หยวนอิงที่ะโโลดเต้นเข้ามาที่บ้านก็ต้องใกับสายตาคมดุของพี่ชายทั้งสอง หยวนซ่งจึงเอ่ยถามว่าของที่เธอขโมยไปนั้นอยู่ที่ไหน และให้นำมาคืนสะใภ้รอง
" คือว่า พี่ใหญ่ฉัน ฉันเอาไปขายให้พี่สาวจูแล้ว " หยวนอิงเอ่ยบอกกับพี่ชายด้วยน้ำเสียงแ่เบาไม่กล้าสู้หน้าพี่ชายของตนเอง
" ขายไปแล้ว นี่เธอ "
หลิงเฟยที่ยืนฟังอยู่หลังประตูก็เดินออกมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า " ครีมกระปุกนั้นราคา 50 หยวน เธอขายไปเท่าไหร่ " เมื่อได้ยินราคาของครีมกระปุกนั้นทุกคนต่างตื่นใตนตาโตเท่าไข่ห่าน
" 50 หยวนเชียวหรอน้องสะใภ้ " หยวนซ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอึกอัก
" ค่ะ ครีมนั้นฉันติดตัวมาจากบ้านที่ปักกิ่ง เป็ของที่คุณย่าให้มา ไม่ต้องพูดถึงราคา 50 หยวน แต่มันมีค่ากับฉันมากดว่านั้นมากค่ะ "
" 50 หยวน นี่ไม่ฟุ่มเฟือยไปหน่อยหรอ " แม่สามีเอ่ยขึ้นเสียงเบา
" ฉันบอกแล้วไงคะว่าติดตัวมาจากบ้านที่ปักกิ่ง " เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ดังและชัดถ้อยชัดคำ และกวาดสายตามองทุกคนไม่เว้นแม้แต่สามีของตนเอง
" อาอิงแกขายครีมนั้นไปเท่าไหร่ " พ่อหยวนที่ได้สติเอ่ยถามขึ้น เขาไม่คิดว่าลูกสะใภ้จะมีของราคาแพงขนาดนั้นใช้มาก่อน เพราะเขาไม่รู้ฐานะของเธอ
" 20 เหมา "
" อะไรนะ นี่แก!!!!" แม่สามีแทบจะเป็ลมเมื่อได้ยินลูกสาวของตนเองเอ่ยบอก
" ถ้างั้นแม่ก็ชดใช้เงินค่าครีมนั้นมาให้ฉันค่ะไม่อย่างนั้นฉันคงต้องส่งตัวเสี่ยวอิงให้ทางการจัดการ "
" ไม่ได้นะ " แม่สามีแย้งขึ้นมาทันที หล่อนไม่้าให้ลูกสาวต้องถูกทางการจับตัวไปเพราะโทษของการลักขโมยนั้นร้ายแรงไม่น้อย และที่สำคัญนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกสาวของเธอทำแบบนี้
" เอ่อ สะใภ้รอง เื่นี้เราคุยกันดีๆเถอะ ถึงยังไงอาอิงก็เป็น้องสาวของสามีเธอนะ " พ่อหยวนเอ่ยขึ้น
" ฉันให้โอกาสมาหลายครั้งแล้วนะคะคุณพ่อ ฉันว่าฉันอดทนมามากแล้วค่ะ ฉันพร้อมจะหย่ากับหยวนเซียวทุกเมื่อถ้าเขาตกลง "
" นะ...นะ นี่มัน "
" ไม่ครับ ผมไม่หย่า พ่อแม่ ให้เราแยกบ้านเถอะครับ " หยวนเซียว
" แยกตอนนี้ไม่ได้ เพราะที่บ้านไม่มีอะไรพอให้แบ่ง ทุกคนก็เห็นอยู่ว่าเรามีอาหารไม่พอกินแล้ว อีกนานกว่าจะได้รับส่วนแบ่งจากหน่วย แล้วเดือนหน้านี้เ้าใหญ่ต้องแต่งภรรยาแล้ว ถ้าไม่แต่งทางบ้านนั้นจะยกเลิก "
" พ่อผมไม่ยอมนะครับ " หยวนซ่งเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยินยอม เขารักกับตู่เสี่ยวชิงมามากกว่าสามปี อีกทั้งเวลานี้เขากับหล่อนก็เปลี่ยนข้าวสารกลายเป็ข้าวสุกไปแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะยอมเสียเธอไปแน่นอน หยวนซ่งส่งสายตาเว้าวอนให้กับน้องชายของตนเอง แต่หลิงเฟยกลับมองเห็นสายตาเว้าวอนนั่นเสียก่อน
" เห็นแก่พี่ใหญ่ ถ้าฉันแยกบ้านโดยไม่รับส่วนแบ่ง พ่อจะตกลงไหมคะ " หลิงเฟยเอ่ยถาม
" แต่ว่าถ้าไม่รับส่วนแบ่งแล้วพวกเธอจะเอาที่ไหนกิน แล้วจะไปอยู่ที่ไหนกัน " พ่อหยวนยังคงมีความห่วงใยลูกชายคนรอง
" เื่นั้นฉันจัดการได้ค่ะ สรุปว่าตกลงแยกบ้านไหมคะ ฉันจะได้ไปตามหัวหน้าหน่วยมาเขียนสัญญา "
" ถ้าพวกแกจะแยกบ้าน ก็ไปแต่ตัวห้ามเอาอะไรจากบ้านไปแม้แต่ชิ้นเดียว " แม่สามีเอ่ยขึ้น
" นี่มันไม่ใจดำไปหน่อยหรือ "
" ในเมื่อพวกมันอยากจะแยกบ้านก็ให้มันแยกไปสิ ฉันก็ไม่อยากจะเลี้ยงพวกหมาป่าตาขาวเอาไว้ให้สิ้นเปลืองหรอก หึ " แม่สามีเอ่ยขึ้นแล้วยืนจ้องหน้าทุกคนกลางลานบ้าน
" งั้นฉันจะไปตามหัวหน้าหน่วยมาจัดการ" หลิงเฟยเอ่ยขึ้นแล้วเดินออกจากบ้านไป เพื่อตามให้หัวหน้าหมู่บ้านและหัวหน้าหน่วยรับทราบด้วย ไม่นานนักเธอก็เดินกลับมาที่บ้านหยวนพร้อมกับหัวหน้าทั้งสองคน
" เอาล่ะมาตกลงเื่แยกบ้านกัน หยวนชาง ส่วนแบ่งของบ้านรองมีอะไรบ้าง " หัวหน้าหน่วยเอ่ยถามขึ้น
" พวกเราไม่รับส่วนแบ่งค่ะ ขอแค่แยกบ้านพอแล้วค่ะ หยวนเซียวจะจ่ายให้พ่อแม่คนละ 5 หยวนต่อปี แล้วก็ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวที่บ้านของเราค่ะ " หลิงเฟยเอ่ยบอก
" ได้ เช่นนั้นก็มาลงชื่อตรงนี้ ต่อไปแยกบ้านกันแล้ว บ้านใหญ่ไม่มีสิทธิไปยุ่งเกี่ยวที่บ้านของพวกเขาอีก แล้วก็ตามเงื่อนไขก็คือ จะส่งเงินให้พ่อแม่ปีละ 5 หยวน รวมกัน 10หยวนต่อปี ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ลงชื่อซะ " หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยบอก
หัวหน้าหมู่บ้านลงชื่อของตนเอง และตามด้วยหัวหน้าหน่วยที่มาลงชื่อเป็พยานในการแยกบ้านครั้งนี้ สุดท้ายเป็หยวนชางลงชื่อในแผ่นกระดาษเรียบร้อยแล้ว และได้รับแผ่นกระดาษกลับมาเก็บไว้ที่ตนเอง1แผ่น อีก2 แผ่นเก็บไว้ที่หัวหน้าหมู่บ้านและส่งไปยังทางการอีก1 แผ่น
" เอาล่ะเรียบร้อยแล้วนะ มีปัญหาอะไรก็ให้คนไปตามที่บ้านก็แล้วกัน " หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยขึ้นแล้วเดินจากไปพร้อมกับหัวหน้าหน่วย
" ไปเก็บของเถอะค่ะ " หลิงเฟยเอ่ยบอกสามี ทั้งสองจึงกลับเข้าห้องไปเก็บข้าวของบางส่วนติดตัวไป ที่เหลือทิ้งไว้ในห้องเหมือนเดิมเพราะอีกเดี๋ยวพี่ใหญ่ต้องแต่งงานก็ยกของในห้องให้เขาไปใช้ดีกว่า