16:00น.
ชั่วโมงเรียนภาคบ่ายจบลง ร่างอันอ่อนล้าเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องเรียน พร้อมด้วยฝูงชนมากมายที่ต่างเบียดเสียดกัน จุดหมายคงเป็ทางออกแห่งสรวง์ที่รอคอยมานาน
หลังจากพ้นตึกคณะออกมา สายตาคู่สวยทอดยาวพานไปสบเข้าแผ่นหลังอันคุ้นเคย ท่าทีเก้กังเอาแต่ยืนเตะฝุ่นใต้ต้นไม้ใหญ่ คล้ายกำลังรอใครบางคนอยู่นานแล้ว
"ขุนเขา?" นับฟ้าสืบเท้าเข้ามาประชิดคนตัวสูง "นายมายืนทำอะไรตรงนี้"
"ก็มารอ.." เ้าของแผ่นหลังกว้างหมุนตัวกลับทันทีที่ได้ยินเสียงของเธอ และขุนเขากำลังจะอ้าปากตอบ ทว่าชายที่เดินเลียบเคียงมาพร้อมนับฟ้าทำให้สายตาคู่คมเกิดกระตุกอย่างนึกสงสัย
"ทำไมมึงอยู่กับนับฟ้า" ผลัดคำตอบเปลี่ยนเป็คำถามส่งไปหาอีกคนแทน พร้อมช้อนสายตาแข็งมองตรงดิ่งไปที่ทีมทันที
"ไปเรียนกับนับฟ้ามา" ทีมตอบอย่างนิ่งเฉย
"มึงเรียนวิชาทางเลือกจบแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วจะมีเรียนกับยัยนี่ได้ไง" คนหัวอุ่นเริ่มจะเปลี่ยนโทนเสียงขึ้นอีกระดับ ยามเอ่ยก็หันสบคนตัวเล็กไปพลาง ประหนึ่งคาดโทษเอาไว้ด้วยสายตา
"อืม กูไม่มีอะไรทำก็เลยไป" คำตอบของทีมเล่นทำหว่างคิ้วขุนเขากระตุกรัวๆ มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ในเมื่อคนเ็าที่เอาแต่เมินเพื่อนตลอด กลับมัวเสียเวลานั่งฟังวิชาเรียนที่ตนผ่านมาแล้ว
ความไม่ชอบมาพากลนำพาให้ปากของคนหัวร้อนเริ่มอยากแพร่งพรายคำมิควร ทว่าสุดท้ายเสียงเล็กของหญิงสาวก็พลันเอ่ยสวนขึ้นมาเสียก่อน
"เลิกถามได้แล้วขุนเขา ทีมก็แค่ไม่อยากกลับบ้าน ก็เลยขอฉันไปนั่งเรียนด้วยเฉยๆ" สถานการณ์ไม่สู้ดี นับฟ้าจึงพยายามตัดบทสนทนาครั้งนี้ลง เพราะหากปล่อยไว้นิสัยเดือดดาลของขุนเขาคงถูกรั้งให้กลับมาแน่นอน
แต่นับฟ้าลืมบางอย่างไปเสียสนิท ฝั่งขุนเขาเธอสามารถรับมือได้เพราะรู้จักกันมานาน ทว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเธอตอนนี้เป็ชายไร้อารมณ์ทางสีหน้า ผู้ที่ไม่มีแม้แต่ความคิดจะเล็ดลอดออกไป ทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
เมื่อทีมสวนกลับขุนเขา
"แล้วมึงมาทำอะไรตรงนี้ คนอื่นกลับบ้านหมดแล้วไม่ใช่หรือไง" ประโยคยาวแห่งปีได้ออกมาเป็ครั้งแรก ทั้งสายตาและท่าทีของทีมเองก็ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้จะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่บ่อยครั้ง แต่ทีมก็คอยแอบสังเกตเพื่อนแต่ละคนอยู่ตลอด
และขุนเขาก็น่าจะเรียนจบไปชั่วโมงกว่าแล้วด้วย ในไลน์กลุ่มยังบอกลาเพื่อนคนอื่นอยู่เลย แล้วทำไมยังมายืนอยู่ตรงนี้...
"กูก็มารอกลับพร้อมนับฟ้าไง บ้านอยู่ใกล้กันมึงจำไม่ได้เหรอ?"
"จำได้...แต่ก็ไม่เห็นจำเป็ต้องกลับพร้อมกันทุกวันเลยนี่"
คนตัวสูงทั้งสองกำลังเล่นแง่อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ฝ่ายขุนเขาทุกอย่างมันพอเข้าใจ ทว่าฝ่ายเ้าชายน้ำแข็ง ค่อนข้างเป็ที่ประหลาดใจให้แก่นับฟ้าไม่น้อย
แต่ครั้นจะมัวมาตะลึงงันกับสิ่งที่ทีมทำก็ใช่เื่ เพราะตอนนี้เธอต้องปรามสมรภูมิรบพวกเขาเสียก่อน
"นี่! เลิกถามกลับไปกลับมาได้แล้ว" นับฟ้าขยับร่างกายออกห่างจากทีมจนได้ระยะระหว่างกึ่งกลางของทั้งคู่ ขณะเอ่ยก็มองสลับใบหน้าหล่อไปมา "พ่อแม่ฉันฝากให้ขุนเขาดูแลเวลากลับบ้าน แล้วก็เื่ทีม อย่างที่บอก ทีมไม่อยากกลับบ้านก็เลยนั่งเล่นก็เท่านั้น พวกนายต่างก็มีเหตุผล แล้วจะมัวเถียงกันไปมาเพื่อ?"
สิ้นประโยคของแม่สาวใจเด็ด คราวนี้หนุ่มๆต่างนิ่งงันไม่เอ่ยสิ่งใดชั่วขณะ
ต่อมาคนเ็าเริ่มปรายตามองนับฟ้าก่อนจะเอ่ย
"อืม ขอโทษ งั้นฉันกลับก่อน" คำห้วนๆถูกส่งมาเหมือนปกติ ทีมบอกเพียงเท่านั้นและเขาก็เดินตรงดิ่งเฉียดกายขุนเขาไป ทว่าสายตาสองดวงแอบชำเลืองใส่กัน ก่อนร่างทีมจะเดินพ้นโดยสมบูรณ์
"หมายความว่าไงนับฟ้า" คราวนี้คงถึงคิวยัยตัวเล็ก เมื่อเพื่อนชายคนวางเพลิงได้ลับสายตาไป น้ำเสียงไม่พอใจก็พลันบังเกิดทันที
"ก็ไม่มีอะไร"
"ไม่มีได้ไง ร้อยวันพันปีมันไม่เคยไปไหนกับเธอสองต่อสองเลยนะ" ขณะเอ่ยก็ขยับเขยื้อนร่างกายให้ตรงกับคู่สนทนา ขุนเขาพินิศดูท่าทีของนับฟ้าอย่างจดจ่อ คล้ายจะวิเคราะห์คนรักเพื่อตรวจสอบบางอย่าง
"ฉันก็ไม่รู้ ฉันแค่ถามทีมว่าไปไหนต่อไหม มีเรียนต่อไหมก็เท่านั้น เขาบอกว่าไม่มีและฉันก็จะเดินหนีแล้ว แต่เขาขอไปเรียนด้วยจะให้ทำไง ทีมก็เพื่อนเราทั้งคู่นะ จะให้ฉันเมินเหรอ?"
"แต่มันแปลก--"
"รู้ว่าแปลก" คนตัวเล็กเอ่ยดักคอก่อนที่ขุนเขาจะทันอ้าปากพร่ำประโยคต่อไป "แต่นายก็ไม่ควรถามเซ้าซี้เพื่อนขนาดนี้นะ ถ้าทีมสงสัยขึ้นมาจะทำยังไง"
"ทำไมเธอถึงกลัวคนอื่นจะรู้ขนาดนั้น" เอ่ยติดเสียงสั่นน้อยๆพร้อมเบือนสายตาหลบไปด้านข้าง "ทำไมไม่กลัวฉันคิดมากบ้าง" ขุนเขาพยายามกล้ำกลืนคำพูดไม่ดีลงคอ แต่แล้วหลายสิ่งก็คอยแต่จะปะทุเข้ามา
ทุกครั้งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นับฟ้าพร่ำบอกเสมอ ไม่อยากให้คนอื่นรู้เื่ที่ทั้งคู่แอบคบกัน จนทุกวันนี้ผ่านไปสองปี ขุนเขาก็ยังไม่ทราบสาเหตุแท้จริงของความลับที่พยายามปกปิดกันอยู่
จะบอกว่าเป็เพราะสัญญาตอนปีหนึ่งงั้นเหรอ?
แต่ตอนนี้ก็เข้าปีสี่จนแทบจะเรียนจบกันอยู่แล้ว ไม่มีใครเขาสนเื่นั้นกันหรอก แต่นับฟ้าก็ยังคงเน้นย้ำที่จะซ่อนทุกอย่างเอาไว้
"เธอกลัวอะไรอยู่กันแน่นับฟ้า ั้แ่ปิดภาคฤดูร้อนปีสาม เธอก็เปลี่ยนไป หรือเธอไม่อยากคบกับฉันแล้ว"
"คือฉัน..." นับฟ้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากเลยนะ ขอโทษที่เมื่อกี้บ่นมากไปหน่อย" คนฝืนยิ้มขยับกายเข้าไปกระแซะอีกฝ่ายประหนึ่งหยอกเย้า คล้ายจะกลบเกลื่อนใบหน้ากังวลเอาไว้เพียงลำพัง
"อืม" ขุนเขาพยักหน้ารับเป็พิธี "กลับบ้านกันเถอะ" คนข้างกายกลับมาเอ่ยโทนเสียงปกติ พร้อมส่งฝ่ามือหนาเข้าลูบศีรษะเล็กปรอยๆ
ทั้งคู่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใบหน้าที่เดินไปพร้อมกันกลับไม่มีความสดใสปะปนอยู่เลย ราวกับทุกคนต่างมีเื่ให้ต้องคิด แต่เลือกที่จะปล่อยผ่านให้อีกฝ่ายสบายใจ
แต่หารู้ไม่ การไม่พูดจะกลายเป็บ่อเกิดของปัญหาทุกสิ่ง...