บทที่ 12 อับอาย
หลู่ชีฉางไม่คิดมาก่อนเลยว่า หลี่ฟู่หลานคนงามที่เขาเมินเฉยมาตลอดได้ออกมาเป็ปากเสียงแทนเขาที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากเช่นนี้
ชายหนุ่มรู้สึกตื้นตันใจมาก และคิดได้ว่าจะต้องหันไปสานสัมพันธ์กับหญิงงามผู้นี้ให้ได้ ไม่คิดเลยว่าในสถานการณ์เช่นนี้หลี่ฟู่หลานจะไม่ดูถูกตัวเขาอีก
แต่ในเวลานี้ หลี่ฟู่หลานรู้สึกเสียใจและอับอายกับการกระทำของนางเอง ความเกลียดชังและความริษยาที่มีต่ออวิ๋นซิ่วชิงก็ทวีคูณมากขึ้น
“ชิงเหนียง ไม่ต้องทำอะไรแล้ว” พ่อพ่อเฒ่าอวิ๋นดึงตัวลูกสาวของเขาไว้ “ตระกูลของเราแพ้แล้ว หลู่ชีฉางจะต้องได้เป็บัณฑิตจอหงวนในอนาคต ถ้าตระกูลของเรามีปัญหากับเขาอีก ต่อไปเขาจะไม่เอาเราไว้แน่”
อวิ๋นซิ่วชิงหันไปมองพ่อของตัวเอง ก่อนจะถามเขากลับด้วยใบหน้าแดงก่ำที่มาจากความเก็บกดอารมณ์โกรธและความเสียใจที่นางได้รับมาตลอดจากแม่ลูกตระกูลหลู่ “ท่านพ่อ ท่านไม่้าให้ข้าแต่งงานหรือ?”
พ่อเฒ่าอวิ๋นส่ายหัวรัว ๆ “ชิงเหนียง เ้าเข้าใจพ่อผิด ที่พ่อ้าจะบอกเ้าก็คือ หลู่ชีฉางเป็คนเลวและเป็คนปลิ้นปล้อน ถ้าหากเขาสอบได้เป็จอหงวนจริง ๆ เขาจะไม่ปล่อยให้พวกเราตระกูลอวิ๋นที่สร้างความเจ็บแค้นให้เขามีชีวิตอย่างผาสุก”
อวิ๋นซิ่วชิงได้รู้แล้วว่าพ่อเป็ห่วงนางจริง ๆ แต่เดิมนั้นนางคิดว่าพ่อเฒ่าอวิ๋นรักและตามใจลูกชายพอ ๆ กับฮูหยินอวิ๋นผู้เป็แม่ ทว่าเมื่อได้ฟังคำอธิบายของพ่อ นางก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง หลู่ชีฉางทำอะไรข้าไม่ได้หรอก อย่าว่าแต่การมีชื่อในบัญชีทองเลย ต่อให้เขาจะก้าวหน้าก็ไม่สามารถเจริญมากกว่านี้ได้” อวิ๋นซิ่วชิงกล่าวอย่างหนักแน่น แม้ว่าหลู่ชีฉางจะมีพร์และสติปัญญาเป็เลิศจนได้กลายเป็บัณฑิตเพียงคนเดียวของหมู่บ้าน แต่เขายังไม่เคยได้สอบเป็ขุนนางชั้นต้นเลยด้วยซ้ำ
จากนั้นอวิ๋นซิ่วชิงก็หันไปมองหลี่ฟู่หลานผู้น่าสงสาร และหลู่ชีฉางที่กำลังโกรธจัด “เ้าสองคนตัดสินใจได้แล้วหรือยัง? เวลาล่วงเลยไปมากแล้ว! อย่าทำให้คนอื่นเสียเวลา!”
“นังอวิ๋นซิ่วชิง! ท่านผู้ใหญ่บ้านยังไม่ตัดสินเลย แล้วเ้าตวาดทำไม?! จะอวดดีเกินไปแล้ว!!” แม่เฒ่าหลู่ผลักอวิ๋นซิ่วชิง
ถ้าไม่ติดว่ามีท่านผู้ใหญ่บ้านาุโอยู่ที่นี่ นางจะปรี่เข้าไปฉีกปากนังหญิงชั่วผู้นี้ให้เืสาด!
เมื่ออวิ๋นซิ่วชิงเห็นว่าแม่เฒ่าหลู่คนนี้กล้าผลักนาง ตอนนี้นางไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมคนอีกต่อไปแล้ว นางจึงก้าวไปข้างหน้าแล้วผลักแม่เฒ่าหลู่คืน!
แม่เฒ่าหลู่ไม่คิดว่าอวิ๋นซิ่วชิงจะกล้าผลักนางกลับจนล้มลงกับพื้น จากนั้นหญิงชราก็เริ่มร้องไห้จ้ายิ่งว่าครอบครัวตนตาย
“เอาล่ะ เ้าจะร้องไห้ทำไม? ก็สิ่งที่หลู่ชีฉางทำมันผิดจริง ๆ เ้ากับเขาก็ควรขอโทษตระกูลของชิงเหนียงแล้ว” ท่านผู้ใหญ่บ้านผุดลุกขึ้นและกล่าวคำตัดสินด้วยความจริงจัง
แม่เฒ่าหลู่หยุดร้องไห้ทันที นางไม่คิดว่าการมาครั้งนี้จะเสียเปล่า ทั้งคนใหญ่คนโตยังเข้าข้างอีกฝ่ายด้วย?
"การทำลายตะวันเลวร้ายกว่าพุ่งชนตะวัน ขอโทษแต่โดยดีให้เื่มันแล้วกันไปเถอะ"
เมื่อเห็นท่านผู้ใหญ่บ้านยังคงยืนยันให้สองแม่ลูกขอโทษตระกูลอวิ๋น อวิ๋นซิ่วชิงก็จ้องไปที่ใบหน้าที่ซีดขาวของหลู่ชีฉางและยิ้มอย่างมีชัย
หลู่ชีฉางกัดฟันกรอดและจ้องอวิ๋นซิ่วชิงอย่างอาฆาตแค้น
"อวิ๋นซิ่วชิง ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไป แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!!"
“โอ้ ข้าจะรอ แต่ตอนนี้ท่านต้องขอโทษข้าและตระกูลของข้าต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านก่อน”
อวิ๋นซิ่วชิงไม่กลัวหลู่ชีฉางเลยแม้แต่นิดเดียว หรือถ้าต่อไปชายคนนี้ตั้งใจจะล้างแค้นนางทีหลัง นางก็มีวิธีจัดการกับเขาอยู่แล้ว
เื่ความบาดหมางระหว่างอวิ๋นซิ่วชิงและหลู่ชีฉางได้แพร่กระจายไปทั่วถนนและตรอกซอกซอยของหมู่บ้านภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ชาวบ้านที่ยืนอยู่ใต้สะพานต่างเฝ้ามองดูและคุยกันปากต่อปากอย่างตื่นเต้น
บนสะพาน อวิ๋นซิ่วชิงและหลู่ชีฉางกำลังยืนเผชิญหน้ากัน อวิ๋นซิ่วชิงกำลังยิ้มอย่างสะใจ ในขณะที่ใบหน้าของหลู่ชีฉางกำลังมืดมนด้วยโทสะ
“หลู่ชีฉาง เ้ารออะไรอยู่ ขอโทษเร็วเข้า! ข้าไม่ได้ยิน” อวิ๋นซิ่วชิงเย้ยอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี เวลานี้นางมีความสุขเป็อย่างมาก
เส้นเืที่ขมับของหลู่ชีฉางตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะความโกรธ "อวิ๋นซิ่วชิง ข้ายังคุยกับเ้าไม่จบ!"
อวิ๋นซิ่วชิงหัวเราะลั่น จากนั้นก็หันกลับไปมองชาวบ้านที่อยู่ใต้สะพาน แล้วถามเสียงดัง "พวกท่านได้ยินไหม?!!"
" ไม่! ไม่! ไม่...!"
ชาวบ้านะโว่า ‘ไม่’ ทีละคนด้วยแววตาพราวระยับราวกับว่าพวกเขากำลังสนุกกับเวทีประลองยุทธ์
“หลู่ชีฉาง ถ้าท่านไม่อยากอับอายมากไปกว่านี้ ก็รีบขอโทษข้าให้ดัง ๆ ยิ่งกว่านี้จะดีกว่า!”
อวิ๋นซิ่วชิงะโยั่วยุหลู่ชีฉางที่กำลังมีใบหน้าดำเหมือนถ่าน
………………………………………………………………………………………………………………………