรึกษาหน่อย...”
พวกเขาไม่ว่างน่ะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก นายยังมีนักอ่านคอยให้กำลังใจอยู่นะ นายไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้วสักหน่อย
“งั้นเหรอ... ขอบคุณทุกคอมเมนต์ทุกกำลังใจมากนะครับ...”
“แม่ครับ พี่คนนั้นเขาพูดคนเดียว!”
“มะ-ไม่ต้องไปยุ่งกับพี่เขาหรอกลูก พี่เขาคงจะทบทวนบทเรียนอยู่น่ะ-- แฮะ ๆ ขอด้วยโทษนะคะ...”
อย่าลืมสิว่าพวกเขาไม่รู้ตัวเองว่าเป็นตัวละครในนิยายเหมือนกับนายนะ
“โอเค…”
และเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปไวเหมือนโกหกจนมาถึงวันสุดท้ายของกีฬาสี วันที่จะตัดสินชะตาชีวิตของ 2 เพื่อนรักที่พักหลังมานี้ไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่
ปกติแล้วพิธีการสุดท้ายก่อนจะเป็นพิธีปิดงาน จะเป็นการรำมวยอันสวยงามแข็งแกร่งและดุดันของชมรมมวยไทยให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ชมกัน แต่ทว่าในปีนี้กลับพิเศษออกไป จะมีการขึ้นชกมวยสากลของแมตซ์สุดพิเศษเป็นการปิดท้ายแทนการรำมวยไทย ซึ่งทั้ง 2 คนที่จะมาชกกันภายในเย็นวันนี้ได้ข่าวว่าเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ไม่รู้ว่าไปทะเลาะโกรธแค้นอะไรกันมา แต่ดูเหมือนว่าฝั่งน้ำเงิน (ฝั่งของจอร์จ) จะฟิตร่างกายซุ่มซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อวันนี้โดยเฉพาะ
และตอนนี้ทั้ง 2 คนก็ได้มายืนอยู่บนเวทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของจอร์จที่เคยร่าเริงอยู่ตลอดเวลาได้ถูกความอาฆาตแค้นเคืองเข้ามาแทนที่
“นายอย่าลืมสัญญาของเราล่ะตูน...”
ตอนนี้สีหน้าและแววตาของตูนไม่มีความลังเลออกมาให้เห็นอีกแล้ว แววตาของเขาฉายออกมาด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมตั้งใจจะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้
กติกาเป็นแบบพิเศษ จะไม่มีการยุติการแข่งขันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะโดนน็อคหรือเหนื่อยจนชกไม่ไหว ซึ่งคนที่เป็นคนตั้งกฏกติกาในการชกครั้งนี้ก็คือจอร์จนั่นเอง
เป้ง! เป้ง! เป้ง!
ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น ทั้งสองฝ่ายก็ได้เดินเข้ามาเผชิญหน้ากันตรงกลางเวที ผู้ชมมากมายต่างส่งเสียงเชียร์ดังลงมาจากข้างสนาม ซึ่งเพื่อน ๆ ของทั้ง 2 คนก็ได้มายืนดูการชกครั้งนี้ด้วย
ทว่าทันใดนั้นเอง
ตึง!
ผู้ชมทั้งหมดต่างก็เงียบเสียงลงไปทันทีเมื่อจู่ ๆ ตูนก็ได้ล้มลงไปบนพื้นทั้งที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
อึ่ก! เอาอีกแล้ว มองไม่เห็นอีกแล้ว เร็วกว่าเมื่อตอนนั้นอีก แถมยังหนักกว่าอีกด้วย…
เดี๋ยวผมจะอธิบายเป็นภาพสโลให้ฟัง จอร์จได้ปล่อยหมัดฮุคขวาเข้าไปที่ปลายคางของตูนเข้าอย่างรวดเร็วจนมองคนอื่น ๆ มองตามกันไม่ทัน กว่ากรรมการจะรู้ตัวก็ผ่านไปหลายนาทีและเริ่มอธิบายเกตุการณที่เกิดขึ้นให้ผู้ชมฟัง
“ไม่น่าเชื่อครับ ฮุคขวาที่เร็วรวดเร็วจนมองเกือบไม่ทันของฝ่ายน้ำเงิน ทำให้ฝ่ายแดงล้มลงไปกับพื้นเลยครับ!”
“เฮ้!!!!”
เค ไบรท์และหินที่ยืนชมดูข้าง ๆ เวทีก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจแล้วว่าตูนจะสามารถเอาชนะจอร์จได้หรือเปล่า
“ไอ่เจ้าจอร์จมันเอาจริงเอาจังด้วยล่ะสิเนี่ย อย่ายอมแพ้นะเจ้าตัวเล็ก~”
“อย่าแพ้เขานะอาจารย์!!!”
เคที่เงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้ก็เริ่มวิเคราะห์สถาณการณ์ตรงหน้า
“ไอ่เจ้าจอร์จน่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อน รองลงมาจากไอ่เจ้าสิงห์แล้วไอ่หมอนี่แหละที่เป็นตัวอันตรายที่สุด ถ้าเป็นฉันเมื่อก่อนสู้กับเจ้านี่ล่ะก็ ไม่มีโอกาสที่จะชนะมันได้เลย แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่แพ้แน่นอน”
“ฉันด้วย”
“ฉันด้วย”
สรุปจะอวยหรือจะขิง เริ่มไปไม่กี่วิก็ลงไปไปนั่งบนเวทีซะแล้ว หมัดช่างเร็วอะไรอย่างนี้ ช่วยเป็นกำลังใจให้ตูนด้วยนะครับ โปรดติดตามตอนต่อไป