ตอนที่ 11การผจญภัยกับแฝดนรก!
แม่บ่นกระปอดกระแปด“นี่อาบน้ำหรือวิ่งผ่านน้ำจ๊ะพ่อคุณ” เธอเดินเข้าไปใกล้ ๆ ดมอยู่สองสามทีก่อนจะพยักหน้า “แปรงฟันแล้วหรือยัง?”
เสือน้อยตอบกลับทันที“แปรงแล้วจ๊ะ เื่ที่แม่สอนไอ้เสือน้อยคนนี้ไม่ลืมหรอกน่า!”แม่ชบาเน้นย้ำเื่แปรงฟันตลอด ทั้งยังเตรียมกล่องแปรงฟันใส่ในกระเป๋าไว้ เพื่อที่จะให้ไปแปรงที่โรงเรียนด้วย
เหตุผลก็ง่าย ๆไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนปากเหม็น เห็นคนฟันขาวใสยิ้มทีไรก็น่ามอง ประโยคหลัง ๆนี้เป็ความรักสะอาดของเธอ ที่ปลูกฝั่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
แม่สวนทันที“ก็ทำให้มันได้จริง...ไป...ไปได้แล้ว เดี๋ยวเข้าแถวสาย”เธอยื่นเงินให้ลูกพร้อมกับบอกมีอะไรก็โทรมานะ เธออดส่ายหัวไม่ได้มีเื่ให้บ่นเยอะแยะ แต่ถ้าบ่นมากไปประเดี๋ยวไปสายไม่ทันเข้าแถวเช็กชื่อพอดี
เสือน้อยนั่งวินมอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าโรงเรียนจากนั้นก็พุ่งปรู๊ดวิ่งเข้าโรงเรียนไปตามหาเพื่อนที่นัดหมายกันไว้ไปช้าประเดี๋ยวไม่ทันข่าวสาร
พอวิ่งมาถึงก็เห็นไอ้สิงหานั่งอยู่พร้อมกับผองเพื่อนนั่งกันเป็แก๊ง 20 กว่าคน
สิงหาพูดขึ้น“ไอ้เสือน้อย เมื่อวานไม่เห็นเอ็งเพิ่มเพื่อนข้าในเอ็มมาเลยวะเนี่ยข้าเตรียมจะส่งเมลของเหมือนฝันให้เอ็ง…แต่ไม่เห็นเอ็งเพิ่มเพื่อนข้ามาสักที!”เขาอดบ่นไม่ได้
แต่เพราะตัวเขาเองก็ดันเผลอไปกดลบเบอร์ของเ้าหมอนี่ด้วยส่วนหนึ่ง มิเช่นนั้นคงโทรไปหานานแล้ว
เสือน้อยยิ้มแห้งพูดขอโทษขอโพยเพื่อน“เออ…ข้าลืมเลยว่ะ ขอโทษที! พอดีเมื่อวานยุ่งนิดหน่อยแต่เดี๋ยววันนี้ไม่ลืมแน่นอนเอาหัวเป็ประกันได้เลย!”
คนในกลุ่มที่ได้ยินก็พูดแทรกขึ้นมา“เสือน้อย…เอ็งจะจีบเหมือนฝันเหรอวะ?” เสือน้อยจำนายคนนี้ได้ในก๊วนแก๊งเทพเขาชื่อวรุณ ชื่อเล่นน้ำ แน่นอนล่ะคนที่แนะนำตัวเอง เป็คนแรก ๆก็มันนี่แหละ
เสือน้อยพูดพลางยิ้มแย้ม“ตัดคำว่า ‘จะ’ ทิ้งไปเสีย แล้วเปลี่ยนเป็จีบแน่นอน!”เขาพูดอย่างเปิดเผย “ทำไมเอ็งก็จะจีบแข่งกับข้าเหรอ? แต่บอกก่อนนะเพื่อนกันก็ไม่ออมมือให้นะโว้ย”เสือน้อยมองไปยังเพื่อนใหม่
น้ำกล่าวปฏิเสธ“ไม่เอา…ไม่ร่วมวงด้วยหรอก แต่พอดีว่าเพื่อนที่โรงเรียนเก่าของข้ามันกำลังไปตามจีบเหมือนฝันอยู่เหมือนกัน มันชื่อไอ้พี แถมหล่อมากสาวกรี๊ดมันเต็มจะไหวเหรอวะเพื่อน…”
เสือน้อยตบอก พูดเสียงดัง “นี่ข้าพูดตรงนี้เลยนะ เพื่อน ๆใครจะจีบเหมือนฝันแข่งกับข้าก็ได้ เหมือนดั่งคำโบราณบอกว่า ‘ศาลา นารี วิถี คงคา’ ใคร ๆก็สามารถจับจองได้โว้ย ตราบใดที่เขายังไม่ยอมรับคนอื่นเป็แฟน ตัวข้าก็มีสิทธิ์”
เขาพูดจบก็หัวเราะร่า“ฮ่า ๆ” มองดูคล้ายคนบ้า
สมชายพูดขึ้น “นั่นแน่ะเ้าบทเ้ากลอนเสียด้วย”
“แต่ข้าได้ยินมานะว่ามันนักเลงนะไอ้นี่เห็นว่าเป็นักกีฬาเทควันโด ที่โรงเรียนเก่าแม่งตัวจี๊ดประจำโรงเรียนเลยนะเมื่อวานแม่งเปิดเรียนมาวันแรกก็นัดต่อยกับรุ่นพี่เลยเพื่อนจากโรงเรียนเก่าข้าที่อยู่ห้องเดียวกับมันเล่าให้ฟัง”สมชายกล่าวเตือนด้วยความเป็ห่วง
เสือน้อยยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำว่าตัวจี๊ดมันทำเอาเขาหวนนึกถึงตอนเด็ก ส่วนเื่ชกต่อยอะไรนั้น “อื้อ…”เอาเป็ว่าสำหรับเขาเฉย ๆ มากกับเื่นี้
“ช่างมันเถอะ…ผลสุดท้ายก็ให้ฝ่ายหญิงเขาเป็คนเลือก” เสือน้อยตอบแบบชัดเจนเพราะท้ายที่สุดก็ต้องเป็ฝ่ายหญิงเลือกจริง ๆ นั่นแหละ
เสือน้อยไม่เก็บมาใส่ใจเลยเื่พวกใช้กำลัง ในอดีตตอนอยู่ประถมเขาก็ใช่ย่อยพอนึกขึ้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงครั้นตอนเรียนประถม…
……
กลางลานชุมชนแออัดเด็กน้อยหัวดำกำลังนัดแนะกันเพื่อจะไปผจญภัย หรือหาเื่แสบ ๆ ทำกัน
กลุ่มเด็กน้อยวัยละอ่อนกำลังเดินตามกันเป็ขบวน ๆ มุ่งหน้าไปเที่ยวเล่นที่หมู่บ้านข้าง ๆ ทั้งไปยิงนกตกปลา แต่ยิงก็ไม่โดน ตกก็ไม่ได้ด้วยขาดความชำนิชำนาญเมื่อเห็นว่าเอาดีทางนี้ไม่ได้
จึงเฮโลพากันไปปีนหลังขี่คอช่วยกันขโมยเด็ดมะม่วงหลายลูกของสวนลุงก้าน ซึ่งเป็สวนตั้งอยู่หมู่บ้านข้าง ๆมาทำพริกน้ำปลา จิ้มกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ที่มากไปกว่าความอร่อยคือการได้ทำอะไรแผลงๆ แล้วประสบความสำเร็จ จึงทำให้เหล่าเด็กน้อยทั้งหลายรู้สึกตื่นเต้นภูมิใจอย่างกับเรียนได้ที่หนึ่งของห้องก็ไม่ปาน
ในกลุ่มมีรุ่นพี่ผู้เป็หัวหน้าขบวนการอายุประมาณสิบปีกว่าพาน้อง ๆ ลูกสมุน เที่ยวตระเวนผจญภัย ทำคล้ายกับว่าในหนังในละครที่บุกป่าฝ่าดงพวกเขาเอาไม้ไผ่แทนดาบ กวัดแกว่งตัดพงหญ้า…
แต่ละคนเอาผ้าขาวบางมาทำเป็ผ้าคลุมโดยเสือน้อยเป็คนเสนอไอเดีย เขาเคยเห็นในหนังบ่อย ๆ ทั้งจีนฝรั่งที่พระเอกต้องมาพร้อมกับผ้าคลุมด้านหลัง ดังนั้นเขาจึงขันอาสาไปขโมยผ้าขาวบางในห้องครัวที่บ้าน มาแจกให้เพื่อน ๆ สวมใส่
เสือน้อยที่น้ำมูกยืดย้อยออกมาจากรูจมูกมันแกว่งไกวไปมา ทำเอาเด็กน้อยจำต้องคอยสูดหายใจอยู่เป็ระยะ ๆมองดูน่าขบขันอยู่ไม่น้อย
แก้มย้วยที่ห้อย มองคล้ายกับกำลังอมอะไรสักอย่างไว้แดงระเรื่อมองดูน่ารักน่าเอ็นดู ปีนี้เขาขึ้น ป.2 แล้วฟันน้ำนมบางซีกก็พึ่งหลุดร่วงไป
‘เพชร’ เด็กน้อยผู้เป็หัวหน้าขบวน ลูกเพื่อนบ้านในชุมชนแออัดด้านข้าง
เ้าตัวเริ่มเข้าค่ายมวยั้แ่ปีก่อนเพราะถูกลุงเด่นชัยเ้าของค่ายมวยเห็นแววจึงดึงตัวมาเพื่อปลุกปั้นให้เป็นักมวยอาชีพ ซึ่งตอนนี้เขาอยู่ ป.4 แล้ว
พ่อแม่ของเพชรก็ถามความสมัครใจของเ้าตัวจนในที่สุดก็ถูกลุงเด่นชัยเ้าของค่าย เคี่ยวเข็ญอย่างหนัก เตรียมจะขึ้นชกในเร็ว ๆนี้แล้ว
เพชรเป็เด็กที่สูงกว่าคนวัยเดียวกันไม่น้อยทั้งอายุเยอะสุดจึงถูก ยกให้เป็หัวหน้าของเหล่าบรรดาลูกสมุนที่เดินตามต้อย ๆอยู่ข้างหลัง
ส่วนเสือน้อยในฐานะผู้สนับสนุนรายใหญ่ ใจกล้าถึงขนาดขนผ้าของแม่มาแจกให้ทุกคนทำเป็ผ้าคลุมหลังย่อมได้รับการยอมรับจากเด็กในวัยเดียวกัน โดยแต่งตั้งให้เป็รองหัวหน้า
โดยปกติทุกวันถ้าไม่เหลาไม้ไผ่มาแบ่งพวก เล่นฟันดาบตีกัน ก็จะออกเดินออกผจญภัยตามท้องทุ่งคันนา ทำตัวเป็วีรบุรุษสู้กับหญ้ารบกับกบเขียด และวีรกรรมที่หาญกล้าที่สุดในสัปดาห์นี้ก็คือ…ไปปีนเก็บรังผึ้ง
ที่พวกเขากำลังเดินมุ่งหน้ากันไป ซึ่งถูกเสนอขึ้นโดยสองฝาแฝดชายอย่าง ‘ั์-ใหญ่’สองพี่น้อง รู้จักกันมาก็หลายปีเสือน้อยก็ยังแยกไม่ค่อยออกว่า “คนไหนเป็คนไหน?”
และบ่อยครั้งเขามักเรียกผิดหรือไม่รู้ว่าถูกสองแฝดแกล้งหลอกหรือเปล่าพวกสองแฝดเป็เพื่อนบ้านอยู่ใกล้ชิดติดกับบ้านเสือน้อย ปีนี้ทั้งคู่ก็ขึ้น ป.1แล้ว และก็ได้อยู่โรงเรียนเดียวกับเสือน้อย
แต่จะว่าไปทั้งแก๊งที่เดินตามกันต้อยๆ ก็เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันหมด คงเพราะมันใกล้บ้านที่สุดแล้ว
ั์-ใหญ่ บอกว่าวันก่อนเห็นลุงเปี๊ยกแกปีนไปเก็บรังผึ้ง สวมหมวกคลุมผ้าขาวบางจุดกาบมะพร้าวใช้ควันไฟไล่ผึ้ง
สองพี่น้องที่บังเอิญไปเห็นด้วยความตื่นเต้นจึงอดเลื่อมใสลุงเปี๊ยกไม่ได้ หลังเห็นแกลงมาปลอดภัยจึงวิ่งเข้าไปถามขอความรู้อย่างสนอกสนใจ
พอได้ยินดังนั้น สองแฝดก็ได้เอาคำบอกเล่ามาพูดให้เพื่อน ๆ ฟังเมื่อวันก่อน ทั้งกลุ่มจึงเดินวางแผนแยกย้ายกันไปหาอุปกรณ์บางคนก็ไปหากาบมะพร้าว ไม่ก็เศษไม้ กิ่งไม้ยาว ๆ
หรือไม่ก็วิ่งไปซื้อไม้ขีดที่…ร้านขายของชำแม่ค้าปากปลาร้าซึ่งถูกผู้ใหญ่แถวนั้นใช้เรียก เพราะเ้าหล่อน ด่าได้แม้กระทั่งลูกค้า
หลังจากรวบรวมได้ครบก็ขาดแต่ผ้าขาวบางไว้กันผึ้งต่อยเท่านั้น
ที่มาของการเดินตามกันเป็ขบวนในวันนี้ก็เพื่อที่จะเข้าไปเก็บรังผึ้งมากิน โดยปกติแล้วผู้ใหญ่มักเตือนให้อยู่ห่าง ๆระวังผึ้งต่อย
ทว่าสำหรับเด็กน้อยผู้หาญกล้าแล้วพวกกิจกรรมเหล่านี้ มันคือความท้าทายอันแรงกล้าที่พวกเขาปรารถนาจะพิชิตยอดภารกิจนี้!
กลุ่มเด็กน้อยใจกล้าทั้ง 7คนเดินตามลำดับไหล่สองมือถืออุปกรณ์ที่แต่ละคนไปเตรียมมาด้านหน้าหัวท้าย มีเพชรและเสือน้อยคอยคลุมหัวขบวนและท้ายขบวนอยู่ ส่วนสายตาก็สาดส่อง ควานหารังผึ้งตามกิ่งไม้ในป่า…
เด็กน้อย ป.1ในกลุ่มชี้ ะโว่าเจอแล้วทำเอาทั้งกลุ่มดีอกดีใจก่อนจะกวาดสายตาไปมองเห็นจอมปลวกอยู่ทิศทางที่เ้าตัวชี้ไป
เพชรจึงหัวเราะดังลั่นก่อนพูดว่า “นั่นไม่ใช่รังผึ้ง นั่นมันรังปลวกโว้ย!” ทั้งกลุ่มก็พากันหัวเราะเดินตามหาต่อไป ส่วนเสือน้อยก็ได้ตบบ่าให้กำลังใจรุ่นน้อง
ฟ้าไม่ละทิ้งคนมีความพยายามหลังจากผ่านไปนานสองนาน พวกเขาก็ได้เจอรังผึ้ง ที่เหมาะสม เด็กน้อยทั้งเจ็ดก็ไม่รีรอแบ่งหน้าที่กันเสร็จสรรพช่วยกันเอากาบมะพร้าวมากองสุมกัน เป็กองพะเนิน
จากนั้นเพชรลูกพี่ใหญ่ก็ใช้ไม้ขีดจุดไฟใส่กาบมะพร้าวและก็รีบวิ่งไปรวมตัวกับลูกสมุน ทุกคนใช้ผ้าขาวบางต่างโล่คลุมตัวเองและเพื่อน ๆเรียกได้ว่ามิดชิดเสียจนพวกเขาคิดว่า แม้แต่ยุงสักตัวก็บินผ่านเข้ามาไม่ได้!
ไฟค่อย ๆแรงขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนผลที่ตามมาของไฟนั่นก็คือควัน
ควันไฟเริ่มก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ สายตาของเหล่าเด็กน้อย พากันจับจ้องไปยังที่เดียวกันและกำลังรอลุ้นให้มันลุกโชนเพื่อขับไล่ให้ผึ้งบินออกจากรัง จากนั้นพวกเขาก็จะได้เข้าไปเก็บรังผึ้งตามแผนการที่นัดแนะ
แต่เ้ากรรมทุกอย่างเหมือนจะมาดีแล้วแต่พวกเหล่าเด็กน้อยลืมดูทิศทางลม!
และในตอนนี้พวกตนกำลังอยู่ใต้ลมส่วนกาบมะพร้าวที่จุดอยู่เหนือลมห่างจากรังผึ้งไม่ไกลแทนที่ลมจะลอยขึ้นไปอย่างที่คาดหวัง ดันมุ่งเข้ามาหาพวกเขาเสียได้ซึ่งมันทำเอาทุกคนที่อยู่ในมุ้งสำลักควันแทบแย่...
และแล้วผึ้งที่เกาะอยู่บนรังก็ได้กลิ่นควันพร้อมกับความร้อนที่ค่อย ๆ ลอยขึ้นมา ทำให้ผึ้งงานบินวนเตือนภัย เสียง “หึ่ง ๆ” ดังระงม
พวกมันเห็นผู้บุกรุกและเตรียมพุ่งเข้าจู่โจมผู้บุกรุก…เพื่อปกป้องอาณาเขตของตนตามสัญชาตญาณ
เหล่าเด็กน้อยที่อยู่ภายในมุ้งต่างก็พากันสำลักควันไฟแต่ละคนต่างส่งเสียงอู้อี้ ก่อนที่จะตัดสินใจ ‘สละเรือะโลงแม่น้ำ’พวกเขาต่างพากันวิ่งกระเจิง ไปกันคนละทิศคนละทาง
พร้อมตามมาด้วยฝูงผึ้งที่บินมาตามต่อยแต่ละคนก็โดนกันไปคนละจุดคนละตำแหน่ง
ส่วนของเสือน้อยโดนที่แก้มแดงๆ ของเขา มองดูโดดเด่นสะดุดตา เ้าตัวร้องเสียงหลง จึงได้แต่วิ่งร้องไห้กลับบ้านไป
……