ผมไม่ได้เบียว แค่เป็นหนึ่งเดียวกับอนิเมะ (อ่านฟรีตลอดชีพ)

    ตอนที่ 36 : เป้ง! เป้ง! เป้ง!

            และแล้วในที่สุดก็ได้มาถึงวันกีฬาสี หลังจากที่ตูนและจอร์จได้มีการทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกันในวันนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นจอร์จอีกเลย จนมารู้ทีหลังว่าเขาเก็บตัวซุ่มซ้อมอย่างหนักหน่วงอยู่ที่ยิมส่วนตัวของเขา ส่วนทางด้านของตูนและเพื่อน ๆ ก็ได้มาปรึกษาหารือกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น 

             

            “ให้ตายสิ ถ้ามันเป็นแบบนี้ไปแล้วก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ” หินบ่นออกมาพลางกอดอกด้วยท่าทางเคร่งเครียด 

             

            “ใครจะคิดล่ะว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ เจ้าจอร์จเอ้ย~” 

             

            เคที่ไม่ได้ออกความคิดเห็นเหมือนเพื่อน ๆ ก็ได้กวาดสายตามองไปที่ตูนที่กำนั่งหงอยอยู่ตรงมุมห้อง 

             

            “นี่ตูน นายต้องตัดสินใจแล้วนะว่าจะเอายังไง แล้วไปนั่งทำไมที่มุมห้อง เก้าอี้ก็มี” 

             

            “...ฉันไม่อยาก ทำอะไรแล้วล่ะ...” 

             

            ร่างเล็กเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยจนทำให้เพื่อน ๆ ของเขาต่างพากันเงียบไปตาม ๆ กัน และขณะนั้นเอง จู่ ๆ เคก็ได้ลุกขึ้นมาและเดินตรงเข้าไปหาเขาที่นั่งอยู่มุมห้อง เคใช้มือขวาจับไปที่คอเสื้อด้านหลังของตูนและหิ้วเขาจนตัวลอยขึ้นมานั่งตรงด้วยกันตรงกลางห้องเหมือนกับลูกแมว 

             

            “นี่ตูน ฟังนะ ฉันรู้นะว่าตอนนี้นายรู้สึกยังไง แต่ว่าเรามาไกลเกินกว่าที่จะถอยกลับไปแล้ว ถ้านายไม่ทำทุกอย่างก็จะพังหมดและไม่มีโอกาสสำเร็จ แต่ถ้านายทำ ทุกอย่างก็อาจจะพังหมดเหมือนกัน แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีโอกาสำเร็จที่กว่าไม่มีเลย จะหยุดหรือไปต่อก็มีโอกาสพังเท่ากัน แต่แค่แตกต่างกันที่ถ้าไปต่อเราก็จะมีโอกาสทำสำเร็จถึงแม้มันจะน้อยนิดกว่าตาม แต่ก็ดีกว่าไม่มีโอกาสเลย นายจะเลือกทางไหนล่ะ...” 

             

            เคพูดเตือนสติออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูหนักแน่นและชวนปลุกกำลังใจ ทำให้ตูนที่กำลังเหมือนคนอดอะไรตายดูค่อย ๆ เริ่มมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง ไบรท์และหินที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็พากันอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าตูนกลับมาเป็นปกติแล้ว 

             

            “ก็ได้ ฉันจะจัดการเรื่องที่เราค้างคาไว้ให้เสร็จ คอยดูได้เลย!” 

             

            หลังจากวันนั้น ถ้าไม่มีภารกิจอะไรที่ต้องไปทำ ตูนก็มักจะไปฝึกสายตาและฝึกความเร็วในการตอบสนองอยู่เป็นประจำ เพราะเขารู้ว่าถ้าไม่พัฒนาตัวเองล่ะก็ ชาตินี้คงมองตามหมัดของจอร์จไม่ทันแน่ แต่ทว่าตูนก็ไม่ได้เอาแต่ฝึกเพียงอย่างเดียว เขายังลงแข่งกีฬาและแข่งทักษะต่าง ๆ ที่ตนเองรู้สึกสนใจอีกด้วย อาทิเช่น แข่งทำอาหารของชมรมคหกรรม 

             

            “เฮ้ย! พวกเรา! ไอ่เจ้าตัวเล็กนั่นมันทำอาหารเป็นด้วยว่ะ! ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย!” 

             

            “เออใช่ ๆ วัน ๆ แห่งมันเอาแต่วิ่งเล่นไปทั่วโรงเรียน ไม่คิดว่าจะทำอาหารเป็นด้วย! แล้วมันเอาผ้าไปคาดหัวทำไมวะน่ะ!?” 

             

            แท้จริงแล้วการทำแบบนั้นคือการฝึกอีกอย่างหนึ่งในแบบของเขา ควันมากมายที่ลอยฟุ้งขึ้นมาจากในกระทะได้มาบังหน้าบังตาของเขาจนมิดแต่ทว่าเขากลับไม่ยืนทำอาหารอยู่อย่างงั้นไม่คิดจะหลบไปไหน

             

            ไม่หลบ! ไม่หลบ! เราต้องอดทน ห้ามวอกแวก ฝึกใช้สายตา เพื่อที่จะมองเห็นหมัดของเจ้าหมอนั่นได้ทัน!

             

            เขาก็คงมีวิธีฝึกในแบบของเขาแหละนะ และไม่นานจากนั้นตูนก็ได้ทำอาหารเสร็จทันเวลา เขาดึงผ้าคาดหัวออกพร้อมกับฉีกยิ้มออกมา 

             

            “ฮ่า ๆ เสร็จแล้ว ข้าวผัดสูตรสเปเชียลของฉัน ไม่ได้มากมายอะไรเลย!” (ยูคิฮิระ โซมะ : ยอดนักปรุงโซมะ) 

             

            ถึงแม้หน้าตาของมันจะเป็นเพียงข้าวผัดธรรมดา แต่ทว่าทันทีที่กรรมการทานเข้าไปความอร่อยของมันก็ได้ระเบิดพรั่งพรูออกมาทั่วทั้งปากจนเก็บอาการกันไว้แทบไม่อยู่ แต่เสื้อผ้าไม่ขาดเหมือนในอนิเมะนะ แต่ทว่าตูนก็ได้แพ้ไปอย่างน่าเสียดายเพราะทำอาหารไม่ตรงตามที่โจทย์กำหนด ถึงแม้ว่ามันจะอร่อยมากก็เถอะ เขาให้แข่งกันทำข้าวหน้าปลาไหล แต่เขาดันได้ยินผิดเป็นข้าวผัด มันฟังยังไงของมันวะน่ะ ข้าวหน้าปลาไหลกับข้าวผัดมันไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยสักนิด

             

            “แฮะ ๆ ฟังผิดไปหน่อยน่ะ…”

             

            ไม่หน่อยแล้วล่ะฉีกออกไปซะขนาดนี้…

             

            ต่อมาก็ตูนก็ได้ไปแข่งจักรยานเพื่อฝึกพลังขา 

             

            “เข้าที่... ระวัง... ไป!!” 

             

            “เฟรมไคเซอร์! ร้อนแรงและดุดันให้เหมือนใจของฉันเลย! อินดาเทน โก!!” (ยามาโตะ โช : เจ้าหนูนักซิ่งสิงห์ภูเขา idaten jump) 

             

            มัวแต่พูดอยู่นั่นแหละ เขาไปกันหมดแล้ว...  

             

            “อ่าวเห้ย!” 

             

            ถึงแม้จะออกตัวช้ากว่าคนอื่นเขา แต่อย่างน้อยตูนก็เข้าเส้นชัยจนติด 1 ใน 10 

             

            มาต่อที่ชมรมเทนนิส ตอนนี้ตูนก็กำลังวิ่งตีโต้อยู่กับนักกีฬาเทนนิสมืออาชีพที่เป็นนักเรียนของโรงเรียนนี้ได้อย่างสูสีจนทำให้ผู้ชมต่างตกตะลึงไปทั่วสนาม 

             

            “โฮ่... นายนี่เก่งดีนี่ เป็นม้ามืดเหรอ? ไปอยู่ไหนมา ฝีมืออย่างนายเป็นมือโปรได้สบาย นายชื่ออะไร” 

             

            “ฮึบ! ฉันชื่อ เอจิเซ็น เรียวมะ ยินดีที่ได้รู้จัก” (เอจิเซ็น เรียวมะ : The Prince of Tennis เจ้าชายลูกสักหลาด) 

             

            “ลูกครึ่งญี่ปุ่นงั้นเหรอ... ดี! งั้นก็เข้ามาเล-- อะ-เอ๊ะ...?” 

             

            จู่ ๆ ตูนก็ทิ้งไม้เทนนิสละวิ่งออกไปจากสนามซะอย่างงั้นจนถูกตัดสิทธิ์และอีกฝ่ายก็ชนะไป เหตุเป็นเพราะว่าเขารู้สึกเบื่อเทนนิสขึ้นมากระทันหันก็เลยเลิกเล่นซะเลย คิดอยากจะทำอะไรก็ทำไอ่หมอนี่ อินดี้จริง ๆ 

             

            “นี่ ฉันต้องสู้กับจอร์จจริง ๆ เหรอ?” 

             

            ก็มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่ จะทำไงได้ เคพูดไปขนาดนั้นยังจะลังเลอยู่อีกหรือไง 

             

            “เอาตูนเย็นกับตูนร้อนออกมาหน่อยสิ อยากขอคำปรึกษาหน่อย...” 

             

            พวกเขาไม่ว่างน่ะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก นายยังมีนักอ่านคอยให้กำลังใจอยู่นะ นายไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้วสักหน่อย 

             

            “งั้นเหรอ... ขอบคุณทุกคอมเมนต์ทุกกำลังใจมากนะครับ...” 

             

            “แม่ครับ พี่คนนั้นเขาพูดคนเดียว!” 

             

            “มะ-ไม่ต้องไปยุ่งกับพี่เขาหรอกลูก พี่เขาคงจะทบทวนบทเรียนอยู่น่ะ-- แฮะ ๆ ขอด้วยโทษนะคะ...” 

             

            อย่าลืมสิว่าพวกเขาไม่รู้ตัวเองว่าเป็นตัวละครในนิยายเหมือนกับนายนะ

             

            “โอเค…”

             

             และเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปไวเหมือนโกหกจนมาถึงวันสุดท้ายของกีฬาสี วันที่จะตัดสินชะตาชีวิตของ 2 เพื่อนรักที่พักหลังมานี้ไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่ 

             

            ปกติแล้วพิธีการสุดท้ายก่อนจะเป็นพิธีปิดงาน จะเป็นการรำมวยอันสวยงามแข็งแกร่งและดุดันของชมรมมวยไทยให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ชมกัน แต่ทว่าในปีนี้กลับพิเศษออกไป จะมีการขึ้นชกมวยสากลของแมตซ์สุดพิเศษเป็นการปิดท้ายแทนการรำมวยไทย ซึ่งทั้ง 2 คนที่จะมาชกกันภายในเย็นวันนี้ได้ข่าวว่าเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ไม่รู้ว่าไปทะเลาะโกรธแค้นอะไรกันมา แต่ดูเหมือนว่าฝั่งน้ำเงิน (ฝั่งของจอร์จ) จะฟิตร่างกายซุ่มซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อวันนี้โดยเฉพาะ 

             

            และตอนนี้ทั้ง 2 คนก็ได้มายืนอยู่บนเวทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของจอร์จที่เคยร่าเริงอยู่ตลอดเวลาได้ถูกความอาฆาตแค้นเคืองเข้ามาแทนที่ 

             

            “นายอย่าลืมสัญญาของเราล่ะตูน...” 

             

            ตอนนี้สีหน้าและแววตาของตูนไม่มีความลังเลออกมาให้เห็นอีกแล้ว แววตาของเขาฉายออกมาด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมตั้งใจจะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้ 

             

            กติกาเป็นแบบพิเศษ จะไม่มีการยุติการแข่งขันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะโดนน็อคหรือเหนื่อยจนชกไม่ไหว ซึ่งคนที่เป็นคนตั้งกฏกติกาในการชกครั้งนี้ก็คือจอร์จนั่นเอง 

             

            เป้ง! เป้ง! เป้ง! 

             

            ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น ทั้งสองฝ่ายก็ได้เดินเข้ามาเผชิญหน้ากันตรงกลางเวที ผู้ชมมากมายต่างส่งเสียงเชียร์ดังลงมาจากข้างสนาม ซึ่งเพื่อน ๆ ของทั้ง 2 คนก็ได้มายืนดูการชกครั้งนี้ด้วย  

             

            ทว่าทันใดนั้นเอง 

             

            ตึง! 

             

            ผู้ชมทั้งหมดต่างก็เงียบเสียงลงไปทันทีเมื่อจู่ ๆ ตูนก็ได้ล้มลงไปบนพื้นทั้งที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย 

             

            อึ่ก! เอาอีกแล้ว มองไม่เห็นอีกแล้ว เร็วกว่าเมื่อตอนนั้นอีก แถมยังหนักกว่าอีกด้วย… 

             

            เดี๋ยวผมจะอธิบายเป็นภาพสโลให้ฟัง จอร์จได้ปล่อยหมัดฮุคขวาเข้าไปที่ปลายคางของตูนเข้าอย่างรวดเร็วจนมองคนอื่น ๆ มองตามกันไม่ทัน กว่ากรรมการจะรู้ตัวก็ผ่านไปหลายนาทีและเริ่มอธิบายเกตุการณที่เกิดขึ้นให้ผู้ชมฟัง 

             

            “ไม่น่าเชื่อครับ ฮุคขวาที่เร็วรวดเร็วจนมองเกือบไม่ทันของฝ่ายน้ำเงิน ทำให้ฝ่ายแดงล้มลงไปกับพื้นเลยครับ!” 

             

            “เฮ้!!!!” 

             

            เค ไบรท์และหินที่ยืนชมดูข้าง ๆ เวทีก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจแล้วว่าตูนจะสามารถเอาชนะจอร์จได้หรือเปล่า 

             

            “ไอ่เจ้าจอร์จมันเอาจริงเอาจังด้วยล่ะสิเนี่ย อย่ายอมแพ้นะเจ้าตัวเล็ก~” 

             

            “อย่าแพ้เขานะอาจารย์!!!” 

             

            เคที่เงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้ก็เริ่มวิเคราะห์สถาณการณ์ตรงหน้า

             

            “ไอ่เจ้าจอร์จน่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อน รองลงมาจากไอ่เจ้าสิงห์แล้วไอ่หมอนี่แหละที่เป็นตัวอันตรายที่สุด ถ้าเป็นฉันเมื่อก่อนสู้กับเจ้านี่ล่ะก็ ไม่มีโอกาสที่จะชนะมันได้เลย แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่แพ้แน่นอน” 

             

            “ฉันด้วย” 

             

            “ฉันด้วย” 

             

             

            สรุปจะอวยหรือจะขิง เริ่มไปไม่กี่วิก็ลงไปไปนั่งบนเวทีซะแล้ว หมัดช่างเร็วอะไรอย่างนี้ ช่วยเป็นกำลังใจให้ตูนด้วยนะครับ โปรดติดตามตอนต่อไป 

    คล้ายกับเรื่องผมไม่ได้เบียว แค่เป็นหนึ่งเดียวกับอนิเมะ (อ่านฟรีตลอดชีพ) ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808